ร้อยไหม วิธีหนึ่งที่ช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มกังวลกับปัญหาแก้มตก ร่องแก้มที่ลึกขึ้น และกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม หัตถการนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้าหรือใช้เวลาพักฟื้นนาน
บทความนี้จาก RWC Clinic สถาบันด้านการปรับรูปหน้า จะอธิบายรายละเอียดของการร้อยไหม (Thread Lift) ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนทำ การดูแลหลังทำหัตถการ และวิธีการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนค่ะ
ร้อยไหม (Thread Lift) คือหัตถการยกกระชับใบหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จากนั้นเงี่ยงของไหมจะเกาะเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเพื่อดึงผิวส่วนที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวเส้นไหมเองก็ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวมีความแน่นและกระชับในระยะยาว
สำหรับไหมที่ใช้เป็นไหมละลายที่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย และ FDA สหรัฐอเมริกา ทำจากวัสดุ Polydioxanone (PDO) หรือ Polycaprolactone (PCL) เป็นวัสดุที่สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายค่ะ
ปัญหาแก้มห้อยหรือกระเปาะแก้ม เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังที่เคลื่อนตัวต่ำลงตามวัย การร้อยไหมแก้มห้อยช่วยยกไขมันและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยกลับสู่ตำแหน่งเดิม โดยเงี่ยงของเส้นไหมจะเกี่ยวยึดเนื้อเยื่อและดึงขึ้นไปบริเวณขมับ ทำให้แก้มดูกระชับขึ้นค่ะ
สำหรับคนที่ต้องการใบหน้าเรียว V Shape กรอบหน้าคมชัด การร้อยไหมหน้าเรียวช่วยดึงเนื้อแก้มส่วนล่างและเหนียงให้ยกขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวลงตามแนวโค้ง กรอบหน้าเด่นขึ้น สามารถเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้หลังทำไม่นาน และเห็นผลชัดขึ้นเมื่อคอลลาเจนสร้างเต็มที่ภายใน 1-3 เดือน
ริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยบริเวณมุมปาก เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว เมื่อร้อยไหมเข้าไป นอกจากเส้นไหมช่วยดึงผิวให้ตึงขึ้นแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหม ทำให้ร่องต่าง ๆ ดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยเล็ก ๆ ลดเลือนลง
เทคนิคการร้อยไหมแบบ Foxy Eye ช่วยยกหางตาให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูยาวรีขึ้น สามารถใช้เทคนิคเดียวกันเพื่อยกคิ้ว แก้ปัญหาคิ้วตกกับหนังตาหย่อนได้ค่ะ ทำให้ดวงตาดูกว้างและสดใสขึ้น ใช้ไหมประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง
สำหรับคนที่ต้องการจมูกโด่งขึ้นเล็กน้อย การร้อยไหมจมูกเป็นวิธีปรับรูปทรงจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปบริเวณสันจมูกกับปลายจมูก เพื่อทำให้สันจมูกคมขึ้น ปลายจมูกเชิดขึ้น และรูปทรงจมูกดูดีขึ้น ใช้ไหมประมาณ 6-10 เส้น ผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนค่ะ
ไหมที่ใช้ในการร้อยหน้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ไหมละลายกับไหมไม่ละลาย ชนิดที่เลือกใช้กันส่วนใหญ่คือไหมละลาย เพราะไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายและผ่านการรับรองจาก อย. วัสดุไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ สามารถแบ่งตามวัสดุได้ 3 ชนิดหลักดังนี้
นอกจากวัสดุ รูปทรงของเส้นไหมก็มีหลายแบบ เช่น ไหมเรียบ (Mono) ไหมเกลียว (Screw) ไหมก้างปลา (Barbed) ไหมกรวย (Cog) และไหมโครงตาข่าย (Tess Lift Soft) แต่ละแบบก็เหมาะกับปัญหากับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและเลือกใช้ชนิดกับรูปทรงของเส้นไหมให้เข้ากับแต่ละบุคคลค่ะ
ร้อยไหมเจ็บไหม ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บมากแบบที่กังวลกันค่ะ เพราะก่อนทำมีการทายาชาหรือฉีดยาชาบริเวณที่จะทำหัตถการ ทำให้ระหว่างขั้นตอนแทบไม่รู้สึกเจ็บ มีแค่ความรู้สึกจี๊ดเล็กน้อยตอนฉีดยาชา และรู้สึกตึง ๆ บนใบหน้าขณะที่แพทย์สอดไหมเข้าไปใต้ผิว
เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ สามารถเกิดอาการระบมหรือตึงหน้าได้เล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วง 1-3 วันแรก บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีเส้นไหมอยู่ใต้ผิว ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติและค่อย ๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับความไวของแต่ละบุคคล แต่ส่วนมากก็สามารถทนได้และไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรงค่ะ
หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ส่วนหนึ่ง และค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ที่เข้าที่มากขึ้นในช่วง 1-3 เดือนถัดไป ตอนร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เต็มที่ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่เลือกใช้ เช่น
คำตอบคือ “ไม่ค่ะ” เพราะในช่วงที่เส้นไหมยังอยู่ใต้ผิว ร่างกายสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามแนวไหม เมื่อไหมสลายไป โครงสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นก็ยังคงช่วยพยุงผิวไว้ ทำให้ผิวไม่หย่อนกว่าก่อนทำ แต่จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมตามกระบวนการของร่างกายและอายุที่เพิ่มขึ้น
