ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การแก้ไขด้วยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ลดปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา เติมเต็มตาลึกโบ๋ ปรับรูปหน้าให้ดูสดชื่น มีพลังและดูเด็กลง เหตุผลที่หลายๆคนเลือกแก้ไขรูปหน้าโดยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะนอกจากจะแก้ไขโดยเติมเต็มให้อิ่มขึ้นแล้ว การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำจากพันธุกรรม ภูมิแพ้ ได้อีกด้วย โดยการฉีดฟิลเลอร์ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา เหมือนการทำศัลกรรมดวงตา

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว
ฟิลเลอร์สารสังเคราะห์
ฟิลเลอร์ ใต้ตา รีวิว
รีวิว ฟิลเลอร์ ใต้ตา

สารบัญฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ใครยังไม่รู้จักฟิลเลอร์ อ่านตรงนี้ก่อน

>>>ฟิลเลอร์คืออะไร?<<<

ใต้ตาคล้ำ

สาเหตุของรอยหมองคล้ำใต้ตา

  1. ใต้ตาคล้ำจากโรคภูมิแพ้ เกิดจากระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด เนื่องจากบริเวณตาและ จมูกบวม ซึ่งโดยปกติแล้วทิศทางการไหลเวียนของเลือดจะไหลเวียนจากตา ลงมาที่หัวตาและจมูก เมื่อจมูกบวม ก็จะปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดคั่งอยู่บริเวณผิวหนังใต้ตา ทำให้ใต้ตาดำคล้ำ ซึ่งในกรณีนี้ ก็ต้องดูที่ต้นเหตุ นั่นก็คือ ต้องรักษาโรคภูมิแพ้ให้หาย หรือ ให้อาการดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักจะมีอาการ คัน ระคายเคืองที่ตา ทำให้ต้องขยี้ตาเป็นประจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาดำ
  2. ตาโหล ใต้ตาดำ จากการพักผ่อนน้อย วิธีนี้แก้ได้ง่ายๆ ได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งคนที่พักผ่อนน้อยก็จะมีปัญหาเรื่องตาบวมตามมา ซึ่งต้องงดกินเค็ม งดโซเดียม งดผงชูรส อย่างการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง มันฝรั่งทอดกรอบ อาหารกระป๋อง ยิ่งบริโภคก่อนนอนจะยิ่งทำให้ตาบวมมากขึ้น
  3. สาเหตุจากวัย เมื่อย่างเข้าสู่วัย 30 Baby Fat ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหน้าแก้มและบริเวณใต้ตา จะเริ่มหายไป ทำให้เกิดร่องลึก เมื่อเจอแสงและเงาส่องก็จะยิ่งเห็นชัดเจนว่า ตาโหล ตาดำ หรือ บางคนมีถุงไขมันใต้ตาเยอะกว่า ส่วนไขมันที่แก้มหายไป ทำให้ดูเหมือนตาปูด มีถุงใต้ตาตั้งแต่อายุน้อยๆ นั้นเอง
  4. ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุตาโหล ตาดำ ลักษณะโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่น พันธุกรรมที่พบบ่อย คือ คนที่มีโครงหน้าแขก เนื่องจาก โครงสร้างของกะโหลกจะมีเบ้าตาลึกแบบชาวตะวันตก ทำให้เมื่อแสงแดดส่องก็จะตกกระทบเป็นเงามืด ทำให้ดูแล้วใต้ตาดำคล้ำ
ถุงใต้ตา

วิธีแก้ไขปัญหาใต้ตา

    นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การบำรุงด้วยครีมบำรุง หรือ ปกปิดด้วยเครื่องสำอางแล้ว ก็ยังมีวิธีการแก้ไขปัญหาใต้ตาด้วยวิธีการฉีดสารเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการเติมด้วย การฉีดไขมัน หรือ การฉีดฟิลเลอร์ ก็ตาม วิธีนี้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาใต้ตาที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุด

1.การฉีดด้วยไขมัน (Fat Transfer)

เหมาะกับคนที่ร่องใต้ตาลึกและกว้างมาก จะเป็นการฉีดโดยใช้ไขมันของตัวเองที่มีอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นจากบริเวณต้นขาหรือหน้าท้อง นำมาฉีดลงไปยังใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตา เพื่อให้เซลล์ไขมันไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อภายในให้มากที่สุด จนทำให้ผิวกระชับเต่งตึงและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

