ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์อีกเรื่องที่เราควรรู้คือ ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม เพราะนอกจากคุณประโยชน์ฟิลเลอร์ด้วยตัวของมันเอง ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด เพราะเป็นการผลิตเพื่อการเลียนแบบสารตามธรรมชาติของร่างกายที่ชื่อว่าไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเมื่อถึงระยะเวลา โดยประมาณแล้วฟิลเลอร์จะสลายภายใน 1-2 ปี แต่การเกิดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ มาจากแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ ขาดความรู้ในด้านกายวิภาค ถ้าฉีดไม่ดีอาจทำให้เกิดอันตรายได้

จุดประสงค์ของการใช้ฟิลเลอร์ คือเพื่อเติมเต็ม แก้ไขข้อบกพร่องบริเวณใบหน้า ทำหน้าที่ขยายและทำให้บริเวณที่ถูกฉีดดูเต็มขึ้น สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือ จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องเหมาะสม มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาค และ เส้นเลือดบนใบหน้า เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์นั้นออกมาสวยและปลอดภัยที่สุด

ใครอยากรู้จักฟิลเลอร์อย่างละเอียด อ่านตรงนี้ก่อน

  >>ฟิลเลอร์คืออะไร<<

ชนิดของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน คือ ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA กรดไฮยาลูรอนิก เป็นฟิลเลอร์ที่สามารถสลายได้ โดยร่างกายจะทำการดูดซึมไปโดยธรรมชาติ โดยฟิลเลอร์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. Temporary filler (แบบชั่วคราว) : สารเติมเต็มที่เป็น Hyaluronic Acid หรือ HA กรดไฮยาลูรอนิก อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง สารชนิดนี้จะสามารถจับตัวกับน้ำและพองขึ้นเป็นเจล ที่มีคุณสมบัติส่งผลให้ผิวหนังเต่งตึง

2. Semi Permanent Filler (แบบกึ่งถาวร) : สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 ปี สารชนิดนี้จะสามารถจับตัวกับน้ำและพองขึ้นเป็นเจล ที่มีคุณสมบัติส่งผลให้ผิวหนังเต่งตึงขึ้น โดยจะมีอายุประมาณ 6-12 เดือน ปัจจุบันฟิลเลอร์กลุ่มนี้ ยังเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยรับรองให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ปรึกษาหมอ

ภาพตัวอย่างฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA กรดไฮยาลูรอนิก จากโรงงานผลิตฟิลเลอร์ เเบรนด์ Restylane ที่สามารถฉีดสลายได้ 

 

ตัวอย่างฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร ที่มาจากร่างกายของเราเอง 

ฟิลเลอร์ที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ นั่นก็คือ ไขมัน ซึ่งการจะนำมาใช้นั้นต้องทำการดูดไขมันออกมาแล้วนำมาฉีดตามจุดที่เราต้องการ เรียกว่า การ ฉีดไขมัน หรือ Fat grafting อาจจะนำมาจากบริเวณต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง ซึ่งมีกระบวนการ 2 ขั้นตอน คือการนำไขมันออกมา(ดูดไขมัน) และฉีดไขมันเข้าไปยังส่วนที่ต้องการรักษา สามารถทำได้ในคราวเดียวกัน อาจต้องมีการฉีดหลายครั้งในช่วงแรก เนื่องจาการฉีดไขมันนั้น เป็นการปลูกถ่ายที่ย้ายไขมันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดของร่างกาย อัตราการติดของไขมันนั้นจึงไม่ 100% และไขมันนั้นก็สามารถสลายไปได้

3. Permanent Filler (แบบถาวร) : เป็นฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่สลาย คือ เป็นสารเติมเต็มพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน เมื่อระยะเวลาผ่านไป ร่างกายจะเกิดต่อต้านสารแปลกปลอมที่เข้าไป และเกิดอาการแพ้ ผิวจะไม่สามารถดูดซึมฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้ ทำให้ค้างอยู่ในชั้นผิวของเรา โดยเริ่มจับเป็นก้อน กลายเป็นซิลิโคนเหลวที่เกาะแน่นกับกระดูก หากบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไปมีปฏิกิริยากับความร้อน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง และเกิดการติดเชื้อ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไปก็จะเสียรูป

ฟิลเลอร์ปลอมนั้นไม่สามารถสลายไปตามธรรมชาติ มีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ฟิลเลอร์ไหล ฟิลเลอร์ย้อยผิดรูปนั้นเอง ซึ่งไม่แนะนำให้ฉีดสารเติมเต็มชนิดอย่างมาก จัดเป็นกลุ่มฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ฟิลเลอร์ปลอมนั่นเอง

ฟิลเลอร์ อันตราย อย่างไร

4.การฉีด Collagen จากสัตว์ : ถือว่าเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทหนึ่งเช่นกัน มีจุดประสงค์ในการถูกหยิบนำมาใช้ เนื่องจากสามารถแก้ไขรอยย่น รอยตีนกา หรือแผลเป็นของผิวหนังได้ เพราะคอลลาเจนก็คือโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายทำหน้าที่เสมือนกาวยึดโครงสร้างต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ เหตุผลที่เลือกใช้คอลลาเจนจากสัตว์นั่นเป็นเพราะว่าโครงสร้างคอลลาเจนของคนและสัตว์นั้นมีความใกล้เคียงกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้ว เพราะในปัจจุบันได้รับรายงานมาบ้างว่ามีการแพ้คอลลาเจนจากสัตว์ เพราะร่างกายต่อต้าน ไม่สามารถเข้ากันได้ มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการฉีดคอลลาเจนจากสัตว์

  • ผื่นแดง
  • แพ้คอลลาเจนจากสัตว์
  • แพ้ยาชา
  • บวมและเขียวบริเวณที่ฉีด
  • คันบริเวณที่ฉีด
  • ก้อนใต้ผิวหนัง
  • ฝีบริเวณที่ฉีด

ซึ่งทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ฉีดสารเต็มเต็มชนิดจากคอลลาเจนสัตว์และฟิลเลอร์ปลอม เพราะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายกับร่างกาย และไม่สามมารถฉีดสารที่ใช้สลายฟิลเลอร์ได้

อันตรายที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์

อาการปกติที่เกิดขึ้นหลังการฉีดฟิลเลอร์ อาจจะมีอาการบวมแดง หรือคันได้ในจุดที่ทำการฉีดฟิลเลอร์เป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

อันตรายที่เกิดได้จากการฉีดฟิลเลอร์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อันตรายทั่วไปที่สามารถแก้ไขหรือหายไปเองได้ กับอันตรายแบบรุนแรง อันตรายที่มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น

ส่วนมากจะเป็นพวกรอยเขียวช้ำ ที่เกิดจากการฉีด รอยเข็ม หรือ เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์โดนเส้นเลือด ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นคลื่น นั้นเป็นอันตรายที่เกิดจากเทคนิคการฉีดของแพทย์

ที่หลายคนสนใจและถามว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม อันตรายที่รุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดฟิลเลอร์แล้วอุดตันในเส้นเลือดและเส้นประสาทบนบนใบหน้า ที่ทำให้เกิดอาการเนื้อตาย จากการที่เลือดไม่สามารถไปหล่อบริเวณนั้นได้ อาจทำให้ฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดแดง และฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณดวงตา ส่งผลให้จอประสาทตาตาย (retinal artery occlusion) มักจะมีอาการปวดหัวหรือกระบอกตาร่วมด้วยทันทีหลังฉีด ทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวและตาบอด (blindness) ได้ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม รักษาอย่างไร

อาการข้างเคียงที่ควรสังเกต

  • การอักเสบ โดยมีอาการ บวม แดง ผื่นคัน หรืออาการปวดที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่ขึ้นโดยปกติ และหายขาดภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้ายังไม่หายหลังจากการฉีด 1 สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อสอบถามอาการและรักษา
  • อาการห้อเลือด เนื้อเยื้อแข็งตัว ผิวหนังเปลี่ยนสี หรืออาการผิดปกติอื่นใด ในบริเวณที่ฉีด ฟิลเลอร์ขมับ เนื่องจากหลอดเลือดแดง มีความดันโลหิตเลือดค่อนข้างสูง เมื่อเกิดการอุดตันในหลอดเลือดแดง จะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าผิวหนังขาดเลือด ผิวหนังจะค่อนข้างแดงหรือคล้ำ สีผิวจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เพราะเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณปลายทางไม่ได้ ผิวหนังก็จะตายทันที หลังจากที่ฉีดจะต้องสังเกตตัวเอง เพราะเมื่อเกิดการอุดตันหลอดเลือดดำ
  • การติดเชื้อ การติดเชื้อลักษณะจะบวม ช้ำ หรือเป็นหนอง ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ในทางการแพทย์จะให้ ทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวม โอกาสในการติดเชื้อก็จะลดน้อยลงพอสมควร แต่ในกรณีที่ดื้อยา จะมีการทานยาปฏิชีวนะเพิ่มมากกว่า 1 ตัว

วิธีลดความสี่ยงและอันตรายที่จะเกิดขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และ ไม่เป็นอันตราย จะต้องเลือกจากปัจจัยหลายอย่าง โดยเราจะต้องตัดสินใจให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมา

1.เลือกจากตัวยา ต้องรู้จักฟิลเลอร์แท้ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดเพื่อทำการรักษา จะต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ เท่านั้น ฟิลเลอร์จะต้องได้มาตรฐาน ได้รับรองจากองค์การอาหารและยา โดยเราสามารถดูรายละเอียดได้จาก การเลือกฟิลเลอร์แท้ และ ฟิลเลอร์คุณภาพ และ วิธีการตรวจสอบฟิลเลอร์แท้หรือปลอม

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม หากฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้น

2.เลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ จะต้องมั่นใจได้ว่าเป็นแพทย์จริง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้ที่ เว็ปไซต์ของแพทย์สภา แพทย์ที่ทำการรักษาจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาค และ เส้นเลือดบนใบหน้า การฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้านั้นหากพลาดพลั้งฉีดโดนเส้นเลือด หรือ วางตำแหน่งยาผิดชั้นผิวไปแล้วนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาได้

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ฉีดเป็นก้อน

3.เลือกสถานที่ โรงพยาลหรือคลินิก ที่ไปใช้บริการจะต้องได้มาตรฐาน สะอาด ทั้งสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อลดโอกาสในการเกิดการติดเชื้อจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะแท้หรือปลอม ถ้าไม่สะอาดก้อาจจะเกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม เเก้ไขอย่างไร

สรุป

ถ้าถามหมอว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม หมอขอตอบว่าทั้งอันตรายและไม่อันตรายค่ะ ฟิลเลอร์นอกจากช่วยแก้ปัญหาความงามเราได้หลายปัญหาแล้ว ถ้าหากทำการรักษาโดยไม่ถูกต้อง อาจส่งผลเสียแก่คนที่ต้องทำการรักษาเช่นกัน ฉะนั้นใครที่อยากสวยด้วยฟิลเลอร์ต้องตัดสินใจดีๆก่อนเข้ารับการรักษากันนะคะ

บทความแนะนำสำหรับผู้สนใจฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม)

 Restylane Trainer เเพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์
ของฟิลเลอร์เเบรนด์ Restylane บริษัท Galderma Thailand

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย
Doctor of Medicine, Chulalongkorn University (M.D.)
-Master of Science in dermatology Mae Fah Luang University (MSc. Dermatology)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *