- RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
- ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผู้ชายฉีดได้ไหม?
- เลือกแบบไหนดี? เติมฟิลเลอร์ใต้ตา VS ฉีดไขมัน VS ผ่าตัดถุงใต้ตา
- ฟิลเลอร์ใต้ตากับดอลลี่อายต่างกันยังไง?
- ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี? ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม? วิธีเช็คของแท้
- วิธีเตรียมตัวและข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา
- สรุป
ปัญหาเบ้าตาลึก คล้ำ ดำเป็นวงเหมือนคนอดนอนทำให้หลายคนมองหาตัวช่วยอย่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อคืนความเรียบเนียนให้ใบหน้า แต่ความกังวลเรื่องผลลัพธ์หลังฉีดที่เป็นก้อน ผิวดูไม่เรียบเนียน หรือฟิลเลอร์ไหลย้อย ก็จะทำให้สับสนและไม่กล้าตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อตัวเองจริง ๆ
บทความนี้จาก RWC ได้รวบรวมข้อมูลมาเพื่อตอบคำถามพวกนี้ โดยจะพาไปเปรียบเทียบคุณสมบัติฟิลเลอร์แต่ละรุ่น สัญญาณเตือนภัยของยาปลอม วิธีตรวจสอบสิทธิ์ของแพทย์ ข้อปฏิบัติตนก่อนและหลังเข้ารับบริการ เพื่อให้คนที่กำลังเจอปัญหาเอาข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประกอบการพูดคุยปัญหากับแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลได้อย่างมั่นใจค่ะ ใครที่ยังไม่คุ้นกับหัตถการนี้ อ่านเรื่องฟิลเลอร์คืออะไรประกอบได้ค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตาคือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณใต้ตาเพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับผิวที่หมองคล้ำให้ดูสว่างและตื้นขึ้น หัตถการนี้ถูกให้ความสนใจสูงเพราะช่วยลดปัญหาหน้าโทรม อดนอน หรือเบ้าตาลึกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สารชนิดนี้ยังสามารถสลายตัวได้เองทำให้มีผลข้างเคียงต่ำ ใช้เวลาพักฟื้นน้อย หลังทำเสร็จสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ในวันเดียวกัน
ตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวรอบ ๆ ดวงตาชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่นาน 6 ถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อที่เลือกใช้ เช่น Restylane Classic หรือ Juvederm Volbella ค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับคนที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ขอบตาดำคล้ำ ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยรอบดวงตาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าสะสม กลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่พักผ่อนน้อยหรือคนที่มีพันธุกรรมตาโหลจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ชัด และคนที่ต้องการแก้ปัญหารอบดวงตาแบบเร่งด่วนโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานหลาย ๆ วัน
สำหรับผู้ชายก็สามารถเข้ารับบริการได้เหมือนกันเพราะไม่มีข้อจำกัดทางเพศ โครงสร้างผิวของผู้ชายมีความหนาและมีชั้นไขมันเฉพาะตัว แพทย์จะปรับเทคนิคการฉีดเพื่อพยุงกระดูกเบ้าตาที่ทรุดตัวตามปัญหาผิวหน้าของแต่ละคน การเติมเต็มจะเน้นแก้ปัญหารอบดวงตาโดยจะไม่ทำให้ใบหน้าหวานจนเสียมิติความเข้มแบบผู้ชาย การเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์โมเลกุลเล็กจะช่วยให้เรียบเนียนไปกับผิวใต้ตาและอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 18 เดือน ค่ะ
เลือกแบบไหนดี? เติมฟิลเลอร์ใต้ตา VS ฉีดไขมัน VS ผ่าตัดถุงใต้ตา
การเลือกแก้ปัญหาใต้ตาขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวหน้าและกระดูกของแต่ละคนเป็นหลัก ถ้ามีปัญหาเบ้าตาลึกจากการฝ่อตัวของกระดูกและต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์เพราะไม่ต้องพักฟื้น สำหรับคนที่มีใต้ตาตอบเป็นวงกว้างและต้องการใช้เซลล์ไขมันตัวเอง การฉีดไขมันก็จะช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้นในระยะยาว
สำหรับคนที่มีถุงไขมันใต้ตาปูดพองชัดเจนร่วมกับผิวหนังหย่อนคล้อย การผ่าตัดจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่จะเป็นการแก้ไขที่ตรงจุดและอยู่ได้ยาวนาน ตารางสรุปรายละเอียดของแต่ละหัตถการเพื่อช่วยการตัดสินใจ
| หัตถการ | ปัญหาที่แก้ได้ | ระยะเวลาของผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| ฟิลเลอร์ใต้ตา | เบ้าตาลึก ผิวใต้ตาบาง | 12 - 18 เดือน |
| ฉีดไขมัน | ใต้ตาตอบบริเวณกว้าง | 2 - 5 ปี |
| ผ่าตัดถุงใต้ตา | ถุงไขมันปูดพอง ผิวหย่อนคล้อย | 10 ปีขึ้นไป |
การตัดสินใจทำหัตถการควรคิดถึงระยะเวลาพักฟื้นที่ร่างกายด้วย การเติมฟิลเลอร์สามารถแต่งหน้าได้ในวันถัดไป แต่การฉีดไขมันและหลังการผ่าตัดอาจจะต้องมีระยะอาการบวมช้ำประมาณ 7 – 14 วัน ก่อนที่เนื้อผิวจะสมานตัวสมบูรณ์ค่ะ
เปรียบเทียบสองวิธี : ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตาแบบไหนดี
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและดอลลี่อายมีจุดประสงค์การทำที่ต่างกันชัดเจน โดยที่ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมลึกถึงโครงกระดูกใต้ตา แต่ดอลลี่อายเป็นการฉีดสร้างแนวขอบตาเพื่อเลียนแบบลักษณะมัดกล้ามเนื้อตอนที่กำลังยิ้ม
| จุดเปรียบเทียบ | ฟิลเลอร์ใต้ตา | ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) |
|---|---|---|
| บริเวณที่ฉีด | ร่องน้ำตาและแอ่งลึกใต้ตา | ขอบตาล่างชิดแนวขนตา |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ลดรอยคล้ำและเติมเต็มร่องลึก | เกิดถุงใต้ตาเล็ก ๆ สไตล์เกาหลี |
| รูปแบบผลลัพธ์ | ใบหน้าดูสดชื่นและดูอ่อนเยาว์ | ดวงตากลมโตและดูหวานละมุน |
การเลือกทำหัตถการขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิม ถ้าผิวรอบดวงตามีปัญหาร่องลึกจนผิวดูหย่อนคล้อย การเติมสารเติมเต็มในผิวชั้นลึกก่อนจะช่วยปรับผิวให้เรียบตึงขึ้น แต่สำหรับคนที่มีผิวเรียบเนียนอยู่แล้วสามารถฉีดสร้างแนวขอบตาเพิ่มเพื่อเปลี่ยนทิศทางแสงตกกระทบและปรับมิติของดวงตาเวลาแสดงสีหน้าได้เช่นกันค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี? ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล
การเติมเต็มใต้ตาคล้ำหรือเบ้าตาลึกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องเลือกคุณสมบัติเนื้อเจลที่เหมาะกับความหนาของผิวแต่ละคน เพื่อป้องกันการเกิดก้อนบวมนูนบริเวณใต้ผิวหนังชั้นตื้น
ปริมาณยาที่ใช้และยี่ห้อฟิลเลอร์จะต่างกันไปตามระดับความลึกของปัญหา ตั้งแต่รอยพับชั้นตื้นไปจนถึงชั้นกระดูกเบ้าตาทรุดตัวโดยจะประเมินตามสัดส่วนโครงสร้างใบหน้าเฉพาะคนค่ะ
ฟิลเลอร์แบรนด์ที่ผ่าน อย. (Restylane, Juvederm, Belotero)
แบรนด์ฟิลเลอร์ผ่าน อย. ที่ใช้รักษารอยหมองคล้ำและร่องลึกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามี 3 แบรนด์หลักที่มีคุณสมบัติเนื้อเจลแตกต่างกัน การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ตรงกับความหนาของผิวจะช่วยลดโอกาสการเกิดก้อนบวมและทำให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน
| แบรนด์ฟิลเลอร์ | รุ่นที่ใช้สำหรับใต้ตา | คุณสมบัติเนื้อเจล | ระยะเวลาผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|
| Restylane | Vital Light | อนุภาคเล็ก เติมเต็มความชุ่มชื้นผิวชั้นตื้น | 12 เดือน |
| Juvederm | Volite | เนื้อเจลละเอียด กลืนไปกับผิวได้ดี ไม่ฟูตัวมาก | 9 เดือน |
| Belotero | Soft | เนื้อเนียนละเอียด สมานตัวกับผิวชั้นบนได้กลมกลืน | 9 - 12 เดือน |
สารเติมเต็มจะสลายตัวเองโดยไม่มีสารตกค้าง แพทย์จะเลือกใช้รุ่นที่มีความหนืดต่ำสำหรับผิวชั้นตื้นเพื่อป้องกันการสะท้อนแสงสีฟ้าหรือเงาสีคล้ำใต้ผิวหนัง
เจาะลึกการเลือกยี่ห้อ : ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? เลือกแบรนด์ไหนแก้ใต้ตาคล้ำ ร่องลึก
วิธีประเมินปริมาณ CC ที่เหมาะสมกับระดับความลึกของเบ้าตา
การประเมินปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาที่ต้องใช้จะวัดจากระดับความลึกของกระดูกเบ้าตาและไขมันที่ฝ่อตัว โดยคิดเป็นปริมาณรวมสองข้างตามตารางด้านล่าง ผิวรอบดวงตามีความบางมาก การเติมปริมาณพอดีจะช่วยเลี่ยงปัญหาฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนและบวมหลังปรับรูปหน้า
| ระดับความลึกของเบ้าตา | ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาที่แนะนำ |
|---|---|
| ตื้น (มีรอยคล้ำร่องน้ำตาบาง ๆ) | 0.5 ถึง 1 CC รวมสองข้าง |
| ปานกลาง (ร่องน้ำตาชัด ขาดวอลลุ่ม) | 1 ถึง 2 CC รวมสองข้าง |
| ลึกมาก (เบ้าตายุบจากกระดูกทรุดตัว) | 2 ถึง 4 CC รวมสองข้าง |
ในคนที่กระดูกเบ้าตาทรุดตัวรุนแรง แพทย์จะใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่เติมชั้นกระดูกเพื่อพยุงโครงสร้างก่อน แล้วค่อยใช้โมเลกุลเล็กเก็บรายละเอียดชั้นตื้น การแบ่งฉีดปริมาณน้อยช่วยลดการอุ้มน้ำของผิวรอบดวงตาและคงผลลัพธ์ได้นาน 6 ถึง 18 เดือน
เช็กราคา : ฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่ ? เช็คราคาแต่ละยี่ห้อก่อนฉีด
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม? วิธีเช็คของแท้
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ได้มาตรฐานสากล หากทำโดยแพทย์และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่าน อย. ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและสารจะสลายตัวเองได้มีผลข้างเคียงต่ำ
ผู้รับบริการทุกคนต้องสามารถขอตรวจสอบกล่องยาก่อนฉีดได้เสมอ โดยจะต้องมี QR Code บนกล่องที่สามารถสแกนเพื่อเช็คเลขล็อตและวันหมดอายุกับระบบของบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง หรือสามารถโทรศัพท์ยืนยันเลขล็อตผลิตกับบริษัทผู้จัดจำหน่ายอย่างบริษัท กัลเดอร์มา ประเทศไทย เพื่อความมั่นใจก่อนเริ่มขั้นตอนการทำค่ะ
