Sculptra คืออะไร? ฟื้นฟูผิวลึก กระตุ้นคอลลาเจน อยู่ได้นาน 2 ปี
RWC Clinic สรุปให้
- Sculptra คือสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดโพลีแอล-แลคติก แอซิด (PLLA) ที่ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ใช้ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก
- ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนัง ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงทนกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
- เริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 2-3 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 3 เดือน
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
- ควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Sculptra เป็นทางเลือกหนึ่งในการฟื้นฟูผิวที่หลายคนเลือกใช้ เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาริ้วรอยที่สังเกตได้ชัด ใบหน้าหย่อนคล้อย และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง การเข้าใจกลไกการทำงานของ Sculptra อย่างถูกต้องจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีแก้ไขที่ตอบโจทย์กับปัญหาผิวของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เพราะแต่ละคนมีปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป
- RWC Clinic สรุปให้
- Sculptra คืออะไร
- ข้อดีของการฉีด Sculptra
- หลังการฉีด Sculptra สามารถเห็นผลทันทีเลยหรือไม่ ?
- ผลข้างเคียงหลังฉีด Sculptra
- ต้องทำการรักษาประมาณกี่ครั้ง ?
- ผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน ?
- ข้อควรระวังหลังฉีด Sculptra
- Sculptra กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร
- วิธีการนวดหน้าหลังฉีด Sculptra
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
Sculptra เป็นชื่อทางการค้าของกรดโพลีแอล-แลคติก (Poly-L-lactic acid, PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นสารที่ช่วยในการฟื้นฟูโครงสร้างใต้ผิวชั้นลึกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง เพื่อลดริ้วรอยและเพิ่มความกระชับให้กับผิวหน้า
โดยการฉีดเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว เป็นการเรียกเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า แมคโครฟาจ มาช่วยในการทำงาน ทำให้คืนความอ่อนเยาว์อย่างป็นธรรมชาติ ซึ่งจะคงปริมาตรได้ดีกว่า Hyalyronic Acid ทั่วไป โดยสลายตัวช้ากว่าทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากกว่า Sculptra ได้รับการอนุมัติจาก FDA ในสหรัฐอเมริกาและถูกใช้ทั่วโลกตั้งแต่ปี 1999
ข้อดีของการฉีด Sculptra
นอกจากการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแล้ว Sculptra ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดเลือนร่องลึกบริเวณแก้ม ขมับ และแนวกรอบหน้าที่บางลงตามวัย เนื่องจากตัวยาช่วยเพิ่มปริมาตรใต้ผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ใบหน้าดูอวบอิ่มขึ้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยความผิดธรรมชาติ ต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ที่เน้นเติมเต็มเฉพาะจุดในทันที
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างใต้ชั้นลึกของผิว
- ช่วยให้ใบหน้าดูกระจ่างใส
- ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนคืนความอ่อนเยาว์
ผลข้างเคียงหลังฉีด Sculptra
อาการทั่วไปหลังการฉีด Sculptra ในช่วง 1-2 วันแรกจะมีเพียงอาการบวม แดง ช้ำและมีอาการปวดเล็กน้อย และสามารถหายไปเองได้ ส่วนผลข้างเคียงอื่น ๆ อาจมีก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง โดยมีหรือไม่มีการอักเสบหรืออาจมีผิวหนังเปลี่ยนสี ทั้งนี้อาการจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ
แนะนำให้นวดบริเวณที่ฉีด Sculptra ทุกวันหลังฉีดประมาณ 5 วัน วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี
ต้องทำการรักษาประมาณกี่ครั้ง
โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ฉีด Sculptra ห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ก่อนฉีดครั้งถัดไป จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผิว อายุ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากอาจต้องฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงอยู่ได้นาน
ผลลัพธ์หลังการฉีด Sculptra จะอยู่ได้นานกว่าสารสังเคราะห์ Hyaluronic Acid ทั่วไป โดยสามารถอยู่ได้นานถึง 24 เดือน หรือประมาณ 2 ปี เนื่องจากตัวยาถูกวางในชั้นผิวที่ลึกกว่า และทำงานด้วยกลไกการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองอย่างต่อเนื่อง ต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็นการเติมเต็มปริมาตรโดยตรงและถูกสลายไปตามเวลา
ความคงทนของผลลัพธ์ในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ อายุและสภาพผิวเดิม ความเร็วของระบบเผาผลาญในร่างกาย จำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษา รวมถึงพฤติกรรมการดูแลผิวหลังฉีด เช่น การปกป้องผิวจากแสงแดด การพักผ่อนที่เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เร่งการเสื่อมของคอลลาเจนอย่างการสูบบุ หรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
โดยทั่วไปแล้วเมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลงตามระยะเวลา แพทย์มักแนะนำให้เข้ารับการฉีดซ้ำเพื่อรักษาความกระชับและความอ่อนเยาว์ของผิวให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของ Sculptra ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าหัตถการเสริมความงามแบบอื่นในกลุ่มเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม – นวัตกรรมที่จะช่วยฟื้นฟู Gouri
ข้อควรระวังในการฉีด Sculptra
Sculptra เป็นการฉีดที่ไม่เหมือนใคร และควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมมาเท่านั้น หากไม่มีประสบการณ์แล้วฉีดเข้าเส้นเลือดเพราะอาจทำให้หลอดเลือดอุดตัน กล้ามเนื้อตาย หรือเส้นเลือดอุดตันได้
- ไม่ควรใช้ Sculptra ในผู้ที่แพ้ส่วนผสมใดๆ ของผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีประวัติการเกิดคีลอยด์หรือมีแผลเป็นนูนเกิน
- หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร
- อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเกิดการอักเสบ
- ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนการฉีด
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดที่บริเวณที่ได้รับการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
Sculptra กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร
- ฟิลเลอร์ จะแบ่งเป็นประเภทการเติมเต็มส่วนบกพร่อง เช่น ร่องลึกใต้ตา ขมับตอบ คางบุ๋มไม่โค้งมน ไม่สมส่วน และฟิลเลอร์แบบ Skin Booster ที่ใช้ฉีดหน้าทั่วใบ แต่จะเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว อยู่ได้นาน 6-18 เดือนแล้วแต่บุคคล และเห็นผลลัพธ์หลังฉีดทันที | ประโยชน์ของ HA ฟิลเลอร์
- Sculptra มีคุณสมบัติ คือ ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน และช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน ไม่เน้นการเติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ หลังฉีดไม่เห็นผลลัพธ์ทันที ต้องใช้เวลาเห็นผลหลังฉีด 3 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 3 เดือนค่ะ
วิธีการนวดหลังฉีด Sculptra
การนวดหน้าอย่างถูกวิธีหลังฉีด Sculptra มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอทั่วบริเวณที่ฉีด ลดโอกาสจับตัวเป็นก้อนใต้ผิว และช่วยให้กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ คลินิกความงามหลายแห่งแนะนำให้นวดตามหลัก Triple 5 ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมและปฏิบัติตามกันอย่างแพร่หลายค่ะ
หลักการนวดแบบ Triple 5
- นวดวันละ 5 ครั้ง
- ครั้งละ 5 นาที
- ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วันหลังฉีด
วิธีการนวดที่ถูกต้อง
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนนวด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
- ใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ เป็นวงกลมบริเวณที่ฉีด ไม่ควรกดแรงหรือถูแรงจนเกินไป
- นวดให้ทั่วบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่จับตัวเป็นก้อนเฉพาะจุด
- สามารถนวดร่วมกับการทาสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำ เช่น ช่วงทามอยส์เจอไรเซอร์ตอนเช้าหรือก่อนนอน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและทำได้ต่อเนื่อง
- หากรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองมากผิดปกติระหว่างนวด ควรหยุดและสังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
ข้อควรระวังขณะนวด
- หลีกเลี่ยงการนวดแรงเกินไปในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากผิวยังบอบบางจากการฉีด
- หากมีอาการบวมแดงมากผิดปกติ ควรเว้นระยะการนวดและประคบเย็นก่อน
- ผู้ที่ไม่สามารถนวดครบตามโปรแกรมได้ ควรนวดอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้งแทน เพื่อให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการนวดตามมาตรฐานมากที่สุด
การนวดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้ผิวกระจายตัวยาได้ดี ลดโอกาสเกิดก้อนใต้ผิว และทำให้ผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนออกมาชัดเจนและคงอยู่ได้นานที่สุดค่ะ
Sculptra เหมาะกับใครบ้าง?
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กระชับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มเห็นสัญญาณความเสื่อมของคอลลาเจนใต้ผิว
ฉีด Sculptra เจ็บไหม?
ก่อนฉีดแพทย์จะทายาชาเฉพาะที่ให้ ความรู้สึกระหว่างฉีดจะมีอาการตึงหรือปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถทนได้ และอาการจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
Sculptra ราคาเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนหลอดที่ใช้และพื้นที่ที่ฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวและรับใบเสนอราคาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
ฉีด Sculptra แล้วบวมนานไหม?
อาการบวมหลังฉีดมักหายภายใน 2-3 วัน ในบางรายอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยซึ่งจะจางลงเองภายใน 1 สัปดาห์
หลังฉีด Sculptra ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
ควรนวดบริเวณที่ฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ทุกวันต่อเนื่องประมาณ 5 วัน หลีกเลี่ยงการกดนวดแรง ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และงดซาวน่าหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนจัดในช่วงแรก
Sculptra ปลอดภัยไหม?
Sculptra ได้รับการรับรองจาก FDA และมีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีดเป็นสำคัญ ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เฉพาะทางและใช้ผลิตภัณฑ์แท้เท่านั้น
Sculptra ต่างจาก Sculptra ฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?
Sculptra เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิว ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปเน้นเติมเต็มปริมาตรเฉพาะจุดและเห็นผลทันทีหลังฉีด
ฉีด Sculptra กี่ปีต้องฉีดซ้ำ?
ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน หลังจากนั้นแนะนำให้ฉีดซ้ำเพื่อรักษาความกระชับของผิวอย่างต่อเนื่อง
สรุป
Sculptra ไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูผิวที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงทนยาวนานเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากชั้นลึก กระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น อย่างไรก็ตาม การฉีด Sculptra ต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง หากสนใจฉีด Sculptra หรือต้องการปรึกษาปัญหาผิวกับแพทย์เฉพาะทาง สามารถนัดหมายเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ RWC Clinic ค่ะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

