ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) เสริมดั้งสวยปลายพุ่ง ปลอดภัย ไม่ผ่าตัด
ไม่มั่นใจกับรูปทรงจมูกตัวเอง ไม่ว่าจะปัญหาจมูกทรงกว้าง แบน ไม่มีสัน หรือปลายจมูกไม่เชิด แล้วไม่พร้อมที่จะเข้ารับการศัลยกรรม เพราะกลัวเจ็บ กลัวหน้าเปลี่ยน หรือไม่มีเวลาพักฟื้น “ ฟิลเลอร์จมูก ” อาจเป็นหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับคุณค่ะ
ปัจจุบัน ฟิลเลอร์จมูกได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นวิธีที่สะดวก ทำเร็ว และเห็นผลไว สามารถช่วยแก้ปัญหาหลัก ๆ ของจมูกได้ ตั้งแต่การเสริมสันจมูกให้สูงโด่งขึ้น ไปถึงการปรับปลายจมูกให้พุ่งรับกับใบหน้า แถมยังช่วยเติมเต็มร่องลึกหรือรอยตำหนิบนจมูกได้อีกด้วย
แต่ก่อนจะตัดสินใจทำ ฟิลเลอร์จมูก สำคัญคือต้องทำการบ้านหาข้อมูลให้ดี ทั้งเรื่องของชนิดฟิลเลอร์ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ในบทความนี้ เรา RWC Clinic ได้รวบรวมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์จมูก มาให้แล้วค่ะ
ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าใต้ผิวหนังบริเวณจมูก เพื่อปรับรูปทรงจมูกให้สวยตามต้องการ โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด สารที่ใช้ฉีดจะเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) สารที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว มีความเข้ากันได้ดี ไม่ค่อยก่อให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ หรืออาการข้างเคียงรุนแรง
กรดไฮยาลูโรนิก ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำจุนเซลล์ผิว ช่วยอุ้มน้ำ เก็บความชุ่มชื้น เมื่อฉีดจะไปเติมเต็มเนื้อเยื่อให้ฟูนุ่ม นอกจากช่วยปรับรูปทรงจมูกตามต้องการแล้ว ผิวบริเวณนั้นก็จะดูเรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อยอีกด้วย
ปกติฟิลเลอร์ที่ฉีดจะค่อย ๆ ถูกเผาผลาญและสลายตัวไปเองใน 6-18 เดือน กรณียังไม่พอใจรูปทรงหลังฉีด ก็สามารถปรับแก้ทรงใหม่ได้ โดยฉีดสารละลายเอ็นไซม์เข้าไปช่วยสลายฟิลเลอร์ แล้วฉีดใหม่เพื่อปรับทรงจมูกให้ถูกใจตามต้องการค่ะ
วัสดุอื่น ๆ ที่เคยใช้ฉีดฟิลเลอร์จมูก นอกจากกรดไฮยาลูโรนิก ก็มีเช่น คอลลาเจน, แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ หรือสารสังเคราะห์ต่าง ๆ แต่ปัจจุบันไม่นิยมเพราะมีข้อเสีย คือ สลายตัวช้า หรือไม่สลายเลย เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงระยะยาว เช่น การอักเสบ การเกิดพังผืดผิดรูป ก้อนไม่เรียบ รวมถึงการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์จมูกสามารถช่วยปรับแต่งจมูกในหลาย ๆ เรื่องได้ ทั้งการแก้จุดบกพร่อง แก้ไขรูปทรง เสริมสร้างสัดส่วน รวมถึงการปรับทรงจมูกตามหลักโหงวเฮ้ง ดังนี้
- เติมเต็มรอยบุ๋มหรือร่องลึกบนสันจมูก ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ซ่อนรอยแผลเป็น รอยหยัก หรือความไม่สมมาตรของจมูก
- ยกระดับปลายจมูกที่ปลายตก หรือมีลักษณะหงิกงุ้ม
- ช่วยให้ปลายจมูกมีความหนา อวบอิ่มขึ้น ในคนที่เนื้อจมูกน้อย
- ลดความกว้างสันจมูกและปีกจมูกให้ดูเรียวเล็กลง กระชับขึ้น
- ยกสันจมูกให้เชิดโด่งขึ้น เป็นธรรมชาติ
- ปรับสัดส่วนความยาวของสันจมูก ให้มีมิติและสวยงามขึ้น
- เปลี่ยนทรงปลายจมูกให้มีลักษณะพุ่งหรือเป็นหยดน้ำ
- เสริมความสูงจมูก ปรับแนวจมูกให้ตรงขึ้น ลดลักษณะจมูกแฉลบ
- ลดความหนาจมูก ให้กลมกลืนกับขนาดใบหน้ามากขึ้น
- สร้างสมดุลระหว่างความสูง ความกว้าง และความยาว ของสันจมูก
- เสริมโหนกแก้มให้มีมิติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ลงด้านข้าง
- ปรับรูปหน้าให้ดูหวานและเปล่งปลั่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความโค้งมนที่สันจมูก
การปรับทรงจมูกตามหลักโหงวเฮ้ง
ตามหลักโหงวเฮ้ง เชื่อกันว่าจมูกเป็นจุดรวมของเส้นลมปราณ หากปรับทรงให้เหมาะก็จะช่วยเสริมดวง นำพาความสำเร็จเข้ามาในชีวิตค่ะ
- ทำสันจมูกให้เป็นเส้นตรง ไล่ระดับลงมาเชื่อมกับปลายคิ้ว เพื่อหมายถึงความมั่นคงในหน้าที่การงาน
- จัดระดับปลายจมูกให้อยู่แนวเดียวกับขอบริมฝีปากบน ช่วยเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋า
- ปั้นปลายจมูกให้มีลักษณะมน เป็นทรงกลม คล้ายไข่มุก เพื่อเปิดทางให้คนเข้ามาช่วยเหลือ
- ปรับความโค้งสันจมูกให้เป็นมุม 106-108 องศา หลักสัดส่วนทองคำที่จะนำโชคมาสู่ชีวิต
จมูกแบบไหน เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์จมูก
การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เพราะมีข้อจำกัดในการปรับรูปทรงของจมูกได้ไม่มาก เหมาะกับการปรับแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้จมูกที่มีอยู่แล้วดูดีขึ้น
จมูกที่เหมาะฉีดฟิลเลอร์ ควรจะมีโครงสร้างที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ไม่มีความผิดรูปหรือผิดปกติของกระดูกและกระดูกอ่อนมากเกินไปค่ะ
- จมูกเรียบแบบราบ ลักษณะจมูกที่ไม่มีสันหรือดั้งจมูกชัด ฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยเสริมความโด่งและเพิ่มความสูงของสันกับดั้งจมูกได้ระดับหนึ่ง ทำให้จมูกดูเด่นและได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีจมูกแบนเรียบ แต่ไม่ราบเกินไปหากสันจมูกค่อนข้างแบนมาก ๆ การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้จมูกสูงขึ้นได้ไม่มาก เพราะเสี่ยงว่าฟิลเลอร์จะกระจายออกไปด้านข้าง ทำให้จมูกดูกว้างใหญ่ขึ้นแทนที่จะเรียวสูง แนะนำพิจารณาทำการผ่าตัดเสริมจมูกแทนจะเหมาะกว่า
- จมูกโตเป็นลูกชมพู่ ผู้ที่จมูกใหญ่กว่าปกติ อวบอ้วน คล้ายผลชมพู่ ทำให้หน้าดูไม่สมส่วน การฉีดฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยปรับให้รูปทรงจมูกดูเรียวเล็กลง เหมาะกับใบหน้า และดูดีขึ้นโดยรวม
แต่ถ้าเนื้อจมูกหนามาก การฉีดฟิลเลอร์อาจไม่สามารถลดขนาดจมูกให้เล็กลงได้ เพราะเสี่ยงดูไม่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดหรือการกรอจมูกจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกว่าค่ะ
- จมูกเบี้ยวผิดรูป ไม่ว่าจะเกิดจากพันธุกรรม อุบัติเหตุ หรือจากศัลยกรรม หากจมูกบิดเบี้ยวไม่ตรง ขาดความสมมาตร ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์จมูก โดยเติมสารลงในจุดที่บกพร่องเพื่อให้ระดับผิวเสมอเท่ากัน ทำให้จมูกดูตรงและสวยงามขึ้นเว้นถ้าจมูกเบี้ยวผิดรูปมาก มีการเอียงของกระดูกหรือเยื้อบุจมูก แนะนำควรรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปมากไป อาจทำให้จมูกดูผิดรูปมากขึ้นได้
- จมูกไม่สมส่วนจากการศัลยกรรม สำหรับผู้เคยทำศัลยกรรมจมูกมาก่อน แต่ได้รูปทรงที่ไม่สวยถูกใจ เช่น ปลายจมูกแหลมเกินไป งุ้มงอ หรือสันจมูกไม่ได้รูป การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มในจุดที่ขาด หรือปรับบริเวณที่เกินออกมา สามารถจะช่วยแก้ให้จมูกกลับมาดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนขึ้นได้
เหมาะกับการแก้จมูกศัลยกรรมในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่กรณีจมูกมีลักษณะแหลมยาวผิดรูปมาก หรือมีปัญหาเนื้อเยื่อพังผืด การผ่าตัดศัลยกรรมซ่อมแซม (Revision rhinoplasty) จะเหมาะสมกว่าการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ
ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก
-
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์จมูก
- เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด ไม่ต้องรอข้ามคืนเหมือนการผ่าตัด
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่มีแผลเปิด ไม่มีรอยแผลเป็นให้เห็น
- สามารถปรับแก้ทรงจมูกได้หลายครั้งจนพอใจ ไม่ทำลายเนื้อเยื่อเดิม
- วิธีการไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัด
- ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการทำศัลยกรรม เป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับใครหลายคน
- เหมาะสำหรับคนกลัวการผ่าตัด หรือยังไม่พร้อมปรับเปลี่ยนรูปหน้าแบบถาวร
- ไม่พอใจผลลัพธ์สามารถแก้ไขได้ โดยฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อให้กลับมาเป็นแบบเดิม
- เนื้อฟิลเลอร์ชนิด HA สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ความปลอดภัยสูง ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย
-
ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก
- ผลลัพธ์ไม่คงทนถาวร เพราะร่างกายจะค่อย ๆ สลายฟิลเลอร์ไปเรื่อย ๆ
- ต้องเติมฟิลเลอร์ซ้ำทุก ๆ 6-24 เดือน เพื่อรักษารูปทรงจมูกให้สวยคงที่ มีค่าใช้จ่ายสะสมในระยะยาว
- การฉีดปริมาณมากไปต่อครั้ง จะทำให้จมูกดูผิดรูป ไม่เป็นธรรมชาติ
- บางคนอาจแพ้สารบางอย่างในเนื้อฟิลเลอร์ เกิดผื่น คัน บวมแดงรุนแรง ต้องรักษาเพิ่ม
- กรณีใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอันตราย เช่น หลอดเลือดอุดตัน หรือเนื้อตายได้
- เมื่อฟิลเลอร์ค่อย ๆ สลายไป อาจทำให้เหลือแต่เนื้อเยื่อส่วนเกินจนจมูกดูย้วย ต้องแก้ไขอีกที
- การทำซ้ำบ่อย ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนให้สูงขึ้น
- ถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นทำศัลยกรรมในอนาคต การที่มีฟิลเลอร์ตกค้างในชั้นผิวจะทำให้ผ่าตัดได้ยาก แนะนำฉีดสลายออกให้หมดก่อน
- ไม่เหมาะสำหรับจมูกทุกแบบ โดยเฉพาะจมูกที่มีปัญหามาก เช่น จมูกเอียงมาก ๆ หรือจมูกที่ผิดรูปจากอุบัติเหตุ
ฉีดฟิลเลอร์จมูก VS เสริมจมูก (ซิลิโคน)
| หัวข้อ | ฉีดฟิลเลอร์จมูก | เสริมจมูก (ซิลิโคน) |
| สิ่งที่ฉีด/เสริม | ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) | ซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนจากร่างกาย |
| ลักษณะการทำ | ฉีดเข้าใต้ผิวชั้นตื้น เพื่อเสริมเติมจมูกบางส่วน | ผ่าตัดเปิดผิว เพื่อใส่วัสดุเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างจมูก |
| ระยะเวลาทำ | ประมาณ 15-30 นาที | ใช้เวลาผ่าตัด 1-3 ชั่วโมง |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตตามปกติได้ | ต้องพักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด | เห็นผลเบื้องต้นได้หลังผ่าตัด 1 เดือน และรอผลลัพธ์สุดท้ายประมาณ 6 เดือน |
| ผลลัพธ์ | ปรับแก้จุดบกพร่องได้บางส่วน ให้จมูกดูโด่งขึ้นเล็กน้อย | ปรับเปลี่ยนทรงจมูกได้มาก ทั้งเพิ่มความสูง ความโด่ง ปลายพุ่ง |
| ความคงทน | อยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี | แทบจะถาวร หากไม่ได้รับอุบัติเหตุกระแทกจมูก |
| แผลที่เกิด | ไม่มีแผล มีแค่รอยแดงจากเข็มฉีดเล็กน้อย | มีแผลผ่าตัดที่ต้องเย็บและดูแล |
| ผลข้างเคียง | พบได้น้อย เช่น จ้ำเลือด อาการแพ้ ติดเชื้อ | อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น ซิลิโคนเคลื่อน ผิวหนังอักเสบ |
| ราคา | เริ่มที่หลักพัน ไปถึงหลักหมื่น ต่อ 1 ครั้ง | เริ่มต้นที่หลักหมื่น ไปถึงแสนกว่าบาท |
การฉีดฟิลเลอร์จะเหมาะกับคนที่ต้องการปรับแก้จมูกแค่เล็กน้อย มีข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ ไม่ต้องการเจ็บตัวหรือพักรักษานาน และยอมรับผลลัพธ์ที่อยู่ได้ระยะสั้น
ส่วนการเสริมจมูกแบบผ่าตัดจะเหมาะกับคนที่มีปัญหารูปทรงจมูกค่อนข้างมาก ต้องการปรับเปลี่ยนแบบถาวร ซึ่งยอมรับความเสี่ยงจากขั้นตอนการผ่าตัด รวมถึงระยะเวลาพักฟื้นที่นานกว่า และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกหลายเท่าค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์จมูก VS ร้อยไหมจมูก เลือกแบบไหนดี
ยุคที่การแพทย์เฉพาะทางด้านความงามพัฒนาไปไกล นอกจากฉีดฟิลเลอร์และทำศัลยกรรมแล้ว ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบไม่เจ็บตัวมาก คือการ “ ร้อยไหมจมูก ” ค่ะ
การร้อยไหมจะใช้ไหมละลายประเภทพีซีแอล (Polycaprolactone – PCL) หรือพีแอลแอลเอ (Poly-L-lactic Acid – PLLA) สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวบริเวณจมูก เพื่อยกกระชับ เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวหนังหนาและเต่งตึงขึ้น สามารถดึงจมูกในจุดต่าง ๆ ให้เป็นทรงได้ แถมช่วยลดขนาดรูขุมขนและรักษาสิว เป็นการปรับรูปหน้าควบคู่ไปกับการบำรุงผิวด้วยในตัว
| หัวข้อ | ฉีดฟิลเลอร์จมูก | ร้อยไหมจมูก |
| ลักษณะการทำ | ฉีดสารเติมเต็มเข้าใต้ผิวเพื่อปรับรูปทรง | ใช้ไหมร้อยผ่านชั้นผิวเพื่อดึงกระชับ ยกขึ้น |
| ความเจ็บ | มีอาการเจ็บเล็กน้อยขณะฉีด | จะรู้สึกระคายเคืองหรือปวดตึงบริเวณไหมพอสมควร |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตตามปกติได้ | พักฟื้น 1-2 วัน อาจมีอาการบวม แต่ไม่มาก |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด | ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์กว่าไหมจะเข้าที่ |
| ผลลัพธ์ | ช่วยเติมเต็มจุดบกพร่องได้เป็นบางจุด | ช่วยยกกระชับผิวส่วนเกินได้ทั่วทั้งจมูก |
| ความคงทน | อยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี | อยู่ได้นาน 1-2 ปี แล้วแต่ชนิดไหมที่ใช้ |
| ผลข้างเคียง | พบได้น้อย เช่น จ้ำเลือด อาการแพ้ ติดเชื้อ | พบได้บ้าง เช่น ไหมโผล่ ปมไหมคัน ติดเชื้อ |
ระหว่าง ฟิลเลอร์จมูก กับ การร้อยไหม ถ้าต้องการแก้จุดบกพร่องเฉพาะจุด มีงบจำกัด หรือไม่สะดวกพักฟื้นนาน ก็แนะนำเลือก ฉีดฟิลเลอร์จมูก ค่ะ ส่วนใครที่อยากได้การปรับทรงจมูกที่เห็นผลชัด สามารถคงอยู่ได้นาน ก็จะเหมาะกับการร้อยไหมจมูกมากกว่า
ฟิลเลอร์จมูก เลือกฉีดยี่ห้อไหนดี
การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์เพื่อฉีดจมูก มีส่วนสำคัญมากต่อความพอใจและผลลัพธ์ที่ได้ เพราะฟิลเลอร์แต่ละตัวก็มีส่วนผสม เนื้อสัมผัส และคุณสมบัติแตกต่างกัน ยี่ห้อ/รุ่นที่เหมาะสำหรับฉีดจมูก ควรมีลักษณะดังนี้ค่ะ
- เนื้อฟิลเลอร์หนืดข้น ไม่เหลวหรือนุ่มไป เพื่อให้คงรูปทรงได้ดี ไม่ไหลย้อยไปมา
- ความยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสรีระของแต่ละคนได้
- ไม่ระคายเคือง ไม่แพ้ง่าย เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ลดการเกิดผลข้างเคียง
- อายุการใช้งานนาน ไม่สลายตัวเร็ว เห็นผลได้จนกว่าจะถึงเวลาเติม
- ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. และ FDA เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ไว้ใจได้
ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ ที่นิยมใช้ฉีดบริเวณจมูก
- Restylane Lyft ฟิลเลอร์ความยืดหยุ่นสูง เมื่อฉีดไปจะไม่เคลื่อนย้าย ให้การคงทนที่นานกว่า และให้ผิวสัมผัสเรียบเนียน เพราะอนุภาคมีขนาดใหญ่ เข้าที่เร็ว และมีส่วนผสมของ Lidocaine ช่วยบรรเทาอาการปวดระหว่างทำ อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
- Juvederm Ultra XC เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนุ่มและละเอียด ผลิตด้วยเทคโนโลยี Vycross ที่ผสานการเชื่อมโยงของกรดไฮยาลูโรนิกที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน ทำให้เมื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกเข้าไปแล้วจะกระจายตัวได้ดี กลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับการเติมเต็ม filler ปลายจมูก โดยให้ความนุ่มนวลแต่ยังคงความเป็นมิติ ทั้งยังช่วยแก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ บนใบหน้าได้อย่างละเอียดอ่อน สามารถอยู่ได้นาน 8-12 เดือน
- E.P.T.Q S500 เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อค่อนข้างแน่นและยืดหยุ่นสูง มีคุณสมบัติในการคงรูปได้ดี เมื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกชนิดนี้เข้าไปแล้วจะไม่ยุบตัวหรือเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่ต้องการ จึงนิยมใช้สำหรับการปรับรูปทรงจมูกเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสันจมูกให้สูงโด่ง การปรับแก้จมูกที่มีลักษณะบิดเบี้ยวหรือสันคด หรือการยกปลายจมูกที่งุ้ม ให้ได้รูปที่เรียวสวยสมใจ นอกจากนี้ E.P.T.Q. S500 ยังมีส่วนผสมของสารลิโดเคน (Lidocaine) ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ที่ช่วยลดอาการเจ็บระหว่างฉีดฟิลเลอร์จมูก และอาการปวดหลังฉีดได้ ทำให้ผู้รับการฉีดรู้สึกสบายมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12
นอกจากนี้ ก็มีฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่แพทย์ส่วนมากเลือกใช้ในการฉีดจมูก เช่น Neuramis Deep Lidocaine, Belotero Volume หรือ Princess Volume Plus ซึ่งแต่ละคนก็เหมาะกับสูตรที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงงบประมาณในการทำด้วย
แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ เพื่อช่วยวิเคราะห์และเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ฉีดจมูกที่เหมาะกับเราที่สุด เพราะจมูกเป็นจุดที่บอบบาง หากเกิดข้อผิดพลาดจะแก้ไขได้ค่อนข้างยากค่ะ
อ่านเพิ่มเติม : ยี่ห้อฟิลเลอร์ ในประเทศไทย มีอะไรบ้างที่ผ่าน อย. ไทย เลือกยี่ห้อไหนดี?
ฉีดฟิลเลอร์จมูก ใช้กี่ CC.
โดยปกติ การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ควรฉีดเกิน 1 cc. เพราะหากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้จมูกดูไม่เป็นธรรมชาติ มีลักษณะบวมโตเกินสัดส่วนของใบหน้า นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์จมูกปริมาณมากยังมีโอกาสไหลย้อยและเคลื่อนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่คงที่และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดขึ้นอยู่กับความต้องการปรับแต่งและสภาพจมูกของแต่ละคนค่ะ แต่ทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์จมูกจะใช้ปริมาณไม่เกิน 1 CC ต่อครั้ง ปริมาณที่เหมาะสมสุดในการเติมเต็มจุดบกพร่อง ไม่ทำให้จมูกดูใหญ่หรือหนาผิดธรรมชาติ
ในการฉีดครั้งแรก ส่วนมากแพทย์จะเริ่มที่ปริมาณ 0.5-0.7 CC ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในการทำครั้งต่อ ๆ ไป จนได้ลักษณะจมูกที่พอใจ ไม่ควรฉีดเกิน 2 CC ต่อครั้ง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อจมูกถูกดันจนผิดรูป หรือมีฟิลเลอร์ตกค้างเป็นก้อน
| จุดที่ฉีดฟิลเลอร์จมูก | ปริมาณที่ใช้ โดยประมาณ |
| สันจมูก | 0.5 - 1 cc |
| ปลายจมูก | 0.2 - 0.5 cc |
| ฐานจมูก | 0.2 - 0.5 cc |
| ปรับรูปจมูกทั้งหมด | 1 - 2 cc |
สำหรับผู้รับบริการที่มีฐานจมูกน้อย สันจมูกแบนมาก หรือต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกอย่างชัดเจน การฉีดฟิลเลอร์อาจจะไม่เหมาะ เพราะต้องใช้ปริมาณมาก เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น กรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้เลือกการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกแทน เพราะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ตอบโจทย์ความต้องการมากกว่าค่ะ
ฟิลเลอร์จมูก ฉีดราคาเท่าไหร่
ราคาฉีดฟิลเลอร์จมูกของแต่ละคลินิกจะไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ ความชำนาญของแพทย์ และมาตรฐานของสถานพยาบาล ทั่วไปราคาการทำฟิลเลอร์จมูกจะอยู่ที่ 10,000 – 25,000 บาท ต่อ 1 CC
แต่ไม่ว่าจะราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ สำคัญคือต้องเช็คประวัติคุณภาพสินค้า การันตีความปลอดภัย และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำ ไม่มองแต่ราคาถูกแล้วฉีดฟิลเลอร์จมูกกับคลินิกที่ไว้ใจไม่ได้ เพราะเสี่ยงได้ฉีดของปลอม จนเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาภายหลังค่ะ
ฟิลเลอร์จมูก อยู่ได้นานแค่ไหน
เรื่องระยะเวลาที่ฟิลเลอร์สามารถคงอยู่ใต้ชั้นผิว จะแตกต่างกันไปตามประเภทและส่วนประกอบของแต่ละยี่ห้อ ซึ่งฟิลเลอร์ชนิดสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เฉลี่ยแล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ก่อนที่ร่างกายจะย่อยสลายและดูดซึมออกไปจนหมด สามารถเข้ามาทำเพิ่มได้ตามต้องการ หรือถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ถาวรกว่านี้ ก็อาจต้องหันไปมองเรื่องการศัลยกรรมจมูกแทนค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม
เพราะเป็นหัตถการที่ต้องฉีดเข็มเข้าบริเวณจมูก โซนบอบบางมากที่สุดบนใบหน้า แถมใต้ผิวบริเวณนี้ก็มีเส้นเลือดจำนวนมากวางตัวใกล้ชิดกันด้วย ทำให้การฉีดฟิลเลอร์จมูกถึงจะเป็นสารที่มีความปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
ความเสี่ยงที่สำคัญสุดของการฉีดฟิลเลอร์จมูก คือ การฉีดผิดเทคนิคโดนเส้นเลือดแดงใหญ่ ชื่อว่า Dorsal Nasal Artery ซึ่งทอดยาวจากหัวคิ้ว ลงมาถึงปลายจมูก เชื่อมต่อไปถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา ทำให้ถ้าฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดเส้นนี้ จะส่งผลให้เนื้อเยื่อส่วนปลายขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง เกิดการตายของอวัยวะ โดยเฉพาะยิ่งเกิดขึ้นบริเวณดวงตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้
แต่อย่าพึ่งกังวล เพราะ American Society of Plastic Surgeons ได้เปิดข้อมูลว่า ใน 10 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นจากฟิลเลอร์จมูกเพียง 98 รายเท่านั้น จากสถิติผู้เข้ารับการรักษานับแสน ๆ คน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ถึงปัจจุบัน จากเทคโนโลยีด้านการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยป้องกันและรักษาอาการแทรกซ้อนได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
อ้างอิง : www.plasticsurgery.org/news/plastic-surgery-statistics
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ หลังฉีดฟิลเลอร์จมูก
- อาการบวม แดง คัน หรือช้ำ บริเวณรอบ ๆ ที่ฉีด
- ปวดหรืออาการเสียว ๆ จากการฉีด
- รู้สึกคล้ายมีก้อนแข็งอยู่ใต้ผิวหนัง
- ฟิลเลอร์กระจายไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวขรุขระไม่เรียบเนียน
- แพ้ฟิลเลอร์ มีอาการคัน บวม หรือเป็นผื่น
- มีไข้ ปวดศีรษะ ไม่สบายตัว
อาการเหล่านี้ ถ้าเป็นไม่มากก็เป็นเรื่องปกติค่ะ ซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลงได้เองใน 2 สัปดาห์ ช่วงแรกอาจกินยาแก้ปวด ลดบวม ประคบเย็น เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็ว แต่กรณียังไม่หาย หรือมีท่าทีรุนแรงขึ้น แนะนำต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำอย่างละเอียด
อาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรรีบพบแพทย์
- มีอาการปวดมากผิดปกติ แม้จะผ่านไปแล้วหลายวัน
- บริเวณจมูกและรอบ ๆ บวมแดง ร้อนผ่าว คล้ายมีหนอง อาจเกิดการติดเชื้อ
- เห็นหลอดเลือดสีม่วงคล้ำใต้ผิวชัดเจน เวลาเปิดไฟส่องจะยิ่งเห็นชัด แสดงว่าอาจมีเลือดคั่ง
- สีผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือดำ อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอจนเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน
- มีปัญหาการมองเห็น ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัด อาจเกิดจากฟิลเลอร์ไปกีดขวางหลอดเลือดไปเลี้ยงดวงตา
- ลุกลามอาการไปที่อื่น เช่น ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ หรือชาที่แขนขา
โดยสรุป การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ดังนั้นนอกจากการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่ไว้ใจได้แล้ว การเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและข้อมูล รวมถึงการสังเกตอาการตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดค่ะ
ข้อแนะนำ ก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์จมูก
นอกจากแพทย์และคุณภาพของฟิลเลอร์ที่จะช่วยลดความเสี่ยงการทำฟิลเลอร์จมูกแล้ว พฤติกรรมปฏิบัติตัวของผู้ทำก่อนและหลัง ก็สำคัญเหมือนกันค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงและให้ผลลัพธ์ออกมาได้ถูกใจตามต้องการ แถมยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ได้อีกด้วย
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก
- หยุดยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี แอสไพริน กิงโกะ บิโลบา ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- งดทานอาหารรสจัด เค็มจัด เผ็ดจัด อย่างน้อย 1-3 วัน
- งดดื่มแอลกอฮอล์หรือของมึนเมา ก่อนทำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- เลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
- พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกจนอดนอน
- หลังฉีดใหม่ ๆ ไม่ควรสัมผัสหรือนวดจมูกบ่อย ๆ
- พยายามนอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคง หรือคว่ำหน้าลงกับหมอน
- ใช้ความเย็นประคบ เพื่อลดอาการบวมช้ำ ไม่แช่น้ำแข็งโดยตรง
- เลี่ยงการโดนแสงแดดจัด หรือความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- พักการแต่งหน้า หรือล้างให้สะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตันผิว
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือสูดดมสารเสพติดต่าง ๆ เพราะส่งผลเสียต่อการหายของแผลและกระตุ้นการอักเสบ
- ทานอาหารอ่อน ๆ งดของแข็ง เหนียว หรือต้องเคี้ยวมาก ๆ ชั่วคราว
- ดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นสดใส
- สังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิดว่าผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีสัญญาณอันตราย ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก
- ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อลดปริมาณแบคทีเรียบนผิว
- งดการแต่งหน้า ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ในวันที่มาทำ เพื่อป้องกันการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง
- แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือการทำทรีทเมนต์มาก่อนกับคุณหมอ เพื่อความปลอดภัย
- ถ้ากลัวเจ็บ สามารถทานยาแก้ปวดก่อนทำได้ แต่ต้องเป็นพาราเซตามอล ไม่ใช่ยากลุ่ม NSAIDs
- หากเป็นประจำเดือนหรือมีแผลเปิด แนะนำให้เลื่อนวันทำออกไปก่อน
- ไม่ควรทำหลังออกกำลังกายหนัก ๆ หรือดื่มแอลกอฮอล์มา เพราะจะทำให้หน้าแดงและบวมได้ง่าย
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการหายของแผลหลังทำ
- ถ่ายรูปไว้เป็น Before เพื่อเก็บไว้เทียบกับผลลัพธ์หลังทำ
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์จมูก
- แพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าให้ไม่มีสิ่งสกปรก ฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
- ตรวจผิวอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขและฉีดฟิลเลอร์จมูก
- วาดแบ่งโซนสำหรับฉีด ขึ้นกับสภาพจมูกและความต้องการของแต่ละคน
- ทายาชาหรือฉีดยาชาบริเวณจมูก รอประมาณ 5-10 นาที ให้ยาออกฤทธิ์
- แพทย์จะค่อย ๆ ฉีดฟิลเลอร์เข้าในชั้นผิว โดยใช้เทคนิคการฉีดแบบ Linear Threading เพื่อให้ฟิลเลอร์กระจายสม่ำเสมอ
- นวดจมูกเบา ๆ ให้ฟิลเลอร์เข้าที่ จัดรูปทรง และเติมเพิ่มบางจุดให้ได้สัดส่วน
- เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ฉีดอีกครั้ง และประเมินผลลัพธ์ร่วมกับผู้รับบริการ
- ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวม หรือใช้เลเซอร์ความเย็นช่วยกระตุ้นการสมานแผลให้เร็วขึ้น
- แนะนำการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก และนัดหมายตรวจติดตามผลครั้งต่อไป
แก้จมูกหลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่พอใจ ทำอย่างไร
เมื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่ได้อย่างที่หวัง ไม่ว่าจะเรื่องรูปทรงที่ไม่สวย หรือเกิดผลข้างเคียงบางอย่างขึ้นมา อันดับแรกคือ ใจเย็นๆ อย่าพึ่งตัดสินใจแก้อะไรด้วยตัวเอง
แนะนำให้ลองสังเกตอาการตัวเองก่อนว่า มีความผิดปกติมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะรอดูอาการสักระยะก่อน ไม่ดีขึ้นค่อยไปพบแพทย์เพื่อแก้ปัญหาค่ะ
แก้จมูกฉีดฟิลเลอร์ แบบชั่วคราว
- จมูกมีรอยบุ๋ม ผิวไม่เรียบเนียน
ปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดฟิลเลอร์จมูกเพิ่มบริเวณที่บกพร่อง เติมเต็มให้สวยขึ้น
- จมูกไม่ได้ทรงตามที่ต้องการ
ขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อปรับแต่งเพิ่ม อาจใช้การนวดเบา ๆ เกลี่ยฟิลเลอร์ให้กระจายตัว หรือฉีดฟิลเลอร์เพิ่มในบางจุด
- มีอาการบวม แดง เจ็บ หลังทำ
ประคบเย็นบริเวณที่ฉีด และทานยาแก้ปวดลดอักเสบตามที่แพทย์สั่ง (ถ้าจำเป็น) ร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ๆ ไปก่อน
แก้จมูกฉีดฟิลเลอร์ แบบถาวร
ใช้เอนไซม์ hyaluronidase เข้าไปตัดโมเลกุลของ HA ให้สลายตัวและออกจากร่างกายไปเองใน 3-5 วัน สำหรับคนที่แพ้ HA หรือไม่พอใจในผลลัพธ์ แล้วไม่สามารถแก้ด้วยการเติมเพิ่มได้ จำเป็นต้องนำฟิลเลอร์เดิมออกให้หมดก่อน – ฉีดสลายฟิลเลอร์ ทางออกปัญหาของฟิลเลอร์ ไม่สวยแก้ไขได้
กรณีเป็นฟิลเลอร์ชนิดถาวร หรือฟิลเลอร์แข็งเกินไป นวดแล้วไม่ยุบ ต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อฟิลเลอร์ออก ร่วมกับการขูดผิวส่วนเกินทิ้ง สำหรับคนที่มีก้อนฟิลเลอร์นูนแข็ง ขยับเคลื่อนไม่ได้ หรือเป็นฝีหนองอักเสบจากฟิลเลอร์
สำหรับคนที่อยากได้ผลลัพธ์มากกว่าแค่การฉีดฟิลเลอร์ อาจต้องเปลี่ยนมาเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือกระดูกอ่อนแทน โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูก และความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อน ว่าสามารถผ่าตัดทับบริเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์ได้หรือไม่
รีวิวฉีดฟิลเลอร์จมูก ที่คลินิก RWC
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์จมูก
-
ฉีดฟิลเลอร์แล้ว สามารถเสริมจมูกซิลิโคนได้ไหม ?
สามารถทำได้ค่ะ แต่ก่อนเสริมจมูกต้องแน่ใจก่อนว่าที่ฉีดฟิลเลอร์จมูกเข้าไปสลายหมดแล้ว โดยปกติฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานเพียง 12-18 เดือน ก็จะสลายเองตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ไปรบกวนกระบวนการผ่าตัด หรือส่งผลให้รูปทรงผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น
โดยหากไม่แน่ใจว่าฟิลเลอร์ได้สลายหมดแล้วหรือไม่ แนะนำให้กลับไปพบแพทย์ผู้ทำการฉีด เพื่อตรวจประเมินและพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์ให้หมดไปก่อนผ่าตัดนะคะ
-
ฟิลเลอร์จมูกปลอม สามารถฉีดสลายได้ไหม?
ฟิลเลอร์ปลอม ส่วนใหญ่ทำจากซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน สารสังเคราะห์ที่ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ การฉีดสลายก็ไม่ได้ผล จำเป็นต้องรีบผ่าตัดออกเท่านั้น ไม่งั้นจะตกค้างในร่างกาย เกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนตามมาภายหลัง
-
ฉีดฟิลเลอร์จมูก เห็นผลทันทีไหม? เข้าที่เมื่อไหร่
หลังฉีดจะเห็นผลทันทีว่าจมูกเริ่มโด่งขึ้น แต่ยังไม่เป็นทรงสวยที่สุด เพราะบริเวณรอบ ๆ จมูกยังบวมอยู่ ต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์ ผิวถึงจะค่อย ๆ ยุบตัว เนื้อฟิลเลอร์เซ็ตและอยู่ตัวจนกลายเป็นรูปทรงสมบูรณ์ที่สวยงามสุดค่ะ
-
ฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว ผ่าตัดเสริมจมูกได้ไหม?
ได้ค่ะ แต่ต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายตัวหมดก่อน หากอยากรีบผ่าตัด ต้องฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อเอาออกให้หมด ไม่งั้นอาจมีปัญหาซิลิโคนไม่เข้าที่ หรือมีผิวหนังส่วนเกินจนต้องตัดทิ้ง เสียเวลาพักฟื้นนานขึ้น
-
ฉีดฟิลเลอร์จมูก สลายได้ไหม?
สลายได้ค่ะ สำหรับฟิลเลอร์แท้ HA ร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซึมจนหมดไปเองได้ ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ถ้าอยากเร่งให้เร็วขึ้น สามารถทำได้โดยฉีดเอนไซม์สลายฟิลเลอร์ ชื่อว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายเนื้อฟิลเลอร์ทั้งหมดใน 3-4 วัน
-
ขูดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม?
อันตรายค่ะ เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อจมูกโดยไม่จำเป็น ทำให้จมูกผิดรูปหรือเกิดแผลเป็นได้ การขูดฟิลเลอร์ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย หลังจากลองวิธีรักษาอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผลจริง ๆ และต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์เท่านั้น
-
ฉีดฟิลเลอร์จมูก เจ็บไหม? ต้องใช้ยาชาหรือไม่
รู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อยตอนฉีด แต่จะไม่มากจนทนไม่ไหว เพราะในเนื้อฟิลเลอร์มียาชาอยู่แล้ว พอฉีดไปก็จะออกฤทธิ์ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด คนไข้บางคนอาจขอให้ฉีดยาชาเฉพาะที่เพิ่มอีกชั้น จะได้ไม่ต้องทนเจ็บ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะบวมช้ำมากขึ้นหลังทำค่ะ
ฟิลเลอร์จมูก เลือกฉีดที่ไหนดี
เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์จมูก มีข้อควรพิจารณา ดังนี้ค่ะ
- ต้องมีใบอนุญาตเปิดคลินิกถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมแสดงเลขที่ใบประกอบโรคศิลป์ของแพทย์ให้ดูได้
- แพทย์ควรมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ จบการศึกษาและผ่านการอบรมเฉพาะทางมาเป็นอย่างดี
- คลินิกมีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นครบครัน
- มียี่ห้อฟิลเลอร์ให้เลือกหลากหลาย ผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยจาก อย.
- ราคาไม่ถูกหรือแพงเกินไป เมื่อเทียบกับคุณภาพของบริการที่จะได้รับ
- มีรีวิวหรือผลตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้บริการจริง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้
- มีบริการหลังการขายหรือดูแลติดตามผลหลังฉีดอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้คนไข้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง
ที่สำคัญคือ ควรไปพบและปรึกษากับแพทย์ด้วยตัวเองสักครั้ง เพื่อจะได้ซักถามข้อสงสัย บอกความต้องการของตัวเอง พร้อมรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไปพร้อม ๆ กัน จะได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับเราจริง ๆ ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ที่ไหนดี? คู่มือการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัย 2024
บทสรุป
การฉีดฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) เป็นหนึ่งทางเลือกที่นิยมสำหรับการเสริมความงามให้ใบหน้าในปัจจุบัน ไม่ว่าจะการปรับรูปทรงจมูก การเติมเต็มจุดบกพร่อง รวมถึงการปรับโครงสร้างจมูกตามหลักโหงวเฮ้ง ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่านการศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลทันทีหลังทำ
อีกเหตุผลที่หลายคนเลือกฉีดฟิลเลอร์จมูก ก็เพราะมีความปลอดภัยสูงค่ะ เพราะฟิลเลอร์ส่วนมากทำมาจากสาร HA ส่วนประกอบตามธรรมชาติในร่างกายอยู่แล้ว ไม่เป็นอันตราย ไม่ทิ้งสารตกค้าง และสลายได้เองตามกระบวนการปกติของร่างกาย หรือฉีดเร่งสลายฟิลเลอร์ออกได้หากไม่พอใจกับผลลัพธ์
แต่การฉีดฟิลเลอร์จมูกก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ยิ่งเมื่อทำกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ไม่รู้ที่มา หรือฉีดโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้ ตั้งแต่อาการบวมแดง เจ็บ ไปถึงภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงอย่างการติดเชื้อและเนื้อตายค่ะ
ได้รับความสนใจจากสื่อหลากหลายช่องทาง เกี่ยวกับเทรนด์การปรับรูปหน้า
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.) | อัปเดตล่าสุด: 16 ธันวาคม 2025