หลุมสิว เกิดจาก การทำร้ายผิวหน้า เรามีพฤติกรรมทำร้ายผิวหน้าหรือไม่

หลุมสิว เกิดจาก

 36 total views,  1 views today

หลุมสิว หรือเรียกอีกรูปแบบ คือ แผลเป็นชนิดหลุม ซึ่ง หลุมสิว เกิดจาก ร่องรอยของการหายของสิวที่เป็นโพรงจากการอักเสบ เป็นกระบวนการการรักษาตัวเองของร่างกายหลังจากเกิดบาดแผลหรือการอักเสบ เมื่ออาการของการอักเสบฟื้นฟูดีขึ้น ผิวหนังที่ถูกทำลายเป็นโพรงจึงยุบตัวลงมากลายเป็นหลุมสิว

สารบัญ

>> มารู้จักนวัตกรรมรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุด ได้ที่นี่ <<

หลุมสิว เกิดจาก อะไร

หลุมสิว เกิดจาก สาเหตุใด

หลุมสิว อาจเป็นแค่หลุมเล็กๆ ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน จนถึงเป็นหลุมลึกแบบเห็นชัดเจน เนื้อเยื่อบริเวณที่เคยมีหัวสิวอักเสบยุบลง จนกลายเป็นหลุมแผลเป็นทิ้งไว้ โดยสิวที่อักเสบจะมีทั้งเชื้อแบคทีเรียและหนองอยู่ภายใน มีการอักเสบก่อให้เกิดเอ็นไซม์ ที่ทำร้ายผิวโดยทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลาย ถ้าสิวเม็ดไม่ใหญ่นักก็จะทิ้งแผลเป็นขนาดเล็ก ถ้าสิวเม็ดใหญ่โดยเฉพาะสิวหัวช้างก็จะลงลึกถึงชั้นผิวหนังชั้นในเกิดเป็นหลุมลึกและผังผืดตามมา

ประเภทของหลุมสิว

Rolling Scar : หลุมสิวแบบคลื่น หลุมสิวประเภทนี้เราสามารถพบได้ทั่วไปเกิดจากเวลาที่เป็นสิวแล้วเราไปแคะ แกะ เกา มีลักษณะเป็นหลุมที่ค่อนข้างตื้นโดยสามารถรักษาได้ตามนี้

  • ใช้ยารักษาที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาเติมเต็มบริเวณผิวที่เป็นหลุม
  • เลือกรักษาด้วยการยิงเลเซอร์กระจายเข้าไปในบริเวณที่เป็นหลุมสิวกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่

Box scar : หลุมสิวแบบบ่อ มีขอบชัดเจน จะมีความลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ในระดับชั้นผิวเท่านั้น สามารถรักษาได้โดยการใช้ยาควบคู่กับการทำทรีทเม้นท์ ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดขึ้นจากการเป็นสิวอักเสบในชั้นลึก และโรคอีสุกอีใสสามารถรักษาได้หลายวิธีด้วยกัน

  • ใช้ยารักษาที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์
  • ทำ Subcision รักษาหลุมสิวโดยการใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิว เพื่อตัดเซาะพังผืดที่รั้งหลุมสิวไว้
  • ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มผิวที่เป็นหลุมสิวให้กลับมาเรียบเนียน

Ice pick scar : หลุมสิวลักษณะนี้จะเป็นหลุมลึก ปากของหลุมแคบ สิวกินเนื้อไปจนถึงชั้นรูขุมขน ใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานเพื่อช่วยให้รอยหลุมตื้นขึ้นมา สาเหตุมาจากสิวอักเสบขนาดเล็ก/ สิวผดที่อักเสบ

  • ทำทรีตเมนต์เฉพาะจุดด้วย กรด TCA (Trichloroacetic Acid)
  • รักษาด้วยโปรแกรมที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Fractional RF)

โอกาสทำให้เกิดหลุมสิว

ใบหน้ามีสิวขึ้นหรือผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรียลุกลาม หากสิวขึ้นมานานแล้วไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่ง หลุมสิว เกิดจากใต้ชั้นผิวหนังบริเวณนั้นเป็นหนองเกิดเป็นโพรงขึ้นมา พบได้บ่อยบริเวณโหนกแก้ม คาง หรือจมูก โดยสิวที่เป็นเหตุให้เกิด หลุมสิว มักเป็นสิวเม็ดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง หรือ สิวอุดตัน

โอกาสที่ไม่ทำให้เกิดหลุมสิว

ขึ้นอยู่ตำแหน่งของสิวที่จะเกิดขึ้น ถ้าเป็นสิวหรือเป็นแผลอักเสบที่ผิวหนังชั้นบนไม่กินลึก โดยส่วนเมื่อหายแล้วก็จะไม่ทิ้งรอยแผลที่ยุบตัวให้เห็น ซึ่ง หลุมสิว เกิดจาก การรักษาแผลที่เกิดในชั้นลึกลงยังผิวชั้นใน โดยสร้างพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไป จึงเกิดเป็นหลุมสิวนั่นเอง

การรักษาหลุมสิวที่ผิดวิธี

การรักษาหลุมสิวอย่างผิดวิธีทำให้ผิวเป็นแผลเป็น ซึ่ง หลุมสิว เกิดจาก การยุบตัวขึ้นภายในชั้นผิวหนังลึก ซึ่งทำให้คอลลาเจนภายในผิวเสียหาย หากมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ อาจทำให้ผิวหน้าถูกทำร้ายจากเดิมมากขึ้น

พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหน้า

  • บีบสิว
  • แคะสิว
  • แกะสิว
  • เกาสิว
  • ปล่อยให้สิวหายเองจนผิวยุบตัว

การรักษาหลุมสิวอย่างถูกวิธี

  • การทายา : การทายาเหมาะกับหลุมสิวประเภท Rolling scar เพราะเป็นหลุมสิวตื้นๆ อยู่ในระดับที่ยังไม่ลึกมาก จึงสามารถทายาเพื่อช่วยเติมเต็มเนื้อผิวได้
  • การทำเลเซอร์ : การทำเลเซอร์เหมาะกับหลุมสิวทั้ง 3 ประเภท แต่การทำเลเซอร์อาจมีผลข้างเคียงคือต้องใช้เวลาในการพักฟื้นผิวนาน และควรเลี่ยงการโดนแสงแดดเพราะผิวจะคล้ำและเป็นรอยง่าย
  • การลอกผิว : การลอกผิวเหมาะกับหลุมสิวทุกประเภท แต่จะเห็นผลดีที่สุดในหลุมสิวประเภท Rolling scar เพราะเป็นหลุมสิวที่ตื้นจึงรักษาได้ง่ายกว่าหลุมสิวประเภทอื่น
  • การทำ Skin Needle : ใช้เข็มขนาดเล็กมากแตะลงบนผิว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ คอลลาเจน และอิลาสตินของผิวใหม่ ทำให้ผิวได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้น
  • การเลาะพังผืด : การเลาะพังผืด (Subcision) คือ การใช้เข็มลักษณะพิเศษที่สามารถสอดลงไปใต้ผิวหนังได้ เพื่อเลาะหรือตัดพังผืดใต้ผิวออก
  • การฉีดฟิลเลอร์  : การฉีดฟิลเลอร์ คือ การนำสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) มาฉีดเพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้ผิวดูเต็มขึ้น โดยจะเห็นผลว่าหลุมสิวดูตื้นขึ้น 30-70%
หลุมสิวเกิดจาก

สรุป

หลุมสิว เกิดจาก การอักเสบของผิวเองก็ดี แต่ปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมการทำร้ายผิวหน้าของเรา เช่น การบีบหรือกดสิว ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดหลุมสิว ให้มีใบหน้าสวยเรียบเนียนอยู่กับเราไปนานๆ

บทความแนะนำสำหรับผู้สนใจ หลุมสิว

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC

บทความยอดนิยม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *