Juvelook นวัตกรรมฟื้นฟูผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง ?

Juvelook นวัตกรรมฟื้นฟูผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง ?

RWC Clinic สรุปให้

  • เป็นนวัตกรรม Hybrid Biostimulator จากเกาหลี ผสาน PDLLA + HA ในตัวเดียว
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งริ้วรอย หลุมสิว รูขุมขน ใต้ตาคล้ำ
  • มีความอ่อนโยนต่อผิว ด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ออกแบบสำหรับผิวบอบบางโดยเฉพาะ สามารถใช้กับบริเวณรอบดวงตาได้
  • ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน หลังฉีดครบ 3 ครั้ง
  • ไม่ต้องนวดหลังฉีด และไม่ต้องพักฟื้นนาน 
  • ได้รับรองมาตรฐาน CE Mark, KFDA และ อย.ไทย

Juvelook คืออะไร ?

ความพิเศษของ Juvelook คือการผสมผสานระหว่างสาร 2 ชนิดที่ทำงานเสริมกันอย่างลงตัว แต่ละตัวมีหน้าที่แตกต่างกันชัดเจน

PDLLA กับ HA ใน Juvelook ทำงานต่างกันอย่างไร ?

PDLLA กับ HA ใน Juvelook ทำงานต่างกันอย่างไร ?

Hyaluronic Acid (HA) – ทำงานในระยะสั้น

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันทีหลังฉีด
  • ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว
  • ลดริ้วรอยตื้นๆ ได้ในทันที
  • มีอายุการทำงานประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนสลายไป

PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) – ทำงานในระยะยาว

  • กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนใหม่
  • มีโครงสร้างเป็นอนุภาคทรงกลม (Round & Porous Shape) ที่มีรูพรุน ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสการเกิดก้อน (Nodule) ใต้ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้สม่ำเสมอ
  • เริ่มทำงานหลังจาก HA สลายไป (ประมาณสัปดาห์ที่ 2-4)
  • ผลการกระตุ้นคอลลาเจนเห็นชัดเจนที่ 3-6 เดือน
  • สลายได้เองตามธรรมชาติไม่ตกค้างในร่างกาย

Juvelook ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนบ้าง ?

Juvelook สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย สำหรับปัญหาที่สามารถแก้ได้ มีดังนี้

Juvelook ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนบ้าง ?
  • ริ้วรอยและร่องลึก ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณหางตา หน้าผาก ร่องน้ำตา รวมถึงร่องแก้ม บริเวณที่นิยมใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อเติมเต็ม
  • หลุมสิวและรอยแผลเป็น ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
  • รูขุมขนกว้าง กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูละเอียดขึ้น
  • ใต้ตาคล้ำและหมองมัว ฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา ลดความหมองคล้ำ อีกทางเลือกนอกเหนือจากฟิลเลอร์ใต้ตา
  • ผิวขาดความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
  • ผิวหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นให้ผิว
  • รอยแตกลาย ลดเลือนรอยแตกลายบริเวณต่างๆ ของร่างกาย
  • ผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ ปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น

Juvelook เหมาะสำหรับผู้มีสภาพผิวแบบไหน ?

Juvelook ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่หลากหลายและครอบคลุมทุกช่วงวัย แต่ก็มีเงื่อนไขบางประการที่ควรทราบ มาดูรายละเอียดกันว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่เหมาะสมหรือไม่ ผู้ที่เหมาะกับการฉีด Juvelook มีดังนี้

Juvelook เหมาะสำหรับผู้มีสภาพผิวแบบไหน ?
  • ผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเริ่มต้นถึงระดับปานกลาง
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวแบบตื้นถึงปานกลาง
  • ผู้ที่ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้างและต้องการให้ผิวดูละเอียดขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเป็นธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนแปลงรูปหน้า
  • ผู้ที่มีรอยแตกลายบริเวณร่างกาย

ปัญหาผิวแบบไหนที่ไม่ควรฉีด

แม้ Juvelook จะมีความปลอดภัย แต่ก็มีข้อห้ามใช้ที่ควรทราบเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ สำหรับผู้ที่ไม่ควรฉีด Juvelook มีดังนี้

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Hyaluronic Acid หรือกรดโพลีแลกติก
  • ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังในบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีแผลเป็นนูนแบบคีลอยด์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

Juvelook ต่างจาก Sculptra หรือ Rejuran อย่างไร ?

ในปัจจุบันวงการดูแลผิวยังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะกับสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยฟื้นฟูและเติมเต็มผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด — เช่น Juvelook, Sculptra และ Rejuran ที่แต่ละตัวมีจุดเด่นและกลไกเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน การเลือกใช้อย่างเหมาะสมตามปัญหาผิวของคุณ จึงเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อ/หัตถการJuvelookSculptra Rejuran
ส่วนประกอบหลัก ผสม PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) + HA (Hyaluronic Acid) — เติมน้ำให้ผิวทันที + กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) – เป็น Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก เน้นโครงสร้างผิวสาร Polynucleotide (PN) สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน – ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ และปรับโครงสร้างผิว
เหมาะกับปัญหาใด ผิวแห้ง / ผิวหมอง / มีริ้วรอยร่องลึกเล็กน้อย / รูขุมขนกว้าง / หลุมสิวตื้น ๆ
ผิวหย่อนคล้อยโครงสร้างไม่แข็งแรง / ริ้วรอยลึก / ผู้ที่ต้องการผลยาวนานมากขึ้นผิวเสื่อมสภาพ / สีผิวไม่สม่ำเสมอ / รูขุมขนกว้าง / ริ้วรอยเล็ก ๆ – กลาง
ผลลัพธ์เติมเต็มทันทีจาก HA โดยประมาณ 2-4 สัปดาห์เห็นผลจาก PDLLA กระตุ้นคอลลาเจนเริ่มเห็นผลช่วง 2-3 สัปดาห์หลังฉีด แต่จะเห็นผลเต็มที่ใน ~3 เดือนขึ้นไปเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์หลังฉีด โดยแนะนำทำหลายครั้งตามโปรโตคอล
ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-16 เดือน หรือสูงสุด ~2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและจำนวนครั้งที่ฉีดอยู่ได้นานถึง ~2 ปีขึ้นกับสูตรและการดูแล ประมาณหลายเดือน–ปีตามสภาพผิวและการซ้ำ
จำนวนครั้งแนะนำ / เว้นระยะแนะนำ ฉีด 3 ครั้ง เว้นระยะเดือนละครั้ง แล้วซ้ำหลังจาก 6-12 เดือน ช่วงแรก อาจต้องฉีด 2-3 ครั้ง เว้นระยะ 4-6 สัปดาห์แนะนำฉีด 4 ครั้ง ระยะห่าง 2-3 สัปดาห์ แล้วเว้น 3-6 เดือนซ้ำ
จุดที่นิยมฉีดใบหน้า (รอบดวงตา แก้ม ร่องแก้ม) ลำคอ หลังมือ – เน้นผิว/งานผิวขมับ หน้าแก้ม กรอบหน้า – เน้นโครงสร้างใบหน้า ไม่แนะนำจุดที่ขยับบ่อย / T-zone ใบหน้า (ทั่วหน้า/ใต้ตา) ลำคอ หลังมือ – เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว

ก่อนและหลังฉีด Juvelook ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

การฉีด Juvelook เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลหลังฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ก่อนและหลังฉีด Juvelook ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

การเตรียมตัวก่อนฉีด Juvelook

  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี และน้ำมันปลา อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของการช้ำหรือเลือดออกใต้ผิว
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24–48 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้หลอดเลือดขยายและเพิ่มการบวมช้ำหลังทำ
  • แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์ รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ และประวัติการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol อย่างน้อย 3 วันก่อนฉีด เพื่อลดการระคายเคือง
  • พักผิวให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มที่ก่อนวันฉีด เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมรับการฟื้นฟู

การดูแลหลังฉีด Juvelook

  • อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด เกิดจากการที่ตัวยาถูกส่งเข้าไปในชั้นผิว และจะค่อยๆ กระจายตัวและยุบลงเองภายใน 1-3 วัน เป็นกระบวนการปกติของการรักษา
  • งดแต่งหน้าบริเวณที่ฉีด ใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการอุดตันหรือการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ 48 ชั่วโมง เพราะอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองหรือบวมมากขึ้น
  • งดออกกำลังกายหนัก 1–2 วันแรก เพื่อป้องกันการบวมช้ำและให้สารออกฤทธิ์กระจายตัวได้อย่างเหมาะสม
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและลดโอกาสบวม
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวใหม่จากรังสี UV และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผิวให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นฟูได้เต็มที่

เลือกคลินิกสำหรับโปรแกรม Juvelook ที่ไหนดี ?

ก่อนตัดสินใจทำ Juvelook ซึ่งเป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับผิวให้อ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ “ราคา” หรือ “โปรโมชัน” แต่คือ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่ทำการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ

เลือกคลินิกสำหรับโปรแกรม Juvelook ที่ไหนดี ?

การเลือกคลินิกสำหรับโปรแกรม Juvelook ที่ไหนดี ควรพิจารณาจากปัจจับ ดังนี้

  • คลินิกที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์มีความเข้าใจผลิตภัณฑ์กลุ่ม Biostimulator และมีประสบการณ์ในการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ Juvelook ของแท้จากบริษัท จูวีเทค
  • ควรขอดูผลิตภัณฑ์และสแกน QR Code ที่ข้างกล่องต่อหน้าก่อนทำการฉีด
  • มีการให้คำปรึกษาและประเมินผิวก่อนทำ
  • มีการติดตามผลหลังการรักษา
  • ราคาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 15,000-25,000 บาทต่อขวด

อ่านเพิ่มเติม: ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? คู่มือการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัย

รีวิวก่อน-หลังฉีด Juvelook ที่ RWC Clinic

ผลลัพธ์จากการฉีด Juvelook ที่ RWC Clinic

ฉีด Juvelook ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ แต่ควรพิจารณาคุณภาพควบคู่ไปด้วย ซึ่งราคาทั่วไปของการฉีด Juvelook มีดังนี้ค่ะ

  • ราคาต่อขวด: 15,000-25,000 บาท (6 cc)
  • โปรแกรมแนะนำ: ฉีด 3 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์
  • การฉีดต่อเนื่อง: ทุก 6-12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์

ควรระวังหากพบราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก อาจเป็นของปลอมหรือนำเข้าไม่ถูกต้อง

สรุป

Juvelook เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูคุณภาพผิวที่ตอบโจทย์ปัญหาได้หลากหลาย ตั้งแต่ความชุ่มชื้นจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอยและหลุมสิวในระยะยาว ด้วยคุณสมบัติแบบ Hybrid ที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องพักฟื้นนาน

ผลลัพธ์จะดีสุดเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้เป็นขั้นตอนแรกในการดูแลผิวค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า