ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ? แก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน อันตรายไหม
RWC Clinic สรุปให้
- การฉีดสลายฟิลเลอร์ วิธีรักษาที่ใช้เอนไซม์ hyaluronidase ย่อยสลายฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก
- เหมาะสำหรับแก้ไขฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ หรือฉีดเกินปริมาณที่ต้องการ
- ผลการสลายฟิลเลอร์สามารถเห็นได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังการฉีด
- การรักษามีความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น บวม แดง
- ราคาการฉีดสลายฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการสลายและตำแหน่งที่ฉีด
- ควรทำการทดสอบแพ้ก่อนการทำหัตถการ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการแพ้รุนแรง
ฉีดสลายฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแก้ไขผลลัพธ์จากการเติมฟิลเลอร์ที่ไม่น่าพอใจ เช่น การเกิดก้อนใต้ผิว ปริมาณสารเติมเต็มที่ไม่พอดี หรือการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง แพทย์จะประเมินปัญหาและกำหนดปริมาณยา เพื่อปรับผลลัพธ์ให้กลับสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงมากที่สุด
บทความนี้จาก RWC Clinic ที่มีบริการฉีดสลายฟิลเลอร์ พร้อมการดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์ เราจะอธิบายถึงลักษณะปัญหาที่ควรทำการสลาย ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเอง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำหัตถการค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ?
- ลักษณะปัญหาที่ควรทำการสลายฟิลเลอร์
- ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม ?
- ตำแหน่งบนใบหน้าที่ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้
- การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีดสลายฟิลเลอร์
- ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย เห็นผลเมื่อไหร่ ?
- ฉีดสลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?
- ฟิลเลอร์สลายได้ กับ ฟิลเลอร์ถาวร ต่างกันอย่างไร ?
- รีวิวก่อน-หลังฉีดสลายฟิลเลอร์ ที่ RWC Clinic
- ฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกและแพทย์
- สรุป
การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อกำจัดหรือลดปริมาณฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid Filler) ที่เคยฉีดเข้าไปในผิวหนัง โดยใช้เอนไซม์ที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ที่เป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกได้เฉพาะค่ะ
เมื่อฉีดไฮยาลูโรนิเดสเข้าไปบริเวณที่มีฟิลเลอร์ เอนไซม์จะไปทำปฏิกิริยากับย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกให้กลายเป็นน้ำและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ก้อนฟิลเลอร์หรือความเต็มที่เกิดจากฟิลเลอร์ลดลงหรือหายไป ทำให้ผิวหนังกลับมามีลักษณะใกล้เคียงก่อนการฉีดฟิลเลอร์
กระบวนการสลายฟิลเลอร์เป็นข้อดีหลักของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก ถ้าเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่สามารถปรับแก้หรือสลายได้ด้วยวิธีนี้ค่ะ
- ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน (Lumps) เกิดเมื่อฟิลเลอร์รวมตัวกันเป็นก้อนใต้ผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นตุ่มนูนผิดปกติ
- ฟิลเลอร์ไหลหรือเคลื่อนที่ (Migration) ฟิลเลอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ฉีดไปยังบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดความผิดรูป
- ฉีดเกินปริมาณ (Overfilling) ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดมากเกินไป ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
- เกิดการอุดตันของหลอดเลือด (Vascular occlusion) ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ ที่ต้องสลายทันที
- อาการบวมที่ผิดปกติ (Unusual swelling) บวมนานผิดปกติหรือบวมมากเกินไปหลังทำหัตถการ
- ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ (Unsatisfactory results) รูปร่างหรือปริมาตรไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
กรณีเร่งด่วนที่ควรรีบทำการสลายฟิลเลอร์คือ การอุดตันของหลอดเลือด ที่อาจส่งผลให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ (Necrosis) หรือการสูญเสียการมองเห็นได้ ถ้าฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดบริเวณใกล้ดวงตาค่ะ
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและไม่รุนแรง
อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง ได้แก่
- อาการบวมบริเวณที่ฉีด จะยุบลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
- รอยช้ำหรือจ้ำเลือด
- รอยแดงชั่วคราวกับความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย
ความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่ต้องระมัดระวัง
- อาการแพ้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase allergy) มีตั้งแต่อาการคัน รอยแดง จนถึงหายใจลำบาก | อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออะไร ?
- การติดเชื้อ เกิดขึ้นได้ถ้าสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ไม่ถูกสุขลักษณะ
- การสลายฟิลเลอร์มากเกิน ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูยุบตัวหรือหย่อนกว่าเดิม
เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแพ้ ก่อนทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ แพทย์จะทดสอบอาการแพ้ที่ผิวหนัง (Allergy Test) ก่อนเสมอ โดยฉีดตัวยาปริมาณเล็กน้อยเพื่อสังเกตปฏิกิริยาค่ะ
1. สลายฟิลเลอร์ใต้ตา
บริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่ที่บอบบางมากและมีความซับซ้อนในโครงสร้าง การฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ทำเพื่อแก้ไขร่องลึกใต้ตาหรือถุงใต้ตา แต่ถ้าฉีดมากเกินหรือไม่ถูกตำแหน่ง อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น
- อาการบวมน้ำบริเวณใต้ตา (Tyndall effect) ทำให้เห็นเป็นสีคล้ำหรือสีฟ้าใต้ผิวหนัง
- ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้ โดยเฉพาะเวลายิ้มหรือขยับใบหน้า
- ใบหน้าดูไม่สมมาตร
การสลายฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีหลอดเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก แพทย์จะฉีดไฮยาลูโรนิเดสในปริมาณที่เหมาะสม และอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ ปรับแต่งให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีค่ะ
2. สลายฟิลเลอร์คาง
การฉีดฟิลเลอร์ที่คางเพื่อเพิ่มความยาวของคางหรือปรับรูปคาง ปัญหาที่พบบ่อยมีดังนี้
- คางที่ดูใหญ่เกินไปหรือไม่สมส่วนกับใบหน้า
- ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ลงมาบริเวณลำคอ
- ฟิลเลอร์เป็นก้อนทำให้ผิวไม่เรียบ
การสลายฟิลเลอร์ที่คางต้องพิจารณาถึงโครงสร้างกระดูกใต้ผิวหนังด้วย เพื่อให้การปรับแต่งเป็นไปอย่างสมดุลและเป็นธรรมชาติขึ้นค่ะ
3. สลายฟิลเลอร์หน้าผาก
หน้าผากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มมิติและแก้ไขรอยหย่อนคล้อย ปัญหาที่อาจพบได้แก่
- ฟิลเลอร์ทำให้หน้าผากดูนูนเกินไป
- เกิดความไม่สมมาตรของหน้าผาก
- ฟิลเลอร์เป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้เมื่อแสดงสีหน้า
การสลายฟิลเลอร์ที่หน้าผากต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปและระวังเรื่องความสมดุลของใบหน้า เพราะเป็นพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน
4. สลายฟิลเลอร์ริมฝีปาก
ริมฝีปากเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังนี้
- ริมฝีปากดูใหญ่เกินหรือผิดธรรมชาติ (“Duck lips”)
- ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ออกนอกขอบริมฝีปาก
- เกิดก้อนที่สามารถรู้สึกได้เวลาสัมผัส
การสลายฟิลเลอร์ที่ริมฝีปากต้องทำอย่างแม่นยำเพื่อรักษารูปทรงธรรมชาติของริมฝีปาก ในบางกรณี อาจต้องสลายฟิลเลอร์ทั้งหมดและเริ่มฉีดใหม่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ
5. สลายฟิลเลอร์โหนกแก้ม
ฉีดฟิลเลอร์ที่โหนกแก้มเพื่อเพิ่มปริมาตรและความสดใสให้กับใบหน้า ปัญหาที่อาจพบได้แก่
- แก้มดูกลมหรือใหญ่ไป ทำให้ใบหน้าดูกว้างผิดสัดส่วน
- ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ลงมาด้านล่าง ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม
- เกิดความไม่สมมาตรระหว่างแก้มทั้งสองข้าง
การสลายฟิลเลอร์ที่โหนกแก้มต้องคำนึงถึงโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มและความสมดุลของใบหน้าโดยรวมด้วยค่ะ
การเตรียมตัวก่อนฉีดสลายฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน 1 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนเข้ารับการรักษา
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยาหรือสาร โดยเฉพาะประวัติการแพ้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (เพราะไฮยาลูโรนิเดสบางชนิดมาจากสัตว์)
- คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หรือหอบหืด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้ไฮยาลูโรนิเดสมากกว่าคนทั่วไป
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดสลายฟิลเลอร์
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ (10-15 นาทีทุก 1-2 ชั่วโมงในวันแรก)
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง
- งดการออกกำลังกายหนัก อาบน้ำร้อน ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก ในช่วง 1-2 วันแรก
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดหรือความร้อนจัด และใช้ครีมกันแดดเมื่อต้องออกนอกบ้าน
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง (ถ้ามี) เช่น ยาแก้ปวดหรือยาต้านฮีสตามีน
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก เจ็บรุนแรง หรือมีอาการแพ้ ถ้าพบต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที
การติดตามผลกับแพทย์ตามนัดเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ เพื่อให้แพทย์ประเมินผลลัพธ์และพิจารณาว่าต้องทำการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ
สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์เมื่ออาการบวมลดลงใน 3-5 วัน ในกรณีที่ฟิลเลอร์มีปริมาณมากหรือเป็นฟิลเลอร์เก่า แพทย์จะพิจารณาฉีดมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
หลังการทำหัตถการ อาการบวมจะค่อย ๆ หายไปใน 1-3 วัน ส่วนรอยช้ำ (ถ้ามี) แล้วจะจางลงใน 5-7 วัน และรอยแดงจะหายได้ใน 24 ชั่วโมง ผลลัพธ์ของการฉีดสลายฟิลเลอร์จะแตกต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ชนิดกับความเข้มข้นของฟิลเลอร์ ปริมาณและอายุของฟิลเลอร์เดิม ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
สำหรับคนที่กังวลว่าใบหน้าจะยุบตัวมากไป แพทย์สามารถบริหารปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ได้ โดยจะค่อย ๆ ฉีดในปริมาณน้อยเพื่อปรับแต่งผลลัพธ์ให้เป็นไปตามที่ต้องการค่ะ
- ค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 – 5,000 บาทต่อครั้ง สำหรับการสลายในปริมาณน้อยและจุดเดียว
- ถ้าเป็นการรักษาหลายตำแหน่งหรือต้องใช้ยาในปริมาณมาก ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในช่วง 5,000 – 15,000 บาท
- บางสถานพยาบาลยังมีแพ็กเกจการรักษาที่ครอบคลุมการทำหัตถการหลายครั้ง อาจมีราคาประมาณ 10,000 – 25,000 บาท
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาประกอบ
- ตำแหน่งที่ฉีด บริเวณที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น พื้นที่รอบดวงตา อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าจุดอื่น
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการสลาย ปริมาณยาที่ใช้จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณฟิลเลอร์ ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรวม
- ประสบการณ์ของแพทย์ แพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะทางจะมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน
- สถานพยาบาล คลินิกในใจกลางเมืองหรือโรงพยาบาลเอกชนอาจมีราคาสูงกว่าคลินิกทั่วไป
ที่ RWC Clinic แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลก่อน จากนั้นจะให้คำแนะนำพร้อมแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการและตัดสินใจค่ะ
ฟิลเลอร์สลายได้ (Temporary Fillers)
ฟิลเลอร์สลายได้ส่วนใหญ่ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่เลียนแบบสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ ทำให้เข้ากับร่างกายได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด ถ้าเกิดปัญหาหรือไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส
ข้อดีของฟิลเลอร์สลายได้คือ ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน ปลอดภัยกว่า สามารถทดลองรูปลักษณ์ใหม่ก่อนตัดสินใจทำแบบถาวร ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ เช่น Juvederm, Restylane, Belotero
ฟิลเลอร์ถาวร (Permanent Fillers)
ฟิลเลอร์ถาวรจะทำจากสารสังเคราะห์ เช่น ซิลิโคน (Silicone) พอลิเมธิลเมตาคริเลต (PMMA) หรือไฮโดรเจลอะคริลิก (Acrylic Hydrogels) ผลลัพธ์อยู่ได้ตลอดไปหรือเป็นเวลานานหลายปี (5-10 ปีหรือมากกว่า)
ฟิลเลอร์ถาวรจะไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ ถ้าเกิดปัญหาอาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดหรือการขูดฟิลเลอร์เพื่อเอาออก ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าฟิลเลอร์สลายได้ โดยเฉพาะในระยะยาว อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ก้อนแข็ง หรือปฏิกิริยาแพ้ในภายหลัง แต่ก็ไม่ต้องฉีดซ้ำบ่อย เพราะผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น Artefill, Silicone, Aquamid
ข้อควรพิจารณาเพื่อการตัดสินใจ
- การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า โครงสร้างใบหน้าของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ฟิลเลอร์ถาวรที่ดูเข้ากับใบหน้าในวันนี้ อาจไม่กลมกลืนกับใบหน้าในอนาคต
- ประสบการณ์กับฟิลเลอร์ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น การเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ก่อน จะช่วยให้เห็นแนวทางของผลลัพธ์หลังทำได้
- ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ฟิลเลอร์ถาวรมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น การอักเสบ หรือการเกิดก้อนแข็ง ที่แก้ไขได้ยากกว่า
- ความคุ้มค่าระยะยาว ฟิลเลอร์ถาวรอาจดูคุ้มค่ากว่าเพราะไม่ต้องฉีดซ้ำ แต่ถ้าเกิดปัญหา ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขอาจสูงมาก
แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ เพราะร่างกายสามารถย่อยสลายได้เอง และแก้ไขได้ถ้าเกิดปัญหาหรือต้องการปรับเปลี่ยนในอนาคต โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เช่น รอบดวงตา หรือแนวหลอดเลือดค่ะ
รีวิวก่อน-หลังฉีดสลายฟิลเลอร์ ที่ RWC Clinic
การตัดสินใจฉีดสลายฟิลเลอร์มักมาจากผลลัพธ์ที่ไม่สมส่วน ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือมีการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่น ทำให้ใบหน้าดูผิดรูปไปจากเดิม บางครั้งเกิดจากการบวมน้ำหรือมีสีคล้ำใต้ผิวหนัง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ช่วยให้ใบหน้ากลับมาได้รูปทรงเหมือนเดิมและสร้างความมั่นใจกลับคืนมาได้ค่ะ
ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์หลังฉีดสลายฟิลเลอร์
- ใต้ตา แก้ไขปัญหาสีคล้ำหรืออาการบวมน้ำ หลังการสลายฟิลเลอร์ผิวจะค่อย ๆ กลับมาเรียบเนียนและสีสม่ำเสมอขึ้น
- ริมฝีปาก ปรับแก้รูปทรงที่ไม่สมมาตรหรือมีขนาดใหญ่เกิน ทำให้ริมฝีปากได้สัดส่วนและดูเป็นธรรมชาติขึ้น
- โหนกแก้ม จัดการฟิลเลอร์ที่เคลื่อนตัวลงมา ทำให้ใบหน้ากลับมากระชับและได้รูปทรงตามเดิม
ผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และการดูแลติดตามผล ผู้รับบริการจำนวนมากแสดงความพอใจเมื่อใบหน้ากลับกลับคืนสู่สภาพเดิมและรู้สึกมั่นใจได้อีกครั้ง ที่ RWC Clinic เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินปัญหาจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีและกลับมาไว้วางใจใช้บริการกับเราอีกค่ะ

