ฉีดสลายฟิลเลอร์ แก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน ปรับระดับผิวให้ดูเรียบเนียน
RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นการใช้สารไฮยาลูโรนิเดสเพื่อแก้ปัญหาอาการที่ผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือฉีดแล้วไม่สม่ำเสมอ
- สารสลายจะทำปฏิกิริยาเฉพาะกับฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับสารเติมเต็มประเภทอื่นได้
- ตัวยาจะเริ่มทำงานและสลายฟิลเลอร์ออกไปเกือบทั้งหมดภายในเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังการทำ
- ผู้รับบริการควรเลือกคลินิกที่สะอาด น่าเชื่อถือ ประเมินปริมาณยาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงของการแพ้ยา
ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน บวมย้อย หรือฉีดผิดตำแหน่งจนใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ สามารถแก้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นวิธีสำหรับคนที่ฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) แล้วผลลัพธ์ไม่ตรงตามความต้องการ หัตถการนี้ใช้เวลาสั้นและผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะเริ่มยุบตัวคืนรูปปกติภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
บทความนี้จาก RWC จะพาไปทำความเข้าใจกลไกการทำงานของเอนไซม์สารฉีดสลาย อาการปกติหลังการฉีด และขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพบแพทย์ ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติเพื่อการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงต่อการแพ้สารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ค่ะ ใครที่ยังไม่คุ้นกับหัตถการนี้ อ่านฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไรประกอบได้ค่ะ
การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร? กลไกการทำงานของ Hyaluronidase
การฉีดสลายฟิลเลอร์คือการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสฉีดเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อสลายฟิลเลอร์ประเภทกรดไฮยาลูโรนิกให้กลายเป็นของเหลว ตัวยาจะออกฤทธิ์โดยตรงในการทำลายพันธะเคมีที่ยึดเกาะกันของโมเลกุลฟิลเลอร์ ทำให้เนื้อเจลสลายตัวลงภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หลังการฉีด
กลไกของเอนไซม์ชนิดนี้มีความเฉพาะมากและส่งผลเฉพาะกับฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ร่างกายจะดูดซึมน้ำที่เกิดจากการย่อยสลายและขับออกผ่านระบบทางเดินน้ำเหลืองเอง แพทย์จะผสมตัวยาชนิดนี้เข้ากับยาชาเพื่อลดความเจ็บระบมกับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายตัวของยาในบริเวณที่ต้องการฉีดสลาย เช่น บริเวณใต้ตาที่บวมหรือริมฝีปากที่หนาเกินไปค่ะ
สาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ดูไม่ละมุน เกิดจากอะไร?
การฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนแข็งขรุขระเกิดจากการใช้สารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ไม่สัมพันธ์กับชั้นผิวหนังบริเวณนั้น สารเติมเต็มปลอมกลุ่มซิลิโคนเหลวหรือพาราฟินไม่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติและจะจับตัวเป็นก้อนแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ยาปลอมพวกนี้จะไม่สามารถใช้ยาฉีดสลายฟิลเลอร์สลายออกได้ ต้องใช้วิธีขูดออกหรือผ่าตัดออกเท่านั้น
การวางตำแหน่งเนื้อยาผิดชั้นผิวก็ทำให้เป็นปัญหานี้ได้เหมือนกัน หากฉีดฟิลเลอร์เนื้อโมเลกุลใหญ่หนาแน่นสูงเข้าไปในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป เช่น บริเวณใต้ตาหรือร่องแก้ม จะทำให้เห็นขอบหยักเป็นลำคลื่นชัดเจน แพทย์มักจะแก้ปัญหานี้ด้วยการฉีดสารไฮยาลูโรนิเดส หรือ Hyaluronidase เพื่อย่อยสลายสารไฮยาลูโรนิกแอซิดให้สลายตัวไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ค่ะ
อาการแบบไหนที่บอกว่าคุณควรมาฉีดสลายฟิลเลอร์
ควรเข้ารับการฉีดสลายฟิลเลอร์หากพบว่าผิวบริเวณที่ฉีดเกิดการจับตัวเป็นก้อนแข็งผิวเป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอ หรือฟิลเลอร์ไหลย้อยผิดรูปทรงจากตำแหน่งเดิม อาการพวกนี้มักจะเกิดจากปริมาณยาที่มากเกินไป หรือฉีดผิดชั้นผิวจนทำให้เห็นเป็นลำนูนชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่ผิวบอบบางที่สามารถเห็นความผิดปกติได้ชัดหลังทำไปแล้ว 14 วัน
ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือสีคล้ำม่วงร่วมกับอาการปวดระบมรุนแรงเป็นอาการเตือนของอันตรายจากฟิลเลอร์ที่อุดตันในเส้นเลือด กรณีนี้ต้องรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินการใช้สารไฮยาลูโรนิเดสช่วยย่อยสลายสารเติมเต็มเพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดค่ะ
ฟิลเลอร์แบบไหนที่ฉีดสลายได้และแบบไหนที่สลายไม่ได้?
การฉีดสลายฟิลเลอร์จะใช้ได้ผลเฉพาะกับฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดเท่านั้น ส่วนสารเติมเต็มประเภทกึ่งถาวรหรือซิลิโคนเหลวจะไม่สามารถใช้ตัวยาสลายนี้ออกได้ค่ะ
สารกลุ่ม Hyaluronic Acid (ฟิลเลอร์แท้)
การฉีดสลายฟิลเลอร์จะทำได้เฉพาะกับฟิลเลอร์แท้ในกลุ่มสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เท่านั้น โดยจะใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เข้าไปย่อยสลายพันธะเคมีของสารเติมเต็มชนิดนี้ให้กลายเป็นน้ำแล้วซึมเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองของร่างกาย
ตัวยาจะเริ่มทำงานทันทีหลังฉีดและสลายตัวยาฟิลเลอร์เกือบหมดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง โดยแพทย์จะผสมตัวยากับยาชาเพื่อลดความเจ็บระหว่างทำ หัตถการนี้จะช่วยแก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน ไหลย้อย หรือฉีดผิดตำแหน่งได้อย่างตรงจุด
หลังจากฉีดสลายผิวบริเวณนั้นจะยุบตัวลงใกล้เคียงกับสภาพผิวเดิมก่อนฉีดฟิลเลอร์ ถ้าต้องการเติมสารใหม่ลงไปในที่เดิม ควรรอให้เนื้อผิวคืนสภาพอย่างน้อย 7 – 14 วัน เพื่อป้องกันการกระจายตัวของยาตัวใหม่ค่ะ
สารกลุ่มที่ไม่สามารถสลายได้ ฟิลเลอร์ปลอม และ ซิลิโคนเหลว
การฉีดสลายฟิลเลอร์ไม่สามารถใช้แก้ปัญหาสารเติมเต็มกลุ่มซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารที่ไม่สลายตัวได้ เพราะเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสมีฤทธิ์เฉพาะในการย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกแท้เท่านั้น สารเคมีแปลกปลอมอย่างพาราฟิน ซิลิโคนอุตสาหกรรม หรือพลาสติกเหลว จะเกาะติดกับเนื้อเยื่อถาวรโดยที่ร่างกายไม่สามารถขับออกได้เอง
เมื่อเวลาผ่านไปสารพวกนี้จะเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง เกิดการไหลย้อย บิดเบี้ยว หรือแข็งตัวเป็นก้อนใต้ชั้นผิวหนังอย่างเห็นได้ชัด การรักษาจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดขูดออกหรือผ่าตัดดึงเนื้อเยื่อที่เสียหายออกเท่านั้น
ฉีดสลายฟิลเลอร์ กับ การขูดฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ใช้จัดการกับสารไฮยาลูโรนิกแอซิดที่สลายตัวเองได้ ส่วนการขูดฟิลเลอร์ใช้สำหรับสารเติมเต็มชนิดไม่สลายตัวอย่างซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน แพทย์จะเลือกวิธีการดูแลจากชนิดของสารเดิมที่เคยฉีดเข้าร่างกาย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การฉีดสลายฟิลเลอร์ | การขูดฟิลเลอร์ |
| ชนิดของสารที่รองรับ | ไฮยาลูโรนิกแอซิดแท้ | สารที่ไม่สลายตัว เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน |
| วิธีการรักษา | ฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส | ผ่าตัดขูดหรือเลาะเนื้อสารออก |
| ระยะเวลาพักฟื้น | 1 ถึง 2 วัน | 7 ถึง 14 วัน |
การฉีดเอนไซม์สามารถย่อยสลายสารเติมเต็มได้เกือบทั้งหมดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ขณะที่การขูดออกมักเอาสารแปลกปลอมออกได้ไม่หมด เพราะสารกระจายแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติแล้วและขอบเขตของก้อนไม่ชัดเจนค่ะ
วิธีสลายฟิลเลอร์ด้วยตัวเอง ประคบร้อนหรือนวดหน้า ช่วยให้สลายเร็วขึ้นจริงไหม?
การประคบร้อนหรือการนวดหน้าไม่สามารถทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้ และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ ความร้อนอาจจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดอ่อนตัวลงชั่วคราวได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้สารเติมเต็มสลายตัวไปทั้งหมด การกดหรือบีบนวดอย่างรุนแรงยังเสี่ยงทำให้ตัวยาเคลื่อนตัวผิดตำแหน่งจนใบหน้าเสียทรงได้
ถ้าต้องการแก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน วิธีการดูแลที่ตรงจุดคือการฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ตัวยาจะทำปฏิกิริยาย่อยสลายสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดโดยตรง ผิวหนังบริเวณที่ได้รับการฉีดจะค่อย ๆ ยุบตัวลงและกลับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หลังฉีดค่ะ
ตำแหน่งบนใบหน้าที่มักพบปัญหา และสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้
การฉีดสลายฟิลเลอร์สามารถทำได้เกือบทุกจุดบนใบหน้าที่เติมสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดเข้าไปแล้วเกิดความผิดพลาด ปัญหาที่เจอบ่อยจะเกิดจากการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปหรือฉีดผิดชั้นผิวจนทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ การฉีดสารสลายจะเน้นเฉพาะจุดที่มีผิวบอบบางและมีผลกระทบต่อการแสดงสีหน้าโดยตรง
สลายฟิลเลอร์ใต้ตา ตำแหน่งที่พบปัญหาบ่อยที่สุด
การฉีดสลายฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาเกิดขึ้นบ่อยที่สุดเพราะผิวบริเวณนี้มีความบอบบางและเกิดปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนนูนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ง่าย ผิวใต้ตามีความหนาเฉลี่ยแค่ 0.5 มิลลิเมตร ถ้าการฉีดที่ลึกไม่พอ หรือใช้ฟิลเลอร์กลุ่มเนื้อแน่นเกินไป จะทำให้เห็นขอบของตัวยาชัดเจนเป็นลำคลื่นสีคล้ำใต้ผิวหนัง
อาการบวมน้ำชั่วคราวหลังทำก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผู้รับบริการตัดสินใจเข้ามาฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดออกทั้งหมด การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนี้แต่ก็ยังจำเป็นต้องรอให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวอย่างน้อย 14 วัน เพื่อประเมินรูปทรงก่อนตัดสินใจฉีดใหม่
สลายฟิลเลอร์คาง
การดูแลนี้จะช่วยแก้ปัญหาคางย้อย คางยาวเกินไป หรือผิวบริเวณคางขรุขระไม่เรียบเนียนจากการเติมฟิลเลอร์ที่ผิดตำแหน่ง ตัวยาจะเริ่มทำงานและสลายฟิลเลอร์ออกไปได้เกือบทั้งหมดภายในระยะเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง
หลังจากฉีดไปผิวบริเวณคางอาจจะมีอาการบวมหรือรอยเขียวช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะยุบตัวลงได้เอง สำหรับคนที่ต้องการปรับทรงคางใหม่ ควรเว้นระยะเวลาเพื่อให้เนื้อผิวหายดีก่อน โดยแพทย์แนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 7 ถึง 14 วัน ก่อนเริ่มต้นฉีดฟิลเลอร์ครั้งใหม่ตรงจุดเดิม
สลายฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดสลายฟิลเลอร์ที่หน้าผากทำเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าผากเป็นคลื่น ผิวขรุขระ หรือฟิลเลอร์ไหลย้อยลงมาสะสมบริเวณคิ้ว ผิวหนังบริเวณหน้าผากมีความบางและตึงสูง ทำให้สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนตัวหรือจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น
หลังฉีดยา แพทย์จะนวดคลึงเบา ๆ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวเข้าสู่โมเลกุลฟิลเลอร์อย่างทั่วถึง ผิวบริเวณหน้าผากจะเริ่มยุบตัวลงภายใน 1 – 2 ชั่วโมง และสลายตัวหมดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
สลายฟิลเลอร์ริมฝีปาก
สารตัวนี้จะเริ่มทำงานสลายพันธะเคมีของฟิลเลอร์ทันทีหลังฉีด โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์ปากจะทำให้ริมฝีปากค่อย ๆ ยุบตัวลงและกลับคืนสู่รูปทรงเดิมภายในเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง
เนื้อผิวบริเวณริมฝีปากมีความบอบบางและมีเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงจำนวนมาก การฉีดเพื่อสลายจุดนี้ต้องใช้ความละเอียดสูงเพื่อป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นชั่วคราว อาการบวมหรือรอยเขียวช้ำหลังทำจะจางหายไปเองภายใน 3 – 5 วัน โดยสามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ด้วย
สลายฟิลเลอร์ร่องแก้มและโหนกแก้ม
ผิวหนังบริเวณโหนกแก้มมีความตึงและติดกับร่องแก้ม ถ้าฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้หน้าดูแข็ง ขยับได้ไม่เป็นธรรมชาติ แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ละลายให้พอดีกับปริมาณฟิลเลอร์เดิมเพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าให้กลับมาเป็นสภาพเดิมที่สุด
ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์สลายฟิลเลอร์หลังฉีด และจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนภายในเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง การฉีดในบริเวณนี้ต้องใช้ความแม่นยำสูงเพราะมีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญหล่อเลี้ยงอยู่จำนวนมาก หลังทำผู้รับบริการสามารถประเมินผลเพื่อวางแผนปรับรูปหน้าใหม่ได้หลังจากเว้นระยะเวลาไปแล้วอย่างน้อย 14 วัน
ขั้นตอนการเตรียมตัว และการดูแลตัวเองหลังฉีดสลายฟิลเลอร์
การเตรียมตัวกับการดูแลตัวเองหลังฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ถูกต้องจะช่วยทำให้สารสลายฟิลเลอร์ทำงานได้เต็มที่และลดความเสี่ยงจากการอักเสบบริเวณที่ฉีด หากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้องค่ะ
ข้อมูลที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ
- ประวัติการฉีดฟิลเลอร์ครั้งล่าสุดรวมถึงยี่ห้อและตำแหน่งที่เคยฉีดช่วยให้แพทย์ประเมินการใช้ปริมาณเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อฉีดสลายฟิลเลอร์ได้อย่างตรงจุด
- ประวัติการแพ้ยาและสารเคมีต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่มีอาการแพ้พิษจากแมลงกลุ่มต่อแตนหรือผึ้งเพราะตัวยาสลายฟิลเลอร์มีโครงสร้างโปรตีนที่อาจกระตุ้นให้เกิดการแพ้รุนแรง
- การทานยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) และอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลา วิตามินอี สารสกัดจากแปะก๊วยในช่วง 7 วัน ที่ผ่านมาซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำแดงใต้ผิวหนัง
- ภาวะร่างกายปัจจุบันเช่นการตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการมีแผลติดเชื้ออักเสบบริเวณผิวหนังที่ต้องการรักษาเพื่อความปลอดภัยในขั้นตอนการทำหัตถการ
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดสลายฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการจับ ลูบคลำ หรือกดนวดผิวบริเวณที่เพิ่งผ่านการฉีดสลายฟิลเลอร์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายตัวไปยังจุดอื่น
- งดการทำทรีตเมนต์ เลเซอร์ หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสะสมบนใบหน้า เช่น การซาวน่าและอบไอน้ำ เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วง 3 วัน แรก เพราะพฤติกรรมพวกนี้จะไปกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือดทำให้รอยบวมช้ำหายช้าลง
- ดื่มน้ำสะอาดปริมาณประมาณ 2 ลิตร ต่อวัน เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและเร่งระบบขับถ่ายของเสียจากการทำงานของเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสค่ะ
ฉีดสลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่?
ราคาฉีดสลายฟิลเลอร์เฉลี่ยเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500 ถึง 10,000 บาท ต่อบริเวณที่ฉีด หรือคิดราคาตามปริมาณตัวยาสลายจริงที่ใช้ในแต่ละรอบบริการ
ค่าบริการนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารไฮยาลูโรนิคแอซิด ที่เหลืออยู่และบริเวณที่ต้องฉีด เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม หรือริมฝีปาก คนไข้บางคนอาจจะต้องเข้ารับบริการซ้ำประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างในการฉีดประมาณ 7 วัน เพื่อให้สารเติมเต็มเดิมสลายตัวออกก่อนค่ะ
เช็กราคา : ราคาฉีดสลายฟิลเลอร์ 2026 เปรียบเทียบราคาและสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด
ฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกและแพทย์ให้ได้มาตรฐาน
การฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานต้องเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องและใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แท้ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย. เท่านั้น ผู้รับบริการสามารถเช็คเลขที่ใบอนุญาตประกอบการ 11 หลักของคลินิกได้ที่เว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่วนแพทย์ผู้ทำการฉีดต้องมีรายชื่อปรากฏในฐานข้อมูลแพทยสภา
ก่อนเริ่มทำหัตถการ ควรขอตรวจเช็คขวดยาที่นำมาใช้ผสมก่อน ยาไฮยาลูโรนิเดสแท้จะมีลักษณะเป็นผงแห้งสีขาว บรรจุในขวดแก้วปิดสนิท และจะต้องละลายด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ การฉีดสลายฟิลเลอร์
กี่วันหาย เห็นผลเมื่อไหร่?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสจะเริ่มออกฤทธิ์และเห็นผลลัพธ์ว่าฟิลเลอร์ยุบตัวลงอย่างชัดเจนภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังทำ อาการบวมตึงหรือรอยแดงจากรอยเข็มจะค่อย ๆ บรรเทาลงและจางหายสนิทภายใน 3 – 7 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละคน
ผู้รับบริการสามารถประเมินผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังจากผ่านไปแล้ว 14 วัน จะเป็นช่วงที่เนื้อผิวเข้าที่และพร้อมสำหรับการเข้าพบแพทย์เพื่อปรับรูปหน้าใหม่
เจาะลึกระยะเห็นผล : ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล ? ไทม์ไลน์และวิธีดูแลหลังฉีด
สลายฟิลเลอร์แล้วหน้าจะเหี่ยว หรือผิวจะยุบตัวกว่าเดิมไหม?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ไม่ได้ทำให้ผิวจริงยุบตัวหรือเหี่ยวย่นมากกว่าก่อนฉีด ผิวที่ดูยุบลงหลังทำเกิดจากการสลายตัวของสารไฮยาลูโรนิกแอซิดร่วมกับฤทธิ์ของเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ที่ดึงน้ำออกจากเซลล์ผิวรอบข้างชั่วคราว ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับสมดุลผิวเดิมภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์เองค่ะ
อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรที่ต้องระวัง
การฉีดสลายฟิลเลอร์ไม่อันตรายหากใช้สารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แท้ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในการสลายฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิด ตัวยาจะเข้าทำปฏิกิริยาย่อยสลายพันธะเคมีของฟิลเลอร์อย่างเฉพาะจะไม่ทำลายเนื้อผิวส่วนอื่น ผลข้างเคียงปกติที่พบได้คืออาการบวมแดงชั่วคราว รอยเข็ม หรือความรู้สึกตึงผิว ซึ่งจะค่อย ๆ บรรเทาลงจนหายสนิทภายใน 3 วัน ค่ะ
ผลข้างเคียงที่ต้องระวังคืออาการแพ้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมเฉียบพลัน ผื่นลมพิษ หรือหายใจติดขัดหลังฉีดสลายทันที ผู้รับบริการจะต้องนั่งสังเกตอาการผิดปกติในคลินิกหลังรับบริการนาน 30 นาที ค่ะ
เจาะลึกผลข้างเคียง : ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม ? ผลข้างเคียงและวิธีป้องกัน
แพ้น้ำผึ้งหรือพิษผึ้ง ทำได้ไหม?
คนที่มีประวัติแพ้พิษต่อแตนหรือพิษผึ้งไม่ควรเข้ารับการฉีดสลายฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพราะตัวยามีโครงสร้างโปรตีนที่คล้ายกับสารพิษของแมลงกลุ่มนี้ การฉีดสารนี้เข้าไปอาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงเฉียบพลันจนเป็นอันตรายได้
กรณีที่แพ้เฉพาะน้ำผึ้งแต่ไม่ได้แพ้พิษจากการโดนผึ้งต่อยจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ต้องแจ้งประวัติอาการแพ้ฟิลเลอร์อย่างละเอียดให้แพทย์ทราบล่วงหน้าทุกครั้ง ทางคลินิกจะทำการทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนัง (Skin Test) บริเวณท้องแขนก่อนฉีดจริง โดยจะดูจากปฏิกิริยาตุ่มแดงและอาการคันในเวลา 20 นาที เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของร่างกายก่อนเริ่มขั้นตอนฉีดจริงค่ะ
สรุป
การฉีดสลายฟิลเลอร์ใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดที่เกิดปัญหาเป็นก้อนหรือเป็นคลื่นให้สลายตัวไป วิธีนี้ช่วยปรับผิวให้คืนสภาพเดิมได้ ตัวยาสลายจะทำปฏิกิริยาเลยหลังฉีดทำให้ฟิลเลอร์ยุบตัวลงชัดเจนภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังทำ
ก่อนจะเข้ามาฉีดแก้ปัญหาควรเข้ารับการตรวจประเมินผิวจากแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลก่อน เพราะสารเติมเต็มที่ไม่ผ่าน อย. หรือกลุ่มซิลิโคนเหลวจะไม่สามารถสลายด้วยวิธีนี้ได้ หากต้องการฉีดสารเติมเต็มรอบใหม่ในจุดเดิมควรรอให้เนื้อเยื่อหายดีเต็มที่อย่างน้อย 14 วัน ค่ะ ที่ RWC Clinic ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) ซึ่งมีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 30,000 เคส จะประเมินชนิดของสารเดิมและปริมาณยาสลายที่เหมาะกับแต่ละบริเวณค่ะ
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดและสิทธิ์อื่นๆ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.) | อัปเดตล่าสุด: 23 สิงหาคม 2026