ถ้าต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ สามารถกลับมาทำการร้อยไหมซ้ำได้ทุก 1-2 ปี หรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น Ulthera, HIFU หรือ Thermage เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องค่ะ
ก่อนตัดสินใจร้อยไหม ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ข้อเสียการร้อยไหม ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น และข้อจำกัดบางอย่างของหัตถการก่อนค่ะ โดยผลข้างเคียงแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่พบได้หลังการร้อยไหม แล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ
ผลข้างเคียงอีกกลุ่มหนึ่งเป็นสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ เกิดขึ้นได้จากการทำหัตถการหรือใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ได้แก่
ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ไหมที่ไม่ได้คุณภาพ การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์คือสิ่งที่ควรพิจารณาให้รอบคอบค่ะ
นอกจากผลข้างเคียงแล้ว การร้อยไหมยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ควรรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
ราคาที่แสดงเป็นแค่การประเมินเบื้องต้น และอาจแตกต่างกันในแต่ละคลินิก แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางคลินิกโดยตรง คู่กับคุณภาพของเส้นไหมที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
อย่าเลือกคลินิกจากราคาถูกแค่อย่างเดียว การเลือกทำหัตถการร้อยไหมที่มีราคาต่ำเกินไปมีความเสี่ยงจากการใช้ไหมที่ไม่มีคุณภาพ หรือทำกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่ ? ยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม
ร้อยไหมสามารถทำร่วมกับการฉีดโบท็อกและเครื่องยกกระชับได้ค่ะ ในหลายกรณี การทำหัตถการเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากแต่ละวิธีมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองดูการทำงานของแต่ละหัตถการ
| หัตถการ | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ร้อยไหม | เน้นยกกระชับผิวเฉพาะจุด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว | ผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง |
| โบท็อก | ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณกราม และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า | กรามใหญ่ ริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ |
| Hifu | กระตุ้นคอลลาเจนทั้งหน้า ไม่เจ็บมาก ราคาถูกกว่า Ulthera | เริ่มดูแลก่อนผิวหย่อน ป้องกันความหย่อนคล้อย |
| Ulthera | ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS แม่นยำ ผลลัพธ์นานกว่า HIFU | ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง ต้องการยกชัดเจน |
แนวทางการทำหัตถการร่วมกัน แพทย์อาจแนะนำให้ทำ HIFU หรือ Ulthera ก่อนเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า จากนั้นค่อยใช้การร้อยไหมเพื่อเก็บรายละเอียดในจุดที่ต้องการเน้น หรือฉีดโบท็อกเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ควรเว้นระยะห่างระหว่างหัตถการตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อความเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ
การเลือกคลินิกสำหรับร้อยไหมควรพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการ หลักเกณฑ์ในการเลือกคลินิกมีดังนี้
ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการร้อยไหมโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ และไม่ทำในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการติดเชื้อ ใบหน้าผิดรูป หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้
RWC Clinic มีรีวิวจากคนที่เคยเข้ารับบริการร้อยไหมที่พึงพอใจกับการเปลี่ยนแปลงหลายคน ลูกค้าหลายคนประทับใจกับบริการที่อบอุ่น เป็นกันเอง คุณหมอมือเบา งานละเอียด และผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ ตัวอย่างรีวิวจากผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ มีดังนี้
ที่ RWC Clinic การทำหัตถการ Thread Lift ดำเนินการโดยคุณหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์) เป็นอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาการสอนร้อยไหม Tesslift และมีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้ามากกว่าหมื่นเคส เราเลือกใช้เส้นไหมที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และมีรีวิวผลงานจากผู้ใช้บริการจริงให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจค่ะ
ร้อยไหม คือการยกกระชับใบหน้าทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นนานค่ะ หัตถการนี้ช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้เรียว V Shape กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ด้วยเทคโนโลยีไหมละลายที่ได้รับการรับรองจาก อย. และ FDA
ชนิดของไหม จำนวนเส้น เทคนิคที่ใช้ในการร้อยไหมจะถูกปรับให้เข้ากับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร อาจต้องมาทำซ้ำทุก 8 เดือน ถึง 2 ปี แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อประเมินและออกแบบแผนการรักษาให้ตรงกับความต้องการของตัวเองค่ะ
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า