RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ปลอม คือสารที่ใช้เลียนแบบฟิลเลอร์แท้ ได้แก่ ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก และพาราฟิน ซึ่งไม่สลายตัวตามธรรมชาติ และร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้เกิดการตกค้างในชั้นผิวหนังระยะยาว
- ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานผลิตจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย สลายตัวได้เองภายใน 6–18 เดือน และสามารถสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสได้หากจำเป็น
- อาการจากฟิลเลอร์ปลอมแบ่งเป็นระยะสั้น ได้แก่ บวมแดง เจ็บปวดรุนแรง คลำพบก้อนแข็ง และระยะยาว ได้แก่ ติดเชื้อ เนื้อเยื่อตาย ใบหน้าผิดรูป
- การแก้ไขฟิลเลอร์ปลอมทำได้ยากกว่าฟิลเลอร์แท้มาก เพราะไม่สามารถใช้เอนไซม์สลายได้ ต้องอาศัยการขูดหรือผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
- วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีใบอนุญาตถูกต้อง ใช้ฟิลเลอร์ที่ขึ้นทะเบียน อย. และตรวจสอบเลข LOT และเอกสารกำกับยาทุกครั้งก่อนฉีด
เมื่อเจอโปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์ราคาถูก เพื่อดึงดูดเรา ขอให้พึงระวังไว้ว่าอาจเป็น ฟิลเลอร์ปลอม เพราะผู้ให้บริการบางรายอาจใช้กลยุทธ์นี้เพื่อล่อลวงผู้ใช้บริการให้ไปใช้บริการด้วยราคา แต่ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ตรงความคาดหวัง หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ดังนั้น ควรมีวิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ดี ก่อนจะเข้ารับการหัตถการใด ๆ ก็ตาม
การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างฟิลเลอร์แท้และฟิลเลอร์ปลอม รวมทั้งป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพและความงามของคุณในระยะยาว
ฟิลเลอร์ปลอม คืออะไร
ฟิลเลอร์ปลอม คือ สารที่ใช้ในการมาเลียนแบบฟิลเลอร์นั้นมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก พาราฟิน ถือว่าเป็น ฟิลเลอร์ปลอม ตัวอย่างเช่น ซิลิโคนเหลว เป็นสารโพลิเมอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งของที่ทำมาจากพลาสติก หากเข้าสู่ร่างกายของเราก็จะไม่สามารถดูดซึมได้ เมื่อระยะเวลาผ่านไป ร่างกายจะเกิดต่อต้านสารแปลกปลอมที่เข้าไป และเกิดอาการแพ้
หลังฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไป ในระยะแรกอาจจะยังไม่ออกอาการมาก ในระยะแรกร่างกายอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะจับได้ว่ามีสารแปลกปลอมเข้ามาเพราะมันไม่สลาย โดยเริ่มจับเป็นก้อน กลายเป็นซิลิโคนเหลวที่เกาะแน่นกับกระดูก อาจทำให้ใบหน้าเสียรูปไปเลยก็ได้
ฟิลเลอร์ปลอม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้รับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัย มักมีส่วนผสมที่อันตราย เช่น ซิลิโคน น้ำมัน หรือสารปนเปื้อนอื่นๆ โดยฟิลเลอร์ประเภทนี้จะมีราคาถูกมาก อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น การติดเชื้อ เนื้อเยื่อตาย หรือการอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น
ฟิลเลอร์หิ้ว เป็นผลิตภัณฑ์แท้ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยจากประเทศผู้ผลิต มีส่วนผสมที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เช่น กรดไฮยาลูโรนิก ราคาอาจถูกกว่าการซื้อผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แต่แพงกว่าฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์หิ้วมีความเสี่ยงน้อยกว่าฟิลเลอร์ปลอม แต่อาจมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษาและการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ทั้งฟิลเลอร์ปลอมและฟิลเลอร์หิ้วต่างเป็นสิ่งผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัยสำหรับการใช้งาน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องเท่านั้น
อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม
ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานผลิตจาก Hyaluronic Acid และสลายตัวได้เองตามธรรมชาติภายใน 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดที่ใช้ หากพบว่าฟิลเลอร์ไม่ยุบหรือสลายตัวตามเวลาที่ควร อาจเป็นสัญญาณของฟิลเลอร์ปลอม โดยเฉพาะเมื่อบริเวณที่ฉีดสัมผัสความร้อนแล้วเกิดการไหล ย้อย หรือบวมผิดรูป
อันตรายที่พบบ่อยจากฟิลเลอร์ปลอม ได้แก่
- เนื้อตาย (Necrosis): เกิดจากสารฟิลเลอร์ปลอมอุดตันเส้นเลือด ทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดและตายในที่สุด อาการเริ่มต้นสังเกตได้จากผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดหรือม่วงคล้ำทันทีหลังฉีด
- ฟิลเลอร์ไหลย้อย: สารที่ไม่มีความเสถียรจะเคลื่อนตัวตามแรงโน้มถ่วงหรือแรงกดจากการนวด ทำให้ใบหน้าผิดรูปได้แม้ผ่านไปหลายปี
- Granuloma (ก้อนเนื้อเยื่อพังผืด): ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อห่อหุ้มสารแปลกปลอมที่ไม่สลาย กลายเป็นก้อนแข็งใต้ผิวที่มองเห็นได้และกดเจ็บ
- การมองเห็นผิดปกติหรือตาบอด: กรณีที่ฉีดโดยผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญและสารเข้าหลอดเลือดแดงบริเวณใบหน้า อาจทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ค่ะ
อ่านบทความเพิ่มเติม: ปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อย
อาการเมื่อฉีดฟิลเลอร์ปลอมระยะสั้น
- บวมแดงมากกว่าปกติ – ผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะบวมและแดงมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ปกติ อาจคงอยู่นานกว่า 1-2 วัน
- เจ็บปวดรุนแรง – ความเจ็บปวดจะมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป และอาจไม่ทุเลาแม้ผ่านไปหลายวัน
- คลำพบก้อนแข็งใต้ผิวหนัง – กิดจากการจับตัวของสารที่ฉีดเข้าไป ทำให้รู้สึกเป็นก้อนแข็งเมื่อสัมผัส
- ผิวหนังเปลี่ยนสี มีรอยช้ำหรือจ้ำเลือด – อาจเกิดจากการอักเสบหรือการบาดเจ็บของเส้นเลือดฝอย
- อาการแพ้ – ร่างกายอาจตอบสนองต่อสารแปลกปลอม ทำให้เกิดอาการคัน ผื่นแดง หรือบวม ซึ่ง อาการแพ้ที่กล่าวมาไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ปลอมเท่านั้น แต่อาจพบอาการคล้ายกันได้ในกรณีของการติดเชื้อจากการฉีดด้วยเข็มหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดด้วย
อาการเมื่อฉีดฟิลเลอร์ปลอมระยะยาว
- การติดเชื้อ – เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อโรคในสารฟิลเลอร์หรือการฉีดที่ไม่สะอาด อาจลุกลามเป็นฝีหนอง
- เนื้อเยื่อเน่าตาย – เกิดจากการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดและตายในที่สุด
- การเคลื่อนย้ายของสารฟิลเลอร์ – สารอาจเคลื่อนตัวไปยังบริเวณอื่น ทำให้เกิดความผิดรูปของใบหน้า
- การเกิดก้อนเนื้อ – ร่างกายอาจสร้างเนื้อเยื่อห่อหุ้มสารแปลกปลอม ทำให้เกิดเป็นก้อนหรือถุงน้ำบริเวณที่ฉีด
- ปัญหาระบบภูมิคุ้มกัน – อาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตนเอง หรือทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
การแก้ไขปัญหาหลังการฉีดฟิลเลอร์ปลอมนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ สำหรับฟิลเลอร์ที่ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก แพทย์อาจใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสฉีดเข้าไปเพื่อย่อยสลายสารฟิลเลอร์ ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลดี
สำหรับฟิลเลอร์ชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ทราบส่วนประกอบแน่ชัด แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีขูดหรือผ่าตัดเพื่อนำสารออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าและอาจมีความเสี่ยงสูง
ถึงแม้ว่าการตรวจสอบฟิลเลอร์ว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือ ฟิลเลอร์ปลอม จะค่อนข้างดูยาก เพราะของเลียนแบบนั้นก็ทำออกมาได้เหมือนกับของแท้มาก แม้กระทั่งแพทย์เองยังดูแทบไม่ออก โดยมีวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ดังนี้
- มีเลขทะเบียน อย. และมีภาษาไทยกำกับ – ฟิลเลอร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นั้น ใช้สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ มีความปลอดภัยสูง
- มีเลข LOT บนหน้ากล่องเข็มด้านใน – สามารถดูเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต หรือ Lot No. ที่กล่องของฟิลเลอร์ แล้วนำโทรไปตรวจสอบได้
- มีการบรรจุเข็มภายในกล่องในจำนวนที่ถูกต้อง – ภายในกล่องฟิลเลอร์ของแท้ 1 กล่องนั้นจะประกอบด้วยเข็มจำนวน 2 อัน พร้อมระบุวันหมดอายุอย่างชัดเจน
- ต้องมีเอกสารกำกับ – เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของฟิลเลอร์ที่มีประโยชน์และให้ความปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ จะมีฉลากหรือเอกสารกำกับทุกกล่อง มีบาร์โค้ดชัดเจนที่ด้านข้างตัวกล่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถติดตามและตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย
- เลข LOT บนกล่องและด้านในต้องตรงกันฟิลเลอร์ของแท้ – เลข LOT บนกล่องและซองด้านใน จะต้องปรากฏเป็นตัวเลขชุดเดียวกันทั้งสองที่
โปรดระวังบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือที่เรียกว่าหมอเถื่อน ซึ่งอาจเป็นผู้ช่วยในคลินิกเสริมความงาม ที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาหรือการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ แต่เรียนรู้วิธีฉีดผิด ๆ ถูก ๆ จากการสังเกตการทำงานของแพทย์เท่านั้น
แน่นอนว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เราคงเป็น ฟิลเลอร์ปลอม หากคนฉีดไม่ใช่แพทย์ที่มีใบรับรองจริงๆ เพราะแพทย์ที่มีใบรับรองจะสามารถสั่งซื้อฟิลเลอร์ของแท้มาฉีดได้ เนื่องจากบริษัทยาจะจำหน่ายฟิลเลอร์แท้ให้แก่หมอที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ต่างจากหมอกระเป๋าที่ต้องซื้อฟิลเลอร์ปลอมตามอินเตอร์เน็ต
ฟิลเลอร์ปลอมกับฟิลเลอร์หิ้ว อันตรายต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์ปลอมผลิตจากสารที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารสังเคราะห์ที่ไม่ผ่านการรับรอง มีความเสี่ยงสูงมากและไม่สามารถสลายตัวได้ ส่วนฟิลเลอร์หิ้วคือฟิลเลอร์แท้ที่นำเข้าโดยไม่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ซึ่งแม้ตัวสารอาจเป็น Hyaluronic Acid จริง แต่อาจมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษาอุณหภูมิระหว่างขนส่ง ทำให้ประสิทธิภาพลดลงและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนได้ค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ปลอมไปแล้ว รู้ตัวได้อย่างไร?
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่ บวมแดงนานผิดปกติเกิน 1 สัปดาห์, คลำพบก้อนแข็งใต้ผิวหนัง, ฟิลเลอร์ไม่ยุบแม้ผ่านมาหลายปี, ผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนสีหรือมีรอยอักเสบเรื้อรัง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ปลอมไปแล้ว แก้ไขได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ หากเป็น Hyaluronic Acid ปลอมปน แพทย์อาจใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสช่วยสลายได้บางส่วน แต่หากเป็นซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารสังเคราะห์อื่น จะไม่สามารถสลายด้วยยาได้เลย ต้องใช้การขูดหรือผ่าตัดนำออกเท่านั้น ซึ่งซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงกว่ามากค่ะ
หมอกระเป๋าฉีดฟิลเลอร์อันตรายกว่าคลินิกทั่วไปอย่างไร?
หมอกระเป๋าหรือบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่สามารถสั่งซื้อฟิลเลอร์แท้จากบริษัทยาได้ตามกฎหมาย จึงต้องหาซื้อจากช่องทางที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับฟิลเลอร์ปลอม นอกจากนี้ยังขาดทักษะการจัดการภาวะแทรกซ้อน เช่น การแก้ไขกรณีสารเข้าเส้นเลือดหรืออาการแพ้เฉียบพลันค่ะ
สรุป
ฟิลเลอร์ปลอม คือ ฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผลิตมาจาก ซิลิโคนเหลว พาราฟิน และสารอื่น ๆ ที่ไม่ปลอดภัย เมื่อถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการตกค้างในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบ แพ้ ติดเชื้อ และเนื้อเยื่อพังผืดตามมา บางครั้งฟิลเลอร์อาจจับตัวเป็นก้อน ทำให้ผิวผิดรูปและมีอาการปวดร่วมด้วย
การแก้ไขฟิลเลอร์ปลอม ต้องอาศัยการผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น ไม่สามารถใช้ยาหรือวิธีอื่นในการสลายได้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แนะนำควรใช้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เช่น สารไฮยาลูโรนิก แอซิด และทำกับแพทย์ในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
สามารถตรวจเช็คเลขทะเบียน กล่องบรรจุภัณฑ์ และเอกสารกำกับยา เพื่อให้แน่ใจว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้ ไม่ใช่ฟิลเลอร์เถื่อนหรือฟิลเลอร์หิ้วที่มีความเสี่ยงสูงได้ค่ะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic



Pingback: หมอฉีดฟิลเลอร์ที่ดี เลือกอย่างไร ให้ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์สวย