ฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากสวยอวบอิ่ม ฉีดเพียงครั้งเดียว
ฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากสวยอวบอิ่ม

ฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากสวยอวบอิ่ม แม้ฉีดเพียงครั้งเดียว

ฟิลเลอร์หน้าผาก อีกหนึ่งตัวเลือกหากอยากปรับหน้าผากให้สวยงาม อิ่มฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด ในปัจจุบันมีการให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก และทำให้ผิวหน้าผากดูเรียบเนียน เต่งตึง อ่อนเยาว์ขึ้น โดยให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และปลอดภัย

การสำรวจโดยบริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำของไทยในปี 2021 พบว่า ผู้หญิงไทยกว่า 45% ให้ความสนใจในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย โดยบริเวณหน้าผากเป็นหนึ่งในจุดที่ต้องการปรับแก้มากที่สุด จึงต้องมีการศึกษาข้อมูลให้รอบคอบทั้งปัญหาแบบไหนที่ควรฉีด ช่วยอะไรบ้าง อันตรายไหม ต้องใช้ในปริมาณเท่าไหร่ เห็นผลลัพธ์เร็วไหม อยู่ได้นานเท่าไหร่ บทความนี้มีคำตอบ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร

ฟิลเลอร์หน้าผาก คือ การฉีดสาร  Hyaluronic Acid (HA)  เข้าไปบริเวณหน้าผาก เพื่อปรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก เช่น หน้าผากยุบ บุ๋ม แบน ไม่มีมิติ รวมถึงผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก หรือผู้ที่ต้องการให้หน้าผากยกนูนสวย ผิวดูอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร

เนื่องจากตัวฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มร่องลึกให้อิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังเป็นที่นิยมในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ตามความเชื่อที่ว่าหากใครมีหน้าผากที่นูนสวยจะเปรียบเสมือนหน้าผากนั้นจะคอยเปิดเพื่อรับทรัพย์เข้ามานั่นเอง

ฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับใคร

สำหรับโปรแกรมการฉีด ฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องมีความอิ่มเต็ม ไร้รอยตำหนิจากแผลแตกแผลเป็น รอยยุบ  รอยบุ๋ม โดยเหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการปรับแก้ไขรูปหน้าผากให้สวยสมบูรณ์ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยสร้างรูปทรงหน้าผากให้นูน โค้ง หรือตามต้องการได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่พอใจกับรูปหน้าผากเดิม
  • ผู้ที่ต้องการให้หน้าผากดูมีมิติ ฟิลเลอร์สามารถเพิ่มมิติให้ผิวสูงต่ำ ดูมีสันโค้งนูนที่สวยงามเป็นธรรมชาติขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่หน้าผากดูแบนเรียบไร้มิติ
  • ผู้ที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้ง การฉีดฟิลเลอร์บริเวณโหนกคิ้วจะทำให้โหงวเฮ้งดูนูนเด่นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่โหนกคิ้วถลอก หรือต้องการโหนกคิ้วสูงมากขึ้น ตามความเชื่อเสริมความมงคลเรื่องการเงิน การงานให้กับตัวเอง
  • ผู้ที่มีหน้าผากบุ๋ม แบน ยุบ ฟิลเลอร์สามารถยกหน้าผากให้ดูกระชับ กำจัดปัญหาหน้าผากแบน บุ๋ม หรือยุบตก มีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น หรือโครงสร้างกระดูกหน้าผากตั้งแต่กำเนิดได้
  • ผู้ที่มีร่องลึก ริ้วรอยที่หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบนหน้าผาก ช่วยลบรอยย่นและรอยขมวดคิ้วเพื่อให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

ปัญหาหน้าผากที่ควรฉีดฟิลเลอร์

สำหรับปัญหาที่มักเกิดขึ้นในบริเวณหน้าผาก และสามารถแก้ไขได้การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีดังนี้

ปัญหาหน้าผากแบน

ปัญหาหน้าผากแบน

ปัญหานี้เกิดจากลักษณะโครงสร้างกระดูกที่ไม่ได้โค้งมน หรือการยุบตัวของกระดูก โดยผิวหนัง กล้ามเนื้อ และไขมัน จะลดหายไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้หน้าไม่มีมิติ และขาดสมมาตร

ปัญหาหน้าผากแคบ

ปัญหาหน้าผากแคบ

ปัญหานี้เกิดจากอายุที่มากขึ้น หน้าผากจะเล็กและแคบลง เพราะกระดูกกะโหลกและไขมันใต้ชั้นผิวจะบางลงและฝ่อลง ทำให้หน้าผากเกิดริ้วรอยเป็นเส้น ๆ ที่เห็นได้ชัดเจน

ปัญหาหน้าผากยุบ

ปัญหาหน้าผากยุบ

เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและกระดูกจะเริ่มยุบตัวลงตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า ส่งผลให้หน้าผากยุบลงกลายเป็นแอ่งเหนือคิ้ว ทำให้โหนกคิ้วเด่น ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ดูแก่กว่าวัย

ปัญหาริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ปัญหาริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ริ้วรอย รอยย่นบริเวณหน้าผาก สาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้กระบวนการการทำงานของเซลล์เริ่มช้าลง และเสื่อมลงตามวัย รวมไปถึงโครงสร้างของผิวเริ่มอ่อนแอลงเช่นกัน

ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการแก้ไขปัญหาหน้าผากทั้งแบน แคบ ยุบ หรือมีริ้วรอย ช่วยฟื้นฟูให้หน้าผากดูอ่อนวัย กระชับ นูน มีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยอะไรได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถช่วยปรับปรุงปัญหาต่างๆ บนใบหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปทรงหน้าผากให้กระชับ ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ผลข้างเคียงน้อยและเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณได้อย่างเห็นได้ชัด โดยประโยชน์หลัก ๆ ของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยอะไรได้บ้าง
  • ลดเลือนริ้วรอยบนหน้าผาก โดยฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึกของริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าผากดูเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ปรับรูปทรงหน้าผากให้สวยงาม การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถปรับแก้ไขรูปร่างของหน้าผากให้ดูดีขึ้น เช่น แก้ไขหน้าผากที่ลาดเอียง หน้าผากบุ๋มตรงกลาง หรือหน้าผากที่ดูเว้าแหว่ง ให้มีสัดส่วนที่สมดุลและสวยงามมากขึ้น
  • เพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่นให้ผิว เมื่อฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเข้าไปแล้ว นอกจากจะช่วยเติมเต็มผิวแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าผากดูกระชับ เต่งตึง มีความยืดหยุ่น และชุ่มชื้นมากขึ้น
  • ผลลัพธ์เห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากฟิลเลอร์กลมกลืนและเข้ากับโครงสร้างใต้ผิวหนังได้ดี จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนหรือดูแข็งทื่อ
  • ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์นาน โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์หน้าผากสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและการดูแลผิวภายหลังการฉีด จึงไม่จำเป็นต้องทำบ่อยมาก โดยอายุการคงอยู่ของฟิลเลอร์ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด และการดูแลผิวหลังทำด้วย
  • ผลข้างเคียงน้อย  เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมแล้ว การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก อาการบวมและช้ำหลังทำจะหายไวภายใน 2-3 วัน ทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด ควรปรึกษาและทำการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์สูงในด้านนี้ และอย่าลืมดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสมหลังทำ เพื่อยืดอายุความคงทนของฟิลเลอร์และรักษาสุขภาพผิวไปพร้อมกัน

ฉีดหน้าผาก อันตรายไหม

บริเวณหน้าผาก คือ หนึ่งในจุดที่อันตรายและเสี่ยงตาบอดที่สุด เพราะในร่างกายมนุษย์บริเวณหน้าผากเป็นแหล่งศูนย์รวมของเส้นเลือดขนาดใหญ่ โดยเป็นเส้นเลือดสำคัญมีส่วนที่สัมพันธ์กับจอประสาทตา หากเกิดข้อผิดพลาด อาจมีทำให้การไหลของฟิลเลอร์เข้าไปในสมองหรือดวงตา เป็นเหตุทำให้ตาบอดและสมองขาดเลือ

ฉีดหน้าผาก อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ปลอดภัยต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้าและมีประสบการณ์สูงเท่านั้น หากฉีดด้วยฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานนั้น แม้เกิดการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ก็สามารถฉีดสารละลายเอนไซม์เข้าไปสลายฟิลเลอร์ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

สิ่งที่อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่สุด คือ การฉีดโดยใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้คุณภาพหรือเป็นฟิลเลอร์ปลอม เพราะอาจจะเกิดก้อนฟิลเลอร์ที่หน้าผาก จำเป็นต้องขูดออก เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ทั้งยังมีความเสี่ยงถึงชีวิตอีกด้วย

ฟิลเลอร์หน้าผาก VS เสริมหน้าผาก

ฟิลเลอร์หน้าผาก vs เสริมหน้าผาก

ในปัจจุบัน การปรับทรงหน้าผากและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้มีความสมส่วนและเหมาะสมกับโครงหน้า มีหลายวิธีด้วยกัน และวิธีที่ได้รับความนิยม คือการใช้ฟิลเลอร์และการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้มีข้อดี ข้อเสีย และลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

เปรียบเทียบ ฟิลเลอร์หน้าผาก vs เสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน

ข้อดีของฟิลเลอร์หน้าผาก

  • เป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นตัวไว
  • มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงน้อยกว่าการผ่าตัด
  • สามารถปรับแก้ริ้วรอย รอยย่น และรูปทรงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • หากไม่พอใจ สามารถสลายฟิลเลอร์ออกได้
  • ราคาถูกกว่าการผ่าตัดมาก

ข้อเสียของฟิลเลอร์หน้าผาก

  • ผลไม่ถาวร ต้องเสียค่าใช้จ่ายเติมฟิลเลอร์ทุกๆ 6-12 เดือน
  • มีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหารุนแรง เช่น หน้าผากยุบลึกมาก
  • หากฉีดผิดวิธี อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ปวด นูนเป็นก้อน

ข้อดีของการเสริมหน้าผาก

  • ผลการรักษาถาวร คงทนยาวนาน ไม่ต้องเติมซ้ำ
  • สามารถแก้ไขปัญหาหน้าผากได้อย่างรุนแรง เช่น หน้าผากยุบลึก
  • ช่วยสร้างมิติให้ใบหน้าดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการเสริมหน้าผาก

  • เป็นการผ่าตัด ต้องดมยาสลบ มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงมากกว่าฟิลเลอร์
  • ต้องพักฟื้นนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • อาจมีรอยแผลเป็นและบวมนานหลายสัปดาห์
  • มีราคาแพงกว่าฟิลเลอร์มาก

สรุปคือถ้าต้องการแก้ไขปัญหาเล็กน้อย เช่น ริ้วรอยเล็กน้อย หรือต้องการผลรวดเร็วและไม่รุนแรง ฟิลเลอร์หน้าผากจะเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการผลถาวรและการแก้ไขปัญหารุนแรง การผ่าตัดเสริมหน้าผากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์หน้าผาก กับเสริมหน้าผาก

ฟิลเลอร์หน้าผาก VS การฉีดไขมัน

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และ การฉีดไขมันหน้าผาก แตกต่างกันอย่างไร ดังนี้

ฟิลเลอร์หน้าผาก vs การฉีดไขมัน

Fat filler เป็นการเติมเต็มด้วยการใช้ไขมันตัวเอง ช่วยเรื่องการเติมเต็มเช่นเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์ไม่มีสารสังเคราะห์หรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งข้อเสียของการฉีดไขมันหน้า

คือ เรื่องของความคงทนซึ่งจะน้อยกว่าฟิลเลอร์ เพราะร่างกายจะดูดซึมไขมันกลับไปได้เร็ว ต้องทำซ้ำบ่อยกว่า รวมถึงเรื่องของผลลัพธ์ที่อาจจะไม่สม่ำเสมอ เป็นก้อนได้ง่ายกว่า ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญสูงในการฉีดให้ออกมาสวยงาม

ทั้งนี้ การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนบุคคล สภาพผิว และคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดนะคะ

เปรียบเทียบ ฟิลเลอร์หน้าผาก vs ฉีดไขมัน

ข้อดีของฟิลเลอร์หน้าผาก

  • ราคาไม่ถูกหรือแพงเกินไป
  • อยู่ได้นาน 16-18 เดือน
  • แพทย์ตัวจริงต้องมีใบประกอบใบวิชาชีพ

ข้อเสียของฟิลเลอร์หน้าผาก

  • ราคาไม่ถูกหรือแพงเกินไป
  • อยู่ได้นาน 16-18 เดือน
  • แพทย์ตัวจริงต้องมีใบประกอบใบวิชาชีพ

ข้อดีของการฉีดไขมันหน้าผาก

  • ใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง ไม่ทำให้เกิดการแพ้
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ 
  • คงทนยาวนานกว่า (1-3 ปีหรือมากกว่า)
  • ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว
  • สามารถใช้ปรับรูปร่างส่วนอื่นได้ เช่น ดูดไขมัน 
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

ข้อเสียของการฉีดไขมันหน้าผาก

  • ต้องผ่านการดูดไขมัน อาจจะมีแผลจากเข็มที่ใช้ดูด
  • ใช้เวลาทำนานกว่า (1-3 ชั่วโมง)
  • ระยะพักฟื้นนานกว่า (1-2 สัปดาห์)
  • ผลลัพธ์อาจไม่แน่นอน เพราะไขมันไม่ได้ติด 100%
  • ค่าใช้จ่ายครั้งแรกอาจสูงกว่า
  • เสี่ยงเกิดความไม่สม่ำเสมอหรือก้อนไขมัน
ฟิลเลอร์หน้าผาก กับ การฉีดไขมัน

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้กี่ CC ราคาเท่าไร

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้กี่ cc ราคาเท่าไร

สำหรับปริมาณและราคาของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะของหน้าผาก ความลึกของริ้วรอย ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ รวมถึงสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ทำ โดยทั่วไปแล้ว มีรายละเอียดดังนี้

  • สำหรับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อลดริ้วรอยและเพิ่มความกระชับ มักใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 cc ต่อการทำ 1 ครั้ง
  • หากต้องการปรับรูปหน้าผากให้ได้สัดส่วนที่ต้องการมากขึ้น อาจใช้ฟิลเลอร์มากกว่านั้น ประมาณ 2-4 cc ทั้งนี้ขึ้นกับการประเมินของแพทย์

ปริมาณฉีดฟิลเลอร์หน้าผากขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันออกไป ทำให้ราคาที่ต้องจ่ายแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ราคาของฟิลเลอร์ยังขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของคลินิกและประสบการณ์ของแพทย์ด้วย โดยคลินิกใหญ่และแพทย์ที่มีชื่อเสียงก็มักจะมีราคาสูงกว่า

ฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดยี่ห้อไหนดี

เมื่อพูดถึงการเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์สำหรับฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัย มีงานวิจัยรองรับ และเป็นที่นิยมใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งฟิลเลอร์ยี่ห้อที่มักได้รับการแนะนำสำหรับการฉีดหน้าผาก ได้แก่

  • Restylane: เป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่ได้รับความนิยมสูง ผลิตโดยบริษัท Galderma มีหลากหลายตัวเลือกสำหรับการฉีดบริเวณหน้าผาก เช่น Restylane, Restylane Lyft เป็นต้น
  • Juvederm: เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ฟิลเลอร์ HA ชื่อดังจากบริษัท Allergan ซึ่งมีตัวเลือกหลายรุ่นที่เหมาะกับการฉีดหน้าผาก เช่น Juvéderm Voluma, Juvéderm Ultra Plus เป็นต้น

ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อที่กล่าวมาข้างต้น Restylane และ Juvederm ล้วนเป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ทั้งคู่ ซึ่งเป็นชนิดที่ได้รับความนิยมและมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยี่ห้อนี้ยังมีหลากหลายรุ่นย่อย ซึ่งมีความเข้มข้นและคุณสมบัติที่เหมาะกับการฉีดในแต่ละบริเวณแตกต่างกันออกไป

ก่อนตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ก่อนตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สิ่งสำคัญคือต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ มีการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) และมาจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

ดังนั้น การเลือกยี่ห้อและประเภทของฟิลเลอร์ที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ฟิลเลอร์ที่ตอบโจทย์กับลักษณะหน้าผากและความต้องการของคุณมากที่สุด และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์แท้จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์เทียมหรือของปลอมที่อาจไม่ปลอดภัย

ฟิลเลอร์หน้าผาก อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์หน้าผากจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด เทคนิคและความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด รวมถึงการดูแลผิวหน้าและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งมีระยะเวลา ดังนี้

ฟิลเลอร์หน้าผาก อยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ Restylane, Juvederm, Belotero ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและความเข้มข้นของฟิลเลอร์ บางรุ่นที่มีความเข้มข้นสูง เช่น Juvederm Voluma อาจอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน

ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์หน้าผาก นอกจากชนิดและความเข้มข้นของฟิลเลอร์แล้ว ยังขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น อัตราการเผาผลาญในร่างกายของแต่ละบุคคล การดูแลผิวหน้า และพฤติกรรมหลังการฉีด การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ก็ช่วยยืดอายุของฟิลเลอร์ได้

ถึงฟิลเลอร์หน้าผากจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่เมื่อครบกำหนด ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายและดูดซึมฟิลเลอร์จนหมดไปในที่สุด ดังนั้นหากต้องการรักษาผลลัพธ์ที่ดีไว้ จึงควรทำการฉีดเข็มซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมกับดูแลสุขภาพผิวให้แข็งแรงไปด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีด ฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นหนึ่งในวิธีการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแก้ปัญหาหน้าผากที่ไม่มีมิติ หน้าผากแบน ไม่โค้งมน ไม่สมส่วนกับรูปหน้า ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ด้วยสาร HA ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจใช้บริการ ดังนี้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  • ช่วยให้หน้าผากสวยเนียนเป็นธรรมชาติ
  • ผิวดูฉ่ำและชุ่มชื่น
  • สามารถปรับและเพิ่มเติมได้
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เสียเวลาพักฟื้น
  • มีเพียงอาการบวมแดงเล็กน้อยหลังฉีด
  • อาการบวมแดง สามารถหายเองได้ 2-3 วัน
  • สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังฉีด
  • ฟิลเลอร์สามารถสลายได้เอง ไม่มีสารตกค้างหรืออันตรายที่รุนแรง

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  • ฟิลเลอร์ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร มีอายุ 12-18 เดือน
  • หากต้องการผลลัพธ์ดังเดิม จำเป็นต้องฉีดซ้ำเมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว
  • อาจเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสะสมสูงในระยะยาว
  • อาการหลังฉีดอาจมีการบวม แดง ช้ำจากเข็ม หากอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน ควรพบแพทย์
  • ต้องระวังไม่ให้ถูกแดดจัดหลังฉีด และไม่ควรแต่งหน้าหรือนวดบริเวณที่ฉีด
  • ห้ามออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด

ทั้งนี้ ต้องพึงระวังเรื่องฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรอง อย. ประเทศไทย เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้

การเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การเตรียมตัวก่อนฉีดและควรทำหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ กระจายตัวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ มีดังนี้

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  1. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด 24 ชั่วโมง เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้เลือดแข็งตัวยาก จะส่งผลให้เกิดอาการช้ำได้ง่าย ซึ่งจะดีที่สุดหากสามารถเลี่ยงได้ 3 วัน
  2. หลีกเลี่ยงอาหารเสริมหรือยาบางชนิด จะดีที่สุดหากสามารถหลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อการทำให้เกิดเลือดแข็งตัว อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน และ ไอบูโพรเฟน
  3. เลี่ยงการใช้สมุนไพร  เช่น น้ำมันตับปลา แปะก๊วย โสม เป็นต้น
  4. ควรแจ้งประวัติการใช้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้
  5. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม 2-3 วันก่อนฉีด เนื่องจากอาหารที่มีรสชาติเค็มจะทำให้เกิดอาการน้ำคั่ง ส่งผลให้ร่างกายมีโอกาสบวมมากขึ้น
  6. หากมีโรคประจำตัว หรือตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง

หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ปฏิบัติตัวอย่างไร

การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  1. ประคบเย็นเบา ๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ครั้งละ 10 นาที ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากมีบริเวณที่ช้ำ
  2. งดการออกกำลังกาย หรือทำกิจจกรรมที่สร้างความร้อนให้แก่ร่างกาย เช่น การซาวน่า เลเซอร์ผิวทุกชนิด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  3. งดกดนวดบริเวณที่ทำการรักษา อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  4. งดแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  5. งดแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  6. ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและให้ฟิลเลอร์หน้าผากที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูขึ้น
  7. สามารถรับประทานยาได้หากมีอาการปวดในบริเวณที่ฉีด แพทย์แนะนำกลุ่มยาแก้ปวด พาราเซตามอล
  8. หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง ร้อนมาก หรือปวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และวิธีแก้ไข

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ผลข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั้น มักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บางคนอาจพบผลข้างเคียงบางอย่างได้ ซึ่งสามารถจัดการและแก้ไขได้ ดังนี้

1. อาการบวม แดง หรือรอยช้ำ

  • เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 3-7 วันแรกหลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  • แก้ไขโดยใช้ความเย็นประคบเบาๆ และทานยาลดการอักเสบตามที่แพทย์สั่ง
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์บนใบหน้าในระยะนี้

2. ความรู้สึกเจ็บ คัน หรือปวดเล็กน้อย

  • มักหายไปได้เองภายใน 1 สัปดาห์ หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  • สามารถทานยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอลได้ตามความเหมาะสม

3. ตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ

  • อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่สม่ำเสมอ หรือปริมาณมากเกินไป
  • แก้ไขโดยการนวดเบาๆ หรือฉีดสารละลายเอนไซม์เพื่อกระจายหรือย่อยฟิลเลอร์ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • การเกิดตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ว่ามักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากในครั้งเดียว หรือฉีดในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป

4. อาการแพ้ เช่น ผื่นลมพิษ หรือหายใจลำบาก (พบได้น้อยมาก)

  • หากเกิดอาการแพ้ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • แพทย์จะให้ยาต้านการแพ้ สเตียรอยด์ หรือยาลดการอักเสบ เพื่อควบคุมอาการ

5. การติดเชื้อ (พบได้น้อยเช่นกัน)

  • หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนอง ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
  • แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ และอาจระบายหนองหากจำเป็น
  • หากเกิดการติดเชื้อ นอกจากการให้ยาปฏิชีวนะแล้ว บางครั้งอาจต้องฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เพื่อละลายฟิลเลอร์ออกก่อน แล้วค่อยรักษาการติดเชื้อต่อ

เพื่อลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ให้เลือกสถานพยาบาลมาตรฐานและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำอย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อน แก้ไขอย่างไร

ตำแหน่งหน้าผาก เป็นตำแหน่งที่ฉีดยากและค่อนข้างเสี่ยง ฉะนั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วไม่เป็นก้อน จำเป็นต้องฉีดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์การฉีด การเลือกใช้ตัวยา ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.เท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อน

รวมไปถึงปริมาณการใช้ฟิลเลอร์ หากใช้เกินความเหมาะสมอาจจะทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนได้ แต่สามารถรักษาได้เมื่อเกิดก้อนฟิลเลอร์ เช่น การนวด การใช้เลเซอร์ความร้อน หรือการฉีดสลาย แต่ต้องได้รับคำแนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม

ฟิลเลอร์หน้าผากฉีดเจ็บไหม

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะทำให้รู้สึกเจ็บ แพทย์อาจแนะนำให้ทายาชาก่อนฉีด หรือใช้เข็มขนาดเล็กเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างฉีด แต่ระดับความเจ็บปวดของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับความทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคล ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ปริมาณและบริเวณที่ฉีด รวมถึงเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กี่วันเห็นผล

โดยปกติแล้ว ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะเห็นได้ทันทีหลังการฉีด เนื่องจากฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มบริเวณที่หย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยทันที ทำให้ผิวหน้าผากดูเรียบเนียน กระชับ และยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กี่วันเห็นผล

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ผิวบริเวณที่ฉีดอาจมีอาการแดง บวม และเกิดรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้ทุเลาและหายไปเองภายใน 3-7 วัน ต้องผลลัพธ์จะที่เป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบที่สุด

ในระหว่างนี้ ฟิลเลอร์หน้าผากจะค่อย ๆ กระจายตัวและเข้าที่เข้าทางภายใต้ผิวหนังอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวจะเริ่มปรับสภาพและเรียบเนียนขึ้น โดยมักจะเห็นผลชัดเจนและเข้าที่อย่างน้อย 1 เดือน ผิวจะดูกระชับเต่งตึง ริ้วรอยตื้นขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับใบหน้า ไม่ดูเป็นก้อนหรือแข็งทื่อผิดปกติแต่อย่างใด

แพทย์ผู้ทำการรักษามักจะนัดหมายให้คนไข้กลับมาตรวจซ้ำอีกครั้งภายใน 2-4 สัปดาห์หลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อประเมินผลลัพธ์และความพึงพอใจต่อการรักษา หากผลที่ได้ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แพทย์อาจแนะนำให้ปรับแต่งเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบตามที่ต้องการ

ฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องฉีดซ้ำบ่อยแค่ไหน

ฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องฉีดซ้ำบ่อยแค่ไหน

โดยเฉลี่ยแล้ว ฟิลเลอร์หน้าผาก HA มักแนะนำให้ฉีดซ้ำประมาณทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และปัจจัยส่วนบุคคล บางคนอาจเห็นผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ในขณะที่บางคนอาจต้องเติมเต็มในช่วง 6-9 เดือน ซึ่งไม่จำเป็นต้องฉีดเพิ่มในปริมาณที่เท่ากับการฉีดในครั้งแรก  เพราะเป็นเพียงการเติมส่วนที่ขายหายไปเท่านั้นค่ะ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของฟิลเลอร์หน้าผาก ได้แก่ ชนิดและความเข้มข้นของฟิลเลอร์ที่ใช้ อัตราการเผาผลาญของแต่ละคน ปริมาณและตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์หลังการฉีด เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะต่าง ๆ ล้วนทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้เร็วขึ้น

ยิ่งเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นสูง มีโมเลกุลใหญ่ และฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ยิ่งช่วยให้ผลลัพธ์ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคงอยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้ การดูแลผิวอย่างถูกวิธี ทาครีมกันแดดเป็นประจำ งดแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด และหลีกเลี่ยงนิสัยที่ส่งผลเสียต่อผิว ก็ช่วยยืดอายุของการฉีดฟิลเลอร์ได้เช่นกัน

โหงวเฮ้งหน้าผาก โชคลาภดีดูยังไง เสริมอย่างไรให้ดีขึ้น

โหงวเฮ้งหน้าผาก โชคลาภดี

โหงวเฮ้งหน้าผาก (กัวล๊กเก็ง) บอกถึงสติปัญญา หน้าที่การงาน ผู้อุปถัมภ์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิด  โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง

  • บริเวณเชิงผม = สติปัญญา
  • กลางหน้าผาก = ความจำ
  • เหนือคิ้ว – ระหว่างคิ้ว = ช่างสังเกต

ลักษณะหน้าผู้หญิง/ผู้ชาย

  • ลักษณะหน้าผากของผู้หญิง มีหน้าผากกว้าง นั้นหมายถึง ปัญญาดี เป็นผู้นำ รับผิดชอบ เก่งกว่าชาย
  • ลักษณะหน้าผากของผู้ชายหน้าผากกว้าง ปัญญาดี ฉลาด ชอบเรียนรู้ วาสนาดี มีผู้อุปถัมภ์

ในหลักของโหงวเฮ้ง หน้าผากที่เต็มอิ่ม นูนกลมกลืน ไม่มีจุดบุ๋มหรือแอ่งลึก ถือเป็นลักษณะที่ดี บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางปัญญาและทรัพย์สิน ผู้ที่มีหน้าผากลักษณะนี้ มักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความมั่งคั่งร่ำรวย เพราะมีสติปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ มีความจำดี และมีความสามารถในการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จึงสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นำมาซึ่งความสำเร็จและความมั่งคั่ง

หลักโหงวเฮ้งหน้าผาก

ในทางตรงกันข้าม หากมีหน้าผากที่แบนราบ บุ๋มลึก หรือมีรอยเหี่ยวย่น มักสะท้อนถึงชะตาชีวิตที่ต้องพบเจออุปสรรค ความทุกข์ยาก ความยากลำบากในการใช้ชีวิต ทั้งในด้านหน้าที่การงานและฐานะทางการเงิน อาจเป็นคนที่มีปัญหาในการจดจำ ไม่ค่อยมีสมาธิ ใจลอย ไม่ค่อยมีความสังเกต จึงมักพลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปอยู่บ่อยครั้ง ต้องพยายามและอดทนมากกว่าคนอื่นเพื่อจะประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงหลักการพื้นฐานทางโหงวเฮ้งเท่านั้น ซึ่งยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ บนใบหน้าอีกมากที่ต้องนำมาวิเคราะห์ร่วมด้วย เช่น ตา จมูก ปาก คาง เป็นต้น รวมถึงยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ของชีวิตด้วย ดังนั้นลักษณะหน้าผากเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถบ่งชี้ชะตาชีวิตได้ทั้งหมด แต่เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยสะท้อนแนวโน้มของชีวิตในด้านต่าง ๆ ตามหลักของศาสตร์โหงวเฮ้งค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ที่ไหนดี

การเลือกสถานที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลต่อทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความพึงพอใจของคุณ ดังนั้น ในการตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหนดี มีหลักการที่ควรพิจารณา ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ที่ไหนดี
  • เลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน : คลินิกฉีดฟิลเลอร์ควรได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง มีใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี
  • ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ : เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือความงามโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
  • สอบถามถึงชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ : เลือกคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์คุณภาพสูง ได้รับการรับรองจาก อย. หรือ FDA และเป็นของแท้จากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
  • ดูรีวิวของคลินิกนั้น ๆ : ลองหาข้อมูลรีวิวจากผู้ที่เคยไปใช้บริการจริง ดูรูปภาพก่อน/หลังการทำฟิลเลอร์หน้าผาก และสอบถามถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ
  • ปรึกษากับแพทย์ผู้รักษา : เลือกคลินิกที่แพทย์ให้คำปรึกษาและอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด รับฟังความต้องการและความกังวลของคุณ และตอบคำถามได้อย่างชัดเจน
  • อย่าใช้ราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ : แม้ราคาจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่อย่าเลือกคลินิกที่ให้ราคาถูกเกินไปจนน่าสงสัย เพราะอาจเสี่ยงต่อการใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำหรือแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ
  • การสอบถามจากคนรอบตัวที่เคยมีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมาก่อน: สอบถามถึงความพึงพอใจ ผลลัพธ์ที่ได้ ราคา การบริการ และความประทับใจที่มีต่อคลินิกนั้น ๆ เพราะข้อมูลจากประสบการณ์ตรงเหล่านี้จะให้ภาพที่ชัดเจนขึ้น ทำให้เรามีข้อมูลมากพอที่จะประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่ฉีดฟิลเลอร์ที่ดีและเหมาะสมกับเรามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเลือกคลินิกที่ใช่สำหรับคุณ ควรพิจารณาปัจจัยข้างต้นอย่างรอบคอบ เลือกสถานที่ที่รู้สึกวางใจและสบายใจที่สุด สิ่งสำคัญ คือต้องเลือกสถานที่ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ใช้ฟิลเลอร์แท้จากบริษัทที่มีชื่อเสียงพร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ถูก

ตรวจสอบรายละเอียดก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สิ่งสำคัญที่สุด คือการตรวจสอบและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน เพราะมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการทำทรีตเมนต์ หากมองข้ามหรือละเลยในเรื่องนี้ อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังได้

ตรวจรายละเอียดก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบมีดังนี้

  • ตรวจสอบฟิลเลอร์ที่ฉีด : ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ชนิดต่าง ๆ ฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้ ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • ตรวจสอบประวัติของแพทย์ : แพทย์ผู้ทำการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการฉีดฟิลเลอร์ มีความรู้ทางกายวิภาค มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง นอกจากแพทย์ต้องมีใบอนุญาตแล้ว ยังต้องได้รับการอบรมเฉพาะทางเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ สามารถตอบคำถามและอธิบายได้อย่างละเอียด และแพทย์ต้องมีใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพแพทย์
  • สถานที่รับบริการ : สถานที่ให้บริการฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องเป็นสถานพยาบาลที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีใบอนุญาตและได้รับการรับการอนุญาตอย่างถูกต้อง สถานพยาบาลที่ดีควรมีการตรวจสอบและคัดกรองผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์ก่อนทุกครั้ง รวมถึงมีการเก็บประวัติการรักษาที่เป็นระบบด้วย
  • ศึกษาวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้ เช่น มีบรรจุภัณฑ์และฉลากชัดเจน มีหมายเลขล็อตการผลิต มีชื่อบริษัทผู้ผลิตและที่อยู่ครบถ้วน

การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดหรือใช้บริการจากสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากได้ ดังนั้น ควรใช้เวลาในการค้นคว้าและไตร่ตรองให้ดี รวมถึงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติค่ะ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ภาพรีวิว

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก review ก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก review หลัง
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก review Beforeฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก review after
ฟิลเลอร์หน้าผาก รีวิว
รีวิวฟิลเลอร์ หน้าผาก
รีวิว ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

คำถามที่พบบ่อย ฟิลเลอร์หน้าผาก

  • ฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดสลายได้ไหม ?

สลายได้ในกรณีที่เป็นฉีดฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid เท่านั้น แต่ถ้าฟิลเลอร์ที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถฉีดสลายได้ ต้องขูดฟิลเลอร์ออกอย่างเดียว

  • เคล็ดลับฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอย่างไรให้อยู่นาน

การฉีดฟิลเลอร์ให้อยู่นานนั้น มีหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้

  1. เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากให้เหมาะสมกับตำแหน่ง
  2. เลือกแพทย์และสถานบริการที่ได้มาตรฐาน
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงยาบางประเภท เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด
  4. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน
  • ทำไมฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นคลื่น

สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหน้าผากเป็นคลื่นหลังฉีดฟิลเลอร์ มักมาจากเทคนิคการฉีดของแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง โดยอาจฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์หน้าผากในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป ใกล้ชั้นกล้ามเนื้อมากเกินไป หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น จึงทำให้เกิดเป็นลอนคลื่นหรือเป็นลักษณะผิวที่ไม่เรียบเนียนตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดได้

นอกจากนี้ การเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพต่ำไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นฟิลเลอร์เทียม ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาลักษณะคล้ายกันได้เช่นกัน เนื่องจากวัสดุอาจจับตัวเป็นก้อน ไม่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ หรือมีการแข็งตัวผิดปกติ ทำให้เห็นเป็นผิวที่ขรุขระ เป็นคลื่นนูนไม่เรียบเนียน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย และได้ผลการรักษาที่เป็นธรรมชาติสวยงามอย่างที่ต้องการค่ะ

  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ราคาเท่าไร

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผากนั้นไม่สามารถระบุตายตัวได้ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งลักษณะโครงสร้างหน้าผากของแต่ละบุคคล ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงปริมาณที่ต้องการฉีด ซึ่งส่งผลให้ราคามีความแตกต่างกันออกไป

โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายสำหรับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอาจอยู่ในช่วงหลักพัน จนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา ตลอดจนมาตรฐานและชื่อเสียงของสถานพยาบาล หรือโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกด้วยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม :  ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไร คลินิกที่ขายราคาถูกเกิน ต้องระวัง

บทสรุป

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นวิธีปรับรูปหน้าให้ดูเต็มอิ่ม เรียบเนียน สมมาตรตามหลักโหงวเฮ้ง ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อโชคชะตา ช่วยเสริมสติปัญญาและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

แต่ก่อนตัดสินใจทำ ต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์คุณภาพที่ได้รับการรับรองจาก อย. เลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ และเลือกสถานพยาบาลมาตรฐานที่พร้อมดูแลหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

ผลลัพธ์ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจแตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะของแต่ละคน รวมถึงเทคนิคและการดูแลตัวเองหลังทำ โดยอาจมีอาการบวม แดง ช้ำในช่วงแรก ก่อนจะเห็นผลสมบูรณ์แบบใน 1-2 สัปดาห์ จึงควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ สังเกตความผิดปกติหลังทำ และเลือกสถานที่ที่ไว้ใจได้ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติค่ะ

ได้รับความสนใจจากดาราเซเลปชื่อดังและสื่ออีกหลายช่องทาง

ฉีดฟิลเลอร์

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC