RWC Clinic สรุปให้
- ร้อยไหม ไหมขาด เกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ ตัวเส้นไหมไม่ได้มาตรฐาน เทคนิคการร้อยไม่ถูกต้อง และพฤติกรรมหลังร้อยไหม
- อาการที่บอกไหมขาด เช่น รู้สึกมีบางสิ่งขาดหลุดใต้ผิว ผลการยกกระชับหายไปก่อนเวลา หน้าตกหรือหย่อนคล้อยกลับมาเร็วผิดปกติ
- ไหมขาดไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความสวยและผลลัพธ์การรักษา ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและแก้ไข
- ไหมชนิด PCL ผสม PLLA ขาดยาก เพราะมีความยืดหยุ่นสูงและแข็งแรงทนทาน ส่วนไหม PLLA เปราะและขาดง่ายกว่า
- การป้องกันร้อยไหม ไหมขาดทำได้ โดยเลือกคลินิกมาตรฐาน ใช้ไหมที่มีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างหรือแสดงสีหน้ามากในช่วง 1 เดือนแรก
ร้อยไหม ไหมขาด หนึ่งในข้อกังวลหลักสำหรับคนที่ต้องการการยกกระชับใบหน้า การร้อยไหมช่วยปรับรูปหน้าหรือทำร้อยไหมหน้าเรียวให้กระชับขึ้นได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนการผ่าตัด
บทความนี้จาก RWC Clinic ที่เข้าใจความกังวลเรื่องร้อยไหม ไหมขาดเป็นอย่างดี ได้รวมข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับปัญหาไหมขาดเอาไว้ ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีแก้ไข การป้องกัน เพื่อเป็นแนวทางให้สามารถตัดสินใจและรู้วิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- อาการที่บ่งบอกว่าไหมขาดหลังร้อยไหม
- ไหมขาดเกิดจากอะไร มีสาเหตุไหนที่ต้องระวังบ้าง ?
- ไหมขาดอันตรายไหม ผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว
- สิ่งที่ควรทำเมื่อไหมขาด ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ ?
- คลินิกมีวิธีแก้ไขปัญหาไหมขาดแบบไหนบ้าง ?
- ไหมร้อยชนิดไหนขาดง่ายหรือทนทานเป็นพิเศษ เพราะอะไร ?
- ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขไหมขาด
- ตัวอย่างคนไข้ที่เคยแก้ไขปัญหาไหมขาด
- จะป้องกันไหมขาดได้อย่างไรบ้าง ?
- สรุป
อาการที่บ่งบอกว่าไหมขาดหลังร้อยไหม
ร้อยไหม ไหมขาด คือปัญหาที่อยู่ใต้ผิวหนังทำให้มองไม่เห็น แต่ก็มีสัญญาณเตือนที่พอสังเกตได้ ดังนี้ค่ะ
- มีความรู้สึกเหมือนมีอะไร “เปาะ” หรือขาดออกจากกันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะตอนขยับใบหน้าแรง ๆ เช่น อ้าปากกว้างและหัวเราะ
- ผลลัพธ์การยกกระชับลดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ผิวกลับมาหย่อนคล้อยใน 1–2 สัปดาห์แรก
- ใบหน้าดูไม่สมมาตร หรือมีข้างใดข้างหนึ่งหย่อนลงผิดปกติ
- รู้สึกเสียวแปลบ ๆ บริเวณที่ร้อยไหม เกิดจากปลายไหมที่ขาดไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อ
อาการเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับอาการบวมหรือปัญหาหลังร้อยไหมทั่วไป ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้กลับไปปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการเพื่อประเมินอีกครั้งค่ะ
คุณภาพของเส้นไหมที่ไม่แข็งแรง
เส้นไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความยืดหยุ่น หรือมีขนาดเล็กเกินไป ไม่สามารถทนต่อแรงตึงจากการขยับของใบหน้าได้และเสี่ยงต่อการขาด
ตัวอย่างเช่น ไหม PLLA แข็งแรงทนต่อแรงดึงได้ดี แต่กลับมีข้อเสียคือเปราะและขาดง่าย ไม่ค่อยยืดหยุ่น มีความเสี่ยงในการใช้งานมากกว่าไหมชนิดอื่น ควรเลือกคลินิกที่ใช้ไหมคุณภาพ ผ่านการรับรองจาก อย. และ FDA ค่ะ
เทคนิคการร้อยไหมที่ไม่เหมาะสม
ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการร้อยไหม ถ้าแพทย์เลือกใช้ไหมผิดประเภทกับจุดที่ทำการร้อย หรือร้อยไหมในทิศทางที่ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า อาจทำให้เกิดแรงตึงรั้งมากเกินไปจนไหมขาดได้
อีกประเด็นที่ต้องระวังคือการดึงไหมตึงมาก ๆ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม หรือมีรอยร่องแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ไหมขาดเมื่อมีการขยับใบหน้า รวมถึงการร้อยไหมจำนวนน้อยก็ทำให้ไหมต้องรับแรงต้านของผิวที่หย่อนมากเกินไป
พฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังร้อยไหม
พฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังทำหัตถการมีผลอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกที่เส้นไหมยังไม่เข้าที่ การเคลื่อนไหวใบหน้าที่รุนแรงอาจทำให้ไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อนหรือขาดได้ พฤติกรรมที่ควรระมัดระวังมีดังนี้
- การอ้าปากกว้างเกินไป เช่น การทำฟัน การหาว
- การแสดงสีหน้ามาก ๆ เช่น การหัวเราะหรือยิ้มกว้าง
- การขยับใบหน้าอย่างรุนแรงจากการแปรงฟัน
ไหมขาดอันตรายไหม ผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว
เมื่อเกิดปัญหา ร้อยไหมไหมขาด หลายคนกังวลว่าร้อยไหมอันตรายไหม ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เพราะไหมที่ใช้เป็นชนิดที่ละลายได้และจะสลายไปเองตามธรรมชาติ แต่การที่ไหมขาด ก็ยังส่งผลในด้านอื่น ๆ ได้แก่
ผลกระทบต่อความสวยงามและใบหน้า
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือผลลัพธ์การยกกระชับไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ถ้าไหมขาด แรงดึงที่ช่วยพยุงผิวก็ลดลง ทำให้ใบหน้ากลับมาหย่อนคล้อย หรือเกิดความไม่สมมาตร กรณีที่ไหมขาดแค่บางเส้นก็ทำให้ใบหน้าสองข้างดูไม่เท่ากัน สิ่งนี้กระทบต่อความมั่นใจและอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการแก้ไข
ผลกระทบต่อสุขภาพผิวและภาวะแทรกซ้อน
ส่วนผลกระทบต่อผิวกับภาวะแทรกซ้อนนั้น โดยปกติไหมที่ขาดจะค่อย ๆ สลายไปเองและไม่สร้างปัญหา แต่ในบางกรณีที่พบได้ไม่บ่อย ก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น
- รู้สึกระคายเคืองหรือเสียวแปลบบริเวณที่ไหมขาด ถ้าปลายไหมเสียดสีกับเนื้อเยื่อด้านใน
- เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ถ้าไหมทะลุออกมานอกผิวหนัง หรือมีการดูแลแผลที่ไม่สะอาด
- ต้องเข้ารับการรักษาเพิ่มเติม หรือทำการร้อยไหมใหม่อีกครั้ง
การดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กระทบกระเทือนใบหน้า เช่น การอ้าปากกว้าง การนวด หรือกดบริเวณที่ร้อยไหม
- สังเกตและบันทึกอาการที่เกิดขึ้น เช่น ความรู้สึกตอนที่ไหมขาด ลักษณะอาการปวด หรือความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า
- ถ่ายรูปใบหน้าเก็บไว้ เพื่อใช้เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงให้แพทย์ดู
- ติดต่อคลินิกที่เข้ารับบริการ เพื่อแจ้งอาการและนัดหมายให้แพทย์ประเมิน
สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
- อาการบวมแดงที่เป็นมากขึ้นหลังผ่านไป 4 วัน
- มีไข้ หรือรู้สึกปวดรุนแรงผิดปกติในบริเวณนั้น
- มองเห็นปลายเส้นไหมโผล่ออกมาจากผิวหนัง
- มีหนองหรือของเหลวซึมออกมาจากรอยไหม
- ใบหน้าผิดรูปหรือเกิดการบิดเบี้ยว
- การติดตามอาการ (Wait and See) ถ้าไหมขาดแค่เล็กน้อยและไม่ส่งผลกระทบมาก แพทย์อาจแนะนำให้รอให้ไหมสลายตัวเองตามธรรมชาติ เพราะไหมค่อย ๆ ละลายหมดไปเอง
- การร้อยไหมเสริม ถ้าต้องการแก้ไขผลลัพธ์ที่ไม่สวย แพทย์อาจแนะนำให้ร้อยไหมเพิ่มเติมในจุดที่ต้องการ โดยใช้ไหมที่มีคุณภาพมากขึ้น
- การทำหัตถการอื่นร่วมด้วย บางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น HIFU หรือ Thermage เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยเสริมผลลัพธ์
- การนำไหมออก กรณีที่ไหมทะลุผิวหรือก่อให้เกิดปัญหา แพทย์อาจต้องนำไหมออก เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อนมากนัก
ไหมร้อยชนิดไหนขาดง่ายหรือทนทานเป็นพิเศษ เพราะอะไร ?
ไหมแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในเรื่องความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และระยะเวลาในการสลายตัวที่ไม่เหมือนกัน มีผลต่อโอกาสที่ที่ร้อยไหม ไหมขาดได้ โดยส่วนใหญ่ ไหมละลาย ที่ใช้มี 3 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้
| ชนิดของไหมละลาย | คุณสมบัติของไหมละลาย |
|---|---|
| ไหม PDO (Polydioxanone) | - มีความยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ - ละลายหมดภายใน 4-6 เดือน - โอกาสขาดปานกลาง เนื่องจากมีความนิ่มและยืดหยุ่น |
| ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) | - มีความยืดหยุ่นต่ำ มีความแข็งแต่เปราะบาง - ละลายหมดภายใน 12-18 เดือน - โอกาสขาดสูง เพราะขาดความยืดหยุ่น เปราะและหักง่ายเมื่อมีการขยับใบหน้า |
| ไหม PCL (Polycaprolactone) | - มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรงทนทาน - ละลายหมดภายใน 12-24 เดือน - โอกาสขาดน้อยมาก เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ไม่เปราะหักง่าย |
นอกจากนี้ ยังมีไหมที่เป็นการผสมผสานวัสดุ PCL และ PLLA เข้าไว้ด้วยกัน โดยนำเอาคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นของ PCL มารวมกับการกระตุ้นคอลลาเจนของ PLLA ทำให้เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่แนะนำค่ะ
ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขไหมขาด
ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาร้อยไหม ไหมขาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีการแก้ไข จำนวนเส้นไหมที่ต้องใช้ และคลินิกที่เลือกใช้บริการ กรณีร้อยไหมเพิ่มเติมโดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้
- ร้อยไหมก้างปลา PDO เริ่มต้นประมาณ 8,900 – 15,000 บาท ต่อ 6-10 เส้น
- ไหมก้างปลา PCL หรือ PCL ผสม PLLA ประมาณ 15,000 – 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้น
- ไหมเส้นเล็ก (ไหมคอลลาเจน) ประมาณ 200-450 บาทต่อเส้น
ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพเสมอไป คลินิกที่ราคาถูกอาจใช้ไหมคุณภาพต่ำที่มีโอกาสขาดสูง ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ และใช้ไหมที่ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ
ก่อนร้อยไหม
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง
- สอบถามชนิดของไหมที่ใช้ ควรเป็นไหมที่ผ่านการรับรองจาก อย. และ FDA
- เลือกใช้ไหมที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น PCL หรือ PCL ผสม PLLA
- อย่าเลือกจากราคาถูกแค่อย่างเดียว เพราะอาจได้ไหมคุณภาพต่ำ
หลังร้อยไหม (ช่วง 1 เดือนแรก)
- หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง เช่น อ้าปากทำฟัน หาว หรือแปรงฟันแรง ๆ
- ลดการแสดงสีหน้ามากเกิน เช่น หัวเราะเสียงดัง ยิ้มกว้าง
- หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งหรือเคี้ยวแรง ๆ
- ห้ามนวด กด หรือขยี้บริเวณที่ร้อยไหม
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ถ้ามีอาการผิดปกติ รีบกลับไปพบแพทย์
สรุป
ร้อยไหม ไหมขาด ปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากคุณภาพของเส้นไหม เทคนิคการร้อยของแพทย์ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังทำหัตถการ แม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ส่งผลต่อความสวยงามและความพึงพอใจในผลลัพธ์
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การป้องกัน โดยการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้ไหมคุณภาพดีอย่าง PCL หรือ PCL ผสม PLLA และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกหลังร้อยไหม
ถ้ามีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการร้อยไหมไหมขาด หรือหากไม่แน่ใจว่าควรร้อยไหมที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกมาตรฐาน RWC Clinic เรายินดีให้บริการด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไหมคุณภาพมาตรฐาน การดูแลทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามที่เหมาะกับคุณค่ะ
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


