Juvederm คืออะไร? ของแท้ดูอย่างไร วิธีตรวจสอบก่อนฉีด

ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร? ของแท้ดูอย่างไร พร้อมวิธีตรวจสอบ

RWC Clinic สรุปให้

  • Juvederm คือ ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ที่ผลิตโดยบริษัท Allergan ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสได้ทันทีหากเกิดปัญหา
  • Juvederm มี 6 รุ่นหลัก แต่ละรุ่นออกแบบมาสำหรับตำแหน่งและปัญหาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเติมโครงหน้า แก้ไขร่องใต้ตา เติมริมฝีปาก ไปจนถึงฟื้นฟูคุณภาพผิว
  • ผลลัพธ์หลังการฉีดเห็นได้ทันที ไม่มีระยะพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เลย โดยตัวยาสามารถอยู่ได้นาน 9–24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกและตำแหน่งที่ฉีด
  • ราคา Juvederm แท้ที่ผ่าน อย.ไทย อยู่ที่ประมาณ 15,000–20,000 บาทต่อหลอด หากราคาถูกกว่านี้มากควรตรวจสอบแหล่งที่มาของตัวยาให้ดีก่อนตัดสินใจ
  • การฉีด Juvederm ควรทำกับแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

Juvederm คือฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ผลิตโดยบริษัท Allergan ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ระดับโลก ด้วยเทคโนโลยี Vycross ที่ทำให้ตัวยามีความเสถียรสูง อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป และให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ จึงกลายเป็นฟิลเลอร์ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเลือกใช้มากที่สุดยี่ห้อหนึ่ง

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Juvederm อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ราคา รุ่นต่างๆ ตำแหน่งที่ฉีดได้ ไปจนถึงวิธีสังเกตของแท้-ปลอม ข้อควรระวัง และการดูแลหลังการฉีด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่า

ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาเท่าไร

ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาเท่าไหร่นั้น แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็น ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากอย.ไทย อย่างแท้จริงหรือเปล่า หรือเป็นยาฟิลเลอร์ปลอม ที่ลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมาย หรือตัวยาอาจไม่ใช่ไฮยารูลอนิกแอซิดจริง ๆ ราคาก็อาจจะถูกลง แต่อันตรายที่ได้รับเพิ่มสูงขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้เข้ารับบริการรักษาด้วยฟิลเลอร์ สำหรับราคานี้อ้างอิงจากเว็บไซต์กลางทั่วโลกว่าโดยเฉลี่ยแล้ว

ราคาฟิลเลอร์ Juvederm ที่แพทย์ทั่วโลกฉีดรักษากันนั้นจะอยู่ที่ราคา 450-600 USD หรือ หากคิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 15,000-20,000 บาท ซึ่งเรทราคานี้เป็นราคาที่มาจากศูนย์การจัดจำหน่ายยาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศในโซนเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกาก็ตาม ดังนั้นสำหรับผู้เข้ารับบริการก็ควรตระหนักถึงราคาจุดนี้ให้ถี่ถ้วน

 
ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาเท่าไร

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดราคาของฟิลเลอร์ Juvederm หรือฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ ก็ตาม นั่นก็คือประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษานั่นเอง

สำหรับแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้า และให้ความใส่ใจกับงานที่ทำ ก็จะทำให้ค่ารักษาของการฉีดฟิลเลอร์นั้นเพิ่มสูงขึ้น เช่น คลินิกความงามแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสที่มียอดการใช้ฟิลเลอร์ Juvederm สูง คิดค่ารักษาพยาบาล 900 USD ต่อการใช้ฟิลเลอร์ 1 cc ซึ่งเป็นคลินิกที่มีเซเลปบนพรมแดงเมืองคานส์ที่มีชื่อเสียงเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก

ทำความรู้จัก ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่น

ฟิลเลอร์ Juvederm ปัจจุบันในประเทศไทย ทุกรุ่นจะมียาชาผสมอยู่เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกสบายขณะที่รับการฉีดฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์ Juvederm มีทั้งหมด 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

ทำความรู้จัก ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่น

1. ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma

สำหรับ ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma จะเป็นรุ่นฟิลเลอร์ที่แพทย์ทั่วโลกใช้กันมากที่สุด เพราะว่ารุ่นนี้จะมีค่าความเข้มข้นของไฮยารูลอนิกแอซิดสูงที่สุด ใช้ทดแทนการฉีดรักษาได้ทุกจุดบริเวณใบหน้า ยกเว้นในส่วนที่เป็น ใต้ตา และริมฝีปาก ที่ตัวยาอาจจะดูแข็งไปสำหรับตำแหน่งนี้ การแก้ไขด้วยฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นนี้สามารถให้ผลลัพธ์หลังการรักษาได้ยาวนานถึง 24 เดือนทีเดียว

2. ฟิลเลอร์ Juvederm Volift

ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volift ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในด้านของการเติมริมฝีปากให้ได้รูปคมชัด สวยงาม รวมถึงมีปริมาตรและความชุ่มชื้นที่มากขึ้น โดยหลังการฉีดรักษาด้วยฟิลเลอร์รุ่นนี้ สามารถอยู่ได้นานถึง 18 เดือน ความเข้มข้นของไฮยารูลอนิกแอซิดของฟิลเลอร์รุ่นนี้ จะเป็นรองรุ่นฟิลเลอร์ Juvederm Voluma อยู่เล็กน้อย แต่ถ้าหากใครมีผิวที่บางมากๆ การเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์รุ่นนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ด้านความเป็นธรรมชาติได้ดีมากเลยทีเดียว

3. ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella

ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volbella เป็นรุ่นยอดฮิตที่แพทย์ความงามทั่วโลกใช้เพื่อเติมเต็มแก้ไขปัญหา ร่องใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ เพราะเป็นรุ่นที่มีค่าความเข้มข้นของไฮยารูลอนิกแอซิด รองลงมาจากรุ่น Volift ถ้าหากผู้เข้ารับการรักษาต้องการฉีดเพื่อแก้ไขฟิลเลอร์ใต้ตานี้แล้ว แน่นอนว่าแพทย์ที่ให้การรักษาจะหยิบรุ่นนี้มาใช้

นอกจากการเติมเต็มบริเวณใต้ตา หากใครต้องการมีเนื้อปากที่อวบอิ่มมากขึ้นโดยที่ไม่เน้นเรื่องของความคมขอบปาก ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella นี้ในการรักษาได้เช่นเดียวกัน หลังการฉีดฟิลเลอร์ตัวยาสามารถคงสภาพใต้ผิวได้นานถึง 15 เดือนหลังรับการรักษา

4. ฟิลเลอร์ Juvederm Volite

ถือเป็นฟิลเลอร์น้องใหม่ของประเทศไทย ที่มีคุณสมบัติแปลกไปจากฟิลเลอร์รุ่นอื่นๆ ในค่ายของ Juvederm เนื่องมาจากฟิลเลอร์ Juvederm Volite นี้ไม่ได้โดดเด่นในด้านของการปรับรูปหน้า แต่มีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพผิวของเรา ให้ดูอิ่มน้ำ ยืดหยุ่นมากขึ้น เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

ใครที่มองหาการรักษาคุณภาพผิว หรือแม้แต่การรักษาหลุมสิวด้วยการฉีดฟิลเลอร์เอง ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ Juvederm Volite นี้ในการแก้ไขปัญหาได้เช่นเดียวกัน ตัวยานี้สามารถอยู่ได้นานถึง 9-12 เดือนหลังรับการรักษา

5. ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra XC

เป็นกลุ่มฟิลเลอร์ Juvederm ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตแบบเก่า Hylacross โดดเด่นในเรื่องของการฟูขึ้นของตัวยา เนื่องมาจากความเข้มข้นของวไฮยารูลอนิกแอซิดนั้นสูง แต่ว่าอายุขอองตัวยาหลังการฉีดรักษาจะอยู่ได้สั้นกว่าเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ในกลุ่ม Vycross ที่พัฒนาให้ตัวยานั้นอยู่ได้นานมากขึ้น

6. ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra plus XC

ฟิลเลอร์รุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มฟิลเลอร์ Hylacross เนื่องจากความเข้มข้นของไฮยารูลฃอนิกแอซิดที่สูงแล้ว ยังมีแรงยกของตัวยาที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในการเติมเต็มตำแหน่งที่ต้องการขึ้นฟูของฟิลเลอร์ โดยหลังการฉีดฟิลเลอร์ รุ่น Ultra plus XC นี้สามารถอยู่ในชั้นใต้ผิวเราได้นาน 12 เดือนเลยทีเดียว

ฟิลเลอร์ Juvederm ใช้ฉีดตรงไหนได้บ้าง

ฟิลเลอร์ Juvederm มีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้เป็นอย่างมาก ตามที่ได้กล่าวถึงในหัวข้อด้านบน ทำให้แพทย์สามารถใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับคนไข้ ได้อย่างตรงตามความต้องการ ทุกจุดของบริเวณใบหน้า แบบไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังสามารถไล่ระดับตั้งแต่ชั้นลึก จนถึงผิวชั้นตื้นได้ทุกรุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงรุ่นให้เหมาะสมตามสภาพผิวของคนไข้แต่ละบุคคลได้

นอกเหนือจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้า ด้วยฟิลเลอร์ Juvederm แล้ว ก็ยังสามารถนำไปฉีดเพื่อปรับปรุงโครงสร้างและคุณภาพผิวในจุดอื่น ๆ ได้อีก เช่น การฉีดแก้ไขผิวบริเวณลำคอ หลังมือ หลังเท้า เนินอก บริเวณอวัยวะเพศภายนอกของผู้หญิง เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม : ยี่ห้อฟิลเลอร์ ในประเทศไทย มีอะไรบ้างที่ผ่าน อย. ไทย

เหตุผลที่ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นอันดับหนึ่งในใจแพทย์ทั่วโลก

ฟิลเลอร์ Juvederm มีข้อดีอยู่หลากหลายประการ ทำให้แพทย์ส่วนใหญ่ทั่วโลกไว้วางใจและเลือกใช้เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการรักษาเกิดกับคนไข้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีเหตุผลรองรับดังต่อไปนี้

เหตุผลที่ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นอันดับหนึ่งในใจแพทย์ทั่วโลก
  • ฟิลเลอร์ Juvederm มีเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยยืดอายุ ให้ตัวยาในสภาวะปกตินั้นย่อยสลายได้ยาก มีอายุอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ แต่หากเกิดภาวะที่ต้องการรักษาเมื่อเกิดปัญหาจากฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด หรือ ผู้รับการรักษาด้วยฟิลเลอร์จูวิเดิร์มไป แต่อยากนำออก ฟิลเลอร์ Juvederm สามารถตอบสนองได้ดีด้วยการฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยารูโรนิเดส ทำให้สามารถสลายตัวยาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นให้กับคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว และคนไข้ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเอาออก นี่จึงเป็นข้อดีที่ทำให้แพทย์ให้การยอมรับและเลือกใช้งาน
  • ฟิลเลอร์ Juvederm มีการผสมยาชามาจากโรงงานผลิตทุกรุ่นเรียบร้อย ทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกสบาย แม้กระทั่งผู้ที่กังวลในเรื่องความเจ็บ ขณะรักษาก็สามารถสบายใจได้
  • ฟิลเลอร์ Juvederm มีผลการทดลองในห้องปฏิบัติการมากมายถึงประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม รวมถึงการทดลองในสัตว์ทดลองและมนุษย์ ว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่มีอันตรายหากใช้ทำการรักษาอย่างถูกต้อง ถูกวิธี โดยจำนวนผลการทดลองถือว่ามีมาสนับสนุนผลการรักษาอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ของยี่ห้อฟิลเลอร์ในท้องตลาดทั่วโลก
  • ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ Juvederm มีการสนับสนุนแพทย์เข้าร่วมประชุมวิชาการระดับโลก กับแพทย์ต่างชาติที่เป็นผู้คิดค้นวิธีการฉีดรักษาต่าง ๆ ในชื่อ Allergan medical institute ทำให้แพทย์ที่เลือกใช้ ฟิลเลอร์ Juvederm ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องผลลัพธ์หลังการรักษาสำหรับคนไข้ก็จะออกมาดีขึ้นเรื่อย ๆ และอัปเดตตลอดเวลาทั่วโลก

ฟิลเลอร์ Juvederm อันตรายไหม

สำหรับตัวยาฟิลเลอร์ Juvederm  ไม่ได้มีอันตรายที่น่ากลัว หากเป็นตัวยาแท้ ที่ผลิตอย่างถูกต้องจากบริษัท ปกติการฉีดฟิลเลอร์ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปรับรูปหน้าเท่านั้น ก็จะลดความเสี่ยงในแง่ของอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ลงไปได้

ดังนั้นก่อนทำการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ผู้ที่สนใจก็ควรทราบในแง่ของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์ Juvederm สามารถเกิดอันตรายเท่านั้น แต่หมายถึง ทุก ๆ การฉีดสารเติมเต็มสามารถเกิดอันตรายแบบเดียวกันได้ สำหรับอันตรายจากการฉีดสารเติมเต็มที่เกิดได้ มีดังนี้

  • ฟิลเลอร์อุดตันเข้าสู่เส้นเลือด ทำให้เกิดการเนื้อตาย หรือตาบอดได้ แก้ไขโดยการเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา ใช้เข็มปลายทู่ที่มีคุณภาพที่ดีในการรักษาจะลดความเสี่ยงประการนี้ลงไปได้
  • ฟิลเลอร์ บวมอักเสบ ติดเชื้อ โดยปกติประการนี้มักเกิดจากการดูแลหลังการรักษาไม่ดี หรือ ไม่ได้ทำการรักษาในสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง สำหรับการฉีดฟิลเลอร์เถื่อน ฟิลเลอร์หมอกระเป๋า จะมีโอกาสเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ การแก้ไขโดยการฉีดฟิลเลอร์ประเภทที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน บางจุดนี้ ผู้เข้ารับการรักษาต้องเลือกแพทย์ที่มีความสามารถในการฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงรู้คุณสมบัติของตัวยาที่จะใช้ในการรักษาอย่างถูกต้อง

การฉีดฟิลเลอร์ หรือแม้แต่สารเติมเต็มประเภทอื่น ๆ สามารถเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน หากแพทย์ที่ทำการรักษาไม่เชี่ยวชาญมากพอ ไม่รู้รายละเอียดของรุ่นยาที่ถูกต้อง หรือไม่ทราบวิธีการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีดฟิลเลอร์ – อาการแพ้ฟิลเลอร์ มีอะไรบ้าง อันตรายไหม?

ฟิลเลอร์ juvederm ผ่านอย.

ฟิลเลอร์ Juvederm อย.ไทย จุดจับผิดกับฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์แท้ อย.ไทย ที่เราพูด ๆ กันนั้น หมายถึงฟิลเลอร์ที่นำเข้ามาประเทศไทยอย่างถูกต้อง ผ่านและได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องจากองค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทย ว่าสามารถใช้เพื่อทำการรักษาได้ มีประสิทธิภาพและปลอดภัย แต่ก็มีบางสถานพยาบาล มีการลักลอบนำเข้ามาแบบไม่ถูกต้องเป็นยาที่ตรวจสอบไม่ได้ว่ามีที่มาจากไหน และไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่เป็นสารไฮยารูลอนิกแอซิดหรือไม่ ซึ่งวิธีการตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ที่ถูกต้องทำได้ ตามวิธีดังต่อไปนี้

  • สังเกตดูที่ฉลากกำกับยาจะต้องเป็นเอกสารกำกับยาที่ข้างกล่องเป็นภาษาไทย
  • ตรวจสอบได้กับบริษัทที่เป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายฟิลเลอร์ Juvederm โดยผู้ที่รับผิดชอบในการจัดส่ง คือ DKSH หรือตรวจสอบกับบริษัทยา Allergan
  • ชื่อยาบางรุ่นเมื่อเข้าประเทศไทยมาแล้ว จะได้ทะเบียนอย.ไทยอีกชื่อ ได้แก่ รุ่นฟิลเลอร์ Juvederm Ultra XC และ ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra plus XC ซึ่งในต่างประเทศจะเป็นชื่อรุ่น Ultra 3 และ Ultra 4

วิดีโอ : วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้ และฟิลเลอร์ปลอม

ผลลัพธ์หลังการฉีดรักษาฟิลเลอร์ Juvederm

 

หลังการฉีดรักษาฟิลเลอร์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาตรฟิลเลอร์ที่เติมเข้าไป หรือปัญหาเดิมที่คนไข้มีอยู่ ข้อได้เปรียบของฟิลเลอร์ Juvederm นอกจากจะอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่น ๆ แล้ว ยังมีความเข้มข้นของไฮยารูลอนิกแอซิดที่สูง ทำให้ตัวยาอุ้มน้ำและฟูได้มาก ผลลัพธ์หลังการรักษาที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่น่าพอใจ และถูกเลือกใช้โดยแพทย์ผิวหนังและความงามทั่วโลก

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์นั้นระยะที่คนไข้ต้องเข้าพักฟื้นจะไม่มีเลย ไม่จำเป็นต้องเก็บตัว คนไข้ที่รับการรักษาสามารถเข้าสังคมและทำงานได้ปกติทันที โดยไม่เป็นที่ผิดสังเกต ของบุคคลรอบตัว นี่จึงเป็นผลลัพธ์หลังการรักษาที่ทรงเสน่ห์ของการฉีดฟิลเลอร์ เมื่อเปรียบเทียบกับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่ยาวนาน มีรอยแผลเห็นได้ หรือ เป็นที่จับผิดของบุคคลอื่นในสังคม

ผลลัพธ์หลังการฉีดรักษาฟิลเลอร์ Juvederm
ผลลัพธ์หลังการฉีดรักษาฟิลเลอร์ Juvederm

ข้อปฏิบัติก่อนและหลัง การฉีดฟิลเลอร์ Juvederm

ก่อนการฉีดรักษาด้วยฟิลเลอร์ Juvederm

ก่อนการฉีดรักษาด้วยฟิลเลอร์ Juvederm
  • แจ้งโรคประจำตัว หรือยาที่ใช้ประจำให้แพทย์ที่ทำการรักษาทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์
  • หากรับประทานอาหารเสริมกลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี ใบแปะก๊วย แนะนำให้หยุดรับประทานก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ ประมาณ 3-7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยฟกช้ำ
  • งดออกกำลังกายก่อนทำการฉีดรักษาฟิลเลอร์ ใน 2-3 ชั่วโมง

หลังการฉีดรักษาด้วยฟิลเลอร์ Juvederm

หลังการฉีดรักษาด้วยฟิลเลอร์ Juvederm
  • งดแต่งหน้า ในช่วงระยะเวลา 12 ชั่วโมงแรก หรือ จนกว่าแผลรอยเข็มบริเวณใบหน้าจะหายสนิท
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 3-7 วัน
  • งดการทำทรีทเม้นท์ นวดหน้า หรือสัมผัสความร้อนในบริเวณที่ทำการรักษาด้วยฟิลเลอร์ ในช่วง 2 สัปดาห์
  • งดเข้าอบไอน้ำ (Stream) ซาวหน้า โยคะร้อน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการรักษา
  • แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หากมีอาการผิดปกติให้รีบเข้าพบแพทย์ที่ทำการรักษาฟิลเลอร์ Juvederm

Juvederm กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ต่างกันอย่างไร?

ในตลาดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิดที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต คุณสมบัติของตัวยา และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาและแพทย์สามารถเลือกใช้ฟิลเลอร์ได้ตรงตามความต้องการมากที่สุดค่ะ

Juvederm กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบฟิลเลอร์ยี่ห้อหลักในไทย

JuvedermRestylane Teoxane
ผู้ผลิตAllergan (สหรัฐฯ)Galderma (สวิตเซอร์แลนด์)Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์)
เทคโนโลยีVycross / HylacrossNASHA / OBTRHA (Resilient HA)
ความเข้มข้น HAสูงมาก (24 mg/ml)ปานกลาง (20 mg/ml)ปานกลาง-สูง
ความนุ่มนุ่มเนียนมากยืดหยุ่นดียืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว
ระยะเวลา9–24 เดือน6–18 เดือน9–18 เดือน
สลายด้วย Hyaluronidaseสามารถสลายฟิลเลอร์ไได้สามารถสลายฟิลเลอร์ไได้สามารถสลายฟิลเลอร์ไได้
ผ่าน อย.ไทยผ่านผ่านผ่าน
 

แพทย์เลือกใช้ยี่ห้อไหน ขึ้นอยู่กับอะไร?

ในทางปฏิบัติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ยึดติดกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งตายตัว แต่จะพิจารณาเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่

  • ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข เช่น บริเวณโครงหน้าและคางที่ต้องการความคงตัวสูง แพทย์มักเลือก Juvederm Voluma ส่วนบริเวณใต้ตาที่ต้องการตัวยานุ่มเป็นพิเศษ อาจเลือก Volbella หรือ Restylane Refyne
  • สภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ ผิวบางอาจต้องการฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า ส่วนผิวที่มีร่องลึกหรือหย่อนคล้อยมากต้องการตัวยาที่มีแรงยกสูง
  • ผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ ระหว่างความอวบอิ่ม ความคมชัด หรือความเป็นธรรมชาติ
  • ระยะเวลาที่ต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ Juvederm Voluma อยู่ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความถี่ในการกลับมาฉีดซ้ำ

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ถูกต้องสำหรับแต่ละตำแหน่งและแต่ละบุคคลนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก ไม่ควรระบุยี่ห้อหรือรุ่นที่ต้องการฉีดด้วยตนเอง เพราะการเลือกใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภทอาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับฟิลเลอร์ Juvederm

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับฟิลเลอร์ Juvederm

 Juvederm คืออะไร และแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

Juvederm คือฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิดที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Vycross ของบริษัท Allergan ทำให้โมเลกุล HA เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ส่งผลให้ตัวยาอยู่ได้นานกว่า สลายตัวในสภาวะปกติได้ยากกว่า และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

Juvederm มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นใช้ฉีดตรงไหน?

ปัจจุบัน Juvederm ที่ใช้ในประเทศไทยมี 6 รุ่นหลัก ได้แก่ Voluma (โครงหน้า แก้ม คาง อยู่นาน 24 เดือน), Volift (ริมฝีปาก 18 เดือน), Volbella (ใต้ตา ริมฝีปากบาง 15 เดือน), Volite (ฟื้นฟูผิว 9–12 เดือน), Ultra XC และ Ultra Plus XC (เทคโนโลยี Hylacross รุ่นคลาสสิก)

ฉีด Juvederm แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด โดยทั่วไปอยู่ได้ตั้งแต่ 9 เดือน (Volite) ไปจนถึง 24 เดือน (Voluma) ตำแหน่งที่มีการขยับบ่อย เช่น ริมฝีปาก จะสลายตัวเร็วกว่าตำแหน่งที่นิ่ง เช่น โหนกแก้มหรือคาง

Juvederm ผ่าน อย.ไทย ไหม และตรวจสอบได้อย่างไร?

Juvederm ที่นำเข้าอย่างถูกต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (อย.) สามารถตรวจสอบได้โดยดูฉลากภาษาไทยข้างกล่อง สอบถามกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง DKSH หรือตรวจสอบโดยตรงกับบริษัท Allergan

หากไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถสลาย Juvederm ออกได้ไหม?

ได้ค่ะ เนื่องจาก Juvederm เป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิด จึงสามารถสลายได้ด้วยการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ผลลัพธ์เริ่มเห็นภายใน 15–20 นาที และสมบูรณ์ภายใน 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

สรุป

ฟิลเลอร์ Juvederm ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เติมเต็มริ้วรอย หรือแก้ไขสัดส่วนใบหน้าให้สวยงามยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก ผลงานวิจัยที่รองรับด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพมากมาย รวมถึงความหลากหลายของรุ่นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกจุดบนใบหน้า ทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเลือกใช้และไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบรนด์ของฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา การเลือกรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการแก้ไข การใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย และการดูแลตนเองอย่างถูกต้องหลังการรักษา

หากคุณกำลังพิจารณาฉีด ฟิลเลอร์ Juvederm ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบคุณสมบัติของแพทย์ผู้รักษา ดูรีวิวและผลงานที่ผ่านมา สอบถามเกี่ยวกับฟิลเลอร์ที่ใช้ว่าเป็นของแท้หรือไม่ และอย่าลืมปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง ความเสี่ยง และการดูแลหลังการฉีด

การลงทุนกับความงามและความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเสมอ เลือกใช้บริการอย่างชาญฉลาด เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และยั่งยืนในระยะยาว

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

2 thoughts on “Juvederm คืออะไร? ของแท้ดูอย่างไร วิธีตรวจสอบก่อนฉีด

  1. Pingback: รู้ลึกรู้จริงเรื่องฟิลเลอร์ ตอน ฟิลเลอร์ Juvederm By dr.kanom

  2. Pingback: ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ดูจากอะไรให้คุ้มค่าและปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า