หลายคนที่กำลังคิดจะทำร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียว หรือกระตุ้นคอลลาเจนผิว มักสงสัยว่าการ ร้อยไหม มีกี่แบบ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้ไหมแบบไหนดี?
ความจริงแล้วไหมร้อยหน้ามีหลากหลายชนิด แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ไหมที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน วัตถุประสงค์การรักษา และงบประมาณ
บทความนี้หมอขนมจะพาไปรู้จักกับไหมร้อยหน้าทุกประเภท ทั้งไหมที่ไม่ละลายและไหมละลาย พร้อมทั้งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละชนิด เพื่อให้คุณเข้าใจและตัดสินใจเลือกไหมที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ
การร้อยไหม เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่ง เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยไหมที่ใช้สำหรับทำใบหน้าให้เรียวสวย ส่วนใหญ่เป็น “ไหมละลาย” ซึ่งเป็นการยกกระชับ เก็บเหนียง ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว (V-Shape) ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าจริงๆ ควรเลือกใช้ ไหมละลายแบบมีเขี้ยวมากกว่า ซึ่งการรักษาจะใช้ไหมมีเขี้ยวเกี่ยวชั้นใต้ผิวหนังและดึงขึ้น เพื่อล็อกเนื้อเยื่อ – ร้อยไหม หัตถการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ไหมพลาสติกประเภท พอลิโพรไพลีน (Polypropylene)
ไหมชนิดนี้เป็นไหมที่ไม่ละลาย เป็นไหมเทียมที่แพทย์ใช้ทำการเย็บแผล ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายก้างปลา เพื่อดึงรั้งมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้กระชับ ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว เนื่องจากมีผลข้างเคียงหลายประการ เช่น เกิดการอักเสบบริเวณปมไหม เมื่อใช้ไปสักระยะตัวก้างปลามักจะหัก ทำให้ผิวหน้ากลับมาหย่อนคล้อยลงได้อีก หรือ เส้นไหมแทงออกมาจากผิวหน้า ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญทำการผ่าตัดเอาออก
- ไหมทองคำ (Gold Thread)
เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ด้วยความเชื่อที่ว่าทองคำช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เต่งตึง ช่วยชะลออายุผิว และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ขนาดที่นำมาใช้เล็กเท่าเส้นผม ร้อยเป็นโครงตาข่ายใต้ผิวหนัง จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าทองคำบริสุทธิ์ไม่มีปฏิกิริยากับสารเคมีใดๆต่อเซลล์ของร่างกาย แต่การร้อยไหมทองก็มีข้อจำกัด เช่น มีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับไหมชนิดอื่น ใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ไม่ทนต่อความร้อน ผิวที่ผ่านการร้อยไหมชนิดนี้ไม่สามารถทำเลเซอร์หรือ ทรีทเม้นท์ผิวหน้าที่ต้องสัมผัสกับความร้อน เพราะอาจเกิดการบิดเบี้ยวของรูปหน้า และในบางรายอาจเกิดอาการแพ้ได้
2. ไหมละลาย
เป็นเส้นไหมที่เกิดจากการสังเคราะห์ เมื่อร้อยไหมเข้ากับใบหน้า ไหมชนิดนี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ
- ไหมเรียบ (Mono threads)
เป็นไหมละลายเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียว เป็นไหมที่ใช้ในสมัยแรกๆ ที่การร้อยไหมยังไม่เป็นที่นิยม ลักษณะเป็นเส้นสั้นสอดเข้าชั้นผิวตื้นเพื่อให้ใบหน้าตึงขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยยกกระชับผิวแต่อย่างใด อาการบวมหลังจากการร้อยไหมประเภทนี้ ทำให้ผู้ที่ร้อยไหมรู้สึกใบหน้าดูเต่งตึงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันนี้แทบไม่มีผู้ที่ร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้าโดยใช้ไหมเรียบแล้ว
- ไหมเกลียว (Screw threads)
เป็นไหมละลายที่มีความแข็งแรงกว่าไหมเรียบ มีลักษณะเป็นม้วนคล้ายสปริง และอาจเป็นเส้นเดียวหรือสองเส้นพันกันเป็นเกลียว ลักษณะเกลียวที่เพิ่มขึ้นมานี้ จะช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบเป็นแอ่งได้ และสามารถช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนยาน
- ไหมเงี่ยง (Barbed threads หรือ Cog threads)
เป็นไหมละลายที่นิยมมากในปัจจุบัน ลักษณะเป็นเส้นคล้ายก้างปลาจึงใช้ดึงผิวให้ยกขึ้นได้ดี ช่วยลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้ ไหมชนิดนี้อาจมีการใช้ชื่ออื่นๆ เช่น ไหมก้างปลา ไหมปากฉลาม หรือไหมกุหลาบ
- ไหมกรวย (Silhouette soft)
เป็นไหมละลายรูปแบบใหม่ ที่มีปมกลมๆ ตามแนวเส้นไหม และมีพลาสติกทรงกรวยเล็กๆ อยู่ระหว่างปมของเส้นไหม ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทำให้จับเนื้อเยื่อได้มากขึ้น โดยไม่มีผลทำให้เนื้อเยื่อภายในบาดเจ็บมากนัก ไหมชนิดนี้จึงเน้นช่วยยกกระชับผิวมากกว่าการสร้างคอลลาเจน สามารถยกกระชับผิวได้ดีกว่าไหมรูปแบบอื่น ไม่เกิดความระคายเคือง และถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลยกกระชับที่ยาวนานกว่า
โดยผลจะคงอยู่ 1-3 ปี แต่ข้อเสียของไหมกรวยคือ อาจใช้เวลาในการทำนานกว่า และมีอาการปวดหรือบวมหลังจากการทำ แต่อาการจะหายไปภายใน 2-3 วัน นอกจากนี้ ไหมชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม
| อ่านเพิ่มเติม ไหมละลาย คืออะไร?
- การร้อยไหม ช่วยกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนที่ผิวหนัง เช่น การร้อยไหมละลาย PDO หรือ ไหมทองคำ ไหมจะถูกร้อยเข้าไปอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน และอิลาสติน | ไหมโครงตาข่าย ตัวช่วยยกกระชับปรับหน้าเรียว
- ใช้ร้อยชั้นไขมันเข้ากับชั้นใต้ผิวหนังเข้าหากัน เสริมความแน่นของผิวหนัง เป็นการแก้ปัญหาคาง 2 ชั้น หรือทำให้หน้าที่หย่อนกระชับขึ้น แต่ลักษณะการร้อยแบบนี้ การกระตุ้นเซลล์ผิว ให้เกิดคอลลาเจน และอิลาสติน จะน้อยกว่าลักษณะแรก
- แพทย์จะให้คำปรึกษาและแนะนำ สอบถามประวัติว่ามีโรคหรือยาที่ใช้ประจำหรือไม่ เนื่องจากสารในตัวยาบางชนิดอาจมีผลต่อการร้อยไหม เช่น แอสไพริน นอกจากนี้แพทย์จะวิเคราะห์วางแผนการร้อยไหมจากอายุ และลักษณะใบหน้าส่วนบุคคล เพื่อการเลือกชนิดไหม ขนาด จำนวนไหม | เกณฑ์การเลือกร้อยไหมที่ไหนดี
- ฉีดยาชา แพทย์จะฉีดยาชาให้กับผู้ร้อยไหมในกรณีที่ไม่มีประวัติการแพ้ยาชา
- ทำสัญลักษณ์ ตามตำแหน่งที่จะทำการร้อยไหม
- ทำการร้อยไหม โดยการสอดเส้นไหมเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ส่วนของเส้นไหมที่เป็นเงี่ยงจะทำการยกกระชับผิวหน้าขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดการอักเสบเพื่อเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ในกระบวนการทั้งหมดนี้แพทย์จะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที แต่หลังจากนั้นอาจเกิดอาการบวมที่ใบหน้า ซึ่งจะหายได้เองใน 1-2 วัน
สรุป
สรุปแล้ว ร้อยไหม มีกี่แบบ และแต่ละชนิดมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างไร การเลือกใช้ไหมที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากลักษณะผิวหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และผลลัพธ์ที่คาดหวังด้วย
ปัจจุบันไหมละลายที่มีเงี่ยง (Barbed threads) เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะสามารถยกกระชับใบหน้าได้ดี กระตุ้นคอลลาเจน และมีความปลอดภัยสูง สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีและยาวนาน ควรเลือกใช้ไหมกรวย (Silhouette soft) ซึ่งให้ผลยกกระชับที่ดีเยี่ยมถึง 1-3 ปี
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการร้อยไหมคือทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำ การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ และใช้ไหมที่มีคุณภาพได้รับการรับรอง จะช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีตามที่ตค้องการค่ะ
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