ข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องตาบอด
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงทำให้ตาบอดได้จริงหากสารเติมเต็มหลุดเข้าไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่เชื่อมต่อกับจอประสาทตาโดยตรง ปัญหานี้จะเกิดจากการใช้เข็มแหลมแทงโดนเส้นเลือดบริเวณหัวตาหรือร่องแก้ม แล้วแรงดันดันตัวยาไหลย้อนกลับเข้าไปบล็อกการทำงานของเส้นเลือดหล่อเลี้ยงลูกตา
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงนี้ แพทย์จะเลือกใช้เข็มปลายทู่ ขนาด 25G หรือ 27G ในการฉีดเพื่อลดโอกาสการเจาะทะลุเส้นเลือดใหญ่ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างฉีด ผู้รับบริการจะมีอาการตาพร่ามัวร่วมกับอาการปวดเบ้าตารุนแรงและผิวหนังบริเวณที่ฉีดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ำเพราะขาดเลือด จำเป็นต้องทำการฉีดสารละลายฟิลเลอร์เพื่อสลายยาออกอย่างเร่งด่วนภายใน 90 นาทีเพื่อรักษาการมองเห็นและดวงตาไว้
เจาะลึกความเสี่ยง : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาตาบอด แก้ไขทันทีได้ไหม สาเหตุเกิดจากอะไร
ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนแข็งหรือยิ้มแล้วลำแสงสะท้อน เกิดจากอะไรและแก้ยังไง?
ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาจับตัวเป็นก้อนและเกิดเงาสะท้อนสีเขียวฟ้าใต้ผิว เกิดจากการใช้ยาเนื้อแน่นเกินไปร่วมกับการฉีดผิดชั้นผิวในระดับที่ตื้นเกินไป เมื่อฉีดฟิลเลอร์เนื้อแข็งในชั้นผิวตื้นแทนการวางใต้เยื่อหุ้มกระดูก ยาจะไปขัดขวางการหักเหของแสงธรรมชาติ ทำให้เห็นเป็นลำแสงสะท้อนชัดเจนตอนที่กล้ามเนื้อขยับตัวเวลาเรายิ้ม
การแก้ไขคือการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อสลายสารเดิมออก ตัวยาจะสลายพันธะโมเลกุลให้ก้อนนิ่มลงและยุบตัวภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หลังจากผิวคืนตัวเต็มที่ใน 14 วัน ถึงจะเริ่มประเมินปรับโครงสร้างใบหน้าใหม่ด้วยสารโมเลกุลที่เหมาะสม
ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและลดโอกาสบวมช้ำจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จำเป็นต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ถูกวิธีร่วมกับการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ขั้นตอนพวกนี้จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการอักเสบ และการกระตุ้นให้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดเซตตัวกลืนไปกับชั้นผิวรอบดวงตาได้เร็วขึ้นภายใน 14 วันแรก ค่ะ
สิ่งที่ต้องเลี่ยงก่อนเข้ารับบริการ
การงดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดเป็นเวลา 7 วัน เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ช่วยควบคุมอาการเขียวช้ำและลดการไหลของเลือดในชั้นผิวระหว่างการใช้เข็มปลายทู่สอดใต้ผิวหนัง
- ยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้ากว่าปกติ
- อาหารเสริม สมุนไพรที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น สารสกัดแปะก๊วย น้ำมันปลา โสม กระเทียม และวิตามินอี
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดรวมถึงกิจกรรมที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เช่น การอบซาวน่าและการออกกำลังกายอย่างหนักภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนทำหัตถการ
การดูแลตัวเองหลังฉีด
ประคองผิวใต้ตาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วยการงดจับ กด หรือนวดบริเวณที่เพิ่งทำหัตถการทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การสัมผัสที่รุนแรงจะทำให้ตัวยาสูญเสียรูปทรงก่อนที่จะเนื้อสารกลืนไปกับชั้นผิวจริง
- นอนหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 2 คืนแรก เพื่อลดอาการบวมน้ำและช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- งดการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนสูง เช่น การไดร์ผมจ่อบริเวณหน้า การเข้าตู้อบซาวน่า เป็นเวลา 14 วัน
- ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 2 ลิตร ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อกระตุ้นให้สารไฮยาลูโรนิกแอซิดอุ้มน้ำและฟูตัวได้อย่างเต็มที่
ถ้าเริ่มมีอาการตึงผิวปานกลาง สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ตามรอบเวลา แต่ต้องหลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพรินและไอบูโพรเฟนเพราะอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดจนกว่ารอยเข็มจะปิดสนิทใน 48 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา
รอยดำใต้ตาจากโรคภูมิแพ้ ฉีดฟิลเลอร์แล้วจะหายไหม?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่สามารถรักษาอาการเส้นเลือดขยายตัวจากโรคภูมิแพ้โดยตรง แต่จะช่วยพรางรอยคล้ำให้ดูจางลงได้หลังทำ รอยหมองคล้ำพวกนี้เกิดจากระบบหมุนเวียนเลือดบริเวณโพรงจมูกติดขัดจนเกิดการคั่งของเลือดดำใต้ผิวหนังรอบดวงตา เนื้อเจลของสารเติมเต็มจะเข้าไปคั่นกลางระหว่างชั้นผิวกับเส้นเลือด ทำให้แสงภายนอกหักเหและตกกระทบผิวหนังแล้วดูสว่างขึ้นแทนที่จะมองเห็นสีม่วงคล้ำด้านล่าง
สำหรับคนที่มีกระดูกเบ้าตาฝ่อตัวหรือร่องน้ำตาร่วมด้วย การเติมฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำจะช่วยหนุนผิวที่ยุบตัวให้ตื้นขึ้น เพื่อลดทอนรอยเงาดำที่ซ้ำเติมให้ใบหน้าดูอิดโรย การแก้ปัญหานี้ควรทำควบคู่กับการใช้ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamine เพื่อลดอาการบวมของเส้นเลือดในโพรงจมูกที่เป็นต้นเหตุของรอยหมองคล้ำค่ะ
หลังฉีดกี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์เข้าที่ และบวมเข็มกี่วันหาย?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 7 ถึง 14 วัน ส่วนอาการบวมเข็มหรือรอยช้ำสีแดงระเรื่อจะค่อย ๆ ยุบตัวลงจนจางหายไปได้เองภายใน 3 ถึง 5 วัน หลังทำ ผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและมีเส้นเลือดฝอยกระจายอยู่หนาแน่น การเกิดรอยนูนชั่วคราวจากปลายเข็มหรือแรงกดของเนื้อเจลจึงพบได้เป็นปกติในช่วงแรก
ในช่วง 3 วันแรก ผิวใต้ตาอาจรู้สึกตึงหนาหรือคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์เป็นก้อนนิ่ม ๆ เพราะสารไฮยาลูโรนิกแอซิดกำลังเริ่มดูดซับน้ำเข้าสู่โครงสร้างโมเลกุล การประคบเย็นเบา ๆ วันละ 2 รอบ รอบละ 10 นาที ร่วมกับการงดจับลูบคลำผิว จะช่วยกระตุ้นให้เนื้อเจลผสานกลืนไปกับชั้นผิวจริงได้ดีขึ้นค่ะ
ทำไมหมอถึงแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควบคู่กับฟิลเลอร์หน้าแก้ม?
