ฟิลเลอร์ Belotero Revive คืออะไร ? เคล็ดลับผิวกระจก (Glass Skin)

ฟิลเลอร์ Belotero Revive คืออะไร

RWC Clinic สรุปให้

  • Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิวรุ่นแรกที่รวมพลังไฮยาลูรอนิกแอซิดและกลีเซอรอลมาช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นตื้น ช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูโทรมจากการซ้อมหนักหรือเจอแดดจัดให้กลับมาสดใส
  • ช่วยปรับสมดุลให้รูขุมขนกว้างดูเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น และเติมเต็มรอยตำหนิเล็ก ๆ บนใบหน้าได้อย่างเห็นได้ชัด โดยผลลัพธ์ความโกลว์สุขภาพดีแบบผิวกระจก (Glass Skin) จะอยู่ติดทนได้นานประมาณ 6 ถึง 9 เดือน
  • ออกแบบมาเพื่อคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบเพราะใช้เวลาพักหน้าไม่นานและไม่ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกกิจกรรมและการเผยผิวหน้าสดได้อย่างมั่นใจ
  • สามารถตรวจเช็คว่าเป็นของแท้ได้ง่ายผ่านการสแกน QR Code ด้วยแอปพลิเคชัน EzTracker เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของตัวยาก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์เพื่อดูแลผิวหน้า

Belotero Revive คือนวัตกรรมกู้ผิวพังสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดด มลภาวะ และความร้อนจากการใช้ชีวิตประจำวัน จนผิวหน้าดูแห้งโทรม ขาดความยืดหยุ่น การสูญเสียความชุ่มชื้นสะสมมักทิ้งร่องรอยความอ่อนล้าไว้บนใบหน้าอย่างชัดเจนจนทำให้สูญเสียความมั่นใจ

บทความนี้จาก RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับฟิลเลอร์งานผิวตัวนี้ที่จะเข้ามาช่วยคืนสมดุลความชุ่มชื้นใต้ผิวชั้นตื้นให้กลับมาเนียนกระชับ เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาดูสดใสสุขภาพดี มีความฉ่ำวาวแบบผิวกระจก (Glass Skin) ได้นานถึง 9 เดือนค่ะ

ฟิลเลอร์ Belotero Revive คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นไอเทมกู้ผิวที่แพทย์แนะนำ

ฟิลเลอร์ Belotero Revive คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นไอเทมกู้ผิวที่แพทย์แนะนำ

Belotero Revive คือฟิลเลอร์รุ่นแรกของโลกที่ผลิตมาเพื่อเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูฉ่ำวาวและสุขภาพดีจากภายใน โดยใช้ส่วนผสมหลักคือกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ผสานเข้ากับกลีเซอโรล (Glycerol) สารกักเก็บน้ำเข้มข้น นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยี CPM ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง สามารถกลมกลืนไปกับชั้นผิวหนังแท้ได้แนบสนิทโดยไม่ทิ้งรอยนูนหรือก้อนแข็งต่าง ๆ

เหตุผลสำคัญที่แพทย์แนะนำไอเทมนี้เพราะช่วยกู้ผิวที่ดูอ่อนล้าจากไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายหรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวยาจะเข้าไปสร้างเกราะกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ลึกกว่าการทาสกินแคร์ทั่วไป พร้อมช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและผิวมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นทันที จากข้อมูลทางคลินิกพบว่าผลลัพธ์การเติมเต็มความชุ่มชื้นสามารถคงสภาพความฉ่ำวาวได้ยาวนานถึง 36 สัปดาห์หรือประมาณ 9 เดือนค่ะ

ฉีด Belotero Revive ดีไหม ? ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง

ฉีด Belotero Revive ดีไหม ? ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง

ด้วยเหตุผลที่ว่า Belotero Revive คือนวัตกรรมฟิลเลอร์งานผิวที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในโดยเฉพาะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบหรือเผชิญมลภาวะในแต่ละวัน ฟิลเลอร์รุ่นนี้ผสมผสานระหว่าง Hyaluronic Acid และ Glycerol เพื่อช่วยดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิวพร้อมล็อกความชุ่มชื้นไว้ให้คงอยู่ได้ยาวนานกว่าเดิม

