RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline Filler) คือการฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณกราม ขากรรไกรล่าง และคาง เพื่อสร้างเส้นกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- เห็นผลหลังฉีด จะเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังฉีดทันที ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ อยู่ได้ 6-24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นฟิลเลอร์
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เหมาะกับคนที่ไม่พร้อมทำศัลยกรรมหรือพักฟื้นนานๆ
- ช่วยแก้หลายปัญหา กรอบหน้าไม่ชัด หน้าไม่มีมิติ คางสั้น ผิวหย่อนคล้อย หน้าไม่สมมาตร
- ใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่น เช่น Juvederm Volux, Restylane Lyft, Belotero Intense ที่มีความคงตัวดี
กรอบหน้าที่ชัด สันกรามเด่น เป็นสัดส่วนที่ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและดูเข้ากับวัยมากขึ้น แต่หลายคนพบว่าตนเองมีกรอบหน้าไม่ชัดจากพันธุกรรม หรือผิวหย่อนคล้อยตามวัย ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ
ปัจจุบัน ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline Filler) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับโครงสร้างใบหน้าให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และผลลัพธ์ที่ได้มักดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ต้องการปรับรูปหน้า
บทความนี้ RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับฟิลเลอร์กรอบหน้าอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ขั้นตอนการทำ การดูแลตัวเอง รวมถึงข้อควรพิจารณาในการเลือกคลินิกและแพทย์ค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า คืออะไร ? ช่วยแก้ปัญหาโครงหน้าแบบไหน
- ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า เหมาะกับใครบ้าง ?
- ขั้นตอนการฉีด Jawline Filler
- การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า
- ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้ายี่ห้อไหนดี ?
- การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าสำหรับผู้ชาย
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า
- ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าที่ไหนดี ? การเลือกคลินิกและแพทย์
- สรุป
ฟิลเลอร์กรอบหน้า คืออะไร ? ช่วยแก้ปัญหาโครงหน้าแบบไหน
ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline Filler) คือการฉีดสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) ประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปยังบริเวณกราม ขากรรไกรล่าง และคาง เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้มีความชัดเจน เห็นเส้นกรอบหน้าดีขึ้น
กรอบหน้า (Jawline) หมายถึงบริเวณส่วนล่างของใบหน้า เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าของใบหู ไล่ไปตามแนวขากรรไกรล่าง จนถึงปลายคาง การมีกรอบหน้าที่ชัดจะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ได้สัดส่วน และแยกส่วนระหว่างหน้ากับคอได้ชัดเจน
ฟิลเลอร์กรอบหน้าช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?
- กรอบหน้าไม่ชัด สันกรามไม่เด่น – ช่วยสร้างเส้นกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- ใบหน้าไม่มีมิติ หน้าแบน – เพิ่มความชัดเจนของมุมมอง
- ผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย – ช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า
- หน้าและคอดูรวมกัน – สร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างใบหน้ากับลำคอ
- กรามไม่สมมาตร หน้าเบี้ยว – ช่วยปรับให้ใบหน้าทั้งสองข้างดูสมดุลขึ้น
- คางสั้น คางตัด – เมื่อฉีดร่วมกับฟิลเลอร์คาง จะช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้น
จุดที่สามารถฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าได้
การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าอาจฉีดได้หลายจุด ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ได้แก่
- บริเวณหน้าใบหู – ช่วยยกกระชับผิวช่วงกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ
- มุมสันกราม – สร้างความชัดเจนให้สันกราม ช่วยยกกระชับแก้มห้อย
- แนวขากรรไกร – ทำให้เส้นกรอบหน้าชัดขึ้น สร้างไลน์ที่เห็นได้ชัดเจน
- สันกระดูกใต้คาง – เพิ่มความยาวคาง ยกกระชับเหนียง ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
หมายเหตุ: ในบางเคสที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางตัด แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์คางร่วมด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นสันกราม ซึ่งเกิดจากพันธุกรรม โครงกระดูกขากรรไกรไม่เด่น หรือมีไขมันบริเวณแก้มมาก
- ผู้ที่มีปัญหาหน้ากลม หน้าอูม หน้าไม่มีมิติ ใบหน้าดูแบน ไม่มีเหลี่ยมมุม ต้องการให้ดูมีมิติขึ้น
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย จากอายุที่มากขึ้น คอลลาเจนลดลง ทำให้ผิวไม่กระชับ กรอบหน้ากับคอดูรวมกัน
- ผู้ที่มีหน้าใบหน้าไม่สมมาตร กรอบหน้าเบี้ยว กรามด้านซ้ายและขวาไม่เท่ากัน ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล
- ผู้ที่มีคางสั้น คางตัด สามารถฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าและฉีดฟิลเลอร์คางร่วมกัน อาจช่วยให้หน้าดูได้สัดส่วนขึ้น
- ผู้ที่มีน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวไม่กระชับ แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ชายที่ต้องการสันกรามชัด เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการให้ใบหน้าดูมีความชัดเจน
- ผู้หญิงที่ต้องการหน้าเรียว แต่ยังคงความหวานละมุน ไม่ให้ดูแข็งเกินไป
ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้
- คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid หรือยาชา
- ผู้ที่มีผื่นแพ้ ผิวหนังติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
การประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษา
ปรึกษาแพทย์และประเมินปัญหา
- วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ความสมมาตรของกราม ความชัดเจนของกรอบหน้าปัจจุบัน
- ประเมินปัญหา เช่น กรอบหน้าไม่ชัด ผิวหย่อนคล้อย กรามไม่เท่ากัน
- สอบถามความต้องการ ว่าต้องการให้กรอบหน้าชัดแบบไหน เน้นสันกราม หรือให้หน้าเรียว
- ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่แพ้ ยาที่กินเป็นประจำ ประวัติการทำศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์เดิม
วางแผนการรักษา
- จุดที่จะฉีด เช่น บริเวณหน้าใบหู มุมสันกราม แนวขากรรไกร หรือสันกระดูกใต้คาง
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาและความต้องการ
- ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ เลือกฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่เหมาะกับการปรับโครงสร้าง
- พิจารณาหัตถการเสริม เช่น ต้องฉีดฟิลเลอร์คางร่วมด้วยหรือไม่ หรือควรฉีดโบท็อกซ์กรามก่อน
การเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการ
เตรียมผิวและแปะยาชา
- ทำความสะอาดใบหน้า เช็ดเครื่องสำอางออกหมด ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีด
- แปะยาชา ประมาณ 20-30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดขณะฉีด
- แกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดู แพทย์ควรแกะกล่องฟิลเลอร์ใหม่ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ได้รับการรับรอง
กระบวนการระหว่างฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า
ฉีดฟิลเลอร์ตามจุดที่วางแผน
- แพทย์จะกำหนดจุดฉีดบนใบหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมมาตร
- ใช้เทคนิคการฉีดที่เหมาะสม เช่น การฉีดแบบ Linear Threading, Fanning หรือ Cross-Hatching
- ระหว่างฉีดจะมีการประคบเย็น เพื่อลดความเจ็บและอาการบวม
- ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มียาชาผสมอยู่แล้ว (Lidocaine) ช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด
- ระยะเวลาการทำ ประมาณ 30-45 นาที (ไม่รวมเวลารอยาชา)
ตรวจสอบผลลัพธ์และปรับแต่ง
- แพทย์จะให้คนไข้ดูผลลัพธ์ ตรวจสอบความสมมาตร ความชัดของกรอบหน้า
- หากมีจุดที่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม แพทย์จะทำการแก้ไขในขณะนั้น
- แนะนำการดูแลตัวเอง หลังฉีดเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ดีและอยู่ได้นาน
- ดื่มน้ำเพียงพอ แนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน ฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้ฟิลเลอร์มีสภาพที่ดี
- ประคบเย็นเบา ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ถ้ามีอาการบวมสามารถประคบเย็นได้ แต่ห้ามกดแรง เพียงแค่ประคบเบา ๆ เท่านั้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติใน 2-3 คืนแรก เพื่อลดอาการบวม พักผ่อนให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูดีขึ้น
- ทานยาตามแพทย์สั่ง ทานยาแก้ปวด ลดบวม ตามที่แพทย์แนะนำ ถ้ามีอาการผิดปกติ ให้รีบติดต่อคลินิก
- หลีกเลี่ยงการแตะ กด นวด หรือเกา บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดนอนตะแคง หรือนอนคว่ำหน้า อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ในช่วง 3 วันแรก
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อบซาวน่า อบไอน้ำ ออนเซ็นในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังฉีด
- งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เลือดสูบฉีด
- งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ อาจทำให้อาการบวมหายช้า ในช่วง 1-2 สัปดาห์
- งดทำหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์ Thermage Ultherapy อย่างน้อย 1 เดือน
อ่านเพิ่มเติม: หลังฉีดฟิลเลอร์ สรุปข้อปฏิบัติ-การดูแลตัวเองให้ถูกวิธี ลดผลข้างเคียง
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยทั่วไประยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าหลังฉีด แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก และภายใน 2 สัปดาห์ อาการบวมจะคลี่คลายลง ฟิลเลอร์จะเข้าที่และปรับตัวดีขึ้น จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 1 เดือน
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าจะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้
- ระยะสั้น: 6-12 เดือน – ฟิลเลอร์บางรุ่นอาจอยู่ได้ในช่วง 6-12 เดือน
- ระยะกลาง-ยาว: 12-24 เดือน – ฟิลเลอร์บางรุ่นที่มีโมเลกุลใหญ่และความคงตัวสูง อาจอยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์
- รุ่นและยี่ห้อของฟิลเลอร์ – ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติและระยะเวลาอยู่ที่แตกต่างกัน ฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่ใช้กับกรอบหน้ามักอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม
- เทคนิคการฉีดของแพทย์ – แพทย์ที่มีประสบการณ์จะฉีดในชั้นที่เหมาะสม ใช้ปริมาณที่พอดี ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
- การดูแลตัวเองหลังฉีด – การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว จะช่วยยืดอายุฟิลเลอร์
- การเผาผลาญของร่างกาย – แต่ละคนมีอัตราการเผาผลาญ Hyaluronic Acid ที่แตกต่างกัน คนที่มีการเผาผลาญเร็วฟิลเลอร์อาจสลายเร็วกว่า
- พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ – ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหนัก การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อาจส่งผลต่อความคงทนของฟิลเลอร์ได้เช่นกันค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้ายี่ห้อไหนดี ?
การเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีสำหรับฉีดกรอบหน้า ควรเป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น ที่มีความคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ดี เพื่อให้เห็นเส้นกรอบหน้าที่ชัดเจนและคงทนนาน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อที่นิยมใช้ฉีดกรอบหน้า
Juvederm Voluma (อเมริกา)
- เนื้อแน่นและฟูปานกลาง
- มีความยืดหยุ่นสูง
- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้กรอบหน้ามีความโค้งมนเล็กน้อย
- อยู่ได้นาน 18 เดือน
Juvederm Volux (อเมริกา)
- เนื้อแน่น
- มีความคงตัวสูง (High Cohesivity)
- สามารถปั้นขึ้นรูปทรงได้คมชัด เหมาะกับการสร้างสันกรามและปรับโครงสร้างกระดูก
- อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
Restylane Perlane Lyft (สวีเดน)
- เนื้อแน่น ไม่ฟู
- มีคุณสมบัติในการยกกระชับ (High Lifting Capacity) ได้ดี
- เหมาะสำหรับฉีดเสริมบนชั้นกระดูกเพื่อสร้างสันกรามที่คมชัด
- อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
Belotero Intense (สวิตเซอร์แลนด์)
- เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นสูง
- โดดเด่นในการแก้ปัญหาร่องลึก
- เหมาะสำหรับการยกกระชับและสร้างกรอบหน้า
- อยู่ได้นาน 18 เดือน
Definisse Core (อิตาลี)
- เนื้อแน่น ยืดหยุ่น
- เหมาะกับการเสริมกระดูก ปรับรูปหน้า
- สามารถใช้ฉีดคาง กรอบหน้า และแก้มตอบ
- อยู่ได้นาน 18 เดือน
Teoxane Ultra Deep (สวิตเซอร์แลนด์)
- เนื้อแน่น ปั้นขึ้นรูปได้ดี
- เหมาะสำหรับฉีดยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้า
- สามารถใช้ฉีดขมับ ร่องแก้ม กรอบหน้า
- มีความคงทน
Neuramis Volume (เกาหลี)
- เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่น คงตัว
- ขึ้นทรงได้ดี
- ราคาเข้าถึงได้มากกว่าฟิลเลอร์ยุโรปหรืออเมริกา
- เหมาะสำหรับการยกกระชับกรอบหน้า
การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมควรขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้
- ปัญหาและความต้องการของแต่ละคน
- โครงสร้างใบหน้าเดิม
- งบประมาณ
- ความคาดหวังเรื่องระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่
ข้อแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์ให้แนะนำฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการ ไม่ควรเลือกเองจากราคาหรือยี่ห้อเพียงอย่างเดียวนะคะ
ข้อควรพิจารณาในการฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าสำหรับผู้ชาย
- โครงสร้างใบหน้าของผู้ชาย – ผู้ชายมักมีโครงกระดูกที่ใหญ่กว่า กล้ามเนื้อหนากว่า ดังนั้นจึงต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากกว่าผู้หญิง
- การสร้างมุมฉาก – แพทย์จะฉีดเพื่อสร้างมุม 90 องศาที่ชัดเจนระหว่างแนวกรามและคาง เพื่อให้ดูคมชัด
- ความหนาของผิว – ผิวผู้ชายมักหนากว่าผู้หญิง จึงต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่มีความคงตัวสูง
- การฉีดร่วมกับหัตถการอื่น – ผู้ชายบางคนอาจมีกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่มาก แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์กรามก่อน เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ แล้วจึงฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าในภายหลัง
ผลลัพธ์ที่ผู้ชายจะได้รับ
หลังจากฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า ผลลัพธ์ที่จะได้มีดังนี้
- สันกรามที่คมชัดเด่นชัด
- ใบหน้าดูมีความเข้ม เป็นผู้ใหญ่
- กรอบหน้าที่มีมุม มีเหลี่ยม
- ใบหน้าดูสมส่วน มีเสน่ห์
ผลข้างเคียงทั่วไปที่สามารถหายได้เอง
- อาการบวม – เป็นอาการปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ มักเกิดในช่วง 2-3 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบลงเองภายใน 7-14 วัน สามารถประคบเย็นเบา ๆ เพื่อลดอาการบวม
- รอยช้ำหรือรอยแดง – เกิดจากเข็มที่ใช้ฉีด มักเกิดในผู้ที่มีผิวบาง หรือเส้นเลือดฝอยอยู่ตื้น จะหายไปเองภายใน 3-7 วัน
- รอยเข็มเล็ก ๆ – เป็นรอยเล็กมากจากเข็มที่ใช้ฉีด จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
- ความรู้สึกตึงหรือแน่น – เป็นความรู้สึกปกติในช่วงแรกหลังฉีด เกิดจากฟิลเลอร์ที่ยังไม่เข้าที่ จะดีขึ้นเองเมื่อฟิลเลอร์เข้าที่แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์
- ผิวอ่อนไหวหรือแดง – บริเวณที่ฉีดอาจมีความอ่อนไหวชั่วคราว หลีกเลี่ยงการแตะหรือกดแรง ๆ และจะดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน
สัญญาณผลข้างเคียงรุนแรงที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงในระดับรุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเกิดไม่บ่อย แต่หากพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที
- ผิวเปลี่ยนสีผิดปกติ – ผิวซีด ขาวซีด หรือม่วงคล้ำ อาจเป็นสัญญาณว่าฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
- เจ็บปวดรุนแรง – ปวดมากผิดปกติ ไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวด อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือการติดเชื้อ
- บวมมากผิดปกติ – บวมมากขึ้นแทนที่จะยุบลง หากบวมเกินกว่า 1 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้นร่วมกับไข้หรือหนาวสั่น
- ผิวเป็นแผล หรือมีหนอง – อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
- ฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือไม่เรียบ – อาจเกิดจากการฉีดผิดชั้น หรือฟิลเลอร์เคลื่อนที่ ต้องให้แพทย์ประเมินและแก้ไข
- อาการแพ้ – ผื่นคัน หายใจลำบาก (เกิดได้น้อยมาก)ต้องได้รับการรักษาทันที
รีวิวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า ที่ RWC Clinic
ภาพรีวิว
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า ปัญหา และการดูแลตัวเองของแต่ละคน
เช็คคลินิกที่มีมาตรฐาน
- มีใบอนุญาตถูกต้อง – ตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาล 11 หลัก จากกระทรวงสาธารณสุข ควรมีการแสดงใบอนุญาตไว้ให้เห็นชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
- สถานที่สะอาด มีมาตรฐาน – อาคารสถานที่มั่นคง ปลอดภัย มีการจัดการขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสม รวมถึงมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่นำเข้าถูกต้อง – มีหลายยี่ห้อหลายรุ่นให้เลือก สามารถตรวจสอบความแท้ของฟิลเลอร์ได้ พร้อมทั้งแกะกล่องให้ดูต่อหน้าก่อนฉีด
- ราคาสมเหตุสมผล – ราคาไม่ควรถูกผิดปกติจนน่าสงสัย ควรมีการแจ้งราคาที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ แอบแฝง
การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์
- แพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ – ตรวจสอบใบอนุญาตจากแพทยสภา สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ checkmd.tmc.or.th
- แพทย์ที่มีประสบการณ์ – มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์มาเป็นเวลานาน มีผลงานให้ดูจำนวนมากรวมถึงต้องมีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้าเป็นอย่างดี
- แพทย์ที่ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด – ไม่เร่งรัดหรือบังคับให้ทำ อธิบายขั้นตอนและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างชัดเจน ตอบคำถามและข้อสงสัยอย่างละเอียด
- แพทย์ที่ประเมินอย่างตรงไปตรงมา – บอกความจริงว่าปัญหาสามารถแก้ได้หรือไม่ และควรแนะนำหัตถการที่เหมาะสมกับปัญหา
อ่านเพิ่มเติม: ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? คู่มือการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัย
สรุป
ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline Filler) เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการปรับโครงสร้างใบหน้าให้มีความชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้หลังฉีด เหมาะกับคนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หน้าไม่มีมิติ ผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการสันกรามที่คมชัด
การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าที่ดีต้องเริ่มจากการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่เหมาะสมกับการปรับโครงสร้าง และดูแลตัวเองอย่างถูกต้องหลังฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและคงทนนาน
ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับรูปหน้าและความต้องการของคุณ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว เพราะการฉีดฟิลเลอร์ที่ผิดวิธีอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


