ในยุคที่ความงามแบบ “Glass Skin” กำลังเป็นที่นิยม การมีผิวที่ชุ่มชื้น ฉ่ำโกลว์ และเปล่งประกายจากภายในจึงเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน Skinvive ฟิลเลอร์งานผิวตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Allergan กลายเป็นที่พูดถึงในวงการความงาม เพราะสามารถตอบโจทย์การดูแลผิวแบบ 360 องศา โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า วันนี้จะมาทำความรู้จักกับ Skinvive ให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมถึงได้รับความนิยมจากทั้งแพทย์และผู้รับบริการ
Skinvive คือฟิลเลอร์งานผิวที่ได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยี Microdroplets of Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้โมเลกุลของกรดไฮยาลูรอนิกมีขนาดเล็กและละเอียดกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป สามารถกระจายตัวและกลืนเข้ากับผิวได้อย่างสมบูรณ์
จุดเด่นของ Skinvive คือการได้รับการรับรองจาก FDA อเมริกาและ อย.ไทย ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skin Booster ที่ได้รับการรับรองจากทั้ง FDA อเมริกาและ อย. ไทย
ส่วนประกอบหลักของ Skinvive นั้นมีความพิเศษตรงที่สามารถกระตุ้นการทำงานของ Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำเข้าสู่เซลล์ผิว และยังช่วยกักเก็บ Glycerol ให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น
- การเพิ่มความชุ่มชื้นในระดับลึก เป็นจุดแข็งหลักของ Skinvive เพราะสามารถดึงและกักเก็บน้ำได้มากถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง ทำให้ผิวอิ่มน้ำจากภายในสู่ภายนอก แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย และการแต่งหน้าไม่ติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การปรับปรุงเนื้อผิว ก็เป็นอีกหนึ่งประโยชน์ที่โดดเด่น เพราะ Skinvive ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน และลดริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากการขาดน้ำ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้น
- การสร้างผิวโกลว์ คือสิ่งที่ทำให้ Skinvive เป็นที่นิยมในหมู่คนที่ชื่นชอบลุค “Glass Skin” เพราะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ฉ่ำวาว และดูมีชีวิตชีวาแบบธรรมชาติ
เหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ หรือผิวลอกเป็นขุย
- คนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติด เครื่องสำอางไม่เกาะผิว
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ต้องการกระชับรูขุมขน
- คนที่มีริ้วรอยเล็กๆ จากการขาดความยืดหยุ่นของผิว
- ผู้ที่ต้องการผิวโกลว์เล่นแสงแบบ Glass Skin
- คนที่มีผิวไม่แข็งแรง แพ้ง่าย ต้องการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน ให้กลับมาดูสดใสและมีชีวิตชีวา
- คนที่ต้องการดูแลผิวแบบธรรมชาติ โดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า
- ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป ทุกเพศทุกวัย
บริเวณที่สามารถฉีดได้
พื้นที่ใบหน้า
- ทั่วใบหน้า – เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นโดยรวม
- หน้าผาก – ลดริ้วรอยและเพิ่มความเรียบเนียน
- แก้ม – กระชับรูขุมขนและเพิ่มความฉ่ำวาว
- ใต้ตา – ปรับปรุงผิวบริเวณที่บอบบาง
- รอบริมฝีปาก – เพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยรอบปาก
พื้นที่อื่นๆ
- ลำคอ – ปรับปรุงเนื้อผิวและลดริ้วรอยคอ
- เนินอก – เพิ่มความชุ่มชื้นและกระชับผิว
- หลังมือ – ฟื้นฟูผิวมือให้ดูอ่อนเยาว์
- บริเวณไหล่และแขน (ตามคำแนะนำแพทย์)
Skinvive เป็นฟิลเลอร์งานผิวที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว มีโมเลกุลที่ละเอียดระดับไมโคร ช่วยเติมความชุ่มชื้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้า ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปจะเน้นการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม และปรับโครงสร้างใบหน้าให้เปลี่ยนไปจากเดิม
เมื่อเทียบกับ Skin Booster อื่นๆ อย่าง Rejuran หรือ Sculptra แต่ละตัวก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดย Skinvive โดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการกักเก็บน้ำที่สูงกว่า Skin Booster ทั่วไปถึง 3 เท่า และการให้ผลลัพธ์อยู่ได้ถึง 6 เดือน
Skinvive ยังมีข้อดีในเรื่องของความปลอดภัยและการลดโอกาสเกิดตุ่มฟิลเลอร์ เนื่องจากได้รับการพัฒนาและปรับปรุงจาก Juvederm Volite ให้มีเนื้อฟิลเลอร์ที่ละเอียดและกระจายตัวได้ดีกว่า
ขั้นตอนการฉีด Skinvive
ขั้นตอนเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกบริเวณที่จะฉีด จากนั้นทำความสะอาดผิวและทายาชาประมาณ 20 ถึง 30 นาที แล้วแพทย์จึงฉีดเป็นจุดเล็กกระจายทั่วบริเวณที่ต้องการ ใช้เวลาฉีดประมาณ 20 นาที เมื่อเสร็จแล้วประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมแดง และกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ในวันเดียวกัน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการมีผลกับอาการช้ำและบวมหลังทำ อ่านสิ่งที่ควรงดล่วงหน้าได้ที่บทความก่อนฉีดฟิลเลอร์ และดูวิธีดูแลผิวหลังทำเพิ่มเติมได้ที่หลังฉีดฟิลเลอร์
ผลข้างเคียงที่พบได้หลังฉีด Skinvive
อาการที่พบได้บ่อยเป็นอาการเฉพาะที่ซึ่งหายเองได้ ได้แก่ รอยแดงและบวมบริเวณที่ฉีดในช่วง 1 ถึง 3 วันแรก จุดช้ำเล็กจากปลายเข็ม อาการคันหรือตึงผิว และตุ่มนูนขนาดเล็กที่มักยุบลงภายในไม่กี่วัน
อาการที่ต้องกลับมาพบแพทย์ทันที คือปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวบริเวณที่ฉีดซีดขาวหรือคล้ำลง มองเห็นไม่ชัด หรือมีไข้ร่วมกับบวมแดงที่ลุกลาม เพราะเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรีบรักษา รายละเอียดของภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดสารเติมเต็มอ่านได้ที่บทความฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Skinvive
Skinvive ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร
ฟิลเลอร์ทั่วไปเติมเต็มร่องลึกและปรับโครงหน้า ส่วน Skinvive เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งและผิวไม่เรียบเนียนมากกว่าคนที่ต้องการเสริมโครงสร้าง
ฉีดแล้วเจ็บไหม
แพทย์ทายาชาก่อนฉีดทุกครั้ง ระหว่างฉีดจึงรู้สึกเพียงตื้อ ๆ ที่ปลายเข็ม และอาการจะหายไปเองหลังฉีดเสร็จ
ฉีดพร้อมหัตถการอื่นได้ไหม
ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้จัดลำดับและเว้นระยะ เพราะการทำเลเซอร์ RF หรือ HIFU เร็วเกินไปหลังฉีดจะรบกวนผลลัพธ์
ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผล
ผู้รับบริการส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นหลังครั้งแรก แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
เปรียบเทียบกับ Skin Booster อื่น : Skin Booster กับฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร
สิ่งที่ควรทำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวัน เพื่อเสริมการทำงานของ Hyaluronic Acid
- ทาครีมกันแดด SPF สูงทุกวัน เพื่อป้องกันการทำลายของรังสี UV
- ประคบเย็นเบาๆ หากมีอาการบวมหรือแดงในช่วงแรก
- ทามอยเจอไรเซอร์เพื่อเสริมความชุ่มชื้นให้ผิว
- พักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความเครียด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- งดแต่งหน้าใน 12-24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- งดการบีบ นวด หรือกดผิวแรงในช่วง 2-3 วันแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ
- งดออกกำลังกายหนักใน 48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการบวม
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะจะลดประสิทธิภาพของ HA
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ RF หรือ HIFU เป็นเวลา 1 เดือน
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดหรือสารระคายเคืองในช่วงแรก
บทสรุป
Skinvive ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการฟิลเลอร์งานผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ที่ต้องการผิวสวยแบบธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี Microdroplets ที่ทันสมัย ความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับสากล และผลลัพธ์อยู่ได้ถึง 6 เดือน ทำให้ Skinvive เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในการดูแลผิวระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาวิธีการดูแลผิวที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ปลอดภัย และคุ้มค่า Skinvive อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