ถ้ากำลังเจอกับสภาพผิวที่ดูโทรม เหนื่อยล้า หรือผิวสัมผัสไม่เรียบเนียนจากการขาดน้ำ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถือว่าให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า เพราะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มริ้วรอย แต่เน้นการปรับโครงสร้างผิวให้ดูสุขภาพดี มีความยืดหยุ่น และยังคงความกระจ่างใสไว้ได้ต่อเนื่องนานถึง 9 เดือน

การกระชับรูขุมขนและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งกร้าน

การแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านและรูขุมขนกว้างในขั้นตอนเดียวด้วย Belotero Revive คือทางเลือกใหม่ที่เกิดจากการผสม Hyaluronic Acid กับ Glycerol เข้าด้วยกันอย่างลงตัวค่ะ คนที่ทำงานหน้าจอหรืออยู่ในห้องแอร์นาน ๆ มักเจอปัญหาผิวขาดน้ำจนรูขุมขนดูชัดกว่าปกติ สาร Glycerol ในตัวยาทำหน้าที่ล็อคความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวได้ลึกนานกว่ารุ่นอื่น ส่งผลให้ผิวดูอิ่มฟูและรูขุมขนกระชับขึ้น

การเผชิญกับฝุ่นควันและแสงแดดเป็นประจำส่งผลให้ปราการผิวอ่อนแอลงจนเกิดรอยหยาบกร้าน การเติมตัวยาลงในชั้นผิวหนังแท้ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างจากภายในให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น เราพบว่าผิวที่ได้รับสารเติมเต็มตัวนี้จะมีความวาวแบบสุขภาพดีเหมือนผิวที่ได้รับการบำรุงอย่างหนัก ต่างจากการทาครีมบำรุงที่เน้นแค่พื้นผิวชั้นนอกเท่านั้น

ผลลัพธ์จากการฉีดช่วยรักษาความฉ่ำวาวของผิวได้นานถึง 9 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตและสภาพผิวตั้งต้นของแต่ละคน การกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าทำงานสามารถทำได้ตามปกติหลังจากพักหน้าเพียง 24 ชั่วโมง

ฟิลเลอร์ Belotero Revive ช่วยให้รอยหลุมสิวดูตื้นขึ้นได้อย่างไร ?

การเลือกใช้ฟิลเลอร์ Belotero มาช่วยเติมเต็มรอยหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดูเนียนเรียบและผิวดูสตรองขึ้นถือว่าตอบโจทย์ เพราะหลักการทำงานของ Belotero Revive คือการเป็นสกินบูสเตอร์ที่รวมพลัง Hyaluronic Acid และ Glycerol เข้าไปทำหน้าที่เหมือนเกราะความชุ่มชื้นที่แทรกซึมในชั้นผิวชั้นตื้นเพื่อพยุงให้รอยบุ๋มจางลง เหมาะกับคนที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบหรือวัยทำงานที่ผิวต้องเจอกับความเครียดกับมลภาวะสะสมจนผิวหน้าดูโทรมและเกิดรอยตำหนิได้ง่าย

ความสามารถของฟิลเลอร์งานผิวตัวนี้เน้นการปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูอิ่มฟู และลดความขรุขระของผิวหน้าให้ดูสม่ำเสมอขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน การใช้สารตัวนี้จะช่วยให้ผิวสะท้อนแสงได้ดีกว่าเดิม ทำให้หลุมสิวขนาดเล็กดูจางลงได้ประมาณ 20 – 30% ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับบริการ แนะนำให้เว้นระยะการทำซ้ำประมาณ 6 – 9 เดือนเพื่อรักษาความเนียนของผิวให้ดูดีอยู่เสมอในทุกกิจกรรมที่ทำประจำวันค่ะ

Belotero Revive คือหัตถการที่เหมาะกับใคร ?

Belotero Revive คือหัตถการที่เหมาะกับใคร ?

Belotero Revive คือนวัตกรรมที่ช่วยกู้ผิวแห้งกร้านให้กลับมาดูสดใสและอิ่มน้ำอย่างรวดเร็ว ด้วยส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกแอซิดกับกลีเซอรอล เหมาะกับคนที่ต้องใช้ร่างกายหนัก หรือออกกำลังกายกลางแจ้งจนผิวขาดความชุ่มชื้นและเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการให้ผิวดูเรียบเนียนรูขุมขนกระชับ เพื่อเสริมความมั่นใจเวลาโชว์งานผิวหรือแต่งหน้าลุคธรรมชาติค่ะ

  • คนวัยทำงานที่พักผ่อนน้อย กลุ่มคนที่ต้องใช้ร่างกายหนัก นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทำงานอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานจนผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ โผล่มากวนใจ
  • คนที่เผชิญมลภาวะและแสงแดดเป็นประจำ คนที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบท่ามกลางฝุ่นควันกับแสงแดดที่คอยทำร้ายปราการผิวให้ทำให้อ่อนแอและเกิดความหยาบกร้าน
  • คนที่หลงใหลในงานผิวเนียนละเอียด คนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวดูไม่สม่ำเสมอ และต้องการปรับสภาพผิวให้ดูเนียนกระชับ เพื่อเสริมความมั่นใจในการโชว์หน้าสด หรือต้องการแต่งหน้าลุคธรรมชาติให้ดูโกลว์สวยแบบผิวกระจก (Glass Skin)

ตำแหน่งฉีดที่เห็นผลชัดเจนที่สุดของ Belotero Revive คือ บริเวณไหน ?

ตำแหน่งฉีดที่เห็นผลชัดเจนที่สุดของ Belotero Revive คือ บริเวณไหน ?

สำหรับตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและสะท้อนออร่าผิวได้ดี คือบริเวณ “แก้มทั้งสองข้างกับพื้นที่ส่วนกลางของใบหน้า” (Mid-face) เพราะเป็นจุดรับแสงหลักและมักจะเป็นบริเวณที่แสดงปัญหาผิวได้ชัดเจน

การกระจายตัวยาลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเกราะความยืดหยุ่นและกักเก็บน้ำใต้ผิวได้นานกว่าการพึ่งพาสกินแคร์แค่อย่างเดียวหลายเท่าตัว โดยหลังจากรับบริการ จะเริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ และถ้าดูแลผิวครบตามโปรแกรมที่แพทย์แนะนำ โดยทั่วไปประมาณ 3 ครั้ง ก็จะช่วยพยุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ดูดี ฉ่ำวาว และชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอได้ยาวนานเกือบ 9 เดือนเลยค่ะ

  • บริเวณที่แนะนำ (Target Area) แพทย์มักจะเน้นการฉีดไปที่บริเวณแก้มทั้งสองข้างและพื้นที่ส่วนกลางของใบหน้า เพราะบริเวณนี้เป็นจุดรับแสงหลักของใบหน้า และมักจะเป็นพื้นที่ที่แสดงปัญหาผิวแห้งกร้านหรือรูขุมขนกว้างได้ชัดเจนที่สุด
  • กลไกการฟื้นฟูผิว การกระจายตัวยาลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเกราะความยืดหยุ่นและช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิวได้นาน ล้ำลึกกว่าการใช้สกินแคร์แค่อย่างเดียวหลายเท่าตัว
  • ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ หลังจากรับบริการ จะเริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ โดยผิวจะเริ่มดูอิ่มฟู เนียนละเอียด และสะท้อนแสงได้ดีขึ้น

เปรียบเทียบ Belotero Revive กับหัตถการงานผิวอื่น ๆ

เปรียบเทียบ Belotero Revive กับหัตถการงานผิวอื่น ๆ

ถ้านำมาเปรียบเทียบกับหัตถการแบบเดิม จะเห็นว่า Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลกที่ผสมผสานกรดไฮยาลูรอนิกและกลีเซอรอลเข้าด้วยกัน เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวระดับลึกให้มีความอิ่มน้ำเนียนนุ่มกว่างานผิวแบบเดิม ตัวยาเน้นการแก้ปัญหาความแห้งกร้านและริ้วรอยเล็ก ๆ โดยไม่เน้นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์รุ่นอื่น เราพบว่าการเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยวิธีนี้ช่วยให้ผิวของคนที่ต้องปะทะกับแสงแดดกับมลภาวะจากการใช้ชีวิตประจำวันดูสุขภาพดีขึ้นค่ะ

ประเภทหัตถการส่วนประกอบหลักจุดประสงค์การใช้งาน
Belotero ReviveHyaluronic Acid และ Glycerolเน้นผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำระยะยาว
Skin BoosterHyaluronic Acidเติมความชุ่มชื้นระยะสั้น
Mesotherapyวิตามินและแร่ธาตุ ต่าง ๆบำรุงผิวให้ดูสดใสกระจ่างใส

Belotero Revive ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร ?

สิ่งที่ทำให้ฟิลเลอร์ตัวนี้แตกต่างจากรุ่นเก่าอย่างชัดเจนก็ตรงที่ Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิวที่ไม่ได้เน้นการเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้า แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มคุณภาพผิวโดยเฉพาะ สารสกัดมีความโดดเด่นจากการผสมระหว่าง Hyaluronic Acid และ Glycerol เข้าด้วยกันเพื่อดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกกว่าปกติ ตัวยาเน้นแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านจากการทำงานหนัก ๆ หรือการใช้ชีวิตในสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผิวขาดน้ำสะสม

ความต่างที่ชัดเจนคือเนื้อเจลมีความละเอียดและกลืนไปกับผิวได้เนียนสนิท ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็งเวลาขยับหน้าหรือยิ้ม การทำงานของ Glycerol ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้นาน ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีมีออร่าแบบคนดูแลตัวเองสม่ำเสมอ เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ช่วยให้ตัวยาคงตัวอยู่ในผิวได้นานถึง 9 เดือน ต่อการทำแค่ครั้งเดียวค่ะ

คุณสมบัติฟิลเลอร์ทั่วไป (Filling)Belotero Revive (Skin Quality)
หน้าที่หลักเติมปริมาตร ปรับรูปโครงหน้าเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับผิวเนียน
ชั้นผิวที่ฉีดชั้นไขมันหรือชั้นลึกติดกระดูกชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ส่วนบน
ส่วนประกอบHyaluronic Acid (HA)HA ผสม Glycerol เพิ่มพลังงานผิว
ผลลัพธ์ที่ได้ใบหน้าดูอิ่มฟู หรือยกกระชับผิวฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ เรียบเนียน

Belotero Revive กับ Rejuran ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี ?

Belotero Revive กับ Rejuran ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี ?

Belotero Revive เน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาวด้วย Hyaluronic Acid ผสม Glycerol ส่วน Rejuran จะเน้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพด้วย Polynucleotide จาก DNA ปลาแซลมอน การเลือกใช้ควรดูที่ปัญหาผิวเป็นหลัก ถ้าคุณมีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ หรือต้องการงานผิวเนียนแบบเร่งด่วนเพื่อออกไปถ่ายรูป การเลือกฉีดงานผิวกลุ่มฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ได้เร็วมากกว่า

นอกจากนี้ การฟื้นฟูผิวด้วย Belotero Revive คือการบำรุงที่ทำให้ผิวดูสดใสและดูสุขภาพดีเหมือนคนพักผ่อนเต็มอิ่ม เหมาะกับคนที่ต้องใช้ความเบลอหรือผู้ที่พักผ่อนน้อยจนผิวดูโทรม ส่วน รีจูรัน (Rejuran) จะเน้นผลระยะยาวในการลดรอยสิวกับช่วยให้ผิวที่บางกลับมาแข็งแรงขึ้น แนะนำให้เลือกฟิลเลอร์งานผิวเมื่อต้องการผลลัพธ์ความเนียนนุ่มและลดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าที่เห็นผลยาวนานประมาณ 6 ถึง 9 เดือนค่ะ

คุณสมบัติBelotero ReviveRejuran
สารสกัดหลักHA และ GlycerolPolynucleotide (PN)
ผลลัพธ์หลักผิวอิ่มน้ำ เงาวาว ทันทีฟื้นฟูโครงสร้างเซลล์ผิว
ระยะเวลาเห็นผล3 ถึง 5 วัน2 ถึง 4 สัปดาห์

ข้อควรรู้ก่อนฉีด Belotero Revive ทำคู่กับหัตถการอื่นได้ไหม ?

ข้อควรรู้ก่อนฉีด Belotero Revive ทำคู่กับหัตถการอื่นได้ไหม ?

การเตรียมตัวฟื้นฟูผิวด้วย Belotero Revive คือการเลือกใช้ฟิลเลอร์สาย Skin Booster ที่เน้นงานผิวโดยเฉพาะ ฉีดปริมาณ 1-2 CC ต่อครั้งเป็นระดับที่เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความฉ่ำน้ำและรูขุมขนที่ละเอียดขึ้น สำหรับคนวัยทำงานหรือผู้ที่ผิวเผชิญมลภาวะและเสียความชุ่มชื้นจากการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ การเติมในปริมาณนี้จะช่วยกู้ผิวที่ดูโทรมให้กลับมาสดใสได้

การเสริมประสิทธิภาพด้วยหัตถการอื่นเป็นสิ่งที่ทำได้และช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนกว่าเดิม การวางแผนลำดับก่อนหลังเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ตัวยาเซตตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทำร่วมกับกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ความร้อนสูงที่อาจส่งผลต่อการคงตัวของไฮยาลูรอนิกแอซิดใต้ผิวหนัง

การทำคู่กับหัตถการอื่นระยะเวลาที่แนะนำผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ฉีดโบท็อกซ์สามารถทำได้ในวันเดียวกันผิวเรียบเนียน ริ้วรอยดูลดเลือนลง
เครื่องยกกระชับ (HIFU/RF)ควรทำก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2-4 สัปดาห์หน้าได้รูปและผิวดูอิ่มฟู
การเลเซอร์หน้าใสเว้นระยะหลังฉีดฟิลเลอร์ 1-2 สัปดาห์สีผิวสม่ำเสมอพร้อมความชุ่มชื้น

เทคนิคการเว้นระยะเวลา 14 วัน หลังการใช้เครื่องมือความร้อนช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวยาจะสลายตัวเร็วกว่ากำหนด และช่วยให้ชั้นผิวมีเวลาฟักฟื้นเพื่อรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอย่างเต็มที่ตามมาตรฐานการดูแลตัวเองของคนยุคใหม่ค่ะ

Belotero Revive ราคาเท่าไหร่ เช็คฟิลเลอร์ของแท้อย่างไร ?

Belotero Revive ราคาเท่าไหร่ เช็คฟิลเลอร์ของแท้อย่างไร ?

ราคา Belotero Revive เฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 ถึง 16,000 บาท ต่อเข็ม (1 ml) ราคานี้มักรวมค่าบริการและอุปกรณ์มาตรฐานไว้ครบแล้ว Belotero Revive คือการได้รับฟิลเลอร์งานผิวรุ่นแรกที่นำเทคโนโลยี CPM ผสมผสานกรดไฮยาลูรอนิกเข้ากับกลีเซอรอลเพื่อกู้ผิวแห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้น และยืดหยุ่นได้รวดเร็วเหมือนการรีเซ็ตผิวใหม่หลังทำงานหนัก

สำหรับการตรวจเช็คความเป็นของแท้เพื่อความปลอดภัยก่อนรับบริการ มีจุดสังเกตสำคัญที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองดังนี้ค่ะ

  • สแกนผ่านแอปพลิเคชัน ต้องเริ่มจากการสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน EzTracker เพื่อเช็คประวัติการนำเข้าอย่างถูกต้องโดยบริษัท Merz Aesthetics Thailand เท่านั้น เพราะจะสามารถตรวจสอบสถานะและวันที่ผลิตได้ทันที
  • สติกเกอร์โฮโลแกรมบนกล่อง ตัวกล่องต้องมีแถบสติกเกอร์โฮโลแกรมปิดสะท้อนแสงเป็นสีรุ้งอย่างชัดเจน และมีการพิมพ์ลายของบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้อง
  • เอกสารกำกับภาษาไทย เมื่อเปิดกล่องออกมา จะต้องมีเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ที่เป็นภาษาไทยบรรจุอยู่ภายในกล่องอย่างชัดเจน
  • ความถูกต้องของเลข Lot เลข Lot ที่ระบุอยู่ใต้กล่อง ข้อมูลบนซองบรรจุภัณฑ์ด้านใน และสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนตัวไซริงค์ (หลอดฟิลเลอร์) ต้องเป็นหมายเลขที่ตรงกันทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ไม่ได้ถูกเปลี่ยนถ่ายหรือเป็นของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีดและหลังฉีด Belotero Revive คืออะไรบ้าง ?

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีดและหลังฉีด Belotero Revive คืออะไรบ้าง ?

การตัดสินใจฟื้นฟูผิวด้วยหัตถการทางการแพทย์ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความเชี่ยวชาญของแพทย์ก็คือการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังรับบริการค่ะ เพราะการเตรียมสภาพร่างกายและผิวหน้าให้พร้อมจะช่วยลดอาการบวมช้ำหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะที่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีดจะช่วยให้เนื้อเจลผสานเข้ากับชั้นผิวได้ดีและคงผลลัพธ์ความสวยได้นาน

การเตรียมตัวฟื้นฟูผิวด้วย Belotero Revive คือขั้นตอนที่ทำได้ง่ายและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเล็กน้อยทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ ก็จะช่วยให้สารสกัดไฮยาลูรอนิกแอซิดกับกลีเซอรอลทำงานเพื่อกักเก็บน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ผิวที่ดูชุ่มชื้นและสุขภาพดีได้อย่างที่ตั้งใจไว้ โดยมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติดังนี้

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีด

สิ่งสำคัญที่สุดในการเตรียมตัวก่อนทำ Belotero Revive คือการงดทานยาหรืออาหารเสริมที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา และวิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำขณะลงเข็ม

ผู้ที่ต้องทำงานดึกหรือมีตารางกิจกรรมแน่น ควรพักผ่อนร่างกายให้เต็มที่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เพื่อให้สภาพร่างกายพร้อมรับการฟื้นฟูผิวหน้าได้เต็มประสิทธิภาพ

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด

  • ช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรงดกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายโดนความร้อนสูงสะสมเป็นเวลานาน เช่น การเข้าซาวน่า หรือการตากแดดจัด เพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อการเซตตัวของตัวยาในชั้นผิว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ (วันละ 2 ลิตร) เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ไฮยาลูรอนิกแอซิดอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำและโกลว์แบบผิวกระจก (Glass Skin) ได้นานขึ้น
  • ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เหงื่อออกมาก หรือมีการสัมผัสรุนแรงบริเวณใบหน้า เพื่อเว้นระยะให้ตัวยาจัดเรียงตัวเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • การปกป้องผิว ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ที่จะเข้ามาทำลายความยืดหยุ่นของผิวหน้า ช่วยคงผลลัพธ์ความฉ่ำวาวให้อยู่ได้นานถึง 6-9 เดือน

ทำไมถึงควรเลือกดูแลผิวด้วย Belotero Revive ที่ RWC Clinic

ทำไมถึงควรเลือกดูแลผิวด้วย Belotero Revive ที่ RWC Clinic

Belotero Revive คือนวัตกรรมฟิลเลอร์งานผิวตัวนี้สามารถรวมไฮยาลูรอนิกแอซิดเข้ากับกลีเซอรอลเพื่อกู้ผิวที่โทรมจากการทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อยให้กลับมาดูสดใส ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและกักเก็บน้ำในผิวชั้นตื้นได้ลึกกว่าการทาครีมบำรุงปกติ ทำให้ผิวหน้าที่ต้องเจอมลภาวะในแต่ละวันยังดูสุขภาพดีอยู่เสมอ

การฉีด Belotero Revive ที่ RWC Clinic ดูแลโดย ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามและการฉีดฟิลเลอร์ที่มีประสบการณ์กว่า 30,000 เคส โดยเน้นการวางตัวยาอย่างแม่นยำเพื่อให้ผิวเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนหรือดูบวมจนเสียลุคธรรมชาติ การรักษาจะเห็นผลลัพธ์เรื่องความฉ่ำวาวและความเนียนนุ่มได้นานประมาณ 6 ถึง 9 เดือน ประหยัดเวลาในการดูแลตัวเองสำหรับคนที่ใช้ชีวิตเร่งรีบหรือต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง

การฟื้นฟูผิวแบบนี้ช่วยสร้าง Skin Quality ให้แข็งแรงพอที่จะทนต่อสภาพอากาศ ลดปัญหาผิวแห้งกร้านจากการเสียดสีของแมสก์หรือการใช้ชีวิตประจำวันได้จริงค่ะ

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Belotero Revive คืออะไรบ้าง ?

ฉีด Belotero Revive เจ็บไหม

อาการเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ค่ะ ก่อนทำหัตถการจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ นอกจากนี้ในตัวฟิลเลอร์ Belotero Revive บางรุ่นอาจมียาชาผสมอยู่ด้วย ทำให้ระหว่างฉีดจะรู้สึกสบายผิวมากขึ้น

หลังฉีด Belotero Revive หน้าจะบวมกี่วัน มีรอยเข็มไหม

หลังทำอาจมีรอยแดงจากเข็มหรืออาการบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ที่เป็นอาการปกติของการฉีดฟิลเลอร์งานผิว โดยทั่วไปรอยแดงกับอาการบวมเหล่านี้จะค่อย ๆ ยุบลง แล้วจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน สามารถแต่งหน้าปกปิดและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ต้องฉีด Belotero Revive กี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์

จะเริ่มสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงว่าผิวมีความชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูฉ่ำวาวขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเต็มที่เมื่อฟิลเลอร์ผสานเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้สมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 3-4

ผลลัพธ์ของ Belotero Revive อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์จากการฉีด 1 ครั้ง สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลตัวเองหลังฉีด และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล เช่น การดื่มน้ำ การพักผ่อน และการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นมาแล้ว สามารถฉีด Belotero Revive ทับได้เลยไหม

สามารถทำได้ค่ะ แต่แนะนำให้เว้นระยะห่างจากการฉีดครั้งก่อนอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและวางแผนการฉีดให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Belotero Revive

สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร คนที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) คนที่มีแผลอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีด และคนที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการเสมอ

สรุป

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิวที่ตอบโจทย์การกู้ผิวแห้งกร้านจากการเผชิญมลภาวะและการพักผ่อนน้อยให้กลับมาอิ่มฟูกับรูขุมขนกระชับได้อย่างตรงจุด สารตัวนี้ช่วยล็อกความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวได้ลึกกว่าการทาสกินแคร์ปกติ พร้อมช่วยให้รอยหลุมสิวตื้น ๆ ดูเนียนเรียบขึ้น ผลลัพธ์ความฉ่ำวาวจะคงอยู่ได้นาน 9 เดือน โดยเนื้อเจลจะกลืนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เป็นก้อนแข็งเวลาเคลื่อนไหวใบหน้า

คนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบที่ต้องเจอแดดหรือมลภาวะสะสม ควรเน้นการเตรียมผิวให้แข็งแรงจากภายในเพื่อลดปัญหาผิวลอกและรักษาความมั่นใจในทุกกิจกรรม ก่อนทำควรหยุดทานน้ำมันปลาหรือวิตามินอีอย่างน้อย 7 วัน พร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวให้ได้งานที่เนียนกริบและดูดีในทุกมุมมองค่ะ

บทความแนะนำ: ฟิลเลอร์แก้มตอบ เติมเต็มแก้มตอบให้ใบหน้าดูอิ่มฟูเป็นธรรมชาติ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า