ร้อยไหม ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ มีอะไรบ้าง ?

ร้อยไหม ข้อเสีย

RWC Clinic สรุปการ ร้อยไหม ข้อเสีย

  • ร้อยไหม ข้อเสีย ผลข้างเคียงทั่วไป ได้แก่ อาการบวม ช้ำ ตึง และเจ็บเล็กน้อย หายได้เองใน 7-14 วัน
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไหมทะลุ ติดเชื้อ หน้าเบี้ยว มักเกิดจากแพทย์ไม่ชำนาญหรือใช้ไหมไม่ได้มาตรฐาน
  • ไหมแต่ละชนิดมีข้อเสียต่างกัน โดย PDO ผลลัพธ์อยู่ได้สั้น PLLA เปราะหักง่าย และ PCL มีราคาสูง
  • ร้อยไหมจมูกมีความเสี่ยงเฉพาะจุด เช่น พังผืดรุนแรง จมูกบิดเบี้ยว หรือไหมทะลุเข้ากระดูกอ่อน
  • การร้อยไหมซ้ำหลายครั้งอาจทำให้เกิดพังผืดสะสม ส่งผลให้ผิวแข็ง ขาดความยืดหยุ่น และไม่เป็นธรรมชาติ
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์เฉพาะทางเพื่อลดความเสี่ยงของข้อเสียต่าง ๆ
RWC Clinic สรุปการ ร้อยไหม ข้อเสีย

ร้อยไหม ข้อเสีย ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกหัตถการยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน การศึกษาผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแบบละเอียด ช่วยให้เตรียมรับมือกับลดความเสี่ยงที่อาจตามมาได้ดี

บทความนี้จาก RWC Clinic จะอธิบายเรื่อง ร้อยไหม ข้อเสีย และความเสี่ยงต่าง ๆ ตั้งแต่ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจนถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกับแนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่า ร้อยไหม ดีไหมค่ะ

ร้อยไหมแล้วมีผลข้างเคียงทั่วไปอะไรบ้าง ?

ร้อยไหม ข้อเสีย หรือผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป คืออาการบวม ช้ำ รู้สึกตึงหน้า และคลำเจอเส้นไหมใต้ผิว อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่เกิดจากการสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง และส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 7-14 วัน รายละเอียดของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้

ร้อยไหมแล้วมีผลข้างเคียงทั่วไปอะไรบ้าง ?
  • อาการบวม บวมมากที่สุดในช่วง 3-4 วันแรก หลายคนกังวลว่าหลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน โดยปกติจะค่อย ๆ ยุบลงเอง
  • รอยช้ำ เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนังตามแนวการสอดไหม หายได้เองใน 1-2 สัปดาห์
  • ความรู้สึกตึง หลังร้อยไหมรู้สึกตึงมากในช่วง 1-3 วันแรก บางคนก็อ้าปากลำบาก
  • คลำเจอเส้นไหม ในช่วงแรกคลำเจอเส้นไหมตามแนวที่ร้อย จะเรียบลงเมื่อไหมเข้าที่
  • อาการปวดระบม เกิดจากการกระทบกระเทือนของเนื้อเยื่อ ใครที่กลัวว่าร้อยไหมเจ็บไหม อาการนี้จะค่อย ๆ หายไปได้เองค่ะ

แนะนำให้ประคบเย็นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ร่วมกับการทานสับปะรดหรืออาหารเสริมที่มี Bromelain ช่วยให้อาการบวมช้ำลดลงเร็วขึ้นค่ะ

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากร้อยไหม เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ร้อยไหม ข้อเสีย ในกลุ่มภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เกิดขึ้นได้จากความผิดพลาดในขั้นตอนการทำหัตถการ เช่น ประสบการณ์ของแพทย์ไม่เพียงพอ การใช้ไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือสถานพยาบาลที่ขาดความสะอาด สามารถลดความเสี่ยงได้ถ้าเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สาเหตุและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เพื่อพิจารณาว่าร้อยไหมอันตรายไหม มีดังนี้

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากร้อยไหม เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ไหมทะลุหรือไหมโผล่ออกมา

ไหมทะลุหรือไหมโผล่ออกมาให้เห็นนอกผิว เกิดจากการที่แพทย์วางเส้นไหมตื้นเกินไป หรือเก็บปมไหมไว้ใต้ผิวหนังไม่เรียบร้อย ทำให้ปลายไหมโผล่ออกมานอกผิวหนังได้ค่ะ 

ปัญหานี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และก่อให้เกิดรอยแผลเป็นถาวรได้ ถ้าพบอาการลักษณะนี้ ไม่ควรพยายามตัดไหมออกเอง เพราะจะเพิ่มโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์และใช้วิธีที่ถูกต้องในการตัดไหมค่ะ

การติดเชื้อและอักเสบหลังร้อยไหม

การติดเชื้อ หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากร้อยไหม ข้อเสีย ที่มีสาเหตุมาจากการใช้ไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคระหว่างทำหัตถการ สัญญาณของการติดเชื้อคือผิวบริเวณที่ร้อยไหมมีอาการบวมแดง รู้สึกร้อน ปวด หรือมีหนองไหลออกมาจากบริเวณที่ร้อยไหม

ถ้าอาการบวมไม่ลดลงหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ หรือกลับบวมมากขึ้น โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร เป็นไปได้ว่าท่อน้ำลายได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้น้ำลายไปสะสมอยู่ใต้ผิวหนังและมีความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น ถ้าพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ปัญหาใบหน้าไม่สมมาตร หน้าเบี้ยว

ปัญหาใบหน้าไม่สมมาตรหรือดูเบี้ยวหลังร้อยไหม เกิดจากแพทย์ดึงไหมทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือวางแนวเส้นไหมในตำแหน่งที่ไม่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ ถ้าเส้นไหมไปกระทบกับเส้นประสาทบนใบหน้า ก็ทำให้เกิดอาการปากเบี้ยว รู้สึกชา หรือกล้ามเนื้อกระตุกได้ 

ถ้าอาการเหล่านี้ไม่หายไปหลังยาชาหมดฤทธิ์ แสดงว่าเส้นประสาทบนใบหน้าได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ในบางกรณีต้องนำไหมออกและรอให้เส้นประสาทฟื้นตัวค่ะ

รอยบุ๋ม รอยคลื่น และผิวไม่เรียบเนียน

รอยบุ๋มหรือผิวเป็นคลื่นหลังการร้อยไหม มีสาเหตุจากการวางไหมในชั้นผิวที่ไม่ถูกต้อง การดึงไหมที่ตึงเกินไป หรือใช้ชนิดเส้นไหมที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว 

ปกติแล้วรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นในช่วงแรกจะค่อย ๆ เรียบเนียนขึ้นเองภายใน 2-4 สัปดาห์เมื่อไหมเริ่มเข้าที่ แต่ถ้าปัญหานี้ยังคงอยู่เกินระยะเวลาดังกล่าว หรือกังวลว่าร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋มจะหายไหม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข เช่น การปรับตำแหน่งไหม ทำหัตถการอื่นเพื่อช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนหรือรอจนกว่าไหมจะละลายหมดค่ะ

ไหมแต่ละชนิด PDO PLLA PCL มีข้อเสียต่างกันไหม ?

ไหมแต่ละชนิดก็ส่งผลต่อการร้อยไหม ข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ไหมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน หากสงสัยว่าร้อยไหมมีกี่แบบ ไหมที่ใช้กันหลัก ๆ มี 3 ชนิด คือ PDO, PLLA และ PCL แต่ละชนิดก็มีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้ค่ะ

ไหมแต่ละชนิด PDO PLLA PCL มีข้อเสียต่างกันไหม ?

ข้อเสียของไหม PDO Polydioxanone

ไหม PDO เป็นไหมละลายที่มีความยืดหยุ่นสูงและอ่อนนิ่ม แต่ข้อจำกัดหลักคืออายุการใช้งานที่สั้นค่ะ

  • อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นเส้นไหมจะค่อย ๆ สลายไป ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับลดลงตามเวลา
  • ไหมชนิดนี้อาจให้แรงยกไม่เพียงพอสำหรับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ทำให้ต้องกลับมาร้อยซ้ำบ่อยขึ้นเพื่อคงผลลัพธ์ไว้
  • แรงดึงยกน้อยกว่าไหม PCL ในเคสที่หย่อนคล้อยมาก เหมาะกับการป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหาหย่อนคล้อยรุนแรง

ข้อเสียของไหม PLLA Poly L Lactic Acid

ไหม PLLA มีจุดแข็งด้านความแข็งและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี แต่ข้อเสียคือเปราะหักง่าย ขาดความยืดหยุ่น ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาร้อยไหมไหมขาดหรือไหมทะลุ ข้อจำกัดอื่น ๆ ได้แก่

  • ความยืดหยุ่นต่ำ เปราะและหักง่ายเมื่อขยับใบหน้า
  • เสี่ยงต่อปัญหาไหมขาดหรือไหมทะลุมากกว่าไหมชนิดอื่น
  • ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้กับผู้ที่มีผิวบางหรือขยับใบหน้าบ่อย

ด้วยความที่ไหม PLLA ค่อนข้างแข็ง การทำหัตถการนี้ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจว่าร้อยไหมดีไหม

ข้อเสียของไหม PCL Polycaprolactone

ไหม PCL ไหมรุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่นผสมกับความแข็งแรง ให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 1-2 ปี ร้อยไหม ข้อเสียที่ควรนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าร้อยไหมดีไหม มีดังนี้

  • มีราคาสูงกว่าไหม PDO และ PLLA มาก
  • ในบางเคสที่ผิวขาดคอลลาเจนมาก ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร
  • ไม่มียาฉีดสลาย ถ้าเกิดปัญหาต้องรอให้ไหมละลายเอง
  • ยังเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้ข้อมูลการติดตามผลในระยะยาวยังมีไม่มากเท่าไหมสองชนิดแรก

ร้อยไหมจมูก ข้อเสียอะไรบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ?

ร้อยไหม ข้อเสีย เฉพาะจุดบริเวณจมูกต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะผิวหนังบริเวณร้อยไหมจมูกมีเส้นเลือดกับเส้นประสาทอยู่หนาแน่น ผิวบางกว่าส่วนอื่น และต้องใช้ความละเอียดสูงในการทำหัตถการ ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าการร้อยไหมในบริเวณอื่น ข้อควรพิจารณาและความเสี่ยงของการร้อยไหมจมูก มีดังนี้ค่ะ

ร้อยไหมจมูก ข้อเสียอะไรบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ?
  1. ผลลัพธ์อยู่ไม่ถาวร ส่วนใหญ่เส้นไหมอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน และต้องกลับมาร้อยซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ไว้
  2. การเกิดพังผืด ถ้าร้อยไหมซ้ำที่เดิมหลายครั้ง สามารถกระตุ้นให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง ทำให้จมูกดูแข็งและขาดความยืดหยุ่น
  3. รูปทรงจมูกบิดเบี้ยว ปัญหานี้เกิดได้จากการประเมินจำนวนเส้นไหมที่ไม่พอดีกับโครงสร้างจมูก หรือเทคนิคการวางไหมที่ผิดพลาด
  4. ความเสี่ยงไหมทะลุ ถ้าร้อยไหมผิดชั้นความลึก มีโอกาสที่ปลายไหมทะลุผิวหนังออกมา หรือในกรณีที่รุนแรงอาจเข้าไปถึงโพรงจมูก
  5. ข้อจำกัดของโครงสร้างจมูก หัตถการนี้อาจไม่เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับคนที่มีเนื้อจมูกเยอะ หรือมีฐานจมูกเดิมที่แบนมาก
  6. การแก้ไขทำได้ยาก ในปัจจุบันยังไม่มียาสำหรับฉีดสลายไหมโดยตรง ถ้าผลลัพธ์ที่ได้โด่งเกินไปหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ต้องรอให้ไหมละลายไปเองตามธรรมชาติ

การร้อยไหมจมูกควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง และควรเริ่มจากจำนวนเส้นน้อย ๆ ก่อน ถ้าต้องการเพิ่มความโด่งค่อยกลับมาร้อยเพิ่มภายหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่แก้ไขยากค่ะ

ร้อยไหมทองคำ มีข้อเสียเหมือนหรือต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร ?

การร้อยไหมทองคำ (Gold Thread) คือไหมแบบไม่ละลายที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ทำให้การร้อยไหม มีข้อเสียและข้อจำกัดมากกว่าไหมละลายทั่วไป และไม่ได้รับความนิยมเท่าในอดีต ความเสี่ยงของไหมทองคำมีดังนี้ค่ะ

ร้อยไหมทองคำ มีข้อเสียเหมือนหรือต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร ?
  • ไม่ละลาย ไหมจะไม่ละลายและคงอยู่ในร่างกายตลอดไป ทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้
  • ข้อจำกัดทางการแพทย์ ไม่สามารถทำ MRI Scan และอาจพบปัญหากับเครื่องตรวจจับโลหะ
  • ห้ามทำเลเซอร์ ไม่สามารถทำเลเซอร์บริเวณที่ร้อยไหมได้ เพราะโลหะดูดซับความร้อนและก่อให้เกิดอันตราย
  • เสี่ยงเกิดพังผืดไม่ดี ร่างกายอาจตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมถาวร ทำให้เกิดพังผืดผิดปกติหรือเนื้องอก
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีประวัติแพ้โลหะ อาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้
  • ใบหน้าอาจผิดรูปในอนาคต เพราะโครงสร้างผิวเปลี่ยนไปตามอายุ แต่ไหมทองคำไม่เปลี่ยนตาม
  • ไม่ผ่าน อย. ไทย ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย

จากการร้อยไหม ข้อเสียที่มีอยู่หลายด้านของไหมทองคำ ทำให้แพทย์ไม่แนะนำ และหันไปใช้ไหมละลายชนิดอื่น เช่น PDO, PLLA และ PCL แทนค่ะ

ร้อยไหมซ้ำหลายครั้ง มีผลระยะยาวอย่างไร เกิดพังผืดไหม ?

ร้อยไหม ข้อเสียในระยะยาวที่ควรทำความเข้าใจคือการเกิดพังผืดสะสมใต้ผิวหนัง แม้การเกิดพังผืดเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยให้เส้นไหมยึดเกาะกับเนื้อเยื่อและยกกระชับผิวได้ แต่การร้อยไหมซ้ำในบริเวณเดิมบ่อยครั้งเกินไป ทำให้พังผืดหนาแน่นขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นแข็ง ขาดความยืดหยุ่น และอาจดูผิดรูปได้

การสะสมของพังผืดที่มากเกินยังสร้างข้อจำกัดในอนาคต และเป็นข้อมูลที่ช่วยตอบคำถามว่าร้อยไหมดีไหมสำหรับการดูแลผิวระยะยาว ปัญหาที่ตามมาหลังจากร้อยไหมซ้ำหลายครั้ง ได้แก่

  • พังผืดสะสม ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อห่อหุ้มไหมทุกครั้งที่ร้อย ถ้าทำซ้ำบ่อยพังผืดซ้อนกันหลายชั้น
  • ผิวแข็งและตึงผิดปกติ พังผืดที่หนาแน่นทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ
  •  ยากต่อการทำหัตถการอื่นในอนาคต ถ้าต้องการผ่าตัดดึงหน้าในอนาคต พังผืดทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้น
  • ผลลัพธ์ลดลง การร้อยไหมครั้งต่อ ๆ ไปได้ผลลัพธ์น้อยลงเพราะเนื้อเยื่อไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม

คำแนะนำ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ที่เหมาะในการร้อยไหมซ้ำ เว้นระยะอย่างน้อย 6-12 เดือน และพิจารณาสลับใช้หัตถการอื่น เช่น Ulthera หรือ Thermage เพื่อลดความเสี่ยงจากพังผืดสะสมค่ะ

เมื่อเกิดผลข้างเคียงหลังร้อยไหม ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

หนึ่งในเรื่องของ ร้อยไหม ข้อเสีย คือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้หลังทำหัตถการ ต้องแยกแยะว่าเป็นอาการปกติหรือผิดปกติ อาการปกติสามารถดูแลตัวเองได้ที่บ้าน แต่อาการผิดปกติต้องรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ

เมื่อเกิดผลข้างเคียงหลังร้อยไหม ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกิดผลข้างเคียงปกติ

  • ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบเบาๆ บริเวณที่ทำครั้งละ 15-20 นาที เพื่อช่วยลดบวม
  • การนอนหนุนหมอนให้สูงขึ้นในช่วง 3-5 วันแรก ช่วยให้อาการบวมลดลงได้เร็วขึ้น
  • งดการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณใบหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ไหมเคลื่อนที่
  • งดอาหารแข็งที่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก และเลือกทานอาหารที่ย่อยง่ายในช่วงแรก
  • งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ การออกกำลังกายหนัก และการเผชิญแสงแดดจัด
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลสมานตัวได้ดี

สัญญาณผิดปกติที่ควรติดต่อคลินิกทันที

แม้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่มีบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อน ถ้าพบอาการเหล่านี้ ควรติดต่อคลินิกที่เข้ารับบริการทันทีเพื่อประเมินและรับการรักษาค่ะ

  • มีอาการบวมแดง ร้อน หรือเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • สังเกตเห็นหนองหรือของเหลวผิดปกติซึมออกมา
  • มีไข้ขึ้นหลังทำหัตถการ
  • เกิดอาการปากเบี้ยว กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หรืออาการชาที่ไม่หายไป
  • มองเห็นหรือสัมผัสได้ว่ามีปลายไหมโผล่ออกมาจากผิวหนัง

ร้อยไหมดีกว่าหรือแย่กว่า ฟิลเลอร์ กับ การผ่าตัดดึงหน้า ?

การร้อยไหม ข้อเสีย ฟิลเลอร์ และการผ่าตัดดึงหน้า ต่างมีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ไม่มีวิธีไหนดีสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไขและความคาดหวัง การปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินแบบละเอียดเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เพื่อช่วยตัดสินใจว่าร้อยไหมดีไหมสำหรับตัวเองค่ะ

ร้อยไหมดีกว่าหรือแย่กว่า ฟิลเลอร์ กับ การผ่าตัดดึงหน้า ?

ข้อเสียเมื่อเทียบกับการฉีดฟิลเลอร์

เมื่อเทียบกับการฉีดฟิลเลอร์ การร้อยไหม ข้อเสียบางอย่างที่ควรรู้ โดยเฉพาะเมื่อต้องการแก้ปัญหาใบหน้าที่ดูตอบหรือมีร่องลึก ดังนี้ค่ะ

  • ไม่สามารถเติมเต็มปริมาตรได้ การร้อยไหมเน้นการดึงยกผิวที่หย่อนให้กระชับขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มปริมาตรให้ผิว สำหรับปัญหาใต้ตาลึกหรือร่องแก้มลึก การใช้ฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่า
  • ใช้เวลาทำนานกว่า ขั้นตอนการร้อยไหมใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขณะที่การฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาสั้นกว่าที่ 10–30 นาที
  • อาการบวมช้ำมากกว่า เพราะการร้อยไหมต้องใช้เข็มสอดเข้าไปใต้ผิว มีอาการบวมช้ำและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • แก้ไขได้ยากกว่า ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ ฟิลเลอร์สามารถใช้ยาฉีดเพื่อสลายได้ แต่ไหมต้องรอเวลาให้ละลายไปเองหรือผ่าตัดเพื่อนำออกเท่านั้น

ข้อเสียเมื่อเทียบกับการผ่าตัดดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์นาน แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้นที่มากกว่าการร้อยไหม

  • ผลลัพธ์ไม่คงทนเท่า ผลจากการร้อยไหมอยู่ได้ประมาณ 6–24 เดือน ส่วนการผ่าตัดดึงหน้าให้ผลลัพธ์นานกว่าที่ 5–10 ปี
  • ไม่เหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยมาก การร้อยไหมไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยรุนแรงได้ดีเท่ากับการผ่าตัด
  • ต้องทำซ้ำบ่อยกว่า เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน การร้อยไหมจำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำทุก 6–24 เดือน

ข้อเสียเมื่อเทียบกับ Ulthera HIFU Thermage

กลุ่มเครื่องยกกระชับเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ต้องใช้เข็ม แต่ก็มีข้อแตกต่างกับการร้อยไหมในหลายด้าน ได้แก่

  • มีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ การร้อยไหมต้องใช้เข็มสอดเข้าไปใต้ผิว ทำให้เกิดอาการบวมช้ำ ขณะที่เครื่องยกกระชับใช้พลังงานส่งผ่านผิวโดยไม่มีแผลเปิด
  • ความเสี่ยงสูงกว่า การร้อยไหมมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและไหมทะลุ ส่วนเครื่องยกกระชับไม่มีความเสี่ยงในส่วนนี้
  • ต้องพักฟื้นนานกว่า หลังทำ Ulthera, HIFU หรือ Thermage แทบไม่ต้องพักฟื้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
  • ไม่เหมาะกับคนกลัวเข็ม สำหรับคนที่ไม่ชอบหรือกลัวเข็ม การใช้เครื่องยกกระชับอาจเป็นทางเลือกที่สบายใจกว่า

ถึงแม้ว่าการร้อยไหม ข้อเสียเมื่อเทียบกับวิธีอื่น แต่ก็มีข้อดีตรงที่เห็นผลยกกระชับได้ค่อนข้างเร็วหลังทำ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดได้ดี เช่น มุมปากตก แก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยยกกรอบหน้าให้คมขึ้นได้ค่ะ

ตัวอย่างเคสจริง ปัญหาจากการร้อยไหม

จากการรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์จริงของคนที่เคยทำร้อยไหม ข้อเสียพบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ไหมคุณภาพต่ำ หรือแพทย์ขาดประสบการณ์ การศึกษาเคสจริงเหล่านี้ช่วยให้ระมัดระวังและเลือกสถานพยาบาลได้ดีขึ้นค่ะ

ตัวอย่างเคสจริง ปัญหาจากการร้อยไหม

กรณีรอยบุ๋มและรอยคลื่นไม่เรียบ

ปัญหารอยบุ๋มและผิวไม่เรียบเป็นคลื่น ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย สาเหตุเกิดจากเทคนิคการร้อยที่ยังไม่ลงตัวกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ได้แก่

  • การดึงไหมที่ตึงเกินไป ทำให้เกิดรอยบุ๋มตามแนวไหมที่ถูกดึงรั้งผิวมากเกิน
  • การร้อยไหมในชั้นผิวที่ตื้นเกิน โดยเฉพาะในคนที่มีผิวบาง ทำให้มองเห็นเส้นไหมหรือคลำเจอได้
  • การเลือกใช้ขนาดของเส้นไหมที่ไม่เข้ากับสภาพผิว เช่น การใช้ไหมเส้นใหญ่ในบริเวณที่เนื้อเยื่อบาง อาจทำให้ผิวดูเป็นคลื่น

สำหรับแนวทางการแก้ไข บางกรณีรอยบุ๋มจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองเมื่อเส้นไหมเริ่มเข้าที่ในระยะเวลา 1–3 เดือน แต่ถ้าปัญหายังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอีกครั้ง อาจต้องถอดไหมบางเส้นออก หรือรอให้ไหมละลายหมดก่อนทำการร้อยใหม่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องค่ะ

กรณีไหมทะลุหรือมีการติดเชื้อ

กรณีที่ไหมทะลุออกมานอกผิวหนังหรือเกิดการติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน มักเกี่ยวข้องกับความสะอาดและมาตรฐานของสถานพยาบาล ได้แก่

  • ไหมโผล่ออกมา พบได้ในบางกรณีที่ร้อยไหมบริเวณจมูก เกิดจากการวางตำแหน่งไหมที่ตื้นเกินไปหรือการซ่อนปมไหมที่ไม่เรียบร้อย
  • การเกิดฝีหรือหนอง สัญญาณของการติดเชื้อ อาจมาจากการใช้อุปกรณ์หรือเส้นไหมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือขั้นตอนการทำหัตถการที่ไม่สะอาด
  • อาการบวมนานผิดปกติ ถ้าอาการบวมไม่ลดลงหลังผ่านไป 2–3 สัปดาห์ และคลำพบก้อนแข็ง อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น

กรณีไหมทะลุหรือมีการติดเชื้อหนึ่งในเรื่องการร้อยไหม ข้อเสียที่ควรระวัง เพราะกรณีเหล่านี้มักเกิดจากการทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ไหมที่ไม่มีการรับรองจาก อย. หรือทำกับบุคคลที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ การเช็คข้อมูลของคลินิกและประวัติของแพทย์ก็เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

หากเกิดข้อเสียหรือภาวะแทรกซ้อนหลังร้อยไหม ควรทำอย่างไร ?

ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นหลังจากร้อยไหม ข้อเสียที่ต้องระวัง ควรติดต่อคลินิกที่ทำหัตถการให้ทันที หลีกเลี่ยงการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เพื่อให้แพทย์ประเมินสถานการณ์และให้การรักษาที่ถูกต้อง ขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเมื่อพบอาการผิดปกติ มีดังนี้

หากเกิดข้อเสียหรือภาวะแทรกซ้อนหลังร้อยไหม ควรทำอย่างไร ?
  • ติดต่อคลินิกทันที แจ้งอาการผิดปกติที่พบกับคลินิกที่ให้บริการ คลินิกที่ได้มาตรฐานมีขั้นตอนการดูแลหลังทำหัตถการรองรับอยู่แล้ว
  • ถ่ายรูปบันทึกอาการ แนะนำให้ถ่ายรูปเพื่อบันทึกความเปลี่ยนแปลงของอาการในแต่ละวัน เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการประเมินได้ง่ายขึ้น
  • ไม่สัมผัสบริเวณที่มีปัญหา ห้ามกดหรือบีบบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้ปัญหาลุกลามหรือเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ถ้าได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ ควรรับประทานให้ครบตามคำแนะนำ
  • ขอความเห็นที่สอง กรณีที่ยังไม่แน่ใจกับแนวทางการรักษา สามารถปรึกษาแพทย์ท่านอื่นเพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมได้

ข้อควรระวัง ถ้าเกิดปัญหาจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรพิจารณาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และเก็บหลักฐานไว้กรณีต้องดำเนินการทางกฎหมายค่ะ

ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขผลข้างเคียงร้อยไหม

ร้อยไหม ข้อเสีย ไม่ได้มีแค่ผลข้างเคียงต่อร่างกาย แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหากเกิดปัญหาขึ้น ราคาจะแตกต่างกันตามความรุนแรงของอาการและวิธีรักษา โดยมีช่วงราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาท ดังนี้

  • การถอดไหมออก ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท ขึ้นกับจำนวนเส้นและความยากง่าย
  • การรักษาการติดเชื้อ ค่ายาปฏิชีวนะและค่าตรวจติดตาม ประมาณ 2,000 – 5,000 บาท
  • การผ่าตัดระบายหนอง กรณีเกิดฝี ประมาณ 5,000 – 15,000 บาท
  • การแก้ไขรูปหน้าผิดรูป อาจต้องทำหัตถการเพิ่มเติม เช่น ฟิลเลอร์หรือโบท็อก ตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท
  • การผ่าตัดแก้ไขพังผืด กรณีที่รุนแรง ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ 50,000 – 200,000 บาท

การป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นดีกว่ามาแก้ไขทีหลัง ควรเริ่มตั้งแต่การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงหลังร้อยไหม และลดโอกาสที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขตามมาค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหมราคาเท่าไหร่ ? ยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม

วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงข้อเสียจากการร้อยไหม

การป้องกันร้อยไหม ข้อเสียจากที่ดีคือการเตรียมตัวให้พร้อม เลือกคลินิกกับแพทย์ที่มีคุณภาพ และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด แนวทางป้องกันที่ควรทำ มีดังนี้

วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงข้อเสียจากการร้อยไหม

Checklist เลือกคลินิกร้อยไหมที่มีคุณภาพ

  1. เช็คใบอนุญาตคลินิก ต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
  2. เช็คคุณสมบัติแพทย์ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และควรมีประสบการณ์ด้านการร้อยไหมโดยเฉพาะ
  3. ถามเรื่องไหมที่ใช้ ต้องเป็นไหมที่ผ่านการรับรอง อย. และทราบยี่ห้อ ชนิด และขนาด
  4. ดูรีวิวกับผลงานจริง ขอดูรูป Before/After ของคนไข้จริง และศึกษารีวิวจากหลายแหล่ง
  5. สอบถามระบบดูแลหลังทำ คลินิกที่ดีต้องมีการนัดตรวจติดตามและช่องทางติดต่อฉุกเฉิน
  6. ระวังราคาถูกผิดปกติ ราคาต่ำมากเกินอาจหมายถึงไหมคุณภาพต่ำหรือแพทย์ไม่มีประสบการณ์

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกร้อยไหมที่ไหนดี ควรเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของสถานที่จริงค่ะ

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมดีไหม

  • งดยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน และ NSAIDs อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • แจ้งประวัติการแพ้และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
  • ตั้งความคาดหวังที่เหมาะ และเข้าใจข้อดีกับการร้อยไหม ข้อเสีย

สรุป

ร้อยไหม ข้อเสีย มีตั้งแต่ผลข้างเคียงทั่วไปที่หายได้เอง เช่น อาการบวม รอยช้ำ จนถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าอย่างไหมทะลุ การติดเชื้อ หรือใบหน้าที่ผิดรูป ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน และทำหัตถการกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ การร้อยไหมกับหัตถการยกกระชับรูปแบบอื่น ๆ ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

หัตถการที่เปรียบเทียบจุดเด่นของการร้อยไหมข้อควรพิจารณาของการร้อยไหม
ฟิลเลอร์เน้นการดึงและยกกระชับไม่ช่วยเติมเต็มปริมาตรผิวและบวมช้ำกว่า
ผ่าตัดดึงหน้าไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้นน้อยกว่าผลลัพธ์ไม่คงทนเท่าและไม่เหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยมาก
เครื่องยกกระชับช่วยยกกระชับและปรับแก้เฉพาะจุดได้มีรอยเข็ม เสี่ยงติดเชื้อ และต้องพักฟื้น

สำหรับคำถามที่ว่าร้อยไหมดีไหม หัตถการนี้สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดี ถ้าทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ในสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้ และใช้ไหมที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน 

ถ้ากำลังพิจารณาร้อยไหม การรู้ข้อเสียกับความเสี่ยงล่วงหน้าช่วยให้เตรียมตัวได้ดี ตั้งความคาดหวังที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดปัญหาในอนาคต อย่าลืมว่าการป้องกันดีกว่าการแก้ไข การเลือกคลินิกที่ดีตั้งแต่แรกดีกว่าการต้องมาแก้ไขปัญหาภายหลังค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า