ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ? แก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน อันตรายไหม
ฉีดสลายฟิลเลอร์ ทางออกปัญหาฟิลเลอร์

ฉีดสลายฟิลเลอร์ ดีไหม แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

RWC Clinic สรุปให้

  • การฉีดสลายฟิลเลอร์ วิธีรักษาที่ใช้เอนไซม์ hyaluronidase ย่อยสลายฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก
  • เหมาะสำหรับแก้ไขฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ หรือฉีดเกินปริมาณที่ต้องการ
  • ผลการสลายฟิลเลอร์สามารถเห็นได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังการฉีด
  • การรักษามีความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น บวม แดง
  • ราคาการฉีดสลายฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการสลายและตำแหน่งที่ฉีด
  • ควรทำการทดสอบแพ้ก่อนการทำหัตถการ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการแพ้รุนแรง
How to ฉีดสลายฟิลเลอร์

ฉีดสลายฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแก้ไขผลลัพธ์จากการเติมฟิลเลอร์ที่ไม่น่าพอใจ เช่น การเกิดก้อนใต้ผิว ปริมาณสารเติมเต็มที่ไม่พอดี หรือการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง แพทย์จะประเมินปัญหาและกำหนดปริมาณยา เพื่อปรับผลลัพธ์ให้กลับสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงมากที่สุด

บทความนี้จาก RWC Clinic ที่มีบริการฉีดสลายฟิลเลอร์ พร้อมการดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์ เราจะอธิบายถึงลักษณะปัญหาที่ควรทำการสลาย ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเอง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำหัตถการค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ?

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อกำจัดหรือลดปริมาณฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid Filler) ที่เคยฉีดเข้าไปในผิวหนัง โดยใช้เอนไซม์ที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ที่เป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกได้เฉพาะค่ะ

เมื่อฉีดไฮยาลูโรนิเดสเข้าไปบริเวณที่มีฟิลเลอร์ เอนไซม์จะไปทำปฏิกิริยากับย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกให้กลายเป็นน้ำและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ก้อนฟิลเลอร์หรือความเต็มที่เกิดจากฟิลเลอร์ลดลงหรือหายไป ทำให้ผิวหนังกลับมามีลักษณะใกล้เคียงก่อนการฉีดฟิลเลอร์

กระบวนการสลายฟิลเลอร์เป็นข้อดีหลักของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก ถ้าเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่สามารถปรับแก้หรือสลายได้ด้วยวิธีนี้ค่ะ

ลักษณะปัญหาที่ควรทำการสลายฟิลเลอร์

การฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถแก้ไขภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ ความสวย และสุขภาพ ได้แก่

ลักษณะปัญหาที่ควรทำการสลายฟิลเลอร์
  • ฉีดเกินปริมาณ (Overfilling) ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดมากเกินไป ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • อาการบวมที่ผิดปกติ (Unusual swelling) บวมนานผิดปกติหรือบวมมากเกินไปหลังทำหัตถการ
  • ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ (Unsatisfactory results) รูปร่างหรือปริมาตรไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

กรณีเร่งด่วนที่ควรรีบทำการสลายฟิลเลอร์คือ การอุดตันของหลอดเลือด ที่อาจส่งผลให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ (Necrosis) หรือการสูญเสียการมองเห็นได้ ถ้าฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดบริเวณใกล้ดวงตาค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

การฉีดสลายฟิลเลอร์ต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพราะความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจควรทำหัตถการ โดยสามารถแบ่งอาการที่เกิดขึ้นได้ดังนี้

ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและไม่รุนแรง

อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง ได้แก่

  • อาการบวมบริเวณที่ฉีด จะยุบลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • รอยช้ำหรือจ้ำเลือด
  • รอยแดงชั่วคราวกับความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย

ความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่ต้องระมัดระวัง

  • อาการแพ้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase allergy) มีตั้งแต่อาการคัน รอยแดง จนถึงหายใจลำบาก | อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออะไร ?
  • การติดเชื้อ เกิดขึ้นได้ถ้าสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • การสลายฟิลเลอร์มากเกิน ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูยุบตัวหรือหย่อนกว่าเดิม

เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแพ้ ก่อนทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ แพทย์จะทดสอบอาการแพ้ที่ผิวหนัง (Allergy Test) ก่อนเสมอ โดยฉีดตัวยาปริมาณเล็กน้อยเพื่อสังเกตปฏิกิริยาค่ะ

ตำแหน่งบนใบหน้าที่ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

การฉีดสลายฟิลเลอร์สามารถทำได้ในหลายตำแหน่งบนใบหน้าที่มีการฉีดฟิลเลอร์ แต่ละตำแหน่งมีลักษณะเฉพาะและข้อควรระวังที่แตกต่างกัน ได้แก่

ตำแหน่งบนใบหน้าที่ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

1. สลายฟิลเลอร์ใต้ตา

บริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่ที่บอบบางมากและมีความซับซ้อนในโครงสร้าง การฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ทำเพื่อแก้ไขร่องลึกใต้ตาหรือถุงใต้ตา แต่ถ้าฉีดมากเกินหรือไม่ถูกตำแหน่ง อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น

  • อาการบวมน้ำบริเวณใต้ตา (Tyndall effect) ทำให้เห็นเป็นสีคล้ำหรือสีฟ้าใต้ผิวหนัง
  • ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้ โดยเฉพาะเวลายิ้มหรือขยับใบหน้า
  • ใบหน้าดูไม่สมมาตร

การสลายฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีหลอดเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก แพทย์จะฉีดไฮยาลูโรนิเดสในปริมาณที่เหมาะสม และอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ ปรับแต่งให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

2. สลายฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์ที่คางเพื่อเพิ่มความยาวของคางหรือปรับรูปคาง ปัญหาที่พบบ่อยมีดังนี้

  • คางที่ดูใหญ่เกินไปหรือไม่สมส่วนกับใบหน้า
  • ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ลงมาบริเวณลำคอ
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อนทำให้ผิวไม่เรียบ

การสลายฟิลเลอร์ที่คางต้องพิจารณาถึงโครงสร้างกระดูกใต้ผิวหนังด้วย เพื่อให้การปรับแต่งเป็นไปอย่างสมดุลและเป็นธรรมชาติขึ้นค่ะ

3. สลายฟิลเลอร์หน้าผาก

หน้าผากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มมิติและแก้ไขรอยหย่อนคล้อย ปัญหาที่อาจพบได้แก่

  • ฟิลเลอร์ทำให้หน้าผากดูนูนเกินไป
  • เกิดความไม่สมมาตรของหน้าผาก
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้เมื่อแสดงสีหน้า

การสลายฟิลเลอร์ที่หน้าผากต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปและระวังเรื่องความสมดุลของใบหน้า เพราะเป็นพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน

4. สลายฟิลเลอร์ริมฝีปาก

ริมฝีปากเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังนี้

  • ริมฝีปากดูใหญ่เกินหรือผิดธรรมชาติ (“Duck lips”)
  • ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ออกนอกขอบริมฝีปาก
  • เกิดก้อนที่สามารถรู้สึกได้เวลาสัมผัส

การสลายฟิลเลอร์ที่ริมฝีปากต้องทำอย่างแม่นยำเพื่อรักษารูปทรงธรรมชาติของริมฝีปาก ในบางกรณี อาจต้องสลายฟิลเลอร์ทั้งหมดและเริ่มฉีดใหม่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

5. สลายฟิลเลอร์โหนกแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ที่โหนกแก้มเพื่อเพิ่มปริมาตรและความสดใสให้กับใบหน้า ปัญหาที่อาจพบได้แก่

  • แก้มดูกลมหรือใหญ่ไป ทำให้ใบหน้าดูกว้างผิดสัดส่วน
  • ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ลงมาด้านล่าง ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม
  • เกิดความไม่สมมาตรระหว่างแก้มทั้งสองข้าง

การสลายฟิลเลอร์ที่โหนกแก้มต้องคำนึงถึงโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มและความสมดุลของใบหน้าโดยรวมด้วยค่ะ

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีดสลายฟิลเลอร์

การเตรียมตัวก่อนการฉีดสลายฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังการรักษามีความสำคัญต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัว คำแนะนำที่ควรปฏิบัติตามมีดังนี้

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีดสลายฟิลเลอร์

การเตรียมตัวก่อนฉีดสลายฟิลเลอร์

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน 1 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำ
  2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนเข้ารับการรักษา
  3. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยาหรือสาร โดยเฉพาะประวัติการแพ้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (เพราะไฮยาลูโรนิเดสบางชนิดมาจากสัตว์)
  4. คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หรือหอบหืด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้ไฮยาลูโรนิเดสมากกว่าคนทั่วไป

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดสลายฟิลเลอร์

  • ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ (10-15 นาทีทุก 1-2 ชั่วโมงในวันแรก)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง
  • งดการออกกำลังกายหนัก อาบน้ำร้อน ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก ในช่วง 1-2 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดหรือความร้อนจัด และใช้ครีมกันแดดเมื่อต้องออกนอกบ้าน
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง (ถ้ามี) เช่น ยาแก้ปวดหรือยาต้านฮีสตามีน
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก เจ็บรุนแรง หรือมีอาการแพ้ ถ้าพบต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การติดตามผลกับแพทย์ตามนัดเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ เพื่อให้แพทย์ประเมินผลลัพธ์และพิจารณาว่าต้องทำการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย เห็นผลเมื่อไหร่ ?

ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย เห็นผลเมื่อไหร่ ?

สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์เมื่ออาการบวมลดลงใน 3-5 วัน ในกรณีที่ฟิลเลอร์มีปริมาณมากหรือเป็นฟิลเลอร์เก่า แพทย์จะพิจารณาฉีดมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

หลังการทำหัตถการ อาการบวมจะค่อย ๆ หายไปใน 1-3 วัน ส่วนรอยช้ำ (ถ้ามี) แล้วจะจางลงใน 5-7 วัน และรอยแดงจะหายได้ใน 24 ชั่วโมง ผลลัพธ์ของการฉีดสลายฟิลเลอร์จะแตกต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ชนิดกับความเข้มข้นของฟิลเลอร์ ปริมาณและอายุของฟิลเลอร์เดิม ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน

สำหรับคนที่กังวลว่าใบหน้าจะยุบตัวมากไป แพทย์สามารถบริหารปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ได้ โดยจะค่อย ๆ ฉีดในปริมาณน้อยเพื่อปรับแต่งผลลัพธ์ให้เป็นไปตามที่ต้องการค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาของการฉีดสลายฟิลเลอร์จะแตกต่างกันตามปริมาณยาที่ใช้ ตำแหน่งที่รักษา และสถานพยาบาลแต่ละแห่ง โดยราคาทั่วไปจะอยู่ในช่วงดังนี้ค่ะ 

ฉีดสลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?
  • ค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 – 5,000 บาทต่อครั้ง สำหรับการสลายในปริมาณน้อยและจุดเดียว 
  • ถ้าเป็นการรักษาหลายตำแหน่งหรือต้องใช้ยาในปริมาณมาก ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในช่วง 5,000 – 15,000 บาท 
  • บางสถานพยาบาลยังมีแพ็กเกจการรักษาที่ครอบคลุมการทำหัตถการหลายครั้ง อาจมีราคาประมาณ 10,000 – 25,000 บาท

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาประกอบ

  • ตำแหน่งที่ฉีด บริเวณที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น พื้นที่รอบดวงตา อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าจุดอื่น
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการสลาย ปริมาณยาที่ใช้จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณฟิลเลอร์ ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรวม
  • ประสบการณ์ของแพทย์ แพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะทางจะมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน
  • สถานพยาบาล คลินิกในใจกลางเมืองหรือโรงพยาบาลเอกชนอาจมีราคาสูงกว่าคลินิกทั่วไป

ที่ RWC Clinic แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลก่อน จากนั้นจะให้คำแนะนำพร้อมแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการและตัดสินใจค่ะ

ฟิลเลอร์สลายได้ กับ ฟิลเลอร์ถาวร ต่างกันอย่างไร ?

การเลือกระหว่างฟิลเลอร์ชนิดที่สลายได้กับชนิดถาวร เป็นการตัดสินใจที่มีผลต่อรูปลักษณ์และความรู้สึกในระยะยาว ความแตกต่างหลักของฟิลเลอร์สองประเภทนี้อยู่ที่ส่วนประกอบกับวิธีที่ร่างกายตอบสนองต่อสารเหล่านั้นค่ะ

ฟิลเลอร์สลายได้ กับ ฟิลเลอร์ถาวร ต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์สลายได้ (Temporary Fillers)

ฟิลเลอร์สลายได้ส่วนใหญ่ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่เลียนแบบสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ ทำให้เข้ากับร่างกายได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด ถ้าเกิดปัญหาหรือไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส

ข้อดีของฟิลเลอร์สลายได้คือ ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน ปลอดภัยกว่า สามารถทดลองรูปลักษณ์ใหม่ก่อนตัดสินใจทำแบบถาวร ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ เช่น Juvederm, Restylane, Belotero

ฟิลเลอร์ถาวร (Permanent Fillers)

ฟิลเลอร์ถาวรจะทำจากสารสังเคราะห์ เช่น ซิลิโคน (Silicone) พอลิเมธิลเมตาคริเลต (PMMA) หรือไฮโดรเจลอะคริลิก (Acrylic Hydrogels) ผลลัพธ์อยู่ได้ตลอดไปหรือเป็นเวลานานหลายปี (5-10 ปีหรือมากกว่า) 

ฟิลเลอร์ถาวรจะไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ ถ้าเกิดปัญหาอาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดหรือการขูดฟิลเลอร์เพื่อเอาออก ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าฟิลเลอร์สลายได้ โดยเฉพาะในระยะยาว อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ก้อนแข็ง หรือปฏิกิริยาแพ้ในภายหลัง แต่ก็ไม่ต้องฉีดซ้ำบ่อย เพราะผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น Artefill, Silicone, Aquamid

ข้อควรพิจารณาเพื่อการตัดสินใจ

  • การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า โครงสร้างใบหน้าของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ฟิลเลอร์ถาวรที่ดูเข้ากับใบหน้าในวันนี้ อาจไม่กลมกลืนกับใบหน้าในอนาคต
  • ประสบการณ์กับฟิลเลอร์ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น การเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ก่อน จะช่วยให้เห็นแนวทางของผลลัพธ์หลังทำได้
  • ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ฟิลเลอร์ถาวรมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น การอักเสบ หรือการเกิดก้อนแข็ง ที่แก้ไขได้ยากกว่า
  • ความคุ้มค่าระยะยาว ฟิลเลอร์ถาวรอาจดูคุ้มค่ากว่าเพราะไม่ต้องฉีดซ้ำ แต่ถ้าเกิดปัญหา ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขอาจสูงมาก

แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ เพราะร่างกายสามารถย่อยสลายได้เอง และแก้ไขได้ถ้าเกิดปัญหาหรือต้องการปรับเปลี่ยนในอนาคต โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เช่น รอบดวงตา หรือแนวหลอดเลือดค่ะ

รีวิวก่อน-หลังฉีดสลายฟิลเลอร์ ที่ RWC Clinic

การตัดสินใจฉีดสลายฟิลเลอร์มักมาจากผลลัพธ์ที่ไม่สมส่วน ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือมีการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่น ทำให้ใบหน้าดูผิดรูปไปจากเดิม บางครั้งเกิดจากการบวมน้ำหรือมีสีคล้ำใต้ผิวหนัง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ช่วยให้ใบหน้ากลับมาได้รูปทรงเหมือนเดิมและสร้างความมั่นใจกลับคืนมาได้ค่ะ 

ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์หลังฉีดสลายฟิลเลอร์

  • ใต้ตา แก้ไขปัญหาสีคล้ำหรืออาการบวมน้ำ หลังการสลายฟิลเลอร์ผิวจะค่อย ๆ กลับมาเรียบเนียนและสีสม่ำเสมอขึ้น
  • ริมฝีปาก ปรับแก้รูปทรงที่ไม่สมมาตรหรือมีขนาดใหญ่เกิน ทำให้ริมฝีปากได้สัดส่วนและดูเป็นธรรมชาติขึ้น
  • โหนกแก้ม จัดการฟิลเลอร์ที่เคลื่อนตัวลงมา ทำให้ใบหน้ากลับมากระชับและได้รูปทรงตามเดิม

ผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และการดูแลติดตามผล ผู้รับบริการจำนวนมากแสดงความพอใจเมื่อใบหน้ากลับกลับคืนสู่สภาพเดิมและรู้สึกมั่นใจได้อีกครั้ง ที่ RWC Clinic เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินปัญหาจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีและกลับมาไว้วางใจใช้บริการกับเราอีกค่ะ

รีวิวฉีดสลายฟิลเลอร์

โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว ใต้ตา
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว หน้าผาก
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว คาง
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว บริเวณคาง
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว ปาก
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว บริเวณใต้ตา
โปรแกรมสลายฟิลเลอร์ รีวิว ใต้ตา หน้าแก้ม
สลายฟิลเลอร์ รีวิว ใต้ตา

ฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกและแพทย์

การตัดสินใจเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์และแพทย์ เพื่อฉีดสลายฟิลเลอร์ต้องอาศัยการพิจารณารอบคอบ เพราะเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความรู้กับความแม่นยำสูง โดยมีแนวทางการพิจารณาดังนี้

ฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกและแพทย์

เกณฑ์การเลือกคลินิก

  1. มีใบอนุญาตถูกต้อง คลินิกต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ และมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
  2. เครื่องมือและอุปกรณ์ครบครัน สถานพยาบาลควรมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมด้วยยาและอุปกรณ์สำหรับรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  3. มีประวัติการให้บริการที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบประวัติของคลินิกและดูรีวิวจากคนที่เคยใช้บริการเพื่อประกอบการตัดสินใจ
  4. แจ้งค่าใช้จ่ายอย่างตรงไปตรงมา ควรมีการแจ้งราคาและรายละเอียดค่าบริการทั้งหมดก่อนเริ่มการรักษา

ลักษณะของแพทย์ที่ควรเลือก

  • แพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถตรวจสอบได้
  • เป็นแพทย์ที่มีความรู้ด้านผิวหนังหรือศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง
  • มีประสบการณ์ในการทำหัตถการฉีดสลายฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข
  • แพทย์ควรมีการอบรมและอัปเดตความรู้เกี่ยวกับเทคนิคกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ก่อนตัดสินใจ ควรนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและเราสามารถสอบถามข้อมูลที่สงสัยได้ ทั้งขั้นตอนการรักษา ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ และการดูแลตัวเองหลังทำ การขอดูภาพผลลัพธ์ของเคสอื่น ๆ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เห็นภาพรวมมากขึ้นค่ะ

FAQ ฉีดสลายฟิลเลอร์

สลายฟิลเลอร์แล้วฉีดใหม่ได้เลยไหม ?

ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ทันทีหลังสลาย เพราะเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสยังคงทำงานอยู่ในบริเวณนั้น ถ้าฉีดฟิลเลอร์ใหม่เร็วเกินไป เอนไซม์อาจย่อยสลายฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดใหม่ไปด้วย แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้รอ 2 สัปดาห์ขึ้นไปก่อนเริ่มฉีดใหม่ เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวและประเมินผลลัพธ์หลังสลายได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

สลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะยุบหรือหย่อนกว่าเดิมไหม ?

ถ้าสลายฟิลเลอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ผิวจะกลับมาใกล้เคียงกับสภาพก่อนฉีดครั้งแรก แต่ในบางกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์มาหลายปีมาก เนื้อเยื่อรอบๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุไปแล้ว ทำให้รู้สึกว่าบริเวณนั้นยุบลงกว่าที่คาดไว้ แพทย์สามารถบริหารปริมาณเอนไซม์แบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ได้ผลที่สมดุลที่สุดค่ะ

ฟิลเลอร์ซิลิโคนหรือพาราฟินสลายด้วยเอนไซม์ได้ไหม ?

ไม่ได้ค่ะ เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสามารถย่อยสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เท่านั้น ฟิลเลอร์ที่ทำจากซิลิโคน พาราฟิน หรือสารสังเคราะห์ถาวรอื่นๆ ไม่สามารถสลายด้วยวิธีนี้ได้ ถ้าต้องการเอาออกอาจต้องใช้การผ่าตัดหรือวิธีการทางการแพทย์อื่นแทน ดังนั้นการทราบชนิดของฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไปก่อนหน้าจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งค่ะ

แพ้น้ำผึ้งหรือพิษผึ้ง ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ไหม ?

ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้งค่ะ เพราะไฮยาลูโรนิเดสบางชนิดสกัดมาจากสัตว์ เช่น อัณฑะวัวหรือแมลง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ข้ามสายพันธุ์ (Cross-reactivity) ในผู้ที่มีประวัติแพ้พิษผึ้งหรือน้ำผึ้งรุนแรงได้ แพทย์จะพิจารณาเป็นรายกรณีและอาจเลือกใช้ไฮยาลูโรนิเดสชนิดสังเคราะห์ (Recombinant) แทนเพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุป

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือวิธีทางการแพทย์สำหรับแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเติมฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง หรือมีปริมาณมากเกิน โดยใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเข้าไปย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิมค่ะ 

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์

  • การรักษานี้จะใช้ได้ผลกับฟิลเลอร์ชนิดกรดไฮยาลูโรนิกเท่านั้น และไม่สามารถใช้กับฟิลเลอร์กลุ่มอื่นได้
  • ผลการรักษาจะเริ่มเห็นในช่วง 24-48 ชั่วโมง แต่ในบางกรณีอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • หลังทำอาจเกิดอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด แล้วจะค่อย ๆ หายเอง

สำหรับคนที่ต้องการแก้ไขฟิลเลอร์ ควรเริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหากับการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด การทำความเข้าใจขั้นตอนทั้งหมด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ และการดูแลตัวเองหลังทำ จะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปด้วยดี การฉีดสลายฟิลเลอร์ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยแก้ไขความกังวลและคืนความมั่นใจให้กลับมาได้อีกครั้งค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.)  |  อัปเดตล่าสุด: 21 มีนาคม 2026