ฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร กับทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีด ในปี 2024

ฉีด ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นหนึ่งในหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น โดยนิยมฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึก, ริ้วรอย, เพิ่มขนาดให้กับริมฝีปาก และปรับรูปทรงของใบหน้าให้มีมิติสวยงามมากขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์ต้องทำความเข้าใจในข้อมูลพื้นฐาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณที่กำลังสนใจฉีดเติมเต็มได้รับผลลัพธ์ที่พึงพอใจและปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน โดยบทความนี้ จะรวมเนื้อหาที่ต้องรู้ก่อนฉีด ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รู้ข้อมูลการปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีด สามารถแยกแยะถึงฟิลเลอร์แท้หรือปลอมได้ พร้อมทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างครบถ้วน

การฉีดฟิลเลอร์
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ หรือภาษาอังกฤษ Filler คือ การฉีดเติมเต็มผิวด้วยสารประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือที่หลายคนรู้จักคือ HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ กักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวหนัง หากร่างกายของเราขาด HA ก็จะส่งผลให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นนั่นเองค่ะ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร สารอะไร

สาร HA เป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่งเรียกว่า Polysaccharide ถูกผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ เช่น ผิวหนังและกระดูกอ่อน ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตสารกรดไฮยาลูโรนิก และเส้นใยคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ไม่มีความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยร่องลึก ผิวเหี่ยวย่นและผิวบางลง

“สาร HA สามารถรวมตัวกับน้ำและดูดซับน้ำเอาไว้และเกิดการขยายตัว ทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านของร่างกาย”

การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ปัญหาได้เกือบทุกตำแหน่งบนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ใต้ตา ร่องแก้ม ริมฝีปาก ขมับ หน้าผาก หลังมือ สะโพก ก้น หรือบริเวณน้องสาวให้กลับมาเต่งตึง ร่องลึกบนใบหน้าดูตื้นขึ้น ทั้งนี้ ฟิลเลอร์ยังช่วยปรับสภาพผิวทำให้หน้าดูเด็กลงได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ 100% ภายใน 18-24 เดือน ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการลดริ้วรอยกับเติมเต็มผิว แต่ควรทำการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

ตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์บนร่างกาย

ประเภทของฟิลเลอร์

สำหรับประเภทของ ฟิลเลอร์ สามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

  • Temporary filler (แบบชั่วคราว) เช่น ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติปลอดภัยสูง สามารถอยู่ได้นาน 18-24 เดือน ขึ้นอยู่ความเข้มข้นของตัวยาและการดูกับแต่ละบุคคล
Temporary filler สารเติมเต็มชั่วคราว
  • Semi Permanent Filler (แบบกึ่งถาวร) เช่น แคลเซียมฟิลเลอร์ อยู่ได้นานประมาณ 5 ปี (แล้วแต่บุคคล) แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงในภายหลังกาณฉีดได้ เนื่องจากไม่สามารถสลายได้หมด เมื่อฉีดไปนาน ๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อน และทำการรักษาได้ยาก
Semi permanent filler สารเติมเต็มกึ่งถาวร
  • Permanent Filler (แบบถาวร) เช่น ซิลิโคน พาราฟิน ซึ่งแพทย๋ไม่แนะนำให้ใช้ประเภทนี้ เนื่องจากฟิลเลอร์ประเภทนี้สามารถอยู่ได้ถาวร หากฉีดไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้สารเหล่านี้ตกค้างอยู่ในชั้นผิว ไม่สามารถย่อยสลายได้และฟิลเลอร์ประเภทนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย
Permanent filler ฟิลเลอร์แบบถาวร

ฟิลเลอร์ ดีไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติที่สามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ทั้้งใบหน้าและลำตัว เช่น บริเวณน้องสาว หลังมือ หรือบริเวณใบหู ดังนี้

1. ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ริ้วรอยเล็ก รอยหมองคล้ำ

เนื่องจากฟิลเลอร์มีคุณสมบัติ ในการเติมเต็มส่วนที่เป็นปัญหา อย่าง ขมับตอบ ร่องแก้มลึก ริมฝีปากเป็นร่อง เป็นต้น ฉะนั้น การฉีดฟิลเลอร์ HA จะเข้าไปเติมเต็มผิวที่เป็นปัญหาร่องลึก ริ้วรอย ให้ดูเต็มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูกระจ่างใสและดูหน้าเด็กขึ้นอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ริ้วรอยเล็ก รอยหมองคล้ำ

2. ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้า

ฟิลเลอร์ที่ฉีดจะเข้าช่วยแก้ไขโครงสร้างใต้ผิวหนังได้โดยตรง เช่น โครงสร้างกระดูกเบ้าตาลึก ก็สามารถเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ให้ดูเต็มขึ้นได้

ฉีดฟิลเลอร์ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้า

3. ช่วยปรับผิวให้เต่งตึง ดูมีน้ำมีนวล อ่อนเยาว์ขึ้น

อย่างที่ทราบกันดีว่า ฟิลเลอร์ คือ สาร Hyaluronic Acid คือ สารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย มีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงและยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเต่งตึง หากร่างกายขาดสารไฮยาลูโรนิกแล้ว ผิวของเราจะขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง ผิวบาง เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์ HA จึงสามารถฉีดได้ทั่วทั้งร่างกาย

ฉีด filler ช่วยปรับผิวให้เต่งตึง อ่อนเยาว์ขึ้น

4. ช่วยยกกระชับผิวบริเวณหลังมือและน้องสาวได้

นอกจากฉีดเติมเต็มร่องลึกแล้ว ยังสามารถฉีดยกกระชับผิว คืนความชุ่มชื่นในบริเวณน้องสาวและหลังมือได้อีกด้วย

ฉีด filler ช่วยยกกระชับผิวบริเวณหลังมือและน้องสาว

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

รีวิวฟิลเลอร์แก้ปัญหาใบหน้าแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีใบหน้าแก่กว่าวัย โดยปัญหาที่พบส่วนมากจะเป็นปัญหาใต้ตาคล้ำลึก ดูไม่สดชื่น ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด
รีวิวฟิลเลอร์แก้ปัญหาบกพร่องบนใบหน้า
  • ผู้ที่มีบกพร่องบนใบหน้า : หลายคนก็มีความไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง หรือมีจุดบกพร่องบางอย่างที่สามารถแก้ไขได้การฉีดฟิลเลอร์แต่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม เช่น คางสั้นเกินไป จมูกไม่โด่ง ไม่อวบอิ่ม หน้าผากไม่นูน หรือจะเป็นขมับตอบ
review filler ช่วยให้ดูเด็กลง
  • ผู้ที่มีอายุมาก แต่อยากดูเด็กลง โดยคนวัยนี้จะพบปัญหาเรื่องใต้ตาที่ลึกมากขึ้น แก้มที่ย้อย ขมับตอบ การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยไม่ต้องพักฟื้น ผลข้างเคียงหลังการรักษาน้อย หลังทำการรักษาใบหน้ายังคงความเป็นธรรมชาติได้
review filler แก้ปัญหาผิว
  • ผู้ที่มีปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับผิว เช่น ปัญหารูขุมขน หลุมสิวบนใบหน้า ฟิลเลอร์สามารถแก้ได้ แต่แพทย์ที่ฉีดต้องมีความชำนาญมาก ๆ เพราะเป็นปัญหาที่แก้ได้ยาก

ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดฟิลเลอร์

สำหรับผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ จะแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่งและการดูแลบุคคลค่ะ เช่น ตำแหน่งใต้ตาจะใช้ฟิลเลอร์โมเกลกุลเล็ก หรือฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำ เนื้อนิ่ม เกลี่ยง่าย สามารถกระจายตัวได้ดี หรือตำแหน่งคาง ต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ยืดหยุ่นสูง และคงรูปได้ดี เป็นต้น

ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดฟิลเลอร์

ทั่วไปหลังฉีดจะมีอาการบวมช้ำเขียวเล็กน้อยจากรอยเข็มและค่อย ๆ หายไปเอง ใน 3-7 วัน และภายใน 1 เดือน ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์จะเข้ารูปอย่างเต็มที่ มีความอิ่มฟู ร่องลึกดูตื้นขึ้นผิวเรียบเนียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ เน้นย้ำว่าต้องฉีดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงในภายหลังค่ะ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
  • แก้ปัญหาริ้วรอยและร่องลึก
  • ช่วยปรับรูปหน้า และเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า
  • เป็นวิธีที่ปลอดภัย สลายเองได้ตามธรรมชาติ 100% เพราะฟิลเลอร์ HA เป็นสารที่เลียนแบบสารในร่างกายที่สร้างขึ้นเอง ไม่มีส่วนประกอบที่อันตราย และจะค่อยๆ สลายไปเองภายในระยะเวลาหนึ่ง
  • ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม และไม่ต้องพักฟื้น
  • ฟิลเลอร์อยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน
  • เห็นผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด
  • สามารถเติม/ ปรับแต่งได้เรื่อยๆ หรือถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ แต่แนะนำให้ฉีดสลายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์
  • ตัวยาฟิลเลอร์มีราคาสูง
  • หลังฉีดอาจมีผลข้างเคียง อย่างอาการบวมช้ำจากรอยเข็มในบริเวณที่ฉีด
  • บางคนอาจเกิดการติดเชื้อ การอักเสบ หรือฟิลเลอร์ไหลเป็นก้อน หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญพอ
  • ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร แต่สามารถฉีดซ้ำได้หากต้องการ
  • ฟิลเลอร์ปลอมมีมาก ต้องระวังให้ดี ก่อนตัดสินใจฉีดควรศึกษาข้อมูลแพทย์และสถานพยาบาลให้ดี เพื่อลดความเสี่ยงในการฉีดฟิลเลอร์ปลอม

เพราะการฉีดฟิลเลอร์มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจฉีดควรต้องศึกษาให้ดี เลือกแพทย์และสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามต้องการ ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติหลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ฟิลเลอร์ ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ใช้กี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ทั้งใบหน้าและบางส่วนของร่างกาย ซึ่งในแต่ละตำแหน่ง จะฉีดในปริมาณยาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาของแต่ละคน และดุลยพินิจที่แพทย์ประเมินค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่งไหนดี

บริเวณใต้ตา

รีวิว ฟิลเลอร์ ใต้ตา
รีวิวใต้ตา ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา จะนิยมฉีด 1-3 cc โดยช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำลึก ถุงใต้ตา ที่เกิดจากสาเหตุกระดูกใต้ตายุบลงจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ลักษณะทางพันธุกรรม โรคภูมิแพ้ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือการขยี้ตาแรง ๆ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

บริเวณหน้าผาก

รีวิวหน้าผาก ฟิลเลอร์
รีวิวฟิลเลอร์ หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก นิยมฉีด 4-6 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแคบ เล็ก ยุบ ไม่โค้งนูน ใบหน้าดูไม่มีมิติ อันเกิดจากสาเหตุกระดูกกะโหลกและชั้นผิวบางลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น อ่านเพิ่มเติม

บริเวณขมับ

รีวิวขมับ ฟิลเลอร์
รีวิวขมับ ฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ นิยมฉีด 2-3 cc โดย จะช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ โหนกแก้มดูเด่น และช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้ได้สัดส่วนมากขึ้น ที่เกิดจากปัญหาโครงสร้างกะโหลกศีรษะยุบลง  อ่านเพิ่มเติม

บริเวณจมูก

จมูก รีวิวฟิลเลอร์
รีวิวจมูก ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จมูก นิยมฉีด 1-2 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาจมูกไม่สูงโด่ง หรือแก้ทรงจมูกให้สวยพุ่ง มีมิติ และอยากเติมปลายจมูกทรงหยดน้ำ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดเสริมจมูก อ่านเพิ่มเติม

บริเวณแก้มตอบ

รีวิวแก้มตอบ ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ นิยมฉีด 2-4 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาหน้าซูบตอบ โหนกแก้มสูงเกินไป ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ที่เกิดจากสาเหตุผอมเกินไป การจัดฟันและพันธุกรรม  อ่านเพิ่มเติม

บริเวณร่องแก้ม

รีวิวร่องแก้ม ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม นิยมฉีด 1-2 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มลึก จากสาเหตุอายุเพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการจัดฟัน โดยเฉพาะผู้หญิงจะเห็นได้ชัดกว่าผู้ชาย อ่านเพิ่มเติม

บริเวณริมฝีปาก

รีวิวฟิลเลอร์ปาก
รีวิว ปาก ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ปาก นิยมฉีด 1-2 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องปาก ริมฝีปากแห้ง หรือการแก้ทรงปาก ให้ดูสุขภาพดี อวบอิ่มและมีเสน่ห์    อ่านเพิ่มเติม

บริเวณคาง

รีวิวคาง ฉีดฟิลเลอร์
รีวิวฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง นิยมฉีด 1-2 cc โดยจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางยื่นและคางตัดไม่เข้ากับรูปหน้า โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยในการปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น  อ่านเพิ่มเติม

บริเวณสะโพก/ก้น

ฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์สะโพก
ฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์สะโพก

บริเวณสะโพก  เหมาะกับผู้ที่ต้องการการปรับรูปทรงและเพิ่มขนาดของสะโพก แต่ไม่ต้องการผ่าตัด เพื่อให้สะโพกดูอวบอิ่ม และมีรูปทรงสวยงามมากขึ้น

บริเวณก้น ช่วยปรับรูปทรงบั้นท้ายให้มีรูปทรงที่สวย และช่วยยกกระชับก้นที่ย้อย ก้นห้อย ให้ดูมีมิติและความอวบอิ่มมากขึ้น
เพราะปกติแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ก้น หรือ ฟิลเลอร์สะโพก จะเริ่มต้นฉีดที่ 30 – 40 cc ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของคนไข้ที่ประเมินโดยแพทย์

บริเวณอื่น ๆ 

บริเวณหลังมือ ช่วยแก้ปัญหามือแห้งกร้าน หยาบเฉา และช่วยปรับสภาพผิวมือให้ชุ่มชื้น กระจ่างใสอ่อนเยาว์ลง เปล่งปลั่ง หลังมือดูสุขภาพดี

บริเวณน้องสาว  ช่วยแก้ปัญหาน้องสาวขาดความเต่งตึง หย่อนยาน ไม่โหนกนูน ปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นแบบเร่งด่วน

ทั้งนี้ ฟิลเลอร์ ยังสามารถสามารถฉีดเพื่อยกหน้าได้ โดยจะฉีดเข้าไปที่เส้นเอ็นที่ยึดจากชั้นกระดูกขึ้นไปยังหนังชั้นบน จุดที่จะช่วยยกใบหน้าขึ้นมีทั้งหมด 8 ตำแหน่ง

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

การฉีด ฟิลเลอร์ ถือเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ถึงแม้จะไม่บ่อยนัก เพราะฟิลเลอร์ปกติจะมีความปลอดภัยสูง หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการฉีดฟิลเลอร์ มีความรู้ในเรื่องกายวิภาพ และเลือกคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ หลังการฉีดฟิลเลอร์ อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น ในบางคนอาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำการฉีดเล็กน้อยเป็นปกติค่ะ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในบริเวณที่ฉีด และอาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หาก 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์คลินิกที่ได้ทำการรักษาทันที

ใครบ้างที่ห้ามฉีดฟิลเลอร์

ผู้ที่ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์
  • ผู้ที่ผิวหนังติดเชื้อ อักเสบ เป็นลมพิษ แนะนำให้รักษาให้หายขาดก่อน
  • ผู้ที่มีสิวเรื้อรังบนบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกมาก หรือมีภาวะเลือดไหลหยุดยาก
  • ผู้ที่มีอาการแพ้ขั้นรุนแรง
  • ผู้ที่มีแพ้สารประเภทคอลลาเจน แพ้ไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • ผู้ที่มีอาการแพ้สารลิโดเคน แพ้แบคทีเรีย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ รวมทั้งผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรด้วย

* ผู้ที่มีอาการดังกล่าว ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง และการฉีดฟิลเลอร์โดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ (หมอกระเป๋า) หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังฉีดฟิลเลอร์

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ จะมีผลข้างเคียง คืออาการบวมแดง บวมช้ำเขียวจากรอยเข็มในบริเวณที่ฉีด และอาจรู้สึกคันในจุดที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นปกติ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้น ๆ อาการต่าง ๆ จะค่อยดีขึ้นภายใน 3-7 วัน แต่ถ้าอาการไม่เบาลงหรือรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที

สำหรับผลข้างเคียงอันตรายที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วอุดตันในเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเนื้อตายจากการที่เลือดไม่สามารถไปหล่อบริเวณนั้น ๆ ได้ โดยมักจะมีอาการปวดหัวหรือปวดบริเวณกระบอกตาร่วมด้วยทันทีหลังฉีด จนทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวและตาบอด Retinal artery occlusion ได้ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นอย่างมาก

กรณีฉุกเฉินหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ต้องพบแพทย์

โดยส่วนใหญ่การฉีดฟิลเลอร์มักจะไม่อันตราย และไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่ในบางกรณีก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน มีดังนี้

