Ultraformer ตัวช่วยยกกระชับหน้า ลดริ้วรอย สลายไขมัน

Ultraformer ยกกระชับหน้า ช่วยลดริ้วรอย สลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน

Ultraformer กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยในวงการความงามไทยมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ในยุคที่มีเครื่องยกกระชับหน้าให้เลือกมากมาย การตัดสินใจเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Ultraformer อย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ความแตกต่างของแต่ละรุ่น ผลลัพธ์และรีวิวจากผู้ใช้จริงค่ะ

Ultraformer คืออะไร?

Ultraformer เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) หรือคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงที่สามารถส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวต่างๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจง ตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจากประเทศเกาหลีใต้และได้รับการรับรองมาตรฐานจากหลายองค์กรระดับสากล รวมถึง KFDA (Korean Food and Drug Administration) และ อย.ไทย ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา

Ultraformer คืออะไร?

สิ่งที่ทำให้ Ultraformer แตกต่างจากเครื่องยกกระชับทั่วไปคือความสามารถในการปล่อยพลังงานได้ 2 รูปแบบ คือ

  • Micro Focused Ultrasound – ส่งพลังงานลงลึกที่ระดับ 1.5 มม., 3 มม. และ 4.5 มม. เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอยตื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว
  • Macro Focused Ultrasound – ส่งพลังงานลงลึกที่ระดับ 6 มม., 9 มม. และ 13 มม. เหมาะสำหรับการสลายไขมันส่วนเกิน ปรับรูปหน้า และยกกระชับบริเวณที่มีชั้นไขมันหนา

ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการยิงพลังงานจะอยู่ที่ประมาณ 65-75 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ส่งผลให้ผิวกระชับขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

หลักการทำงานของ Ultraformer และวิธีการยกกระชับผิว

การทำงานของ Ultraformer อาศัยหลักการของคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ที่ถูกโฟกัสให้รวมกันเป็นจุดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง เมื่อคลื่นเสียงหลายๆ คลื่นมาบรรจบกันจะเกิดพลังงานความร้อนสูงขึ้นเฉพาะจุด โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง

หลักการทำงานของ Ultraformer และวิธีการยกกระชับผิว

กระบวนการยกกระชับเกิดขึ้นใน 2 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก (ทันทีหลังทำ) – ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัว ส่งผลให้ผิวตึงขึ้นทันทีประมาณ 20% ผู้รับการรักษาจะรู้สึกได้ถึงความกระชับที่เพิ่มขึ้นทันทีหลังจากทำเสร็จ
  • ระยะที่สอง (1-3 เดือนหลังทำ) – ร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่เพื่อซ่อมแซมบริเวณที่ได้รับความร้อน กระบวนการนี้เรียกว่า Neocollagenesis ซึ่งจะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 เดือน ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น

การที่ Ultraformer สามารถส่งพลังงานได้หลายระดับความลึกทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุม ตั้งแต่ผิวชั้นบนที่ต้องการความเรียบเนียน ไปจนถึงชั้น SMAS ที่ต้องการการยกกระชับอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงชั้นไขมันเพื่อช่วยลดไขมันส่วนเกินและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้อีกด้วย

พลังงานที่ปล่อยออกมาจะเป็นลักษณะจุดเล็กๆ ต่อเนื่องกันคล้ายไข่ปลา (Thermal Coagulation Points) ซึ่งจะสร้างโครงข่ายของจุดความร้อนใต้ผิว ทำให้เกิดการยกกระชับแบบ 3 มิติที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าแข็งหรือดูผิดธรรมชาติเหมือนการทำหัตถการบางชนิด

| อ่านเพิ่มเติม  Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร? ยกกระชับหน้าเรียว และช่วยลดริ้วรอย

Ultraformer MPT vs Ultraformer III ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

ในปัจจุบัน Ultraformer มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

Ultraformer MPT vs Ultraformer III ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

Ultraformer III

เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน มีประสิทธิภาพในการยกกระชับที่พิสูจน์แล้ว โดยมีการปล่อยพลังงานแบบจุดไข่ปลาเรียงต่อกันเป็นเส้น การทำงานมีความเสถียร ให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ ราคาค่อนข้างย่อมเยาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้

Ultraformer MPT (Micro-Pulse Technology)

เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาเพิ่มเติม โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • หัวยิงหลากหลายกว่า – มี 10 หัวยิง 7 ระดับความลึก ทำให้สามารถเลือกใช้ได้ตรงกับปัญหาผิวมากขึ้น
  • รูปแบบพลังงาน 3 แบบ – ยิงได้ทั้งแบบจุด เส้นตรง และวงกลม ตอบโจทย์การรักษาที่หลากหลาย
  • ความเร็วในการยิง – เร็วกว่ารุ่นเดิม 2.5 เท่า ทำให้ใช้เวลาน้อยลง (20-30 นาที)
  • ความเจ็บน้อยกว่า – ด้วย Micro Pulse Mode ที่ปล่อยพลังงานแบบต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง
  • หัว Ultraboost – หัวพิเศษสำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส

การเลือกระหว่าง Ultraformer III กับ MPT ควรพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัย ดังนี้

  • งบประมาณ – Ultraformer III มีราคาถูกกว่า MPT ประมาณ 20-30%
  • ความกลัวเจ็บ – MPT เจ็บน้อยกว่า เหมาะกับคนที่กลัวความเจ็บ
  • เวลา – MPT ใช้เวลาน้อยกว่า เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ – หากต้องการเน้นงานผิวด้วย MPT จะให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่า

ปัญหาผิวที่ Ultraformer ช่วยแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Ultraformer สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และร่างกาย โดยปัญหาหลักๆ ที่สามารถแก้ไขได้ ได้แก่

 
ปัญหาผิวที่ Ultraformer ช่วยแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ปัญหาความหย่อนคล้อย

  • แก้มห้อย แก้มย้อย
  • คิ้วตก หนังตาตก
  • มุมปากตก
  • ผิวคอหย่อน เป็นเหลี่ยมคอไก่งวง
  • กรอบหน้าไม่ชัด

ปัญหาริ้วรอย

  • ริ้วรอยตีนการอบดวงตา
  • ริ้วรอยบนหน้าผาก
  • ร่องแก้มลึก
  • ร่องมุมปาก (Nasolabial fold)
  • ร่อง Marionette line

ปัญหาไขมันส่วนเกิน

  • เหนียงใต้คาง คางสองชั้น
  • แก้มป่อง หน้ากลม
  • ไขมันส่วนเกินที่แขน ขา หน้าท้อง

ปัญหาคุณภาพผิว

  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผิวขาดความกระชับ
  • ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส

ประสิทธิภาพของ Ultraformer ในการแก้ปัญหาแต่ละอย่างจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา อายุ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเห็นผลได้ดีในกรณีที่มีปัญหาระดับน้อยถึงปานกลาง สำหรับปัญหาที่รุนแรงมากอาจต้องใช้ร่วมกับหัตถการอื่นๆ หรือพิจารณาการผ่าตัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

การที่ Ultraformer สามารถแก้ปัญหาได้หลากหลายในคราวเดียว ทำให้เป็นหัตถการที่คุ้มค่า โดยเฉพาะรุ่น MPT ที่สามารถยกกระชับ สลายไขมัน และบำรุงผิวได้ในเครื่องเดียว ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำหัตถการหลายอย่าง

ขั้นตอนการทำ Ultraformer และการดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี

ขั้นตอนการทำ Ultraformer และการดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี

ขั้นตอนก่อนทำ Ultraformer

  • ปรึกษาแพทย์ – ประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษา
  • แจ้งประวัติ – โรคประจำตัว ยาที่ทานอยู่ ประวัติการทำหัตถการอื่นๆ
  • งดยาบางชนิด – ยาแอสไพริน วิตามินอี อาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ทำความสะอาดผิว – ล้างเครื่องสำอางและทำความสะอาดผิวให้สะอาด

ขั้นตอนระหว่างทำ

  • ทายาชา – ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที (บางกรณีอาจไม่จำเป็น)
  • ทาเจลนำสัญญาณ – ทาเจลบนผิวเพื่อช่วยในการส่งผ่านคลื่นเสียง
  • ยิงพลังงาน – แพทย์จะยิง Ultraformer ตามแผนที่วางไว้ ใช้เวลา 20-45 นาที
  • ความรู้สึกขณะทำ – รู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเจ็บจี๊ดๆ ใต้ผิว ซึ่งอยู่ในระดับที่ทนได้
  • ทำความสะอาด – เช็ดเจลออกและทำความสะอาดผิวหน้า

การดูแลหลังทำ Ultraformer

  • ทันทีหลังทำอาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการได้
  • หลีกเลี่ยงน้ำร้อน ใช้น้ำเย็นหรืออุ่นล้างหน้า และทาครีมบำรุงสูตรอ่อนโยนในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • ควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกแดด
  • งดออกกำลังกายหนักๆ เพื่อลดการอักเสบและบวม ในช่วง 2-3 วันแรก
  • งดขัดผิว สครับ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA/BHA ในช่วงสัปดาห์แรก
  • งดทำหัตถการอื่นๆ ที่ใช้ความร้อน เลเซอร์ หรือ RF สัปดาห์แรก 
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงๆ หรือทำทรีตเมนต์นวดหน้า ในช่วง 1 เดือน
  • หลังทำ 2-4 สัปดาห์ สามารถกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติ
  • แนะนำดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลังทำ 1 เดือน สามารถทำหัตถการเสริมอื่นๆ ได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Ultraformer

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Ultraformer

คนที่เหมาะกับการทำ Ultraformer

  • อายุ 30-60 ปี ที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อย
  • มีปัญหาหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ดูธรรมชาติ
  • ไม่ต้องการผ่าตัดหรือกลัวการผ่าตัด
  • มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการทำต่อเนื่อง

คนที่ไม่เหมาะกับการทำ Ultraformer

  • ผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคผิวหนังหรือแผลในบริเวณที่จะทำ
  • คาดหวังผลทันทีหรือผลถาวร
  • อายุน้อยกว่า 25 ปี ที่ยังไม่มีปัญหาหย่อนคล้อย

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Ultraformer

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Ultraformer

ข้อดีของ Ultraformer

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปทำงานได้ทันที
  • เห็นผลจริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน โดยเฉพาะเรื่องกรอบหน้าชัดขึ้น
  • ผลธรรมชาติ หน้าไม่แข็ง ไม่ผิดธรรมชาติ คนรอบข้างสังเกตว่าหน้าเด็กลงแต่ไม่รู้ว่าทำอะไรมา
  • ปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย แค่บวมแดงชั่วคราว
  • คุ้มค่า ทำครั้งเดียวอยู่ได้ 6-12 เดือน เมื่อเทียบกับการฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ที่ต้องทำบ่อยกว่า

ข้อเสียของ Ultraformer

  • เจ็บระหว่างทำ แม้จะทายาชาแต่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ โดยเฉพาะบริเวณแนวกระดูก
  • ผลไม่ทันที ต้องรอ 2-3 เดือนถึงจะเห็นผลเต็มที่ อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการผลเร็ว
  • ราคาค่อนข้างสูง การทำแต่ละครั้งต้องใช้งบหลักหมื่น
  • ผลอยู่ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
  • ไม่เหมาะกับทุกคน – คนที่ผิวหย่อนมากหรืออายุมากอาจไม่เห็นผลชัดเจน

รีวิวจากผู้ใช้จริง

รีวิวจากผู้ใช้จริง Ultraformer
รีวิวจากผู้ใช้จริง Ultraformer

สรุป

Ultraformer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และไขมันส่วนเกินโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยี MMFU ที่สามารถส่งพลังงานได้หลายระดับความลึก ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุมตั้งแต่ผิวชั้นบนไปจนถึงชั้น SMAS

การเลือกจำนวน shots ที่เหมาะสมและการทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาและงบประมาณของแต่ละคน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ใช้เครื่องแท้ และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผลลัพธ์จาก Ultraformer จะเห็นได้ชัดเจนใน 2-3 เดือน และอยู่ได้ 6-12 เดือน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการการดูแลระยะยาวและยอมรับได้กับการทำซ้ำเป็นระยะ การลงทุนเพื่อความงามด้วย Ultraformer อาจต้องใช้งบประมาณพอ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า