ไขมันฉีดใต้ตา

ซึ่งนับได้ว่าเป็นข้อดีของวิธีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะ “การฉีดไขมัน” ตัวเองจะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือเกิดผลกระทบหลังการฉีด อีกทั้งเซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปและเหลืออยู่หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 6 เดือน จะคงอยู่ได้อย่างถาวร

ซึ่งแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ที่จะต้องมาฉีดซ้ำอยู่เรื่อย ๆ เมื่อสารสังเคราะห์สลายไป แต่การเติมเต็มเซลล์ไขมันเพื่อแก้ไขตาลึกนั้น ในบางรายอาจจะต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจสลายตัวในขณะทำการรักษา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติอยู่แล้ว และปริมาณการสลายตัวของเซลล์ไขมันก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละคน

ฉีดไขมันใต้ตา

2.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler)

เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก โดยจะเป็นการนำสารสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอย่างไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) นำมาใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่มีเป็นร่องลึก เพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิม

ฉีดฟิลเลอร์รักษาใต้ตาดำ

ซึ่ง “การฉีดฟิลเลอร์” นี้จะสามารถอยู่ชั่วคราวประมาณ 18-24 เดือน เพราะสารเหล่านี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ นับได้ว่าเป็นวิธียอดฮิตในสมัยนี้เลยก็ว่าได้

แต่อย่างไรก็ดี ควรให้แพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้นเป็นผู้ฉีด เนื่องจากวิธีนี้อาจส่งผลต่อดวงตา ทำให้เกิดปัญหารอยนูนคล้ายเส้นตัวหนอนหรือเกิดรอยช้ำได้ง่าย ส่วนราคาการทำต่อครั้งก็ประมาณ 1 หมื่นบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ฉีด

ฟิลเลอร์เข็มทู่

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

        ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การเติมสารเติมเต็มกลุ่ม “ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid)” เข้าบริเวณใต้ตาที่มีปัญหาริ้วรอยหมองคล้ำ หรือ ใต้ตาที่กระดูกใต้ตายุบตัวลงทำให้เนื้อบริเวณใต้ตานั้นตาม ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย หน้าดูโทรม อ่อนล้าและดูมีอายุ ปัญหาเหล่านี้สามารถด้วยการฉีดสารเติมเต็ม เพื่อให้ใต้ตานั้นดูตื้นขึ้น และรอยคล้ำก็ดูจางลงด้วย ทำให้ใบหน้ากลับมาสดใส อ่อนเยาว์ ดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ใครควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร

  • คนที่มีปัญหารอยคล้ำใต้ตา ที่เป็นสาเหตุให้ใบหน้าดูไม่สดใส เหมือนคนพักผ่อนน้อย
  • คนที่มีปัญหากระดูกบริเวณใต้ตาที่ยุบตัวลง จากอายุที่มากขึ้น ทำให้ดูตาโบ๋ ตาลึก
  • คนที่มีปัญหาใต้ตาที่เกิดลักษณะทางพันธุกรรม ที่ป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุตาโหล ตาดำ
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC. เลือกรุ่นไหนดี?

       การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดแต่ละครั้งนั้น อยู่ที่ปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคลด้วย โดยปัญหาทั่วไปจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-3 CC. หากคนไข้อายุ 50 ปีขึ้นไป กระดูกกลางหน้าทรุดลงเยอะ หรือมีปัญหาใต้ตาลึกมากๆ จากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตา อาจจะต้องใช้ฟิลเลอร์ 4 CC.หรือมากกว่านั้น ในการรักษาเพื่อให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงของปัญหาใต้ตาได้อย่างชัดเจน

โดยปกติแล้วฟิลเลอร์ที่หมอเลือกใช้จะเป็นฟิลเลอร์ แบรนด์ Juvederm เพราะเป็นฟิลเลอร์อันดับ 1 จากอเมริกา จะเป็นในรุ่นของ Juvederm รุ่น Voluma หรือ Volift สำหรับวางในตำแหน่งทดแทนไขมันชั้นลึกหรือแทนที่กระดูกหน้าแก้ม และ รุ่น Vobella สำหรับการฉีดเพื่อเก็ยรายละเอียดรอบๆตา

เนื่องจาก Juvederm เป็นฟิลเลอร์ที่มียาชาผสมอยู่ภายในหลอด สามารถลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด ให้คนไข้รู้สึกสบายยิ่งขึ้น และมีระยะเวลาอยู่นานกว่า 18-24 เดือน

        เนื่องจากฟิลเลอร์กลุ่มนี้ เป็นเทคโนโลยี Vycross จึงยกกระชับหน้าได้ดีกว่า ซึ่งต้นทุนในการผลิตนั้น ราคาบอกได้เลยว่าแบรนด์ Juvederm นั้นราคาแพงที่สุด จึงทำให้ราคาฟิลเลอร์ต่อ 1CC.นั้นสูงกว่าแบรนด์อื่นๆตามท้องตลาด

บทความแนะนำสำหรับผู้สนใจฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน

       อาการบวมที่เกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์ จะมีอาการบวมเล็กน้อย ระยะเวลาอยู่ที่ 2-3 วันหลังการรักษา และจะค่อยๆยุบหายไปเอง ไม่แนะนำให้รับประทานอาหารหมักดอง ซึ่งอาจมีโซเดียมผสมอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของอาการบวม รวมถึงให้เว้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท เพื่อลดโอกาสเกิดการบวมเช่นเดียวกัน

หากมีอาการบวมแดง หรือมีเจ็บบริเวณที่ทำการรักษามากขึ้น ให้รีบกลับไปพบกับแพทย์ที่ทำการรักษา เพื่อตรวจดูว่าไม่ได้มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น การติดเชื้อ

โดยทั่วไปนั้นการติดเชื้อจะทำให้ฟิลเลอร์บริเวณที่ทำการรักษา บวมขึ้นมาได้ ซึ่งการติดเชื้อส่วนมากมาจากการดูแลรักษาหลังฉีดฟิลเลอร์แบบไม่ถูกวิธี สามารถแก้ไขอาการบวมได้โดยการรับประทานยา หรือ ฉีดสลายฟิลเลอร์เมื่อจำเป็น

 

ใต้ตาบวม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน

ส่วนใหญ่มาตรฐานของฟิลเลอร์แล้ว จะมีอายุของตัวยาอยู่ได้ 12-18 เดือน เพราะ สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการดูดซึมของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง แต่สิ่งที่ควรระวังคือ หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

กรณีที่ฟิลเลอร์ที่เคยเติมไปแล้วเริ่มสลาย เช่น เวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี แต่อาจจะยังสลายไปเองไม่หมด ก็สามารถทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อรักษาเพิ่มเติมได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวยาฟิลเลอร์เดิมสลายออกทั้งหมดก่อน โดยการฉีดฟิลเลอร์เติมในครั้งหลังๆ จะใช้ยาที่น้อยลงกว่าการฉีดแก้ไขโครงสร้างครั้งแรก

ข้อห้ามหลังฉ๊ดฟิลเลอร์ใต้ตา

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

1.ควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน น้ำมันปลา และ วิตามินอี
2.หากต้องทำการเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรทำก่อนอย่างน้อย 3 วัน เพราะหลังจากฉีดฟิลเลอร์แนะนำให้งดการทำทรีทเม้นท์เป็นเวลา 2 สัปดาห์
3.งดการดื่มแอลกฮอล์ และ กิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น เข้าอบซาวน่า ออกกำลังกาย cardio เป็นเวลา 24 ชม.ก่อนทำการรักษา

การดูเเลก่อนฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ปฎิบัติตัวอย่างไร

  1. หลีกเลี่ยงการนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3 – 4 ชั่วโมง และช่วง 12 ชั่วโมงแรก ห้ามแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด
  2. ห้ามออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก หรือสัมผัสความร้อนด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งห้ามกดนวด หรือถูหน้าแรงๆ ด้วยเช่นกัน
  3. ควรดื่มน้ำปริมาณมาก ประมาณวันละ 12 แก้ว เพื่อความชุ่มชื้นและให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูขึ้น ตามคุณสมบัติของฟิลเลอร์
  4. การประคบร้อนหรือเย็นไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้ง ควรประคบตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  5. ให้งดเลเซอร์ หรือการทำทรีทเม้นท์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด หลังฉีดฟิลเลอร์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
การดูเเลหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการแก้ปัญหาใต้ตาที่ดีที่สุด ได้ผลลัพธทันที และชัดเจนที่สุด ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิม สามารถอยู่ได้ประมาณอย่างน้อย 6-8 เดือน หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และยังเป็นสารที่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ข้อเสียจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านมาตรฐานการรับรอง และเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญทางด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ ก็สบายใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย

แต่หากเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์ปลอม จะมีผลเสียในเรื่องของการสลายตัวของฟิลเลอร์ที่ไม่ 100% นั่นเอง และที่ร้ายแรงที่สุด การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตามีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการตาบอดได้ เนื่องจากบริเวณใต้ตามีเส้นเลือดจำนวนมาก ดังนั้น การเลือกแพทย์ที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้กับเรานั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ฟิลเลอร์ใต้ตาเสี่ยงตาบอด

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายหรือไม่

การฉีดฟิลเลอร์นั้นถือว่าเป็นการปรับแก้ไขรูปใบหน้า ด้วยสารไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัย เจ็บน้อยและไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นเลย โดยปกติก็มีผลข้างเคียงพวกอาการบวมและรอยเข็มที่จะสามารถหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วปลายเข็มนั้นได้ไปสะกิดถูกเส้นเลือดบริเวณใต้ตา

  เพราะ บริเวณรอบๆ ดวงตาของเรานั้นมีเส้นเลือดฝอยอยู่มาก อาจจะทำให้เกิดรอยเขียว ช้ำม่วงจากการฉีดฟิลเลอร์ได้

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายมั้ย

 การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก และต้องเลือกใช้บริการกับแพทย์จริงที่สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากทางแพทยสภา เป็นแพทย์ที่มีความชำนาญทั้งด้านกายวิภาคของใบหน้า และด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการตาบอด ผิวหนังเน่าตาย หากฟิลเลอร์ไปอุดตันเส้นเลือดบริเวณรอบดวงตา ทำให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงบริเวณดวงตาไม่สะดวก ทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว ไปจนถึงอาการตาบอดได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาตาบอดจริงหรือ ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาหากพลาดพลั้งเข้าเส้นเลือดที่เลี้ยงจอประสาทตา สามารถทำให้เกิดการตาบอดได้นั้น เป็นเรื่องจริง แต่การเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ไม่ได้เกิดได้ง่ายๆ ทีนี้แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราไม่ใช่ผู้โชคร้ายจากการเสริมความงาม

ต้องบอกก่อนว่าการฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด เป็นอาการที่จะเกิดทันที! ย้ำอีกครั้งว่าปกติการเกิดตาบอดนั้นมักจะเกิดทันที ตามที่เคยมีการเก็บรายงานมาในต่างประเทศก็พบบ้างว่าเกิดขึ้นภายหลัง 2 ชั่วโมง นับจากฉีดฟิลเลอร์ แต่สำหรับเมืองไทยแล้วผู้ที่ตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์เกิดอาการทันทีขณะฉีดทุกราย

นั่นแปลว่า โอกาสที่หลังฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วปกติดี มองเห็นชัดเจนเหมือนเดิม ก็แปลว่าไม่น่าเกิดการตาบอดกับคุณแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าพ้นจากการตาบอดแล้วในช่วงแรก จะไม่เจอกับผลข้างเคียงอื่นๆอีก เพราะหากเป็นอาการเนื้อตาย ติดเชื้อ อักเสบ กลุ่มอาการพวกนี้จะเกิดตามมาภายหลังได้เช่นกัน

ฉีดฟิลเลอใต้ตาร์อันตรายไหม

สำหรับการป้องกันนั้นสำคัญที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการตาบอด หรือมีปัญหาอื่นๆตามมาจากการฉีดฟิลเลอร์ นั่นคือ การศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกต้อง ไม่เห็นแก่ราคาถูกหรือโปรโมชั่นโดยไม่ได้ตรวจสอบแพทย์ผู้ทำการรักษาว่าจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือคุณภาพของยา ว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

หากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน! จับไปแล้วเจอก้อน ยิ้มแล้วขึ้นมาเป็นก้อน หรือ มองเห็นเป็นก้อนฟิลเลอร์ลอยขึ้นมาอย่างชัดเจน สาเหตุนั้นเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์ ที่อาจจะวางฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ทำให้เห็นก้อนฟิลเลอร์นูนขึ้นมาอย่างชัดเจน หรือ ใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นของไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ที่มากเกินไป ทำให้เมื่อจับดูบริเวณใต้ตาจึงรู้สึกเป็นก้อน เพราะผิวบริเวณใต้ตานั้นบางมาก

แต่ไม่ต้องกังวลไปว่าจะเป็นปัญหา เพราะหากฉีดฟิลเลอร์แท้ เราสามารถ “ฉีดสลายฟิลเลอร์” ได้ในกรณีที่ไม่พึงพอใจหรือเกิดปัญหาหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ โดยการฉีดสารเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ( Hyarulonidase :HYAL) ซึ่งเอ็นไซม์นี้จะช่วยย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยารูลอนิกแอซิด Hyaluronic Acid: HA จะไม่เห็นผลในฟิลเลอร์ปลอมทุกชนิด หากฟิลเลอร์ที่ฉีดเป็นฟิลเลอร์ปลอม กลุ่มซิลิโคน หรือ พาราฟิน ต้องทำการผ่าตัดเพื่อขูดฟิลเลอร์ปลอมนั้นออกเท่านั้น

ปรับโหงวเฮ้งดวงตา ด้วยฟิลเลอร์เป็นอย่างไร ช่วยส่งเสริมเรื่องอะไร

เสริมโหงวเฮ้ง

 “จักษุทั้งสองอันสว่างเหมือนพระจันทร์ พระอาทิตย์อันส่องสว่างโลก”

ตา เป็นส่วนที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง แสดงออกถึงความรู้สึก ที่เผยให้เห็นถึงนิสัย อารมณ์ ความรู้สึกจากใจ เปรียบได้กับดวงตานั้นเป็นหน้าต่างของหัวใจ

เราสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกต่างๆได้ผ่านสายตา แต่ในหลักโหงวเฮ้ง ดวงตาสามารถทำนายจิตใจและจังหวะชีวิตได้ ดวงตาที่สดใสดูมีสเน่ห์ชวนมอง ทำให้มีแต่คนรักคนชอบ ความมีสเน่ห์จะส่งผลให้ชีวิตก้าวหน้าในทุกๆด้าน ชีวิตไม่ตกอับ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว

ในด้านการใช้ชีวิตดวงตาใช้ในการสื่อสารบอกความรู้สึก การมีดวงตาที่สดใส มีพลังออกมาจากแววตา จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเราเมื่อเวลาเราทำกิจกรรมต่างๆ ช่วยส่งผลกับบุคคลิกภาพของเราเป็นอย่างมาก

หากบุคคลที่มีแววตาเศร้าหมอง หรือดูอิดโรย จะเหมือนสูญเสียพลังชีวิต ในการทำสิ่งต่างๆไปส่วนหนึ่ง หากต้องการทำงานให้ประสบผลสำเร็จเท่าคนอื่น อาจต้องใช้แรงผลักดันที่มากกว่า เหนื่อยกว่า ดังนั้นหากมีปัญหา หางตาชี้ลง ตาลึกโบ๋ ดูเศร้าหมองไม่สดชื่น จึงควรรับการแก้ไขช่วงรอบดวงตา เพื่อให้โหงวเฮ้งดีขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์กับหมอขนม
“ท้ายที่สุดนี้ หากใครยังเลือกหรือตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ลองเข้ามาปรึกษาหมอขนมได้นะคะ”
>> ช่องทางด้านล่างที่ต้องการติดต่อ <<
ไลน์
ส่งข้อความ
โทร

สรุป

สำหรับการรักษาด้วย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จำเป็นที่ต้องตรวจสอบความเหมาะสมของฟิลเลอร์ที่ทำการรักษา ประเมินผลการรักษาที่คาดว่าจะได้รับโดยการเข้าปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ซึ่งถ้าเลือกคลินิกในการรักษาที่ดีได้มาตรฐาน การรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม ก็จะได้ผลตอบรับที่ดี ส่งผลให้ผู้ที่รับการแก้ไขไปชีวิตดีขึ้น

พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม)

 Restylane Trainer เเพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์
ของฟิลเลอร์เเบรนด์ Restylane บริษัท Galderma Thailand

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย
Doctor of Medicine, Chulalongkorn University (M.D.)
-Master of Science in dermatology Mae Fah Luang University (MSc. Dermatology)

บทความยอดนิยม