ประโยชน์ กรดไฮยาลูรอนิก ต่อผิวหน้า

ไฮยาลูรอนิก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นส่วนสำคัญของฟิลเลอร์ กรดไฮยาลูรอนิก หรือ ไฮยาลูรอน มีสภาพของเนื้อสารโดยปกติเป็นเจล สารตัวนี้สามารถรวมตัวกับน้ำและดูดซับน้ำเอาไว้แล้วเกิดการขยายตัว ช่วยให้ผิวเกิดเป็นความเรียบและยืดหยุ่น

สารบัญ

ไฮยาลูลอนิก คืออะไร

กรดไฮยาลูรอนิก คืออะไร

โดยปกติรูปแบบธรรมชาติของ กรดไฮยาลูรอนิก สามารถละลายน้ำ และร่างกายสามารถผลิตมันออกมาใหม่ได้เรื่อย ๆ ด้วยการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย และจะมีอายุอยู่ได้ 24 วันตามสภาพร่างกายที่ปกติ แต่จะหมดอายุลงด้วยสภาวะของความเครียด และความเจ็บป่วยบางประการของร่างกาย

โดยเฉพาะเมื่ออายุเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป องค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างผิวอย่างคอลลาเจนและ กรดไฮยาลูรอนิก ยิ่งลดลงทำให้ผิวที่เคยแข็งแรง ยืดหยุ่น กระชับ และชุ่มชื้น แปรเปลี่ยนสภาพไปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผิวบอบบาง อ่อนแอ ผิวแห้งเหี่ยว หย่อนคล้อย จนกลายเป็นร่องลึกตามบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า นอกจากนี้ยังกระทบต่อความหนาแน่นของเซลล์ผิวทั่วใบหน้าอีกด้วย หรือที่เรียกว่าผิวแก่

ไฮยาลูรอนิก ช่วยอะไร

การใช้ ไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ในปัจจุบัน

  1. ที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน คือ การฉีดฟิลเลอร์ จะใช้กรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ฉีดเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า ซึ่งสารดังกล่าวสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าเป็นฟิลเลอร์แท้
  2. ใช้เป็นส่วนผสมหลักของครีม หรือ เซรั่ม ปัจจุบันมีการนำเข้า กรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ ที่มาจากประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อเมริกา และอิตาลี ซึ่งมีวิธีการสังเคราะห์ที่แตกต่างกัน ทำให้คุณภาพของกรดไฮยาลูรอนิกต่างกันไปตามลำดับ จึงทำให้ราคานั้นแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ควรพิจารณา ที่มาของกรดไฮยาลูโรนิก อย่างถี่ถ้วนเสียก่อน เช่นเดียวกับการเลือกฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อที่ควรดูแหล่งผลิตให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ไฮยาลูรอนิกแอซิด คือ

ข้อควรระวังการใช้ ไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์

เราควรทราบข้อควรระวังของการใช้เครื่องสำอาง หรือ ครีมที่มีไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบด้วย เนื่องจากกระบวนการในการสังเคราะห์ ไฮยาลูรอนิก ได้มาจากการสกัดแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtilis จึงอาจเกิดอาการแพ้ยาในผู้ใช้บางรายได้ สาเหตุจากการแพ้โปรตีนของแบคทีเรียที่ใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้ ห้ามใช้สารดังกล่าวกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และ เด็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี)

เลเซอร์ PicoLO ระบบพิโควินาที

ไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ กับนวัตกรรมสู่ความงาม

การวิจัยทางการแพทย์ได้คิดค้นกรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูรอนิก ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยสารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมาก

กรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ถูกนำมาเป็นยาประเภทฉีดเพื่อบำบัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) และภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ (Scapulohumeral periarthritis) หรือช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อได้ในบางราย

ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม (Artificial tear) เพื่อช่วยหล่อลื่นลูกตาลดอาการระคายเคืองในลูกตา บรรเทาอาการตาแห้ง นักวิทยาศาสตร์ทางด้านความงาม ได้เล็งเห็นประสิทธิภาพของ กรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์นี้ และได้นำมาเป็นส่วนผสมหลักเครื่องสำอางอย่าง ลิปสติก เป็นต้น โดยใช้ชื่อสารว่า “Sodium Hyaluronate” ร่วมกับ “โคเอนไซม์คิวเท็น” (Coenzyme Q10) วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ จนเกิดสารบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติและทรงคุณค่า เช่น

ภาพผู้หญิงมีรอยคล้ำใต้ตา แสดงผลลัพธ์การรักษาด้วยไฮยาลูรอนิก

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูรอนิก

  1. การแก้ไขปัญหาผิวขาดความสมดุล ผิวแห้ง เป็นขุย หรือหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ด้วยคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีเยี่ยม
  2. การบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในด้าน ความตึง กระชับ เรียบเนียน
  3. ลดอาการอักเสบของสิวซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
  4. มีส่วนช่วยในการลดการสร้างอนุมูลอิสระ

กรดไฮยาลูรอนิกแบบทา แบบฉีด และแบบรับประทาน ต่างกันอย่างไร

กรดไฮยาลูรอนิกที่พบในท้องตลาดมีสามรูปแบบหลัก แต่ละแบบเข้าถึงผิวคนละชั้นและให้ผลต่างกัน การเลือกจึงต้องดูว่าต้องการแก้ปัญหาระดับผิวหรือระดับโครงหน้า

แบบทา อยู่ในรูปครีมและเซรั่ม โมเลกุลของสารมีขนาดใหญ่กว่าช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวชั้นนอก จึงทำงานที่ผิวชั้นตื้นเป็นหลัก เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ใช้ได้ทุกวันและหยุดใช้ได้ทันที

แบบรับประทาน อยู่ในรูปอาหารเสริม ร่างกายต้องย่อยและดูดซึมก่อน ผลที่ได้จึงไม่เจาะจงเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งบนใบหน้า

แบบฉีด คือฟิลเลอร์ ซึ่งแพทย์ฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวโดยตรง จึงเติมเต็มบริเวณที่ต้องการได้ตรงจุด เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งใช้กับร่องใต้ตาที่ผิวบางเป็นพิเศษ ส่วนการปรับรูปคางจะใช้เนื้อที่แข็งกว่าอย่างฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองของแต่ละคน

หลังฉีดควรทำตามคำแนะนำเรื่องการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่ และหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ กรดไฮยาลูรอนิกยังแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สารเติมเต็มชนิดอื่นไม่มี

สรุป

“กรดไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์” สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการทดแทน ไฮยาลูรอนิก ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะ สามารถดึงดูดน้ำในชั้นผิวหนัง ช่วยให้ผิวนุ่ม ลื่นและยืดหยุ่นขึ้นได้ มีสภาพของเนื้อสารโดยปกติเป็นเจล หนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมาก ปัจจุบันนิยมใช้เป็นส่วนผสมหลักของครีม หรือ เซรั่ม

บทความแนะนำสำหรับผู้สนใจฟิลเลอร์

อินโฟกราฟิก รวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิลเลอร์
อินโฟกราฟิก ลดความเสี่ยง ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

One thought on “ประโยชน์ กรดไฮยาลูรอนิก ต่อผิวหน้า

  1. Pingback: เสริมสะโพก เติมเต็มสะโพก ก้น มีกี่แบบ อันตรายไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า