การที่แพทย์แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้มควบคู่กับฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อสร้างฐานพยุงผิวส่วนกลางใบหน้าที่ทรุดตัว ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเจลบริเวณใต้ตาไหลย้อยเป็นก้อนหนา ในช่วงอายุที่มากขึ้น กระดูกหน้าแก้มจะฝ่อตัวดึงเอาผิวรอบดวงตาให้ยุบตามจนเกิดร่องลึก การฉีดเติมเต็มที่หน้าแก้มจะทำหน้าที่เป็นเสาเข็มค้ำยันโครงสร้างผิว ทำให้แพทย์ใช้ปริมาณยาใต้ตาลดลงถึง 50% ทำให้ลดโอกาสเกิดอาการบวมเหลวหลังทำได้อย่างดีค่ะ
ถ้าหยุดฉีดไปแล้วใต้ตาจะกลับมาคล้ำหรือเหี่ยวลงกว่าเดิมไหม?
การหยุดฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาคล้ำหรือเหี่ยวลงไปมากกว่าช่วงก่อนเริ่มรับบริการ ผิวจะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมตามกระบวนการธรรมชาติเมื่อสารเติมเต็มสลายตัวหมด สารไฮยาลูโรนิกแอซิดที่ใช้ยังมีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำช่วยพยุงโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวจนกว่าตัวยาจะสลายตัวไปหมดในช่วงเวลา 6 ถึง 18 เดือน
ความรู้สึกว่าผิวดูโทรมลงหลังยาหมดฤทธิ์เกิดจากความเคยชินกับใบหน้าที่ดูเรียบเนียนในช่วงที่ฉีดร่วมกับความเสื่อมโทรมตามวัยที่ยังเกิดขึ้นตามธรรมชาติทุกวัน ทำให้หลายคนที่หลังจากหยุดฉีดไปจะรู้สึกขึ้นได้ค่ะ
เจาะลึกระยะอยู่ได้นาน : ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน ? เทียบแต่ละยี่ห้อก่อนตัดสินใจ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหม?
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นไม่ควรแต่งเลยทันที ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปในรอยเข็มขนาดเล็กที่ยังปิดไม่สนิท การทาแป้งหรือรองพื้นทับทันทีอาจทำให้เกิดการอักเสบระคายเคืองตามมาได้
การกดหรือถูผิวแรง ๆ ตอนเกลี่ยคอนซีลเลอร์ อาจทำให้ตัวยาไฮยาลูโรนิกแอซิดเคลื่อนตำแหน่งผิดรูปไปจากเดิม ถ้าจำเป็นต้องออกไปข้างนอก แนะนำแต่งเฉพาะคิ้วและปากเพื่อเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาไปก่อน
หลังจากครบวันแรกให้แต่งหน้าได้ด้วยความเบามือที่สุด ส่วนการทำความสะอาดผิวหน้าในช่วง 3 วันแรก ควรใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการใช้โฟมล้างหน้าสูตรสครับเพื่อถนอมผิวรอบดวงตาค่ะ
สรุป
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และรอยคล้ำรอบดวงตาได้อย่างตรงจุด การเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นเหมาะกับปัญหาผิว เช่น Restylane Classic สำหรับเติมกระดูกทรุด หรือ Restylane Vital Light สำหรับริ้วรอย ตื้น ๆ ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนและคงอยู่ได้นาน 6 ถึง 18 เดือน
ก่อนตัดสินใจทำควรเข้ารับการประเมินโครงสร้างใบหน้ากับแพทย์ เพื่อเลือกชนิดโมเลกุลฟิลเลอร์ที่เข้ากับชั้นผิว ตรวจสอบสลากภาษาไทยและรหัสตรวจเช็กของแท้ข้างกล่อง เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของ อย. ค่ะ ที่ RWC Clinic ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) ซึ่งมีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 30,000 เคส จะประเมินโครงสร้างรอบดวงตาและเลือกรุ่นฟิลเลอร์ที่เข้ากับความหนาของผิวแต่ละคนค่ะ

