เมโสหน้าใส

Mesotherapy – เมโสหน้าใส

เมโสเธอราปิส์ คือ เป็นการบำบัดการรักษาโดยวิธีนำพายา หรือสารละลาย ที่มีฤทธิ์พึงประสงค์เข้าไปสู่ผิวหนัง ชั้นหนังแท้โดยตรง ใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 27-30 G (ขนาดเล็กกว่าก้านดอกเข็ม) ฉีดสารอาหารต่างๆที่จำเป็นต่อสุขภาพผิว และช่วยในการบำรุงผิว เช่น Multi Vitamin Coenzyme Q10 แร่ธาตุต่างๆ และกรดอะมิโน

ผู้คิดค้นศาสตร์การรักษาด้วยการทำเมโสเธอราปิส์นี้ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1958 คือ นายแพทย์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Dr.M.Pistor เริ่มนิยมแพร่หลายในทวีปยุโรป ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 เป็นต้นมากระทั่งในระยะ 5-10 ปี มานี้จึงได้รับความสนใจมากขึ้นในทวีปอเมริกาและประเทศอื่นๆเกือบทั่วโลก

เมโสหน้าใส ชั้นผิวที่ฉีด

สารบัญ

  • เมโสหน้าใส คืออะไร
  • ส่วนผสมของเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง
  • เมโสหน้าใส มีกี่รูปแบบ
  • คุณสมบัติของเมโสหน้าใส
  • ขั้นตอนการทำเมโสหน้าใส
  • เมโสหน้าใส เห็นผลภายในกี่วัน?
  • เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร
  • ข้อดีของการทำเมโสหน้าใส
  • ข้อเสียของการทำเมโสหน้าใส
  • ผลข้างเคียงของการทำเมโสหน้าใส
  • ใครบ้างที่ห้ามทำเมโสหน้าใส
  • การเตรียมก่อนทำเมโสหน้าใส
  • การดูแลตัวเองหลังทำเมโสหน้าใส
เมโสหน้าใส ตัวยา

เมโสหน้าใส คืออะไร

เมโสหน้าใส คือ ทางลัดในการนำส่วนผสมที่มีอยู่ในครีมต่างๆ โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมจากการทาได้ยาก มาทำให้สามารถฉีดเข้าในชั้นผิวได้โดยตรง และออกฤทธิ์ไวขึ้น ด้วยวิธีการสะกิดเข็มไปทั่วใบหน้า หรือฉีดเข้าทางใบหน้า วิตามินที่ถูกฉีดเข้าไป จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ลดเรือนริ้วรอย และจุดด่างดำลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้เริ่มเห็นผลได้ใน 1 อาทิตย์หลังฉีด

ส่วนผสมของเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง

ส่วนผสมที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการ เมโสหน้าใส ได้แก่สารคาเฟอีน กรดไฮยาลูโรนิก แอลคาร์นิทีน วิตามินหลายชนิดและสารสกัดจากอาติโช๊ค (แก่นตะวัน) ซึ่งจุดร่วมของส่วนผสมเหล่านี้ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ และเป็นสารสกัดจากวัตถุดิบที่เราใช้ได้การรับประทานแทบทั้งสิ้น หรือจะพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า ส่วนผสมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เรารับประทานกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน แต่เราแค่เปลี่ยนวิธีการนำเข้าสู่ร่างกายโดยการกินเปลี่ยนมาเป็นการฉีดแทนสกัด เอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผิวที่เด่นชัดจริงๆ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพต่อการบำรุงเฉพาะจุดที่ดีที่สุดนั่นเอง

เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี
  • เอนไซม์ Hyaluronidase ที่ใช้เป็นส่วนผสมเป็นเอนไซม์ที่เราพบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ มันทำหน้าที่ทำลายกรดไฮยาลูโรนิคซึ่งเป็นเป็นส่วนประกอบหลักในเซลลูไลท์ ฉะนั้นหน้าที่หลักของสารตัวนี้คือ การเข้าไปทำลายชั้นเซลลูไลท์ในผิวหนังส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นและยังช่วยให้เนื่อเยื่อส่วนอื่นบนผิวหน้าสามารถรับสารอาหารที่กำลังจะฉีดเข้าสู่ชั้นผิว
  • L-Carnitine ช่วยทำหน้าที่ดึงเอาไขมันส่วนเกินออกจากเซลล์ไขมัน และนำส่งไปยังไมโตคอนเดรียที่อยู่ภายในเซลล์ เพื่อนำไปสร้างเป็นพลังงานต่อไป ไขมันส่วนเกินจึงถูกกำจัดออกจากร่างกายผิวส่วนนั้นจึงกระชับขึ้น
  • Phosphatidylcholine(PC) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติพิเศษคล้ายอิมัลซิไฟเออร์ที่สามารถทำให้ไขมันแตกตัวและเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันที่สารมารถละลายน้ำได้ จึงถูกกำจัดออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะและเหงื่อได้อย่างง่ายดาย
  • Deoxycholate(DC) เป็นเอนไซม์ของร่างกายซึ่งมีปะปนอยู่ในน้ำดี ทำหน้าที่ย่อยไขมันที่รับประทานเข้าไปพร้อมอาหาร เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายก็มักส่งผลให้ร่างกายสามารถย่อยไขมันได้ดีขึ้น
  • Aminophylline ส่วนผสมตัวนี้มีฤทธิ์การทำงานคล้ายกับคาเฟอีน ใช้เพื่อกระตุ้นการทำลายไขมันและยังช่วยขยายเส้นเลือดฝอยให้กว้างขึ้น เพื่อให้สามารถส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารสู่เซลล์ต่างๆได้ดีขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้ไม่เกิน20 mg/ml เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียและคลื่นไส้อาเจียนได้
เมโสหน้าใส คืออะไร

เมโสหน้าใส มีกี่รูปแบบ  

การฉีด เมโสหน้าใส เป็นทรีทเม้นท์ที่ได้รับความนิยมจากสาวๆ อย่างมาก เพราะ เป็นวิธีการที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน มอบผิวสวยสว่างกระจ่างใส ช่วยบำรุงผิว มาดูกันว่า เมโสหน้าใส มีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงอะไรบ้าง

  • เมโสหน้าใส เพื่อผิวขาวใส มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวขาว แลดูกระจ่างใสขึ้น โดยเฉพาะวิตามินต่างๆ เช่น Vitamin A, Vitamin B, Vitamin C, Vitamin E
  • เมโสหน้าใส คืนความชุ่มชื้น มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวฟู ดูสุขภาพดี ลดรูขุมขน ผิวแข็งแรงขึ้น ส่วนมากจะมีส่วนผสมของ คอลลาเจน และโคเอนไซม์ต่างๆ เป็นหลัก
  • เมโสหน้าใส ลดสิว-ผดผื่น มีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องลดการอักเสบ ขับสารพิษออกจากผิว และช่วยเรื่องการลดสิวได้ และเมโสยี่ห้อที่เราคุ้นเคยกันดี ที่มีจุดเด่นในด้านนี้ก็คือ มาเด้-คอลลาเจน นั่นเอง
เมโสหน้าใส ดีไหม

สำหรับคนไข้ที่อยากฉีด เมโสหน้าใส ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินใบหน้า เพราะผิวของคนแต่ละคน จะมีความแตกต่างกัน และมีปัญหาที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นเราควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำการตรวจวิเคราะห์ผิว เพื่อเลือกว่าเราจะเหมาะกับเมโสชนิดไหน

การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

เป็นวิธีการใช้เข็มฉีดยาสะกิดผิวหน้าเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วบริเวณใบหน้า เพื่อให้วิตามินซึมซาบเข้าสู่ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิว แต่ก็มีข้อเสียคือ อาจทำให้เกิดรอยแดงขึ้นบนใบหน้า และถ้าระหว่างฉีด ไม่ดูแลรักษาความสะอาดมากพอ อาจเกิดการอักเสบและติดเชื้อขึ้นได้ (มักเกิดจากการฉีด เมโสหน้าใส ด้วยตนเอง ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ เครื่องมือหัตถการไม่ได้มาตรฐาน)

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

เป็นวิธีการใช้เข็มฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง เพื่อให้วิตามินให้ซึมซาบเข้าสู่ผิว ซึ่งวิธีการฉีดแบบนี้จะทำให้เกิดแผลได้น้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า รอยช้ำลดลง ประสิทธิภาพของยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานมากขึ้น โดยรวมแล้ววิธีนี้ดีกว่าการฉีด เมโสหน้าใส แบบสะกิด

เมโสหน้าใส ได้กี่จุด

คุณสมบัติของเมโสหน้าใส

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่า เมโสหน้าใส ช่วยให้ผิวหน้าดูสว่างกระจ่างใส และสีผิวดูเนียนสวยสม่ำเสมอขึ้น บอกเลยว่า “เมโสหน้าใส” ไม่ได้มีดีแค่นี้นะคะ ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ

⦁ มอบสุขภาพผิวหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

⦁ ช่วยให้รูขุมขนที่กว้างให้เล็กลง

⦁ ช่วยลดปัญหารอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ

⦁ ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่บนใบหน้า

⦁ ช่วยลดปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ทั้งตีนกา ริ้วรอยมุมปาก ริ้วรอยข้างแก้ม และริ้วรอยบนหน้าผาก

เมโสหน้าใส ตำแหน่งนิยม

ขั้นตอนการทำเมโสหน้าใส

การทำ เมโสหน้าใส เป็นการเตรียมผิวเพื่อให้เปิดรับสารอาหารที่จะฉีดในขั้นตอนต่อไป ช่วยในเรื่องของการหมุนเวียนโลหิต  และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำร้าย เช่น ส่วนที่เป็นสิว  เป็นฝ้า  หรือผิวหน้าหมองคล้ำ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุดที่เคยพบ คือ อาการแสบนิดๆ เพราะสารเคมีกำลังทำงาน  แต่อาการนี้จะหายไปภายใน 20 นาที  และผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจน หลังจากทำการฉีด เมโสหน้าใส ไปประมาณ 5 วัน  ในรายที่มีปัญหาผิวเพียงเล็กน้อยเช่น  หน้าหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย มาตึงกระชับ หรือปัญหาฝ้าและกระที่ไม่มากนัก

แค่เพียงขั้นตอนแรกนี้ ก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวได้ดีในระดับหนึ่ง การทำซ้ำในครั้งที่ 2 จะช่วยให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า  ควรทำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นรายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก อาจจะต้องลำดับความสำคัญของปัญหาและวางแนวทางการรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่องและเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน การแก้ไขปัญหาผิวหน้าอย่างถูกจุด จะช่วยให้ผิวหน้าที่สมบูรณ์แบบและจะคงสภาพเช่นนั้นไปได้ในระยะยาว  ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ  เพราะนั่นคือ เงินที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มแบบไม่สิ้นสุด

เมโสหน้าใส ขั้นตอนการทำ

เมโสหน้าใส เห็นผลภายในกี่วัน?

หลังทำ เมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นผล 3 วันหลังการฉีด และจะเห็นผลที่ชัดเจนในช่วงเวลา 7-14 วัน มีประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน โดยปกติ การทำ เมโสหน้าใส จะฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งของเดือนแรก และจะฉีดทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อคงสภาพ ซึ่งการทำ เมโสหน้าใส ไม่มีการฉีดแบบถาวร ตัวยาสามารถสลายได้หมดไม่มีสารตกค้าง

เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร

⦁ คนที่ไม่ชอบทาครีม และต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ไวกว่า

⦁ คนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทั้งนอนดึก อดนอน และทำงานหนัก

⦁ คนที่มีปัญหาผิวหน้า ทั้งริ้วรอย จุดด่างดำ และสิว

เมโสหน้าใส ราคา

ข้อดีของการทำ เมโสหน้าใส

  1. เป็นการให้สารบำรุงผิวที่เห็นผลได้ไวกว่าการทาครีมบำรุงผิว
  2. หลังการทำ โสหน้าใส ช่วยทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น เครื่องสำอางค์ติดทน มากขึ้น
  3. เมโสหน้าใส ช่วยให้ผิวจะแข็งแรง และสุขภาพผิวดีขึ้น
  4. ช่วยรักษาปัญหาของผิวได้อย่างเร่งด่วน เช่น สิว รูขุมขนกว้าง
  5. เมโสหน้าใส จะไม่ทำให้ผิวบางลงเหมือนกับการทำเลเซอร์
  6. ไม่ต้องพักฟื้นรอยแดงสามารถหายไปได้ภายในสามวัน

ข้อเสียของการทำ เมโสหน้าใส

  1. อาจเกิดอาการแพ้ อักเสบหรือฟกช้ำได้ หากไม่ได้รับการฉีดที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ
  2. เป็นการบำรุงผิวหน้าระยะสั้น เพราะ ตัวยาจะสลายหายไปภายในสองเดือน จึงทำให้ต้องฉีดบ่อยๆ
เมโสหน้าใส ตำแหน่งใด

ผลข้างเคียงของการทำมโสหน้าใส

ตัวยา เมโสหน้าใส ต้องปลอดภัย

เมโสหน้าใส เมื่อใช้ในอัตราส่วนที่มากเกิน ตัวยาจะทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง โดยส่วนใหญ่ตัวยา เมโสหน้าใส เมื่อใช้แบบผิดๆ ในอัตราส่วนที่มากเกินไป จะสามารถเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงตามมาได้  นอกจากนี้ยังมีตัวยา เมโสหน้าใสหลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. รวมถึงมียาปลอมออกมาเยอะมากในท้องตลาด ซึ่งหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มา แหล่งผลิต และตัวยาที่อยู่ในนั้นได้เลย

ไม่ได้ฉีด เมโสหน้าใส โดยแพทย์

หากนำ เมโสหน้าใส ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา มาฉีดเองที่บ้าน หรือเข้ารับการฉีดในคลินิกเถื่อน เช่น คลินิกที่ไม่ได้ทำหัตถการโดยแพทย์ หรือ คลินิกที่ไม่มีใบอนุญาต  ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือ อาการแพ้สารที่ได้รับเข้าไป ทำให้ผิวบางลง ผิวไวต่อแดดอาจจะรุนแรงถึงขั้นเกิดมะเร็งผิวหนังได้

เมโสหน้าใส เจ็บไหม

นอกจากนี้ยังคลินิกเสริมความงามที่ ขายอุปกรณ์และตัวยาให้ลูกค้า นำไปฉีดได้เองที่บ้าน เนื่องจากคนไข้ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ เมื่อคนไข้นำ เมโสหน้าใส ไปฉีดเอง อาจทำให้การเกิดอาการบวมจากการฉีดที่ผิดตำแหน่ง หรือขั้นตอนการฉีดไม่มีความสะอาดตามหลักทางการแพทย์ อาจทำให้เกิดรอยช้ำเป็นวงกว้างได้ นอกจากนี้หากรอยช้ำเกิดเป็นผิวหนังอักเสบ คือ อาการติดเชื้อ ถ้าไม่รักษาจะทำให้เกิดเนื้อตาย หรือ บางคนฉีดใต้ตา ก็เสี่ยงทำให้เกิดตาบอดอีกด้วย

แพทย์ที่ทำการฉีด เมโสหน้าใส

การฉีด เมโสหน้าใส ที่ปลอดภัย จึงต้องทำการฉีดภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีการดูแลอย่างใกล้ชิด  คนไข้ที่ต้องการทำ เมโสหน้าใส ควรฉีดภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จริงๆ และฉีดโดยเทคนิคที่ถูกต้องและปริมาณที่เหมาะสม กับปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข

เมโสหน้าใส ใครห้ามฉีด

ใครบ้างที่ห้ามทำเมโสหน้าใส

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • คนที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน
  • คนที่มีประวัติภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • คนที่มีประวัติโรคหัวใจและการรักษาด้วยยาหลายแขนง
  • คนที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง
  • คนที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

การเตรียมก่อนทำเมโสหน้าใส

ก่อนทำ เมโสหน้าใส ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยแพทย์จะต้องทำการตรวจเช็คสภาพผิว ดูถึงปัญหา และวิเคราะห์ตัวยาที่เหมาะสมในการรักษาปัญหาผิวของคนไข้คนนั้นๆ โดยคนไข้จะต้องแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์นั้นจะได้จัดตัวยาที่เหมาะสมให้ เนื่องจากการทำ เมโสหน้าใส นั้น นั้นมีจุดประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งผิวหน้าขาวใส คืนความชุ่มชื้น หรือแม้กระทั่งการฟื้นฟูผิว ซึ่งใช้ตัวยาที่แตกต่างกันออกไป ตามวัตถุประสงค์ของการรักษา

เมโสหน้าใส อันตรายไหม

การดูแลตัวเองหลังทำเมโสหน้าใส

  1. ไม่ควรนวดผิวทันทีหลังทำ ตัวยาจะแพร่กระจายเอง
  2. ควรงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1คืน
  3. หลังล้างหน้า สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ
  4. หากเกิดรอยแดง รอยช้ำ จากรอยเข็มในบริเวณจุดที่ฉีด (แก้ไขโดยการประคบเย็นภายใน 48 ชม.แรก หลังจากนั้น สามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์)

สรุป

การฉีด เมโสหน้าใส เป็นหัตถการที่ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เมโสหน้าใส ถ้าใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง เช่น แพทย์แทงเข็มเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกเกินไป จะเกิดแผลเป็นขึ้นบนใบหน้า หรือหากแทงเข็มตื้นเกิน จะทำให้ตัวยาลงไปในชั้นผิวได้น้อย จึงเห็นผลน้อย และตัวยาลดประสิทธิภาพลง  กรณีที่ซื้อ เมโสหน้าใส มาฉีดเองที่บ้าน อาจจะทำให้เกิดผลเสียเช่นฉีดผิดตำแหน่ง ฉีดใช้ปริมาณที่ไม่เหมาะสม ความสะอาดระหว่างการทำหัตการ อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ใบหน้าได้

เมโส
คลินิกหมอขนม
ไลน์
ส่งข้อความ
โทร