Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร? รู้ก่อนยกกระชับผิวไม่ผ่าตัด
RWC Clinic สรุปให้
- Thermage เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ผ่านการรับรองจาก US-FDA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
- Thermage FLX รุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เจ็บน้อยลง ด้วยระบบ Vibration และ Cooling ในตัว
- หลังทำเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20% และดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือน คงอยู่ได้นาน 1-2 ปี
- ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน Shot เริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท สำหรับ 450 shot
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไขมันสะสม หรือต้องการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด
หนึ่งในความกังวลที่พบบ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น คือผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่คมชัด และริ้วรอยที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว หลายคนมองหาทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด Thermage คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้ตรงจุด ด้วยหลักการส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF ลงสู่ชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวโดยไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
บทความนี้ RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับ Thermage ตั้งแต่หลักการทำงานของเทอร์มาจ ความแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น จนถึงการเตรียมตัวและวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อเป็นข้อมูลให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- Thermage คืออะไร ?
- Thermage FLX รุ่นใหม่ล่าสุด ดีกว่ารุ่นก่อนไหม ?
- ใครบ้างเหมาะกับการทำ Thermage
- Thermage แตกต่างจาก Ulthera HIFU Morpheus8 อย่างไร ?
- ราคา Thermage เท่าไร คิดอย่างไร ?
- ผลลัพธ์ Thermage เป็นอย่างไร เจ็บไหม ?
- ทำ Thermage ที่ไหนดี คลินิกมาตรฐานดูอย่างไร ?
- ก่อนและหลังทำ Thermage ดูแลตัวเองอย่างไร ?
- สรุป
Thermage คืออะไร ?
Thermage คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ทำงานโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิว
เมื่อความร้อนลงไปสะสมในระดับที่พอเหมาะ เส้นใยคอลลาเจนจะเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมาค่ะ เทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US-FDA และ อย. ไทย
ประโยชน์การทำ Thermage ช่วยผิวกระชับ
การทำเทอร์มาจให้ผลลัพธ์ในหลายด้าน ทั้งการยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน และลดไขมันบางส่วน ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น โดยเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เวลาพักฟื้น
- ช่วยยกกระชับผิวบริเวณใบหน้า แนวกราม และลำคอที่มีความหย่อนคล้อย
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- ช่วยสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความแน่นและอิ่มฟูขึ้น
- เป็นหัตถการที่ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
Thermage FLX เครื่องรุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นให้ใช้เวลาทำสั้นลงและรู้สึกสบายขึ้นค่ะ รุ่นนี้เข้ามาแทนที่ Thermage CPT ที่ยกเลิกการผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2018
ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ Thermage FLX มาพร้อมกับเทคโนโลยี AccuREP ที่ช่วยปรับพลังงานให้เข้ากับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้แบบ Real-time ทำให้การส่งพลังงานมีความสม่ำเสมอ และมีระบบ Multi-Directional Vibration ที่ช่วยลดทอนความรู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำเทอร์มาจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ
บทความแนะนำ: เจาะลึกเทคโนโลยีรุ่นใหม่ Thermage FLX คืออะไร และดียังไง
Thermage FLX แตกต่างจาก Thermage CPT อย่างไร ?
Thermage FLX มีการปรับปรุงจากรุ่น CPT ในหลายด้าน ทั้งเรื่องความรู้สึกขณะทำ ความเร็วในการทำงาน และความแม่นยำในการปล่อยพลังงาน คุณสมบัติที่แตกต่างกัน มีดังนี้
| คุณสมบัติ | Thermage CPT | Thermage FLX |
|---|---|---|
| ปีที่เปิดตัว | 2009 | 2018 |
| ระยะเวลาทำ | ประมาณ 90-120 นาที | ประมาณ 60 นาที (เร็วขึ้น 33%) |
| ระบบปรับพลังงาน | ไม่มี AccuREP | มี AccuREP Real-time |
| ระบบลดความเจ็บ | Cooling Tip | Cooling และ Vibration |
| สถานะ | ยกเลิกการผลิต | รุ่นที่ใช้งานอยู่ |
ใครบ้างเหมาะกับการทำ Thermage
Thermage เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น คนที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย มีเหนียงใต้คาง และกรอบหน้าไม่คมชัด
แต่มีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่มบุคคลค่ะ การทำ Thermage ไม่เหมาะกับคนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ คนที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ทำ คนที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณนั้น และสตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจทำทุกครั้ง
Thermage ทำส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง ?
Thermage FLX ถูกออกแบบมาพร้อมหัวทิปหลายขนาด สำหรับใช้กับบริเวณที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถยกกระชับผิวได้ทั้งบนใบหน้าและลำตัวค่ะ
- ใบหน้า แก้ม กราม เหนียง และหน้าผาก
- รอบดวงตา ยกเปลือกตา ลดถุงใต้ตา และริ้วรอยรอบดวงตา (ใช้หัว Eye Tip สำหรับบริเวณนี้โดยเฉพาะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Thermage ตา)
- ลำคอ กระชับผิวบริเวณลำคอที่หย่อนคล้อย
- ลำตัว หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และหัวเข่า (ใช้หัว Body Tip ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Thermage body)
Thermage เหมาะกับคนมีปัญหาผิวเฉพาะทางไหม ?
เทอร์มาจสามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลากหลาย สำหรับคนที่มีไขมันบริเวณแก้มหรือเหนียงใต้คางเยอะ เทคโนโลยีนี้จะช่วยสลายไขมันไปพร้อมกับการยกกระชับได้ด้วยค่ะ
ส่วนคนที่มีไขมันบนใบหน้าน้อยหรือกังวลว่าหน้าตอบก็สามารถทำได้ ในกรณีนี้แพทย์จะปรับระดับพลังงานและจำนวน Shot ให้เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก เพื่อให้ผิวกระชับขึ้นโดยไม่กระทบกับปริมาณไขมันเดิม
Thermage หนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่นเดียวกับ Ulthera, HIFU และ Morpheus8 แต่ละเครื่องมือใช้หลักการทำงานกับผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน การเลือกเครื่องที่เหมาะกับตัวเองขึ้นอยู่กับปัญหาผิว เป้าหมาย และงบของแต่ละคนค่ะ
บทความแนะนำ: เปรียบเทียบชัด ๆ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี ?
Thermage VS Ulthera
Ulthera ทำงานด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (HIFU) ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อเน้นการยกกระชับผิว ส่วน Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ที่เน้นการกระชับผิวและช่วยสลายไขมันค่ะ
สำหรับคนที่มีไขมันบริเวณแก้มและต้องการให้ผิวกระชับขึ้น เทอร์มาจเป็นทางเลือกที่ตรงจุดกว่า บางครั้งมีการแนะนำให้ทำสองอย่างร่วมกันเพื่อดูแลปัญหาผิวได้หลายมิติ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Thermage vs Ultherapy
Thermage VS HIFU
Thermage คือการส่งพลังงาน โดยใช้คลื่น RF ที่ให้ความร้อนเป็นวงกว้าง (Bulk Heating) ช่วยเรื่องการกระชับผิวและสลายไขมันพร้อมกัน
HIFU เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกับ Ulthera และมีให้เลือกหลายยี่ห้อในระดับราคาที่ต่างกัน โดยจะส่งพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ (Focal Point) เพื่อเน้นไปที่การยกกระชับค่ะ ดูข้อเปรียบเทียบได้ที่ Thermage vs Hifu
Thermage VS Morpheus8
Morpheus8 เป็นกลุ่ม RF Microneedling ที่ใช้หัวเข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปใต้ผิวโดยตรง วิธีนี้ช่วยจัดการปัญหาผิวได้หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งเรื่องแผลเป็น รูขุมขน ริ้วรอยตื้น ๆ แต่หลังทำจะมีสะเก็ดและต้องใช้เวลาพักฟื้น ในทางกลับกัน Thermage ไม่ทำให้เกิดแผลและไม่ต้องพักฟื้นเลย
ตารางเปรียบเทียบ Thermage, Ulthera, HIFU และ Morpheus8
| เทคโนโลยี | Thermage | Ulthera/HIFU | Morpheus8 |
|---|---|---|---|
| พลังงานที่ใช้ | Monopolar RF | Ultrasound (HIFU) | RF Microneedling |
| เน้นเรื่อง | กระชับผิวและสลายไขมัน | ยกกระชับผิวชั้นลึก SMAS | ปรับสภาพผิวและกระชับ |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | พักฟื้น 3-7 วัน |
| ราคาโดยประมาณ | 30,000-100,000 | 10,000-80,000 | 30,000-90,000 |
ราคา Thermage เท่าไร คิดอย่างไร ?
ราคา Thermage คำนวณตามจำนวน Shot ที่ใช้เป็นหลัก โดยแพทย์จะประเมินจากสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยราคาสำหรับการทำบริเวณใบหน้าและลำตัวจะแตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ
บทความแนะนำ: อัปเดตล่าสุด Thermage ราคา โปรโมชั่นสุดคุ้ม
| บริเวณ | จำนวน Shot (โดยประมาณ) | ช่วงราคา (บาท) |
|---|---|---|
| ใบหน้า (ส่วนหนึ่ง) | 450 shots | 30,000 - 45,000 |
| ทั่วใบหน้า | 900 shots | 60,000 - 90,000 |
| ลำตัว (หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา) | 2,000 shots | 60,000 - 90,000 |
อะไรบ้างที่ทำให้ราคา Thermage ต่างกัน ?
ค่าใช้จ่ายในการทำเทอร์มาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน Shot แค่อย่างเดียว แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อราคาโดยรวมด้วย ได้แก่
- จำนวน Shot ยิ่งใช้จำนวน Shot มาก ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
- บริเวณที่ทำ การดูแลผิวรอบดวงตาจะใช้หัว Eye Tip ที่มีลักษณะเฉพาะ ทำให้ราคามีความแตกต่างจากหัว Face Tip ที่ใช้กับบริเวณอื่นของใบหน้า
- ต้นทุนของหัวทิป หัวทิปของเครื่อง Thermage ถูกออกแบบมาให้ใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Disposable) เพื่อสุขอนามัย ทำให้มีต้นทุนในส่วนนี้รวมอยู่ด้วย
- ประสบการณ์ของแพทย์ ประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำการรักษาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในโครงสร้างราคา
มาตรฐานของคลินิก สถานพยาบาลที่เลือกใช้เครื่องมือที่เป็นของแท้ และมีบริการสำหรับดูแลหลังทำ
รีวิว Thermage จากเคสจริงที่ RWC Clinic
จากการรวบรวมรีวิวของผู้ที่เคยทำเทอร์มาจ พบว่าส่วนใหญ่พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ค่ะ โดยเฉพาะเรื่องกรอบหน้าที่ชัดขึ้น แก้มกระชับ และเหนียงลดลง
หลายคนสังเกตเห็นความแตกต่างในเดือนที่ 2-3 หลังทำ โดยใบหน้าดูเรียวขึ้นและผิวแน่นกระชับมากขึ้น สำหรับคนที่ทำบริเวณรอบดวงตา พบว่าช่วยยกเปลือกตาและลดริ้วรอยตีนกาได้ค่ะ ดูภาพ Before/After เพิ่มเติมได้ที่ Thermage รีวิว

