ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม? ไขข้อสงสัยพร้อมวิธีลดความเจ็บให้น้อยที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม

RWC Clinic สรุปให้

  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม? โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในระดับที่ทนได้ ประมาณ 3–4 จาก 10 คะแนน ความรู้สึกคล้ายเข็มแทงเบา ๆ และอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างทำหัตถการเท่านั้น ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ต้องกังวลจนไม่กล้าเข้ารับบริการ
  • มีหลายวิธีช่วยลดความเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการแปะยาชาเฉพาะที่ 15–20 นาทีก่อนฉีด และการใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อที่ผสม Lidocaine ไว้ในตัว ทำให้รู้สึกชาขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างฉีด
  • เทคนิคของแพทย์มีผลโดยตรงต่อความเจ็บ แพทย์ที่มีประสบการณ์จะปรับความเร็ว มุมการฉีด และแบ่งฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ หลายจุด เพื่อลดแรงกดและความรู้สึกไม่สบายให้น้อยที่สุด
  • อาการหลังฉีด เช่น ตึง บวม หรือรอยช้ำเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติ จะดีขึ้นเองภายใน 1–2 สัปดาห์ บรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นและดื่มน้ำให้เพียงพอ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม? คือคำถามอันดับต้นของคนที่กำลังคิดจะแก้ปัญหาขมับตอบหรือขมับยุบ เพราะแม้จะรู้ว่าผลลัพธ์ดีแค่ไหน ความกังวลเรื่องความเจ็บปวดก็ยังฉุดให้หลายคนลังเล

คำตอบตรง ๆ คือ เจ็บเล็กน้อยแต่ทนได้ บริเวณขมับมีเส้นประสาทค่อนข้างหนาแน่น ทำให้ไวกว่าบริเวณอื่น แต่ด้วยเทคนิคการฉีดและวิธีลดความเจ็บปวดที่ทันสมัยในปัจจุบัน ความรู้สึกไม่สบายจะอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างทำหัตถการ และหายไปทันทีเมื่อเสร็จสิ้น

บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด ทั้งระดับความเจ็บจริง เทคนิคลดปวด ปัจจัยที่ส่งผล รวมถึงอาการหลังฉีดและแนวทางเลือกแพทย์อย่างปลอดภัย เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจค่ะ

ฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม?

ฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม?

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ขมับ มีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่สามารถทนได้ เพราะปัจจุบันมีเทคนิคและวิธีการลดความเจ็บปวดที่ทันสมัย ระดับความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 จาก 10 โดยความรู้สึกจะคล้ายกับการถูกเข็มแทงเบา ๆ หรือการถูกมดกัด ซึ่งแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่นเพราะบริเวณขมับมีเส้นประสาทค่อนข้างเยอะ ทำให้ไวต่อความรู้สึกมากกว่าบริเวณอื่น

อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดนี้จะอยู่ได้เพียงช่วงสั้น ๆ ขณะที่แพทย์ทำการฉีด และจะหายไปทันทีหลังจากเสร็จสิ้นหัตถการ ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่รุนแรงจนทนไม่ได้แต่อย่างใด

เทคนิคลดความเจ็บปวดจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

เทคนิคลดความเจ็บปวดจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การใช้ยาชาเฉพาะที่

ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ขมับ แพทย์จะแปะยาชาเฉพาะที่บริเวณขมับประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ยาชาซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิลเลอร์ที่ผสมยาชา

ฟิลเลอร์หลายยี่ห้อในปัจจุบันมีการผสมยาชา (Lidocaine) ไว้ในตัวฟิลเลอร์แล้ว เช่น Juvederm และ Restylane ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีดได้มากขึ้น ยาชาจะออกฤทธิ์ทันทีที่ฟิลเลอร์เข้าสู่ผิวหนัง

| อ่านเพิ่มเติม  ฟิลเลอร์ขมับยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบคุณสมบัติ สำหรับผู้เริ่มต้นฉีดครั้งแรก

เทคนิคการฉีดของแพทย์

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะใช้เทคนิคการฉีดที่ช่วยลดความเจ็บปวด ดังนี้

  • การฉีดด้วยความเร็วที่เหมาะสม – การฉีดที่ช้าเกินไปจะทำให้รู้สึกเจ็บนาน ในขณะที่การฉีดเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดแรงกระแทกที่เจ็บมากขึ้น แพทย์ที่ชำนาญจะรู้จักปรับความเร็วให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ
  • การใช้เข็มที่มีขนาดเล็กและคมกริบ – เข็มขนาด 27-30 gauge จะช่วยลดความเจ็บปวดเมื่อแทงผิวหนัง และเข็มที่คมกริบจะแทงผ่านผิวหนังได้ง่ายกว่าเข็มที่ทื่อ ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง
  • การฉีดในมุมที่ถูกต้อง – การฉีดในมุม 30-45 องศาจะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าสู่ชั้นผิวหนังได้อย่างราบรื่น และลดการกระแทกของเข็มกับเส้นประสาท
  • การแบ่งการฉีดเป็นจุดเล็กๆ หลายจุด – แทนที่จะฉีดปริมาณมากในจุดเดียว แพทย์จะแบ่งฉีดเป็นหลายจุดเล็กๆ ซึ่งช่วยลดแรงดันและความเจ็บปวดในแต่ละจุด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บปวด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บปวด
  • ความไวต่อความเจ็บปวดของแต่ละคน

ทุกคนมีระดับความทนต่อความเจ็บปวดที่แตกต่างกัน บางคนอาจรู้สึกเจ็บน้อยมาก ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเจ็บมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความไวต่อความเจ็บ ได้แก่ พันธุกรรม ประสบการณ์เดิมในการรับความเจ็บปวด สภาพจิตใจ และระดับความเครียด ผู้ที่เคยทำฟิลเลอร์มาก่อนมักจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าครั้งแรก เพราะทราบว่าควรคาดหวังอะไร

  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้

ยิ่งใช้ฟิลเลอร์เยอะ เวลาในการฉีดยิ่งนาน ความรู้สึกเจ็บก็อาจยืดเยื้อนานขึ้น โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ขมับจะใช้ประมาณ 1-4 cc ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน หากขมับตอบน้อยอาจใช้เพียง 1-2 cc แต่หากขมับยุบมากอาจต้องใช้ถึง 3-4 cc การฉีดในปริมาณมากจะต้องใช้เวลานานกว่า และอาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งการฉีดหลายครั้ง

  • ช่วงเวลาที่ฉีด

ผู้หญิงในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าปกติ เนื่องจากฮอร์โมนทำให้ร่างกายไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อความรู้สึกปวด นอกจากนี้ การนอนไม่เพียงพอ ความเครียด หรือการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหน้านี้ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น

  • ประสบการณ์ของแพทย์

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถฉีดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งช่วยลดเวลาและความเจ็บปวดได้ แพทย์ที่ชำนาญจะรู้จักจุดที่มีเส้นประสาทน้อย รู้วิธีการกระจายแรงดัน และสามารถคาดการณ์ปฏิกิริยาของผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและลดความตึงเครียดด้วย

ความรู้สึกหลังการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ความรู้สึกหลังการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

อาการทันทีหลังฉีด

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ขมับเสร็จ อาจรู้สึกได้ถึงอาการดังต่อไปนี้

  • ตึงเล็กน้อยบริเวณขมับ – เป็นอาการปกติที่เกิดจากฟิลเลอร์ที่เพิ่งเข้าไปในชั้นผิวหนัง ความรู้สึกตึงนี้จะค่อยๆ ลดลงภายใน 2-3 วัน เมื่อฟิลเลอร์เริ่มปรับตัวเข้ากับเนื้อเยื่อ
  • บวมเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ – การบวมเกิดจากการที่ฟิลเลอร์ดึงน้ำเข้ามารอบตัว และเป็นปฏิกิริยาการอักเสบเล็กน้อยจากการแทงเข็ม อาการบวมนี้จะมากที่สุดในวันแรก-วันที่สอง
  • ปวดหัวเล็กน้อยในบางราย – เกิดจากการที่มีสารแปลกปลอมเข้าไปในบริเวณที่มีเส้นประสาทเยอะ อาการปวดหัวนี้มักไม่รุนแรงและสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดทั่วไปได้

อาการใน 24-48 ชั่วโมงแรก

  • อาการบวมอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย – นี่เป็นช่วงที่ฟิลเลอร์ดูดซับน้ำมากที่สุด ทำให้ขมับดูบวมชัดเจนกว่าวันแรก แต่จะเริ่มลดลงหลังจากนั้น การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมได้
  • อาจมีรอยช้ำจากเข็มที่จะหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์ – รอยช้ำเกิดจากการที่เข็มทำลายหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบางหรือหลอดเลือดฝอยแตกง่าย
  • ความรู้สึกตึงหรือปวดจะค่อยๆ ลดลง – เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มยอมรับฟิลเลอร์ และกระบวนการอักเสบเริ่มสงบลง ความรู้สึกไม่สบายจะค่อยๆ หายไป

การบรรเทาอาการหลังฉีด

  • ประคบเย็นบริเวณขมับ 10-15 นาที ทุกชั่วโมงในวันแรก – ความเย็นจะช่วยหดตัวของหลอดเลือด ลดการบวม และชาความรู้สึกเจ็บปวด ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งหรือเจลเย็น อย่าให้น้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรง
  • รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ – ส่วนใหญ่จะเป็นพาราเซตามอลหรือไอบูโปรเฟน หลีกเลี่ยงแอสไพรินเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงข้างที่ฉีดฟิลเลอร์ – เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูป ควรนอนหงายหรือเอียงไปอีกข้างหนึ่ง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงสภาพได้ดี – ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำ การดื่มน้ำเพียงพอจะช่วยให้ฟิลเลอร์อิ่มฟูและอยู่ได้นานขึ้น

ความปลอดภัยในการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

บริเวณขมับเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงเพราะมีเส้นเลือดที่เชื่อมโยงกับดวงตา การฉีดผิดพลาดอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ขมับ ควรเลือกจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้ค่ะ

ความปลอดภัยในการฉีดฟิลเลอร์ขมับ

เลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญ

  • มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพทย์ผู้ทำการรักษามีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุ สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์แพทยสภา
  • มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นพิเศษ – ขมับเป็นบริเวณที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน และมีผลงานที่ผ่านมาให้ดูได้
  • รู้จักโครงสร้างกายวิภาคบริเวณใบหน้าเป็นอย่างดี – แพทย์ต้องเข้าใจตำแหน่งของเส้นเลือด เส้นประสาท และกล้ามเนื้อในบริเวณขมับ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอันตราย
  • มีการติดตามและดูแลหลังการรักษา – แพทย์ที่ดีจะมีระบบติดตามผลและให้คำแนะนำการดูแลหลังการทำหัตถการ

ใช้ฟิลเลอร์ของแท้

  • เลือกฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. – ฟิลเลอร์ที่ใช้ในประเทศไทยต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีเลขทะเบียนที่ชัดเจน
  • สามารถตรวจสอบความแท้ของฟิลเลอร์ได้ – ฟิลเลอร์แท้จะมีบาร์โค้ด QR Code หรือระบบตรวจสอบความแท้ที่สามารถเช็คได้ผ่านเว็บไซต์ของผู้ผลิต
  • หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ – ราคาที่ถูกเกินไปอาจเป็นสัญญาณของฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

คำถามที่พบบ่อยฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม (FAQ)

คำถามที่พบบ่อยฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม (FAQ)

ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม เมื่อเทียบกับบริเวณอื่น?

ขมับเจ็บมากกว่าบริเวณแก้มหรือคาง เนื่องจากมีเส้นประสาทหนาแน่นกว่า แต่เจ็บน้อยกว่าบริเวณริมฝีปากหรือใต้ตา โดยรวมอยู่ที่ระดับ 3-4 จาก 10 คะแนน ซึ่งส่วนใหญ่ทนได้โดยไม่ต้องกังวล

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับต้องทายาชาไหม?

ปกติแพทย์จะแปะยาชาเฉพาะที่บริเวณขมับประมาณ 15-20 นาทีก่อนฉีด นอกจากนี้ฟิลเลอร์หลายยี่ห้อยังมีการผสม Lidocaine ไว้ในตัว ทำให้ระหว่างฉีดรู้สึกชาขึ้นเรื่อย ๆ ความเจ็บจึงลดลงค่ะ

หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับจะปวดนานแค่ไหน?

ความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการจะหายไปเกือบทันทีหลังเสร็จ อาจมีตึงหรือปวดเล็กน้อย 24-48 ชั่วโมงแรก ซึ่งบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นและรับประทานพาราเซตามอลตามคำแนะนำของแพทย์

คนที่กลัวเจ็บมากสามารถฉีดฟิลเลอร์ขมับได้ไหม?

ได้ค่ะ แจ้งแพทย์ล่วงหน้าว่าไวต่อความเจ็บปวด แพทย์จะเพิ่มปริมาณยาชา ปรับเทคนิคการฉีด และอาจแบ่งฉีดเป็นหลาย session เพื่อให้สบายที่สุด

บทสรุป

ฉีดฟิลเลอร์ขมับเจ็บไหม? ตอบได้ชัดเจนว่า เจ็บเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ ประมาณ 3-4 จาก 10 คะแนน และอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างทำหัตถการเท่านั้น ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ต้องกังวลจนไม่กล้าเข้ารับบริการ

ปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วยลดความเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการใช้ยาชาเฉพาะที่ ฟิลเลอร์ที่ผสม Lidocaine และเทคนิคการฉีดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญกว่าเรื่องความเจ็บคือการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง มีใบประกอบวิชาชีพ และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เพราะบริเวณขมับอยู่ใกล้เส้นเลือดสำคัญ ความปลอดภัยจึงต้องมาก่อนเสมอค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า