ภาวะแทรกซ้อนในระยะแรก : อาจมีอาการปวด บวมแดง นูน เป็นก้อน หรือมีการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว : ในบางคนอาจเกิดตุ่ม ก้อน นูน และบวมใต้ผิวหนัง ร่วมกับมีอาการปวด ซึ่งบ่งบอกถึงอาการติดเชื้อหรือการแพ้ ที่อาจเกิดจากฟิลเลอร์อยู่ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไปนั่นเอง

ภาวะแทรกซ้อนของฟิลเลอร์ระยะแรก
ภาวะแทรกซ้อนของฟิลเลอร์ระยะยาว

ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลแพทย์ สถานพยาบาลให้ดี เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

โดยหลัก ๆ แล้ว ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้น มักเกิดจากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์อยู่ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป จึงทำให้เกิดเป็นก้นนูนขึ้นมา ซึ่งปัญหานี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ก้อนปกติและก้อนผิดปกติ ที่มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ หากแพทย์ที่ทำการฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่มีประสบการณ์ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนได้
  2. ชนิดและปริมาณยา การเลือกชนิดและปริมาณยาของฟิลเลอร์ต้องมีความเหมาะสมกับตำแหน่งและปัญหา หากฉีดชนิดที่ไม่เหมาะสมกับปัญหา เวลาขยับหรือแสดงสีหน้า จะทำให้ฟิลเลอร์ดันจนเป็นก้อนได้
  3. ฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป จนเกินความพอดี ทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อน
  4. การฉีดฟิลเลอร์ปลอม ไม่มีคุณภาพ จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเป็นก้อน เนื่องจากฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายเองได้ เสี่ยงต่อการเกาะเป็นกลุ่มเป็นก้อนไหลย้อยไม่เป็นทรง นอกจากนี้ ยังเสี่ยงการติดเชื้อ การอักเสบของผิว ที่อาจแก้ได้ยาก

หากพบก้อนผิดปกติหรือมีอาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงและแก้ไขได้ยากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม  ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน แก้ไขอย่างไร

อันตรายจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม

อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม

อันตรายจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม มีหลายอย่างด้วยกัน ส่วนใหญ่มักเจอได้ตามโฆษณาที่บอกคุณสมบัติฟิลเลอร์แบบเกินจริง เช่นฉีดฟิลเลอร์แล้วอยู่ได้ถาวร ฟิลเลอร์ชนิดซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน ซึ่งสารเหล่านี้ หากเข้าสู่ร่างกายของเราจะไม่สามารถดูดซึมและสลายเองได้ จำเป็นต้องผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น และจะส่งผลเสียต่อผิวบริเวณนั้นระยะยาว นอกจากนี้ การรักษายังมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และบางรายอาจถึงขั้นตาบอดหรือพิการได้

อันตรายที่เกิดจากฟิลเลอร์ปลอม

  • ประมาณ 3-5 ปี ซิลิโคนเหลวที่ฉีด จะเริ่มไหลกองรวมกันและจับเป็นก้อน
  • มีอาการบวม ห้อยย้อย เป็นก้อนแข็ง ทำให้บริเวณที่ฉีดผิดรูป
  • บวม แดง อักเสบติดเชื้อ ทำให้ เนื้อตาย และเกิดพังผืดได้

สารอันตรายในฟิลเลอร์ปลอมบางชนิด อาจแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายใน ระบบภูมิคุ้มกัน หากร้ายแรงมาก ๆ มีอาจทำให้ตาบอดหรือพิการได้

ฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอมแยกอย่างไร

ในปัจจุบัน มีฟิลเลอร์ปลอมขายตามท้องตลาดมากมาย หลายคนเป็นเหยื่อจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอมจากหมอกระเป๋าหรือยาเถื่อน ฉะนั้น การแยกแยะฟิลเลอร์แท้จากฟิลเลอร์ปลอม จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม แยกอย่างไร ดังนี้

ฟิลเลอร์แท้

ฟิลเลอร์แท้

สารสกัด Hyaluronic Acid หรือ HA (Filler) ในทางการแพทย์จะสามารถฉีดสารเติมเต็ม ช่วยแก้ปัญหาร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า มีคุณสมบัติการอุ้มน้ำได้ดีสามารถดูดซับน้ำได้ถึง 1,000 เท่า ฟิลเลอร์ต้องผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย

การฉีดฟิลเลอร์แท้ ผ่านการรับรองมาตรฐานถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ได้การันตีความปลอดภัย 100% ดังนั้น ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยตรง ต้องมีประสบการณ์และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคอย่างถ่องแท้

วิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้ มีดังนี้

  • ต้องมีเลขทะเบียน อย. และมีภาษาไทยกำกับเท่านั้น
  • ต้องมีเลข LOT บนหน้ากล่องเข็มด้านใน มีเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต หรือ Lot No. ที่กล่องของฟิลเลอร์ และสามารถโทรไปตรวจสอบได้
  • มีการบรรจุเข็ม จำนวน 2 อันภายในกล่อง พร้อมระบุวันหมดอายุอย่างชัดเจน
  • ต้องมีเอกสารกำกับ เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของฟิลเลอร์ที่มีประโยชน์และให้ความปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ
  • มีบาร์โค้ดชัดเจนที่ด้านข้างตัวกล่อง สามารถติดตามและตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย
  • เลข LOT บนกล่องและซองด้านใน จะต้องปรากฏเป็นตัวเลขชุดเดียวกันทั้งสองที่

อ่านเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์ปลอม

ในปัจจุบันมีการนำสารหลากหลายประเภท เช่น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก พาราฟิน Calcium hydroxylapatite, Polymethylmethacrylate เป็นต้น ซึ่งสารจำพวกนี้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นสารโพลิเมอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งของที่ทำมาจากพลาสติก หากเข้าสู่ร่างกายของเราก็จะไม่สามารถดูดซึมและสลายเองได้ จำเป็นต้องผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น

วิธีการสังเกตฟิลเลอร์ปลอม มีดังนี้

  • มีราคาที่ถูกจนเกินไป หาซื้อได้ง่าย
  • มีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง เช่น ฟิลเลอร์อยู่ได้ตลอด ไม่ต้องฉีดซ้ำ
  • ห้ามฉีดกับหมอกระเป๋า หรือหมอปลอมที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ
  • ทั้งนี้ อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแพทย์ ยี่ห้อฟิลเลอร์ รีวิว ราคาและ
  • สถานพยาบาล เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการฉีดฟิลเลอร์

อ่านเพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบ ฟิลเลอร์แท้/ฟิลเลอร์ปลอม

ฉีดฟิลเลอร์แท้

  • เป็นฟิลเลอร์ประเภท HA สลายเองได้
  • ราคาไม่ถูกหรือแพงเกินไป
  • อยู่ได้นาน 16-18 เดือน
  • แพทย์ตัวจริงต้องมีใบประกอบใบวิชาชีพ

ฉีดฟิลเลอร์ปลอม

  • เป็นฟิลเลอร์ประเภทสลายไม่ได้
  • ราคาไม่ถูกหรือแพงเกินไป
  • อยู่ได้นาน 16-18 เดือน
  • แพทย์ตัวจริงต้องมีใบประกอบใบวิชาชีพ

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี อยู่ได้นานแค่ไหน

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ มีหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติหรือราคาที่แตกต่างกัน วันนี้ RWC จะมาแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย.ไทย ดังนี้

รวมยี่ห้อ ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา)

ภาพฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Juvederm

รุ่นฟิลเลอร์

  • Juvederm Ultra อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Ultra plus อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Voluma อยู่ได้ 12-18 เดือน
  • Juvederm Volux อยู่ได้ 18-24 เดือน
  • Juvederm Volift อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Vobella อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Volite อยู่ได้ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน)

ภาพฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Restylane

รุ่นฟิลเลอร์

  • Restylane classic อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Restylane Refyne อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Defyne อยู่ได้ 12-18 เดือน
  • Restylane Lyft อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Volyme อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Vital อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Vital light อยู่ได้ 6-12 เดือน
  • Restylane Kysse อยู่ได้ 12 เดือน

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. (เกาหลี)

ภาพฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ e.p.t.q

รุ่นฟิลเลอร์

  • e.p.t.q. S100 อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
  • e.p.t.q. S300 อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
  • e.p.t.q. S500 อยู่ได้นาน 12-15 เดือน

ฟิลเลอร์ Revolax (เกาหลี)

ภาพฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Revolax

รุ่นฟิลเลอร์

  • Revolax Fine อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
  • Revolax Deep อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  • Revolax SUB-Q อยู่ได้นาน 12-18 เดือน

ขั้นตอนและวิธีการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหนึ่งในวิธีการเสริมสร้างความงามที่ได้รับความนิยมมาก เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงร้ายแรง RWC จึงมีคำแนะนำที่ควรปฏิบัติตามก่อนการฉีด และหลังการฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้ค่ะ

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีด นอกจากต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ตั้งแต่การเลือกคลินิก การเลือกแพทย์ที่ทำการรักษา ไปถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้/ปลอม เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี และสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก่อนฉีด ดังนี้

  • งดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือวิตามินอี
  • แจ้งโรคประจำตัวหรือยาที่ทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ของหมักดอง อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดการแว็ก/ผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่จะฉีด
  • งดการเลเซอร์ร้อนก่อนฉีด
  • งดวิตามินอี น้ำมันปลา หรือสารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะมีสารที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ (เบื้องต้น) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ สามารถแบ่งออกได้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1. ขั้นตอนการประเมินใบหน้าและวางแผน

ประเมินใบหน้าและวางแผนก่อนฉีดฟิลเลอร์

แพทย์ที่ฉีดจะทำการประเมินดูลักษณะของใบหน้าและวิเคราะห์ปัญหาผิว เพื่อแก้ไขโดยการทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ในแต่ละจุด รวมถึงมีการถ่ายภาพใบหน้า บริเวณที่ทำการรักษาเพื่อวัดผลการเปลี่ยนแปลงหลังฉีด

2. ขั้นตอนการทำความสะอาดและใช้ยาระงับความรู้สึก

ทำความสะอาดและใช้ยาระงับความรู้สึก

ขั้นตอนนี้จะต้องเช็ดทำความสะอาดใบหน้าก่อนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นเป็นขั้นตอนการทายาระงับความรู้สึก หรือ อาจใช้อุปกรณ์เย็นจัดเพื่อจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นขณะฉีดฟิลเลอร์

3. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาในการฉีดแต่ละเข็มเพียงไม่นาน เพราะแพทย์จะทำการนวดและประเมินผลการตรวจไปพร้อมกับการฉีดฟิลเลอร์ หรืออาจเพิ่มปริมาณของฟิลเลอร์ตามที่แพทย์เห็นสมควร

4. ขั้นตอนการทำความสะอาดแผลและให้คำแนะนำการพักฟื้น

ทำความสะอาดแผลและให้คำแนะนำพักฟื้น

เมื่อแพทย์เห็นว่าผลลัพธ์ของการรักษาเป็นที่พอใจแล้ว จะลบทำความสะอาดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ออก และใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาความรู้สึกไม่สบายที่อาจเกิดขึ้น โดยผิวหนังที่ฉีดอาจมีการฟกช้ำจากรอยเข็ม 2-3 วัน และหายไปได้เอง

หลังฉีดฟิลเลอร์ ดูแลอย่างไร

ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี บริเวณที่ฉีดมีความอิ่มฟู และตัวยาฟิลเลอร์อยู่ได้นาน มีดังนี้

  • งดออกกำลังกายหนัก 1 สัปดาห์
  • งดกิจกรรมที่สร้างความร้อน เช่น การซาวน่า เลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 3 วัน
  • งดแต่งหน้า 24 ชม.
  • งดการกดนวดบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 48 ชม.
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชม.

อาการหลังฉีดจะมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย ในบริเวณที่ฉีด ประมาณ 3-7 วัน และจะค่อย ๆ หายได้เอง หรือหากมีอาการปวด แนะนำให้รับประทานกลุ่มยาแก้ปวด พาราเซตามอล หรือยาที่คลินิกจัดให้ และควรรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง และควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์มีความอิ่มฟูขึ้น ซึ่งตัวยาจะเข้ารูปอย่างเต็มที่ ในระยะเวลา 1 เดือน ผลลัพธ์หลังฉีดจะมีความอิ่มฟู ร่องลึกดูตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน

FAQ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ (Filler)

1. หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการฉีดฟิลเลอร์ ในช่วง 7-14 วันแรก ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารไม่สุก ปิ้งย่าง ชาบู อาหารเสริมหรือยาบางชนิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอักเสบและการการเข้าที่ของตัวยา อ่านเพิ่มเติม

2. ฟิลเลอร์มีกี่ชนิด

ฟิลเลอร์มี 2 ชนิด คือ ชนิดสลายได้และไม่สามารถสลายได้

  • ชนิดสลาย ได้แก่ ฟิลเลอร์ (HA) / แคลเซียมฟิลเลอร์ (CaHA) / กรดโพลี แอล แลคติก (Poly L lactic acid หรือ PLLA ) / ฟิลเลอร์จากร่างกายตนเอง หรือ การฉีดไขมัน (Fat Grafting)
  • ชนิดไม่สลาย ได้แก่ สารพลาสติกสังเคราะห์ หรือ Polymethylmethacrylate beats (PMMA microspheres) / ซิลิโคนเหลว / ไบโอพลาสติก / พาราฟิน

ไม่แนะนำให้ฉีดชนิดที่ไม่สลาย เพราะอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายค่ะ

3. ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน

การฉีดฟิลเลอร์โดยปกติแล้วจะสามารถมีอาการบวมช้ำ เขียวจากรอยเข็มในช่วง 1-3 วันแรก และจะค่อย ๆ หายได้เอง หลังจากนี้หากอาการไม่ดีขึ้น และมีอาการบวมที่ผิดปกติ แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์คลินิกที่ทำการรักษา อ่านพิ่มเติม

4. ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์จะเข้าที่ใน 2 สัปดาห์ – 1 เดือน ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ฉีดและการดูส่วนบุคคล อาจใช้เวลาในการเข้าที่แตกต่างกันแล้วแต่บุคคลค่ะ อ่านเพิ่มเติม

5. ฉีดสลายฟิลเลอร์ แล้วหน้าจะดูแก่ไหม

หลังฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว ใบหน้าจะไม่ดูแก่ขึ้นแน่นอนค่ะ แต่ฟิลเลอร์จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการชะลอวัย เนื่องจากผิวในบริเวณที่ฉีดจะมีความชุ่มชื้น คอลลาเจนและอีลาสตินก็จะถูกสร้างขึ้นมา เพื่อช่วยปรับสภาพผิวใหม่ แม้ฟิลเลอร์จะสลายหมด แต่ผิวก็ยังคงดูดีค่ะ อ่านเพิ่มเติม

6. ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บไหม

ไม่เจ็บค่ะ เนื่องจากก่อนการฉีด ผู้ช่วยแพทย์จะทำการทายาชา เพื่อระงับความรู้สึกขณะฉีด ทั้งนี้ตัวยาฟิลเลอร์บางยี่ห้อก็มีส่วนผสมของยาชา ฉะนั้น สามารถมั่นใจได้ว่าฉีดฟิลเลอร์ไม่เจ็บแน่นอนค่ะ

รีวิวเคสฉีดฟิลเลอร์ ที่คลินิก RWC

การฉีดฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติเพื่อช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของใบหน้าเพื่อให้ดูอ่อนวัยขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด และความชำนาญของแพทย์ที่ฉีด รวมถึงลักษณะทางกายวิภาคของผู้เข้ารับการรักษาด้วย

ภาพรีวิว

ฉีดฟิลเลอร์ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ ใต้ตา รีวิวรีวิวฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์จมูกฉีดฟิลเลอร์จมูก
ฉีดฟิลเลอร์คางฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ฉีดฟิลเลอร์ปากฉีดฟิลเลอร์ปาก

คลิปรีวิวเคส หลังฉีดฟิลเลอร์

บทสรุป

สรุปแล้ว ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สาร Hyaluronic acid (HA) ที่ใช้เติมเต็มบริเวณต่าง ๆ สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่างทั้งใบหน้าและลำตัว โดยฟิลเลอร์จะเข้าช่วยเติมเต็มและลดเลือนริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น และปัญหาร่องลึก นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ช่วยเสริมความมั่นใจให้มากขึ้นอีกด้วย 

ข้อดีการฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด มีความเจ็บปวดน้อย ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังการฉีดรักษาค่ะ

แต่ผู้สนใจฉีดฟิลเลอร์ควรต้องทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับฟิลเลอร์อย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในภายหลังนะคะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ถูกยอมรับจากดารานักแสดงมากมาย

ฉีดฟิลเลอร์
ถูกยอมรับจากดารานักแสดงมากมาย

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC

บทความที่เกี่ยวข้อง

    • อาการแพ้หลังการฉีดฟิลเลอร์
    • ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์
    • ฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับคืออะไร