- RWC Clinic สรุปให้
- Ulthera คืออะไร ?
- Ulthera เหมาะกับใคร สภาพผิวแบบไหนที่เห็นผลดี ?
- Ulthera ราคาเท่าไหร่ ? เพื่อหน้าเรียวสวย
- Ulthera แตกต่างจาก HIFU และ Thermage อย่างไร ?
- ทำ Ulthera เห็นผลจริงไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
- ใครที่ไม่ควรทำ Ulthera ?
- Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
- ทำ Ulthera ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไร ?
- สรุป
หลักการทำงานของ Ulthera อาศัยการสร้าง “จุดร้อน” (Thermal Coagulation Points) ในชั้นผิวหนังที่ระดับความลึกต่าง ๆ โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปประมาณ 4.5 มิลลิเมตร ความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ กระชับและยกขึ้นตามธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้อัลเทอร่าแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นคือระบบการมองเห็นเนื้อเยื่อ (Visualization) แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังแบบ Real-time ผ่านหน้าจอขณะทำหัตถการ ทำให้สามารถส่งพลังงานได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
บทความแนะนำ: อัปเดตเทคโนโลยีใหม่ Ulthera Prime ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร
Ulthera ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ?
การทำ Ulthera สามารถช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่เกิดจากการที่คอลลาเจนลดลงตามวัย ช่วยให้กรอบหน้าและผิวโดยรวมดูกระชับขึ้น หัตถการนี้สามารถดูแลปัญหาผิวได้หลายส่วน ได้แก่
- ใบหน้าส่วนกลางกับส่วนล่าง ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยและเก็บกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น
- ใต้คาง ลดปัญหาเหนียงและผิวหย่อนคล้อยใต้คาง
- รอบดวงตา ยกแนวคิ้วกับหางตาที่ตก ทำให้ ulthera รอบดวงตา ดูเปิดและสดใสขึ้น
- ร่องลึก ช่วยให้ร่องแก้มและร่องน้ำตาที่เกิดจากความหย่อนคล้อยดูตื้นขึ้น
- สภาพผิว ปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดูเรียบเนียนและกระจ่างใส
- ลำคอกับเนินอก ลดเลือนริ้วรอยและกระชับผิวบริเวณ ulthera คอ กับเนินอก
- ผิวเริ่มหย่อนคล้อย แต่ยังมีความยืดหยุ่นอยู่
- เห็นร่องที่เริ่มชัดขึ้นบริเวณแก้มหรือกราม
- คิ้วเริ่มตก หนังตาบนเริ่มหนัก
- เหนียงเริ่มย้อย ใต้คางไม่กระชับ
- ต้องการ Maintain ผลลัพธ์หลังจากทำ Face Lift หรือ Thread Lift
สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรงหรืออายุมากกว่า 65 ปี อาจต้องพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย หรือปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการทำ Ulthera
การเตรียมตัวที่ถูกต้องช่วยให้การทำ Ulthera มีประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงได้ มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ได้แก่
- หยุดยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด แอสไพริน หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 7 วันก่อนทำ (ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาประจำตัว)
- หลีกเลี่ยงการ Sunburn ผิวที่ถูกแดดเผาหรือระคายเคืองไม่ควรทำ Ulthera
- แจ้งประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะโรคประจำตัว การใช้อุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือประวัติการเป็น Keloid
- ล้างเครื่องสำอางให้สะอาด มาพบแพทย์ด้วยใบหน้าที่สะอาด
อ่านเพิ่มเติม: สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนทำ Ulthera เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
หลังทำ Ultherapy สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่การดูแลตัวเองที่ดีช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่นานและเห็นผลได้ชัดเจนขึ้น วิธีดูแลตัวเองหลังการรักษา มีดังนี้
- ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็น
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า สปา หรือการออกกำลังกายหนักใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ดี
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซี เพื่อสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน
ผลข้างเคียงชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้น เช่น รอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ มักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ แนะนำศึกษาข้อปฏิบัติ หลังทํา ulthera อย่างละเอียดเพิ่มเติม
Ulthera ราคาเท่าไหร่ ? เพื่อหน้าเรียวสวย
Ulthera มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณ 50,000-150,000 บาท โดยราคานี้รวมค่าบริการของแพทย์ ค่าทำหัตถการ และการดูแลหลังทำ การทำอัลเทอร่าเป็นการดูแลผิวในระยะยาว เพราะผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ 1-2 ปี เมื่อเทียบกับหัตถการอื่นที่ต้องทำบ่อยกว่า ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อปีก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันค่ะ
ปัจจัยอะไรทำให้ราคา Ulthera แตกต่างกัน
ราคาของ Ultherapy แตกต่างกันในแต่ละสถานพยาบาล มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย ได้แก่
- จำนวน Shot (Lines) การใช้จำนวน Shot ที่มากขึ้น ทำให้ราคาสูงขึ้น
- พื้นที่ที่ทำอัลเทอร่า การทำทั่วใบหน้าและลำคอมีราคาสูงกว่าการทำเฉพาะจุด
- ประสบการณ์ของแพทย์ แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงอาจมีค่าบริการที่แตกต่างกัน
- มาตรฐานของคลินิก คลินิกที่ใช้เครื่องแท้และมีมาตรฐานจะมีราคาสูงกว่า
- ข้อเสนอจากคลินิก ในบางช่วงเวลา คลินิกอาจมีข้อเสนอด้านราคา
ทำ Ulthera บ่อยแค่ไหน มีค่าใช้จ่ายทำซ้ำไหม ?
สำหรับความถี่ในการทำ Ultherapy แนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้งในช่วงแรก เพื่อคงสภาพคอลลาเจนและความกระชับของผิว ในบางกรณีสามารถเว้นระยะเป็น 18-24 เดือนได้ ถ้าสภาพผิวดีไม่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากนัก
ค่าใช้จ่ายในการทำซ้ำเพื่อคงสภาพผิวมักน้อยกว่าครั้งแรก เพราะใช้จำนวน Shot ลดลง และบางคลินิกก็มีโปรแกรมสำหรับลูกค้าเก่าด้วยค่ะ
Ulthera แตกต่างจาก HIFU และ Thermage อย่างไร ?
ทั้ง Ulthera, HIFU และ Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด แต่มีหลักการทำงานกับจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ช่วยให้เลือกหัตถการที่ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น
เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองนึกภาพว่าใบหน้าของเราเป็นเหมือนอาคารหลายชั้น แต่ละเทคโนโลยีทำงานที่ชั้นผิวและใช้พลังงานต่างกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์และความเหมาะสมกับปัญหาผิวที่แตกต่างกันด้วยค่ะ
บทความแนะนำ: เจาะลึกความต่าง Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
Ulthera vs HIFU
| เปรียบเทียบ | Ulthera | HIFU ทั่วไป |
|---|---|---|
| การรับรอง FDA | ได้รับการรับรองจาก US FDA สำหรับการ Lift | ส่วนใหญ่เป็น Korean FDA หรือ CE Mark |
| ระบบ Visualization | มี (เห็นชั้นผิวขณะทำ) | ไม่มี (ยิงตามโปรแกรมที่ตั้งไว้) |
| ความลึก | เข้าถึงชั้น SMAS ได้แม่นยำ | ความลึกอาจไม่แน่นอน |
| ราคา | สูงกว่า (50,000-150,000 บาท) | ต่ำกว่า (5,000-30,000 บาท) |
| ผลลัพธ์ | เห็นผลชัด อยู่ได้นาน 1-2 ปี | เห็นผลน้อยกว่า อยู่ได้ 6-12 เดือน |
Ulthera คือ “ต้นตำรับ” ของเทคโนโลยี HIFU ในขณะที่ HIFU ทั่วไปเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาตามมาในราคาที่ถูกกว่า แต่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยอาจไม่เทียบเท่าค่ะ ศึกษาเพิ่มเติมต่อได้ที่บทความ Hifu vs Ultherapy
Ulthera vs Thermage
| เปรียบเทียบ | Ulthera | Thermage |
|---|---|---|
| พลังที่ใช้ | Focused Ultrasound | Radiofrequency (RF) |
| เป้าหมายหลัก | ยกกระชับ (Lifting) | กระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน (Tightening) |
| ชั้นผิวที่ทำงาน | ลึกถึงชั้น SMAS (4.5mm) | ชั้นหนังแท้ (Dermis) |
| ความเจ็บ | เจ็บมากกว่า | เจ็บน้อยกว่า |
| ผลลัพธ์ | เห็นผลยกชัดเจน | ผิวกระชับ เนียนขึ้น |
Thermage เหมาะกับปัญหาผิวหย่อน รูขุมขนกว้าง หรือต้องการความกระชับโดยรวม ส่วน Ulthera เหมาะกับการยกหน้าที่ต้องการเห็นผลชัดเจนกว่า หากลังเลสามารถอ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ Thermage vs Ultherapy
ควรเลือก Ulthera HIFU หรือ Thermage ในสถานการณ์แบบไหน ?
การเลือกหัตถการที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิว งบที่มี และความคาดหวังของแต่ละคน ไม่มีคำตอบที่ “ดีที่สุด” ที่ใช้ได้กับทุกคน แนวทางการเลือกทำหัตถการ มีดังนี้
- เลือก Ulthera ถ้าต้องการยกกระชับชัดเจน มีงบเพียงพอ และยอมรับความเจ็บได้
- เลือก HIFU ถ้ามีงบจำกัด ต้องการทดลองก่อน หรือปัญหาผิวไม่รุนแรง
- เลือก Thermage ถ้าต้องการกระชับผิวโดยรวม ลดรูขุมขน หรือกลัวเจ็บ
- ทำร่วมกัน หลายคลินิกแนะนำให้ทำ Ulthera ร่วมกับ Thermage (เรียกว่า Ulthermage) เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งการยกและการกระชับ
ทำ Ulthera เห็นผลจริงไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
Ulthera เทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับผิว ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ แสดงผลเต็มที่ในเดือน 6 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาชัดเจนอ่านต่อได้ที่ ulthera เห็นผลเมื่อไหร่ ?
ผลลัพธ์ของการทำอัลเทอร่าแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การตอบสนองของร่างกาย และความชำนาญของแพทย์ที่ทำ คนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยมากอาจไม่เห็นผลชัดเจนเท่ากับคนที่มีปัญหาระดับเบาค่ะ
รีวิว Ulthera ก่อนและหลัง จากเคสจริงที่ RWC Clinic
ที่ RWC Clinic มีคนเข้ารับบริการ Ulthera จำนวนมากและเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ จากการสังเกตเคสต่าง ๆ พบว่ามีลักษณะร่วมกันบางอย่าง ตัวอย่างผลลัพธ์ที่พบบ่อย ได้แก่
- หน้าเรียวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกรามและแก้ม
- เหนียงยกขึ้น ใต้คางดูกระชับ
- คิ้วยกขึ้น ดวงตาดูสดใสขึ้น
- ผิวโดยรวมดูเต่งตึง มีความกระจ่างใสมากขึ้น
ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและตั้งความคาดหวังที่เหมาะสมค่ะ
บทความแนะนำ: รีวิว Ulthera ยกกระชับใบหน้าโดยคุณหมอขนม

