ฟิลเลอร์จมูก เสริมดั้งโด่งปลายพุ่ง
ฟิลเลอร์จมูก เสริมดั้งโด่งปลายพุ่ง ไม่ต้องผ่าตัด

ฟิลเลอร์จมูก เสริมดั้งโด่งปลายพุ่ง สวยปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด

“ฟิลเลอร์จมูก” ทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยและไม่ต้องผ่าตัด สำหรับคนที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกให้โด่งเป็นธรรมชาติตามความต้องการ โดยไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูกเสร็จ

เทรนด์การทำจมูกแบบใหม่ ฟิลเลอร์จมูก ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับใครที่อยากได้จมูกเชิดโด่งสวยเป๊ะ แต่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน

การฉีดฟิลเลอร์จมูก สามารถช่วยปรับรูปทรงจมูกของเราให้ดูโด่งเป็นธรรมชาติ ตามความต้องการ โดยไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย แถมหลังทำเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย ไม่ต้องกลัวเจ็บ บวม ช้ำ 

หากใครที่กำลังสนใจฉีดฟิลเลอร์จมูก เสริมดั้ง  สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ RWC Clinic เพราะเรามีทีมแพทย์ประสบการณ์กว่า 7 ปีในด้านการฉีดฟิลเลอร์ ที่ให้ผลลัพธ์จมูกโด่ง ปลายจมูกสวยสมดุลกับใบหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด

ฟิลเลอร์จมูก เสริมดั้งโด่งปลายพุ่ง
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ฟิลเลอร์จมูก คืออะไร

ฟิลเลอร์จมูก คืออะไร

ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) คือ เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA เข้าไปที่บริเวณสันจมูก เพื่อเสริมแต่งบริเวณจมูก เสริมปลายจมูก และช่วยปรับรูปทรงจมูกให้โด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การฉีดฟิลเลอร์จมูกถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่เสียเวลาในการพักฟื้นและมีผลกระทบน้อย

ฉีดฟิลเลอร์จมูก ดีไหม

วิธีฉีดฟิลเลอร์จมูก นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มความโด่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากใครมีเนื้อจมูกน้อย หรือวางแผนที่จะเสริมจมูกด้วยการศัลยกรรมในอนาคต การฉีดฟิลเลอร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นวิธีชั่วคราวที่ช่วยปรับรูปทรงจมูกได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือเพิ่มความโด่งได้เทียบเท่ากับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์จมูก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

การฉีดฟิลเลอร์จมูก จะช่วยเรื่องอะไรบ้าง ดังนี้

  • การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยปรับดั้งและสันจมูกให้ดูโด่งขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกอย่างชัดเจนเท่ากับการศัลยกรรม เนื่องจากฟิลเลอร์จะเติมเต็มบริเวณที่ฉีดเข้าไปเท่านั้น จึงให้ผลลัพธ์ที่อ่อนละมุนและเป็นธรรมชาติมากกว่า
ฉีดฟิลเลอร์จมูกปรับดั้งและสันจมูก
  • การฉีดฟิลเลอร์จมูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้จมูกดูโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงรูปหน้ามากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ถาวร เนื่องจากร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายฟิลเลอร์ไปตามธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ ฉีดให้จมูกดูโด่งขึ้น
  • ปรับแก้ทรงจมูกที่เบี้ยว ไม่ได้สัดส่วน สามารถแก้ไขได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น สำหรับการปรับแก้จมูกที่ผิดรูปมาก อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นเช่นการผ่าตัด อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในกรณีเหล่านี้
ฉีดฟิลเลอร์จมูกแก้ทรงเบี้ยว
  • การฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก นอกจากจะช่วยเสริมความงามให้ใบหน้าแล้ว ในแง่ของโหงวเฮ้งยังเชื่อกันว่าสามารถนำโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตได้อีกด้วย 
ฟิลเลอร์ ฉีดจมูกเสริมโหงวเฮ้ง

แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกปรับรูปจมูกด้วยวิธีใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และผลข้างเคียงร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นตามมา หากเลือกฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญนะคะ

จมูกแบบไหน เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณจมูก เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องการเติมจมูกให้ดูมีมิติมากขึ้น และทรงจมูกที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์จมูก มีดังนี้

จมูกเรียบแบบราบ ฉีดฟิลเลอร์จมูกช่วยสร้างมิติ เพิ่มความสูง
  • จมูกเรียบแบบราบ  ไม่มีสันหรือดั้งจมูกที่ชัดเจน การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะช่วยสร้างมิติและเพิ่มความสูงของดั้งและสันจมูกได้ในระดับหนึ่ง ทำให้จมูกดูโด่งได้รูปมากขึ้น แต่หากฐานจมูกแบนมาก ต้องการความโด่งสูงมาก อาจเกินขีดจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์
จมูกโตเป็นลูกชมพู่ ฉีดฟิลเลอร์จมูกปรับให้ดูเรียวเล็กลง
  • จมูกโตเป็นลูกชมพู่  มีขนาดใหญ่และอวบอ้วนคล้ายผลชมพู่ ทำให้ใบหน้าขาดความสมดุล การฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับให้จมูกดูเรียวเล็กลง กระชับขึ้น เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
จมูกเบี้ยวผิดรูป ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มให้ดูเท่ากัน
  • จมูกเบี้ยวผิดรูป การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มบริเวณที่ผิดรูปให้ดูเท่ากัน ทำให้จมูกดูตรงและสมมาตรขึ้น แต่หากจมูกคดเบี้ยวมาก การฉีดฟิลเลอร์ก็อาจะไม่ตอบโจทย์เท่าการศัลยกรรมผ่าตัด
จมูกไม่สมส่วนจากศัลยกรรม ฉีดฟิลเลอร์จมูกแก้ให้ดูกลมกลืน
  • จมูกไม่สมส่วนจากการศัลยกรรม  สำหรับจมูกที่เคยทำศัลยกรรมมาแล้ว แต่ได้รูปทรงไม่สวยงาม เช่น ปลายแหลม งุ้มงอ หรือปีกจมูกบิดเบี้ยว การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะช่วยปรับแก้ให้ดูกลมกลืน เป็นธรรมชาติมากขึ้นได้

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก สามารถปรับรูปทรงจมูกให้ได้สัดส่วนสวยงามขึ้น โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจทำ สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างถ่องแท้ เพื่อช่วยให้สามารถชั่งน้ำหนักและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก ดังนี้

  • ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์จมูก 

ข้อดีการฉีดฟิลเลอร์จมูก
  • ทำให้จมูกโด่งสวยงาม เห็นผลได้ทันที
  • ไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัด
  • มีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อร่างกายรุนแรงกว่า
  • ใช้เวลาในการทำหัตถการน้อย
  • สามารถยกเลิกหรือแก้ไขรูปทรงจมูกได้ในครั้งต่อไป หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ
  • ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกบางส่วน โดยยังไม่พร้อมหรือไม่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างจมูกถาวรด้วยการผ่าตัด
  • ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ข้อเสียการฉีดฟิลเลอร์จมูก
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวรเหมือนการผ่าตัด เนื่องจากฟิลเลอร์สามารถสลายตัวได้เอง จึงต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อคงรูปทรงจมูก
  • ต้องพิจารณาระหว่างการได้ผลลัพธ์ระยะสั้นกับการลงทุนด้านเงินและเวลาในการฉีดซ้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล
  • มีความเสี่ยงสูงกว่าการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณอื่น ๆ ของใบหน้า เนื่องจากจมูกมีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาก
  • หากฉีดไม่ระมัดระวังหรือไม่แม่นยำพอ อาจทำให้ฟิลเลอร์อุดตันในเส้นเลือด ส่งผลให้เนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยงและตายได้
  • การฉีดในตำแหน่งใกล้ดวงตาเกินไป มีความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะเข้าไปในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด หรือตาบอดในกรณีรุนแรง แม้จะพบได้น้อยก็ตาม

ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์จมูก จึงต้องฉีดรักษาด้วยความรอบคอบเป็นพิเศษ ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในการฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย ไร้ข้อกังวลใด ๆ

ฉีดฟิลเลอร์จมูก VS เสริมจมูก ต่างกันอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์จมูก กับ เสริมจมูก

สำหรับใครกำลังสับสนว่าควรเลือกวิธีไหนดีระหว่าง “ฉีดฟิลเลอร์จมูก” กับ “การศัลยกรรมเสริมจมูก” แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร RWC จะเปรียบเทียบทั้งสองวิธีอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้สามารถเลือกทางที่เหมาะสมที่สุด ดังตารางต่อไปนี้

การฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • ฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราว 
  • ไม่ต้องพักฟื้นต้องพักฟื้น
  • ปรับเปลี่ยนรูปทรงได้เล็กน้อย เน้นเสริมความโด่ง
  • ความเสี่ยงต่ำ แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น อุดตันเส้นเลือด, ตาบอด (หากฉีดโดยแพทย์ขาดประสบการณ์)
  • ราคาต่ำกว่ามาก แต่ต้องทำซ้ำบ่อยกว่า
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขเล็กน้อย หรือลองเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกชั่วคราว

การศัลยกรรมเสริมจมูก

  • ผลลัพธ์ถาวร ไม่ต้องทำซ้ำเห็นผลทันที
  • ต้องพักฟื้นหลังผ่าตัดหลายสัปดาห์
  • เปลี่ยนแปลงรูปทรงได้มาก แก้ไขจุดบกพร่องของจมูกได้หลากหลาย
  • ความเสี่ยงสูงกว่า เช่น ติดเชื้อ, จมูกทะลุ, พิการถาวร (หากผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ไม่เชี่ยวชาญ)
  • ราคาสูงกว่ามาก แต่ได้ผลถาวร
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกอย่างมากและถาวร

วิธีการฉีดฟิลเลอร์จมูกและการศัลยกรรมเสริม ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การเลือกว่าจะใช้วิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ ระยะเวลาที่คาดหวังให้ผลลัพธ์คงอยู่ การยอมรับความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้น รวมถึงปัจจัยด้านงบประมาณด้วย

สำคัญที่สุด คือ ฉีดฟิลเลอร์จมูกควรปรึกษาและทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับใบหน้ามากที่สุด เพื่อเสริมความงามและความมั่นใจให้กับเราได้อย่างแท้จริง

ฉีดฟิลเลอร์จมูก VS ร้อยไหมจมูก เลือกแบบไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์จมูก กับ ร้อยไหมจมูก

หากคุณกำลังสนใจอยากเสริมจมูกให้ดูโด่งสวย แต่ไม่อยากเข้าห้องผ่าตัด วันนี้ RWC มีสองทางเลือกมานำเสนอ นั่นคือ การฉีดฟิลเลอร์จมูก และการร้อยไหมจมูก ซึ่งแต่ละวิธีเป็นอย่างไร และควรเลือกแบบไหนดีกว่า 

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในจมูก เพื่อช่วยปรับรูปทรงให้ดูโด่งขึ้น
  • ใช้เวลาทำเพียง 15-30 นาที ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลรักษา
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้

ร้อยไหมจมูก

  • เป็นการใช้ไหมละลายได้ ร้อยเข้าไปในจมูกเพื่อยกให้สูงขึ้น
  • ใช้เวลาทำประมาณ 30-60 นาที อาจต้องพักฟื้น 1-3 วัน มีรอยช้ำเล็กน้อย
  • ผลอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไหมและการดูแลรักษา
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและจำนวนที่ใช้

เลือกแบบไหนดี

ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก กับการร้อยไหมจมูก

การเลือกระหว่าง ฉีดฟิลเลอร์จมูกและการร้อยไหมจมูกนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยการฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นนาน และต้องการแค่ปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกเพียงเล็กน้อย

ขณะที่ การร้อยไหมจมูก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกแบบถาวร อยากได้การเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น และไม่กลัวความเจ็บปวดระหว่างทำ

ทั้งสองวิธีเหมาะสำหรับคนที่มีสุขภาพดี  ไม่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะแพ้ง่าย ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจเลือกทำหัตถการใด ควรปรึกษาและเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ฟิลเลอร์จมูก เลือกฉีดยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์จมูกมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อและให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น

ฟิลเลอร์ฉีดจมูก เลือกยี่ห้อไหนดี

Restylane Lyft

เป็นฟิลเลอร์ฉีดจมูกชนิดที่มีความแน่นและยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการเสริมโครงสร้างและปรับรูปทรงจมูกให้ดูโด่งเด่นและสวยงามตามต้องการ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการคงตัวได้ดี ไม่แพร่กระจายหรือเคลื่อนย้ายไปจากตำแหน่งที่ฉีด จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและมีมิติมากยิ่งขึ้น

โดย Restylane Lyft  ฉีดฟิลเลอร์จมูกสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือนเหมาะสำหรับการปรับโครงสร้างจมูกในภาพรวม เช่น การเสริมสันจมูกและปรับมุมปลายจมูก

Restylane Lyft

ข้อดี-ข้อด้อย

  • มีความแน่นและยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการปรับโครงสร้างจมูกโดยรวม
  • คงตัวได้ดี ไม่กระจายหรือเคลื่อนที่ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและมีมิติ
  • คงอยู่ได้นานถึง 12 เดือน
  • เนื้อฟิลเลอร์ค่อนข้างแน่น อาจให้ความรู้สึกแข็งเวลาสัมผัส
  • ราคาสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป

Juvederm Ultra XC

เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนุ่มและละเอียด ผลิตด้วยเทคโนโลยี Vycross  ที่ผสานการเชื่อมโยงของกรดไฮยาลูโรนิกที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน ทำให้เมื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกเข้าไปแล้วจะกระจายตัวได้ดี กลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ  ไม่เป็นก้อน

เหมาะสำหรับการเติมเต็ม filler ปลายจมูก โดยให้ความนุ่มนวลแต่ยังคงความเป็นมิติ ทั้งยังช่วยแก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ บนใบหน้าได้อย่างละเอียดอ่อน  สามารถอยู่ได้นาน 8-12 เดือน

Juvederm Ultra XC

ข้อดี-ข้อด้อย

  • เนื้อฟิลเลอร์นุ่มและละเอียด ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติเมื่อสัมผัส
  • กระจายตัวได้ดี ผสมผสานกับเนื้อเยื่อ ไม่เป็นก้อน
  • เหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยและปรับรูปทรงปลายจมูก
  • คงอยู่ได้ระยะเวลาปานกลาง ประมาณ 8-12 เดือน
  • ราคาสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป

E.P.T.Q S500

เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อค่อนข้างแน่นและยืดหยุ่นสูง มีคุณสมบัติในการคงรูปได้ดี เมื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกชนิดนี้เข้าไปแล้วจะไม่ยุบตัวหรือเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่ต้องการ จึงนิยมใช้สำหรับการปรับรูปทรงจมูกเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสันจมูกให้สูงโด่ง การปรับแก้จมูกที่มีลักษณะบิดเบี้ยวหรือสันคด หรือการยกปลายจมูกที่งุ้ม ให้ได้รูปที่เรียวสวยสมใจ

นอกจากนี้ E.P.T.Q. S500 ยังมีส่วนผสมของสารลิโดเคน (Lidocaine) ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ที่ช่วยลดอาการเจ็บระหว่างฉีดฟิลเลอร์จมูก และอาการปวดหลังฉีดได้ ทำให้ผู้รับการฉีดรู้สึกสบายมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

E.P.T.Q S500

ข้อดี-ข้อด้อย

  • มีเนื้อแน่นและยืดหยุ่นสูง ปั้นรูปทรงได้ดี
  • มีส่วนผสมของสารลิโดเคน ช่วยบรรเทาอาการเจ็บและปวดระหว่างและหลังฉีด
  • คงอยู่ได้นานถึง 12 เดือน
  • เนื้อฟิลเลอร์ค่อนข้างแข็ง อาจรู้สึกเป็นก้อนเวลาสัมผัส
  • ราคาสูงเป็นพิเศษ

การเลือกใช้ฟิลเลอร์จมูกแต่ละชนิดนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับรูปทรงจมูกและความต้องการของเรามากที่สุด รวมถึงเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ดังนั้น แพทย์ต้องเลือกยี่ห้อที่ได้รับการรับรองจาก อย. และจำเป็นต้องเลือกรุ่นฟิลเลอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการในผลลัพธ์ของลูกค้า

ฉีดฟิลเลอร์จมูก ใช้กี่ CC.

โดยปกติ การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ควรฉีดเกิน 1 cc. เพราะหากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้จมูกดูไม่เป็นธรรมชาติ มีลักษณะบวมโตเกินสัดส่วนของใบหน้า นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์จมูกปริมาณมากยังมีโอกาสไหลย้อยและเคลื่อนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่คงที่และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเหมาะสำหรับผู้ที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว แต่ต้องการให้จมูกดูโด่งเด่นและมีมิติมากขึ้น เพื่อปรับรูปทรงให้สวยงามเป็นมงคลตามหลักโหงวเฮ้งได้

ทั้งนี้ ปริมาณฟิลเลอร์ฉีดจมูกที่ใช้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดและรูปทรงจมูกเดิมของแต่ละคน ลักษณะที่ต้องการแก้ไขหรือเสริม ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด ดังนั้น ผู้รับบริการแต่ละรายอาจได้รับปริมาณฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม

สำหรับคนที่มีฐานจมูกน้อยหรือเนื้อจมูกไม่มากนัก แพทย์มักจะไม่แนะนำให้ใช้การฉีดฟิลเลอร์จมูก หากจำเป็นต้องใช้ปริมาณมากกว่า 1 cc.  ในกรณีนี้ การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนจะเหมาะสมกว่า เพราะฟิลเลอร์ไม่สามารถสร้างโครงสร้างหรือฐานใหม่ให้กับจมูกได้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจดูไม่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ไม่ถาวร

ดังนั้น การเลือกวิธีและปริมาณฉีดฟิลเลอร์จมูกที่เหมาะสมสำหรับการปรับรูปทรงจมูก จึงควรอยู่ในดุลยพินิจและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับใบหน้ามากที่สุด

ฟิลเลอร์จมูก ฉีดราคาเท่าไหร่

ราคาฉีด ฟิลเลอร์จมูก

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์จมูกจะแตกต่างกันไปตามชนิดและปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำ และมาตรฐานของคลินิกหรือโรงพยาบาล โดยทั่วไปมักจะอยู่ในช่วงดังนี้

  • ฟิลเลอร์ระดับพรีเมียม เช่น Juvederm, Restylane ราคาเริ่มต้นที่ 12,000-25,000 บาทต่อ 1 cc.
  • ฟิลเลอร์ระดับกลาง เช่น E.P.T.Q  ราคาเริ่มต้นที่ 8,000-15,000 บาทต่อ 1 cc.

ทั้งนี้ ปริมาณฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ใช้ในการฉีดจมูกส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 cc. ขึ้นอยู่กับสภาพจมูกเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการ

อย่างไรก็ตามสำคัญที่สุด คือ ควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและใช้ฟิลเลอร์ของแท้คุณภาพดี เพื่อให้การฉีด filler จมูก เป็นไปอย่างปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปค่ะ

ฟิลเลอร์จมูก อยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์จมูก อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไป อายุการคงอยู่ของฟิลเลอร์จมูกจะอยู่ที่ประมาณ 12-18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังนี้

  1. ประเภทและคุณภาพของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด เช่น Restylane Lyft หรือ Juvederm Voluma จะมีความคงตัวสูง ย่อยสลายได้ช้ากว่า จึงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียด
  2. ตำแหน่งที่ฉีด โดยปกติฟิลเลอร์ที่ฉีดในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวหรือกล้ามเนื้อมาก เช่น ปลายจมูก มักจะถูกย่อยสลายเร็วกว่าฟิลเลอร์ที่อยู่นิ่งกว่า เช่น สันจมูก
  3. ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล การออกกำลังกายหนัก ๆ หรือการนวดบริเวณจมูกบ่อย ๆ อาจเร่งการย่อยสลายของฟิลเลอร์ได้ รวมถึงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ก็อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์อยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร
  4. การดูแลผิวหน้า การทำทรีตเมนต์บำรุงผิวบ่อยครั้ง เช่น การขัดหน้า การใช้กรดผลไม้ หรือเลเซอร์บำรุงผิว ก็อาจกระตุ้นให้ฟิลเลอร์ถูกย่อยสลายเร็วขึ้นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสาร Hyaluronic Acid ที่เป็นส่วนประกอบหลักในฟิลเลอร์นั้น จะเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งจาก FDA และองค์การอาหารและยาของไทย แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้เสมอ 

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และหากพบว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือมีอาการผิดปกติใด ๆ หลังทำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม

การ ฉีดฟิลเลอร์จมูก ถือว่าเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะถ้าหากฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ โอกาสที่จะมีความเสี่ยงต่อการที่ฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่บริเวณจมูกและตา ส่งผลให้เกิดเนื้อตายและตาบอด

ฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม

โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Facial Plastic Surgery เมื่อปี 2015 [1] ได้รายงานถึงกรณีตาบอดถาวรจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก อันเกิดจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตา ทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงจนเสียหายโดยถาวร ซึ่งแม้จะพบไม่บ่อยนัก แต่ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง

จะเห็นได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้น ความเสี่ยงอยู่ที่แพทย์ผู้ฉีดเป็นสำคัญ แพทย์ผู้ทำต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านกายวิภาคศาสตร์ของบริเวณจมูกและใบหน้าเป็นอย่างดี รวมถึงเทคนิคการฉีดที่แม่นยำและปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยตรง พร้อมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดโอกาสในการแพร่กระจายสู่เส้นเลือดได้ง่าย [2]

ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน พร้อมเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้คุณภาพเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนให้เหลือน้อยที่สุด ถึงแม้จะหาการันตีความปลอดภัย 100% ไม่ได้ แต่การเลือกแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่ดี ก็เป็นปัจจัยสำคัญ  หากใครที่กำลังสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงนะคะ

อ้างอิง

[1] Beleznay, K. et al. (2015). Vascular Compromise from Soft Tissue Augmentation. JAMA Facial Plastic Surgery, 17(3), 169.

[2] Signorini, M. et al. (2016). Global Aesthetics Consensus. Plastic and Reconstructive Surgery, 137(6), 961e-971e.

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีด

การฉีดฟิลเลอร์จมูก แม้จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนที่อันตรายได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์จมูก ฃจึงควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยทั่วไป ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีด สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยและมักหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก
  • อาการบวม ช้ำ หรือรอยแดงบริเวณรอยเข็ม
  • อาการปวดเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
  • ผิวหนังอาจมีตุ่มนูนเล็กๆ หรือไม่เรียบเนียนชั่วคราว

ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็น รับประทานยาแก้ปวดลดบวมตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

อาการผิดปกติที่รุนแรง ควรพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงรุนแรงหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก

อาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ที่ควรระวัง มีดังนี้

  • มีอาการบวมมาก ปวดแสบปวดร้อน และรอยช้ำไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • เกิดผื่นแดง ลมพิษ หรือตุ่มหนองบริเวณที่ฉีด ที่บ่งชี้ถึงปฏิกิริยาการแพ้ หรือผิวหนังอักเสบจากฟิลเลอร์
  • เกิดแผลเปื่อยหรือเนื้อเยื่อตาย มีหนองหรือสารคัดหลั่งไหลออกมาจากบาดแผล เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
  • รูปทรงจมูกผิดปกติไปจากเดิมมาก เช่น เบี้ยว บิดเบี้ยว หรือมีก้อนเป็นติ่ง ซึ่งอาจเกิดจากฟิลเลอร์ไหลหรือย้ายตำแหน่ง
  • เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว หรือชาบริเวณใบหน้า อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับหลอดเลือดหรือเส้นประสาท ซึ่งเกิดจากแพทย์ไม่มีความชำนาญมากพอ ทำให้ฉีดตัวยาผิดชั้นและอาจก่อให้เกิดตาบอดได้
  • มีไข้สูง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกผิดปกติทั่วร่างกาย อาจเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด

หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยที่ถูกต้องและให้การรักษาแก้ไขได้อย่างทันท่วงที อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงและเกิดอันตรายมากขึ้นได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อ 

โดยสรุป การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ดังนั้นนอกจากการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่ไว้ใจได้แล้ว การเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและข้อมูล รวมถึงการสังเกตอาการตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ข้อระวังการฉีดฟิลเลอร์จมูก

อย่างที่ทราบกันดีว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้น ไม่ใช่การเสริมจมูกแบบถาวร ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเสริมในครั้งเดียว เพราะผู้เข้ารับบริการอาจจะต้องการเพิ่มหรือเติมในอนาคต สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาฉีดฟิลเลอร์จมูก นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีข้อควรระวังอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึงเพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

  1. เลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: การฉีดฟิลเลอร์จมูกควรฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญด้านผิวหนังและความงามโดยเฉพาะ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือครบครัน และสะอาดปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้
  2. ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไป: การฉีดฟิลเลอร์เกินขนาดในครั้งเดียว อาจทำให้จมูกดูไม่เป็นธรรมชาติ บวมโต หรือรูปทรงผิดเพี้ยนได้
  3. ปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  4. แจ้งประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบ: หากมีประวัติการแพ้ยา สารเคมี ยาชา หรือส่วนผสมที่พบในฟิลเลอร์ เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ และเตรียมการรักษาหากเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้น
  5. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรงดฉีดฟิลเลอร์ชั่วคราว: แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันผลกระทบของฟิลเลอร์ต่อทารกในครรภ์ แต่เพื่อความปลอดภัย หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการฉีดสารเติมเต็มใด ๆ จนกว่าจะหมดประจำเดือนหลังคลอดและหยุดให้นมแล้ว

ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก เตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์จมูก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ขณะฉีดและผลลัพธ์หลังฉีดออกมามีประสิทธิภาพที่สุด ควรเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้

  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก 24 ชั่วโมง ซึ่งจะดีที่สุดหากสามารถเลี่ยงได้ 3 วัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน (aspirin) และ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงการใช้สมุนไพร  เช่น น้ำมันตับปลา แปะก๊วย โสม เป็นต้น
  • ควรแจ้งประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว หรือตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม 2-3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก เพราะจะส่งผลให้ร่างกายมีโอกาสบวมมากขึ้น
  • งดเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิวหน้า หรือทำทรีตเมนต์ต่าง ๆ บริเวณใบหน้าก่อนฉีด
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดนอน เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุด

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์จมูก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นานและออกมามีประสิทธิภาพที่สุด ควรดูแลหลังฉีดอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • หากมีบริเวณที่ช้ำ ควรประคบเย็นเบา ๆ บริเวณที่ฉีดครั้งละ 10 นาที ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  • งดการออกกำลังกาย หรือทำกิจจกรรมที่สร้างความร้อนให้แก่ร่างกาย งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด  24 ชั่วโมง
  • งดกดนวดบริเวณที่ทำการรักษา  48 ชั่วโมง
  • งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ดีที่สุด 3 วัน
  • งดแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อความชุ่มชื้นให้ร่างกาย
  • รับประทานยาหากมีอาการปวดในบริเวณที่ฉีด เช่น กลุ่มยาแก้ปวด พาราเซตามอล

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก

สำหรับขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์จมูก สามารถแบ่งออกได้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1. ขั้นตอนการประเมินสภาพจมูกและวางแผนการรักษา : เป็นขั้นตอนการเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการประเมินสภาพจมูก บอกความต้องการ และเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในการรักษา
  2. ขั้นตอนการทำความสะอาดและใช้ยาระงับความรู้สึก : เป็นขั้นตอนการทำความสะอาดใบหน้าและบริเวณที่จะฉีด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และทายาระงับความรู้สึก หรือ อาจใช้อุปกรณ์เย็นจัดเพื่อจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นขณะฉีด filler จมูก
  3. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์จมูก : ขั้นตอนนี้เป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณจมูก นวดเบาๆ เพื่อกระจายเนื้อฟิลเลอร์ให้ทั่วและเข้าที่ ปรับรูปทรงจมูกให้เรียบเนียนสวยงาม และประเมินผลการตรวจไปพร้อมกับการฉีดฟิลเลอร์ หรืออาจเพิ่มปริมาณของฟิลเลอร์ตามที่แพทย์เห็นสมควร โดยจะใช้เวลาในการฉีดเพียงไม่นาน
  4. ขั้นตอนการทำความสะอาดและให้คำแนะนำการพักฟื้น

เมื่อผลลัพธ์ของการรักษาเป็นที่พอใจแล้ว จะเป็นขั้นตอนการทำความสะอาด และใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาความรู้สึกไม่สบายที่อาจเกิดขึ้น โดยบริเวณขมูกที่ฉีดอาจมีการฟกช้ำจากรอยเข็ม 2-3 วัน และหายไปได้เอง พร้อมกับให้คำแนะนำ เช่น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดทับบริเวณจมูกในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนย้าย เป็นต้น

แก้จมูกหลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่พอใจ ทำอย่างไร

แก้จมูกหลังฉีดฟิลเลอร์

หากไม่พอใจในผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์จมูก สามารถแก้ไขได้ โดยการรอให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ ละลายไปเอง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน หรือสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ โดยใช้สารละลายเอนไซม์ไฮยารูโรนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งเอนไซม์นี้จะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของฟิลเลอร์ HA ตัดพันธะระหว่างโมเลกุลให้สั้นและเล็กลง จนในที่สุดฟิลเลอร์จะค่อย ๆ ถูกย่อยสลายและหมดไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 3-5 วัน  ซึ่งภายหลังการฉีดอาจเกิดอาการบวม แดง เจ็บ บริเวณที่ฉีดสลาย และมักจะหายไปเองใน 1-2 วัน 

กรณีที่ปรับรูปทรงเล็กน้อย อาจแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์จมูกเพิ่มในบริเวณที่ต้องการ เพื่อปรับสัดส่วนให้ดูเหมาะสมและสมดุลมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม ก่อนแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ควรรอให้อาการบวมหายไปก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อจะได้เห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ชัดเจน  ทั้งนี้ ควรแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก่อนตัดสินใจแก้ไข เพื่อหาสาเหตุของความไม่พอใจและหาวิธีการจัดการที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

รีวิวฉีดฟิลเลอร์จมูก ที่คลินิก RWC

ภาพรีวิว

ฉีดฟิลเลอร์จมูก รีวิว ก่อนฉีดฉีดฟิลเลอร์จมูก รีวิว หลังฉีด
ฉีดฟิลเลอร์จมูก ก่อนฉีด รีวิวฉีดฟิลเลอร์จมูก หลังฉีด รีวิว
รีวิวฟิลเลอร์จมูก เสริมจมูกได้ธรรมชาติ ไม่ศัลยกรรม
รีวิวฟิลเลอร์จมูกจากคนทำจริง
รีวิวการฉีดฟิลเลอร์จมูก ปรับรูปจมูกให้สวยเป๊ะ
รีวิวการทำจมูกด้วยฟิลเลอร์จากผู้ที่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน
รีวิวประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์จมูก
วิวการฉีดฟิลเลอร์จมูก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์จมูก

  • ฉีดฟิลเลอร์แล้ว สามารถเสริมจมูกซิลิโคนได้ไหม ?

สามารถทำได้ค่ะ แต่ก่อนเสริมจมูกต้องแน่ใจก่อนว่าที่ฉีดฟิลเลอร์จมูกเข้าไปสลายหมดแล้ว โดยปกติฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานเพียง 12-18 เดือน ก็จะสลายเองตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ไปรบกวนกระบวนการผ่าตัด หรือส่งผลให้รูปทรงผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น

โดยหากไม่แน่ใจว่าฟิลเลอร์ได้สลายหมดแล้วหรือไม่ แนะนำให้กลับไปพบแพทย์ผู้ทำการฉีด เพื่อตรวจประเมินและพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์ให้หมดไปก่อนผ่าตัดนะคะ

  • อาการและผลข้างเคียงของการฟิลเลอร์จมูก

โดยทั่วไปอาการบวมช้ำมักจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 3-7 วัน และค่อยๆ ยุบหายไปจนเข้าที่สมบูรณ์ภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างนี้ควรใช้น้ำแข็งประคบ และรับประทานยาลดการอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อบรรเทาอาการ

หลังฉีดฟิลเลอร์จมูก นอกจากบวมและช้ำแล้ว ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจพบได้แต่ไม่บ่อยนัก ได้แก่ ผิวหนังบริเวณจมูกอักเสบแดง แพ้บวมคัน หากใช้ฟิลเลอร์คุณภาพต่ำ รวมถึงการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด หรือมีก้อนฟิลเลอร์คงค้างไม่ยุบ ในกรณีที่ฉีดเข้าไปในบริเวณที่ไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างเคร่งครัด โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงก็จะลดลงไปอย่างมากค่ะ

  • ฉีดฟิลเลอร์ปลอม สามารถฉีดสลายได้ไหม

สำหรับการฉีดสลายฟิลเลอร์จมูก สามารถฉีดได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ชนิดกรดไฮยาลูโรนิคเท่านั้น หากใครที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมมา ห้ามฉีดสลายเด็ดขาด แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์และทำการขูดหรือผ่าตัดออกเท่านั้นค่ะ

  • ฟิลเลอร์จมูก เห็นผลทันทีหรือไม่? เข้าที่เมื่อไหร่ ?

เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่อาจดูไม่เป็นธรรมชาติในช่วงแรกเพราะมีอาการบวมช้ำจากรอยเข็ม มักจะหายได้เองใน 3-7 วัน และจะเข้าที่สมบูรณ์หลังจาก 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละคน

  • ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วผ่าตัดเสริมจมูกได้ไหม ?

ฉีดฟิลเลอร์จมูก สามารถผ่าตัดเสริมจมูกได้ค่ะ แต่อาจจะต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายหมดก่อน ประมาณ 6-12 เดือน หากจำเป็นต้องผ่าตัดเสริมจมูกเร็ว อาจให้แพทย์ฉีดสลายฟิลเลอร์ที่เหลือก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการผ่าตัด

  • ฉีดฟิลเลอร์จมูก สลายได้ไหม ?

สามารถสลายได้ค่ะ หากฟิลเลอร์ที่ฉีดจมูกเป็นฟิลเลอร์แท้กรดไฮยารูโรนิค (HA) จะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติใน 12-18 เดือน หรือใช้วิธีฉีดสลายฟิลเลอร์ (Hyarulonidase :HYAL) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สามารถทำปฏิกิริยากับ HA ทำให้ฟิลเลอร์สามารถได้เร็ว ไม่มีสารตกค้างในร่างกายค่ะ

  • ขูดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม ?

การขูดฟิลเลอร์จมูก มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณจมูกเสียหาย ไม่แนะนำให้ทำเอง ไม่ควรทำเองเด็ดขาด ต้องพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เทคนิคที่เหมาะสมเท่านั้น

  • ฉีดฟิลเลอร์จมูก เจ็บไหม? ต้องใช้ยาชาหรือไม่ ?

การฉีดฟิลเลอร์จมูก มีอาการเจ็บเล็กน้อยในขณะที่ฉีด แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะผู้ช่วยแพทย์จะทำการทายาชาเพื่อระงับความรู้สึก หรือในบางคนแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ เพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวดค่ะ

ฟิลเลอร์จมูก เลือกฉีดที่ไหนดี

การเลือกฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดเชื้อ มีรีวิวผู้เข้ารับบริการจริง สำคัญต้องมีใบอนุญาตเปิดคลินิกถูกต้อง
  • ควรเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ ให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด 
  • ความพร้อมของอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้แก้ไขภาวะฉุกเฉินหากเกิดขึ้น ซึ่งสถานพยาบาลที่ดีควรมีไว้รองรับ
  • เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. มีงานวิจัยรองรับ และเป็นของแท้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้และภาวะแทรกซ้อน
  • เลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด 
  • เลือกคลินิกที่ค่าบริการควรสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป
  • แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้ประจำให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะโรคประจำตัว ภาวะแพ้ การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการฉีด
  • ทำความเข้าใจถึงขั้นตอน ข้อบ่งชี้ ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และการดูแลหลังทำ รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนตัดสินใจทำ

สำคัญ อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ราคาถูกผิดปกติ หรือทำตามกระแสนิยมเพียงอย่างเดียว เพราะอาจไม่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของเรา จนอาจเกิดอันตรายตามมาได้ค่ะ

บทสรุป

การฉีด ฟิลเลอร์จมูก เป็นทางเลือกในการปรับรูปจมูกให้ดูโด่งและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนตัดสินใจจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

โดยการฉีดฟิลเลอร์จมูก จะเหมาะผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่แล้ว ไม่เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย และผู้แพ้สารไฮยาลูโรนิก มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเป็นหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น

การฉีดฟิลเลอร์จมูกแม้จะค่อนข้างปลอดภัย แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง เช่น ฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือด ฉีดได้รูปทรงผิดธรรมชาติ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น จึงต้องเลือกแพทย์ผู้ชำนาญ ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และทำในสถานพยาบาลมาตรฐานเท่านั้น สำคัญ ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีและปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวางแผนให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

สุดท้ายนี้ ฟิลเลอร์จมูกไม่ใช่หนทางเดียวในการเสริมความงาม ผู้ที่สนใจควรพิจารณาถึงความต้องการและเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจน ตลอดจนความคาดหวังต่อผลลัพธ์ ก่อนที่จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ การร้อยไหม หรือการศัลยกรรมค่ะ

ได้รับความสนใจจากสื่อหลากหลายช่องทาง เกี่ยวกับเทรนด์การปรับรูปหน้า

ฉีดฟิลเลอร์

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC