ยกกระชับหน้าเรียว V Shape ไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหม คืออะไร ? ยกกระชับหน้าเรียว V Shape ไม่ต้องผ่าตัด

 

RWC Clinic สรุปให้

  • ร้อยไหม หัตถการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้ไหมละลายร้อยเข้าใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและดึงยกผิวให้กระชับ
  • ไหมที่ใช้มี 3 ชนิดหลัก ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL โดยไหม PCL+PLLA ให้ผลลัพธ์ยาวนาน 12-18 เดือน
  • เริ่มสังเกตผลลัพธ์ได้หลังทำ และเห็นชัดขึ้นภายใน 1-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่เต็มที่แล้ว
  • การร้อยไหมยกกระชับเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ราคาร้อยไหมเริ่มต้นประมาณ 8,900-35,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดไหม จำนวนเส้น และตำแหน่งที่ร้อย
  • ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาต อย. และแพทย์ที่มีประสบการณ์
RWC Clinic summarizes

ร้อยไหม วิธีหนึ่งที่ช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มกังวลกับปัญหาแก้มตก ร่องแก้มที่ลึกขึ้น และกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม หัตถการนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้าหรือใช้เวลาพักฟื้นนาน

บทความนี้จาก RWC Clinic สถาบันด้านการปรับรูปหน้า จะอธิบายรายละเอียดของการร้อยไหม (Thread Lift) ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนทำ การดูแลหลังทำหัตถการ และวิธีการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนค่ะ

ร้อยไหม คืออะไร ?

ร้อยไหม (Thread Lift) คือหัตถการยกกระชับใบหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จากนั้นเงี่ยงของไหมจะเกาะเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเพื่อดึงผิวส่วนที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวเส้นไหมเองก็ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวมีความแน่นและกระชับในระยะยาว

สำหรับไหมที่ใช้เป็นไหมละลายที่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย และ FDA สหรัฐอเมริกา ทำจากวัสดุ Polydioxanone (PDO) หรือ Polycaprolactone (PCL) เป็นวัสดุที่สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายค่ะ

ร้อยไหมช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ร้อยไหม (Thread Lift) ช่วยจัดการกับปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลายส่วน ตั้งแต่การยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียว V Shape ลดเลือนริ้วรอย ยกคิ้วกับหางตา จนถึงปรับรูปทรงจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดค่ะ

ร้อยไหมช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ร้อยไหมยกกระชับแก้มห้อย แก้ปัญหากระเปาะแก้ม

ปัญหาแก้มห้อยหรือกระเปาะแก้ม เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังที่เคลื่อนตัวต่ำลงตามวัย การร้อยไหมแก้มห้อยช่วยยกไขมันและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยกลับสู่ตำแหน่งเดิม โดยเงี่ยงของเส้นไหมจะเกี่ยวยึดเนื้อเยื่อและดึงขึ้นไปบริเวณขมับ ทำให้แก้มดูกระชับขึ้นค่ะ

ร้อยไหมปรับหน้าเรียว กรอบหน้าชัด V Shape

สำหรับคนที่ต้องการใบหน้าเรียว V Shape กรอบหน้าคมชัด การร้อยไหมหน้าเรียวช่วยดึงเนื้อแก้มส่วนล่างและเหนียงให้ยกขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวลงตามแนวโค้ง กรอบหน้าเด่นขึ้น สามารถเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้หลังทำไม่นาน และเห็นผลชัดขึ้นเมื่อคอลลาเจนสร้างเต็มที่ภายใน 1-3 เดือน

ร้อยไหมลดริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากตื้นขึ้น

ริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยบริเวณมุมปาก เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว เมื่อร้อยไหมเข้าไป นอกจากเส้นไหมช่วยดึงผิวให้ตึงขึ้นแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหม ทำให้ร่องต่าง ๆ ดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยเล็ก ๆ ลดเลือนลง

ร้อยไหมยกคิ้ว หางตา Foxy Eye

เทคนิคการร้อยไหมแบบ Foxy Eye ช่วยยกหางตาให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูยาวรีขึ้น สามารถใช้เทคนิคเดียวกันเพื่อยกคิ้ว แก้ปัญหาคิ้วตกกับหนังตาหย่อนได้ค่ะ ทำให้ดวงตาดูกว้างและสดใสขึ้น ใช้ไหมประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง

ร้อยไหมเสริมจมูก ปรับปลายจมูกให้โด่งสวย

สำหรับคนที่ต้องการจมูกโด่งขึ้นเล็กน้อย การร้อยไหมจมูกเป็นวิธีปรับรูปทรงจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปบริเวณสันจมูกกับปลายจมูก เพื่อทำให้สันจมูกคมขึ้น ปลายจมูกเชิดขึ้น และรูปทรงจมูกดูดีขึ้น ใช้ไหมประมาณ 6-10 เส้น ผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนค่ะ

ไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ ร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด

ไหมที่ใช้ในการร้อยหน้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ไหมละลายกับไหมไม่ละลาย ชนิดที่เลือกใช้กันส่วนใหญ่คือไหมละลาย เพราะไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายและผ่านการรับรองจาก อย. วัสดุไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ สามารถแบ่งตามวัสดุได้ 3 ชนิดหลักดังนี้

ไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ
  • ไหม PDO (Polydioxanone) ไหมรุ่นแรกที่ใช้ในวงการความงาม มีความนิ่ม ยืดหยุ่นปานกลาง ไม่เปราะ ราคาย่อมเยา ละลายหมดภายใน 4-6 เดือน ใช้สำหรับการยกกระชับผิวและลดริ้วรอยตื้น ๆ
  • ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) มีจุดเด่นเรื่องความแข็ง ทนต่อแรงดึงได้ดี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่มีความเปราะและขาดง่าย ละลายภายใน 12-24 เดือน
  • ไหม PCL (Polycaprolactone) ไหมรุ่นใหม่ มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง ไม่เปราะหรือขาดง่าย มีการนำ PLLA มาผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ไหม PCL ผสม PLLA เป็นวัสดุที่ให้ผลลัพธ์ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

นอกจากวัสดุ รูปทรงของเส้นไหมก็มีหลายแบบ เช่น ไหมเรียบ (Mono) ไหมเกลียว (Screw) ไหมก้างปลา (Barbed) ไหมกรวย (Cog) และไหมโครงตาข่าย (Tess Lift Soft) แต่ละแบบก็เหมาะกับปัญหากับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและเลือกใช้ชนิดกับรูปทรงของเส้นไหมให้เข้ากับแต่ละบุคคลค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม ?

การร้อยไหมไม่ได้เหมาะกับทุกคน หัตถการนี้ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความหย่อนคล้อย และสุขภาพโดยรวม ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ควรรู้ก่อนว่าใครที่เหมาะกับการทำ และใครที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม ?

บุคคลแบบไหนที่ร้อยไหมได้ผลดี

  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง บริเวณแก้ม คาง และกรอบหน้า
  • คนที่มีริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว V Shape โดยไม่ต้องการผ่าตัด
  • คนที่อายุ 30-50 ปี ที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยแต่ยังไม่รุนแรง
  • คนที่ไม่สะดวกพักฟื้นนาน และต้องการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว

บุคคลแบบไหนที่ไม่ควรร้อยไหม

  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับรุนแรง ควรพิจารณาการผ่าตัดดึงหน้าแทน
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • คนที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • คนที่เป็นโรคเบาหวานที่ยังควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่คงที่ หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • คนที่มีการติดเชื้อหรือผิวหนังอักเสบบริเวณใบหน้า
  • คนที่มีประวัติแพ้วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหม
  • คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus) หรือโรคหนังแข็ง (Scleroderma)

ร้อยไหมเจ็บไหม ความรู้สึกเป็นอย่างไร ?

ร้อยไหมเจ็บไหม ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บมากแบบที่กังวลกันค่ะ เพราะก่อนทำมีการทายาชาหรือฉีดยาชาบริเวณที่จะทำหัตถการ ทำให้ระหว่างขั้นตอนแทบไม่รู้สึกเจ็บ มีแค่ความรู้สึกจี๊ดเล็กน้อยตอนฉีดยาชา และรู้สึกตึง ๆ บนใบหน้าขณะที่แพทย์สอดไหมเข้าไปใต้ผิว

เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ สามารถเกิดอาการระบมหรือตึงหน้าได้เล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วง 1-3 วันแรก บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีเส้นไหมอยู่ใต้ผิว ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติและค่อย ๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับความไวของแต่ละบุคคล แต่ส่วนมากก็สามารถทนได้และไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรงค่ะ

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด

การเตรียมตัวให้พร้อมช่วยให้การร้อยไหมได้ผลลัพธ์ที่ดี ลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำ และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด
  • ศึกษาข้อมูล หาความรู้เกี่ยวกับการร้อยไหม เลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง
  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน กลุ่มยา NSAIDs ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำ
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ เพราะส่งผลต่อกระบวนการฟื้นตัวของผิว
  • ดูแลผิวหน้า ในวันที่นัดทำหัตถการ ควรล้างหน้าให้สะอาดและงดการแต่งหน้า
  • แจ้งประวัติสุขภาพ บอกข้อมูลสุขภาพกับแพทย์ให้ครบ ทั้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
  • วางแผนการพักฟื้น จัดเตรียมตารางเวลาเพื่อเผื่อการพักผ่อนหลังทำประมาณ 2-3 วัน

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน เมื่อไหมละลายหมดผิวจะหย่อนคล้อยกว่าเดิมไหม ?

การร้อยไหมให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดขึ้น โดยผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการค่ะ

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ส่วนหนึ่ง และค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ที่เข้าที่มากขึ้นในช่วง 1-3 เดือนถัดไป ตอนร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เต็มที่ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่เลือกใช้ เช่น

  • ไหม PDO อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน
  • ไหม PCL หรือ PCLผสม PLLA อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

เมื่อไหมละลายหมด ผิวจะหย่อนกว่าเดิมไหม ?

คำตอบคือ “ไม่ค่ะ” เพราะในช่วงที่เส้นไหมยังอยู่ใต้ผิว ร่างกายสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามแนวไหม เมื่อไหมสลายไป โครงสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นก็ยังคงช่วยพยุงผิวไว้ ทำให้ผิวไม่หย่อนกว่าก่อนทำ แต่จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมตามกระบวนการของร่างกายและอายุที่เพิ่มขึ้น

ถ้าต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ สามารถกลับมาทำการร้อยไหมซ้ำได้ทุก 1-2 ปี หรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น Ulthera, HIFU หรือ Thermage เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องค่ะ

ร้อยไหมมีข้อเสีย/ผลข้างเคียงที่ต้องระวังอะไรบ้าง ?

ก่อนตัดสินใจร้อยไหม ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ข้อเสียการร้อยไหม ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น และข้อจำกัดบางอย่างของหัตถการก่อนค่ะ โดยผลข้างเคียงแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

ร้อยไหมมีข้อเสีย/ผลข้างเคียงที่ต้องระวังอะไรบ้าง ?

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ

อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่พบได้หลังการร้อยไหม แล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ

  • อาการบวม เขียวช้ำ บริเวณที่ทำ โดยเฉพาะใน 3-4 วันแรก
  • ความรู้สึกตึงบนใบหน้า และอ้าปากได้ไม่กว้างในช่วง 1-3 วันแรก
  • การคลำเจอลักษณะเป็นเส้นตามแนวไหมในช่วงแรก
  • อาจมีเลือดซึมเล็กน้อยตรงบริเวณรอยเข็ม

ผลข้างเคียงที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงอีกกลุ่มหนึ่งเป็นสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ เกิดขึ้นได้จากการทำหัตถการหรือใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ได้แก่

  • ปลายไหมโผล่ออกมาหรือทะลุผิวหนัง
  • ผิวหนังเป็นคลื่นหรือรอยบุ๋มที่ไม่เรียบเนียนขึ้นตามเวลา
  • อาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีหนองบริเวณที่ทำ
  • เส้นประสาทบาดเจ็บ อาการชาบริเวณใบหน้าที่ไม่หายไป
  • ไหมขาดใต้ผิว ทำให้ใบหน้าไม่ยกกระชับ | ร้อยไหม ไหมขาด เกิดจากสาเหตุใดบ้าง ?

ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ไหมที่ไม่ได้คุณภาพ การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์คือสิ่งที่ควรพิจารณาให้รอบคอบค่ะ

ข้อจำกัดของการร้อยไหม

นอกจากผลข้างเคียงแล้ว การร้อยไหมยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ควรรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

  • ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่ถาวร ต้องกลับมาทำซ้ำทุก 6 เดือนถึง 2 ปี
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก หรือมีไขมันบนใบหน้าปริมาณเยอะ
  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับหัตถการอื่นบางประเภท เช่น โบท็อก หรือ HIFU

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

การดูแลตัวเองที่ถูกวิธีหลังร้อยไหม ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน หน้าเข้าที่เร็ว และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้ค่ะ

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

ช่วง 3 วันแรก

  • หลังทำ 3 ชั่วโมง รอยเข็มสามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที และล้างหน้าได้ด้วยสบู่อ่อน | หลังร้อยไหมแต่งหน้าได้ไหม ?
  • ประคบเย็นบริเวณที่ทำเพื่อช่วยลดอาการบวม | หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน
  • นอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติเล็กน้อย
  • หลีกเลี่ยงการขยับใบหน้าแรง ๆ เช่น การอ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวอาหารที่มีลักษณะแข็ง

ช่วง 1 สัปดาห์แรก

  • งดการนวดหน้าหรือขัดถูใบหน้าแรง ๆ
  • งดการออกกำลังกายหนักที่ทำให้มีเหงื่อออกมาก
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ช่วง 2-4 สัปดาห์

  • งดการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนกับใบหน้า รวมถึงโยคะร้อนและการอบซาวน่า
  • หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพื่อป้องกันการกดทับบริเวณที่ร้อยไหม
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปเป็นประจำถ้าต้องออกไปข้างนอก

คำแนะนำเพิ่มเติมหลังร้อยไหม

  • การทานอาหารที่มีเอนไซม์โบรมีเลน เช่น แกนสับปะรด สามารถช่วยให้อาการบวมช้ำลดลงได้เร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา

ร้อยไหมราคาเท่าไร ?

ราคาการร้อยไหมแตกต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งชนิด คุณภาพของเส้นไหม จำนวนเส้นที่ใช้ ตำแหน่งที่ทำ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก ค่าใช้จ่ายการทำหัตถการนี้ประมาณ 8,900 – 40,000 บาท ตัวอย่างราคาตามชนิดไหมกับจำนวน เช่น

ร้อยไหมราคาเท่าไร ?
  • ไหมก้างปลา PDO ยกหน้า 8,900 – 13,000 บาท (6-10 เส้น)
  • ไหมก้างปลา PCL 14,000 – 25,000 บาท (4-10 เส้น)
  • ไหม Mint Lift 15,000 – 35,000 บาท (4-12 เส้น)
  • ไหม Tess Lift Soft 20,000 – 35,000 บาท (4-8 เส้น)
  • ไหม Foxy Eye ยกหางตา 25,000 – 40,000 บาท (2-4 เส้น)
  • ไหม PDO เสริมจมูก 9,900 – 15,000 บาท (6-10 เส้น)

ราคาที่แสดงเป็นแค่การประเมินเบื้องต้น และอาจแตกต่างกันในแต่ละคลินิก แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางคลินิกโดยตรง คู่กับคุณภาพของเส้นไหมที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

อย่าเลือกคลินิกจากราคาถูกแค่อย่างเดียว การเลือกทำหัตถการร้อยไหมที่มีราคาต่ำเกินไปมีความเสี่ยงจากการใช้ไหมที่ไม่มีคุณภาพ หรือทำกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่ ? ยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม

ร้อยไหมกับฉีดโบท็อก หรือเครื่องยกกระชับ ทำพร้อมกันได้ไหม อันไหนดีกว่า ?

ร้อยไหมสามารถทำร่วมกับการฉีดโบท็อกและเครื่องยกกระชับได้ค่ะ ในหลายกรณี การทำหัตถการเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากแต่ละวิธีมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองดูการทำงานของแต่ละหัตถการ

หัตถการจุดเด่นเหมาะกับ
ร้อยไหมเน้นยกกระชับผิวเฉพาะจุด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

โบท็อกช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณกราม และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้ากรามใหญ่ ริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ
Hifuกระตุ้นคอลลาเจนทั้งหน้า ไม่เจ็บมาก ราคาถูกกว่า Ultheraเริ่มดูแลก่อนผิวหย่อน ป้องกันความหย่อนคล้อย
Ultheraยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS แม่นยำ ผลลัพธ์นานกว่า HIFUผิวหย่อนคล้อยปานกลาง ต้องการยกชัดเจน

แนวทางการทำหัตถการร่วมกัน แพทย์อาจแนะนำให้ทำ HIFU หรือ Ulthera ก่อนเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า จากนั้นค่อยใช้การร้อยไหมเพื่อเก็บรายละเอียดในจุดที่ต้องการเน้น หรือฉีดโบท็อกเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ควรเว้นระยะห่างระหว่างหัตถการตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อความเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

ร้อยไหมที่ไหนดี ? ให้ปลอดภัย

การเลือกคลินิกสำหรับร้อยไหมควรพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการ หลักเกณฑ์ในการเลือกคลินิกมีดังนี้

  1. คลินิกได้มาตรฐานที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข
  2. แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า
  3. ใช้เส้นไหมที่ผ่านการรับรองจาก อย. และสามารถตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้
  4. มีการพูดคุยและประเมินโครงสร้างใบหน้าแบบละเอียดก่อนทำหัตถการ
  5. ค่าบริการอยู่ในเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล ไม่ต่ำจนผิดปกติ
  6. มีรีวิวหรือภาพตัวอย่างผลงานจากผู้ที่เคยรับบริการจริง
  7. มีช่องทางสำหรับติดต่อและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำ

ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการร้อยไหมโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ และไม่ทำในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการติดเชื้อ ใบหน้าผิดรูป หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้

รีวิวก่อน-หลังร้อยไหม ที่ RWC Clinic

RWC Clinic มีรีวิวจากคนที่เคยเข้ารับบริการร้อยไหมที่พึงพอใจกับการเปลี่ยนแปลงหลายคน ลูกค้าหลายคนประทับใจกับบริการที่อบอุ่น เป็นกันเอง คุณหมอมือเบา งานละเอียด และผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ ตัวอย่างรีวิวจากผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ มีดังนี้

  • ใบหน้าได้รูปทรง V-Shape ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • แก้มที่เคยห้อยกลับมากระชับ ดูอิ่มฟูในตำแหน่งที่ทำ
  • ร่องแก้มและร่องน้ำหมากแลดูตื้นขึ้น
  • กรอบหน้ามีความคมชัดมากขึ้น
  • มีอาการบวมช้ำน้อยและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

ที่ RWC Clinic การทำหัตถการ Thread Lift ดำเนินการโดยคุณหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์) เป็นอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาการสอนร้อยไหม Tesslift และมีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้ามากกว่าหมื่นเคส เราเลือกใช้เส้นไหมที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และมีรีวิวผลงานจากผู้ใช้บริการจริงให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจค่ะ

รีวิวการร้อยไหม

รีวิว ร้อยไหม
ร้อยไหม รีวิว
รีวิว ร้อยไหมโครงตาข่าย
โปรแกรม ร้อยไหม รีวิว
ร้อยไหม รีวิวยกหน้า
รีวิว หน้าเรียวจากการร้อยไหม

สรุป

ร้อยไหม คือการยกกระชับใบหน้าทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นนานค่ะ หัตถการนี้ช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้เรียว V Shape กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ด้วยเทคโนโลยีไหมละลายที่ได้รับการรับรองจาก อย. และ FDA

ชนิดของไหม จำนวนเส้น เทคนิคที่ใช้ในการร้อยไหมจะถูกปรับให้เข้ากับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร อาจต้องมาทำซ้ำทุก 8 เดือน ถึง 2 ปี แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อประเมินและออกแบบแผนการรักษาให้ตรงกับความต้องการของตัวเองค่ะ

ได้รับความสนใจจากดาราและสื่อหลากหลายช่องทาง เกี่ยวกับเทรนด์การปรับรูปหน้า

ฉีดฟิลเลอร์

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.)  |  อัปเดตล่าสุด: 26 ธันวาคม 2025