เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม? ข้อควรรู้และควรระวังก่อนทำ

เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม? ข้อควรรู้และควรระวังก่อนทำ

RWC Clinic สรุปให้

  • เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม คำตอบคือสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และการวางแผนที่รอบคอบ เนื่องจากโครงสร้างจมูกที่เคยผ่าตัดมีความซับซ้อนกว่าจมูกปกติ
  • รูปแบบการเสริมจมูกแต่ละประเภท เช่น ซิลิโคน ร้อยไหม หรือเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน ส่งผลต่อตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดเสริมได้แตกต่างกัน
  • ควรรออย่างน้อย 6-12 เดือนหลังเสริมจมูก เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวและซิลิโคนเข้าที่ก่อนฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติม
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดควรอยู่ในขีดจำกัด ไม่เกิน 0.5-1 CC เพื่อไม่กดทับซิลิโคนหรือทำให้จมูกผิดรูป
  • ควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะการฉีดแม่นยำ เพื่อลดความเสี่ยงด้านหลอดเลือดและภาวะแทรกซ้อนจากโครงสร้างจมูกที่เปลี่ยนแปลงไป

หลายคนที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว ไม่ว่าจะด้วยซิลิโคน ด้วยหรือกระดูกอ่อน มักสงสัยว่า เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม เพื่อปรับรายละเอียดที่ยังไม่สมใจ หรือเติมเต็มจุดที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น คำตอบคือทำได้ แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และการวางแผนที่รอบคอบ เพราะโครงสร้างจมูกที่ผ่านการเสริมมาแล้วมีความซับซ้อนกว่าจมูกที่ไม่เคยทำหัตถการใด ๆ RWC Clinic จะพาทำความเข้าใจทุกแง่มุมที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจในบทความนี้ค่ะ

ทำความเข้าใจการเสริมจมูกและการฉีดฟิลเลอร์

ทำความเข้าใจการเสริมจมูกและการฉีดฟิลเลอร์

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดที่เปลี่ยนโครงสร้างจมูกแบบถาวร โดยการใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อเพื่อสร้างสันจมูกที่สูงโด่ง ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อปรับแต่งรูปทรงจมูก

เมื่อได้ทำการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้ว หากต้องการปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยฟิลเลอร์ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อความปลอดภัย

| อ่านเพิ่มเติม  ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) เสริมดั้งสวยปลายพุ่ง ปลอดภัย ไม่ผ่าตัด

รูปแบบการเสริมจมูก

การเสริมจมูกมีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบส่งผลต่อการฉีดฟิลเลอร์ในระดับที่แตกต่างกัน ดังนี้

รูปแบบการเสริมจมูก
  • เสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Silicone Implant) เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุดในไทย ซิลิโคนจะถูกฝังอยู่ในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังตลอดแนวสันจมูก การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้ โดยแพทย์มักเลือกปรับบริเวณโคนจมูกหรือปลายจมูก ซึ่งเป็นจุดที่ซิลิโคนไม่ครอบคลุม
  • เสริมจมูกด้วยด้าย (Thread Rhinoplasty) การเสริมจมูกด้วยด้าย PDO หรือ PLLA เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่เมื่อต้องการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติม ต้องระวังมากกว่าปกติ เนื่องจากด้ายอาจเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้นหากถูกกดทับจากฟิลเลอร์ในปริมาณมาก แพทย์จะต้องประเมินตำแหน่งด้ายก่อนทุกครั้ง
  • เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน (Tip Plasty) กรณีนี้มักทำร่วมกับซิลิโคนเพื่อให้ปลายจมูกดูเป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้บริเวณสันจมูก แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณปลายจมูกที่มีกระดูกอ่อนอยู่ เพราะอาจส่งผลต่อรูปทรงและการยึดเกาะของโครงสร้าง
 

ข้อควรระวังและข้อจำกัด

แม้ว่า เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม จะมีคำตอบว่าได้ แต่ก็มีข้อควรระวังดังนี้

ข้อควรระวังและข้อจำกัด
  • ผลต่อการยึดเกาะของซิลิโคน – เนื้อฟิลเลอร์อาจส่งผลต่อการยึดเกาะของแท่งซิลิโคน โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณมาก อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ข้อจำกัดด้านปริมาณ – การฉีดฟิลเลอร์หลังเสริมจมูกต้องใช้ปริมาณที่จำกัด เพื่อไม่ให้กดทับซิลิโคนหรือทำให้จมูกดูผิดรูป โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.5-1 CC
  • ความเสี่ยงด้านภาวะแทรกซ้อน – การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่เคยผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบมากขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากการผ่าตัดก่อนหน้า
  • ความเสี่ยงด้านหลอดเลือด (Vascular Occlusion) – เมื่อมีซิลิโคนอยู่ภายในจมูก โครงสร้างกายวิภาคบริเวณนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้แนวหลอดเลือดอาจอยู่ในตำแหน่งที่คาดเดาได้ยากขึ้น แพทย์ผู้ฉีดจึงต้องมีความเชี่ยวชาญสูง มีทักษะการฉีดที่แม่นยำ และพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินเช่น การอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งหากเกิดขึ้นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์

ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์
  • หลังเสริมจมูกใหม่ – ควรรออย่างน้อย 6-12 เดือน หลังการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวสมบูรณ์และซิลิโคนเข้าที่แล้ว
  • ประเมินความคงตัวของซิลิโคน – แพทย์จะต้องประเมินว่าซิลิโคนยึดเกาะดีและอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์
  • สุขภาพเนื้อเยื่อ – เนื้อเยื่อรอบๆ ซิลิโคนต้องไม่มีการอักเสบ การติดเชื้อ หรือปัญหาใดๆ

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์ในผู้ที่เคยเสริมจมูกต้องระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณจมูก – ไม่ควรนอนตะแคงกดใส่จมูก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิม หรือไปกดทับซิลิโคนที่อยู่ด้านล่าง 
  • ประคบเย็นเบาๆ เพื่อลดการบวม – ใช้ผ้าเย็นหรือเจลเย็นห่อด้วยผ้าบางๆ ประคบบริเวณรอบจมูก วันละ 10-15 นาที ช่วงละ 2-3 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งโดยตรง 
  • ไม่ควรล้างหน้าหรือสัมผัสน้ำบริเวณที่ฉีด – ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าหรือให้น้ำสัมผัสบริเวณจมูก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรียในน้ำ 
  • หลีกเลี่ยงการเอนศีรษะลงหรือก้มหน้านานๆ – การก้มหน้าหรือเอนศีรษะลงต่ำจะทำให้เลือดไหลไปรวมที่ศีรษะมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการบวมมากกว่าปกติ และอาจทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนตัวได้
  • งดการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เลือดสูบฉีดหรือเหงื่อออกมาก – การออกกำลังกายที่หนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการบวมมากกว่าปกติ เหงื่อที่ออกมากยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ 
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ หรือการสัมผัสความร้อนจัด – ความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้เกิดการบวมและอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือสลายเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนมาก การนั่งใกล้เตาไฟ การใช้ไดร์เป่าผมใส่หน้า
  • ไม่ควรนวดหรือบีบบริเวณจมูกที่ฉีดฟิลเลอร์ – การนวดหรือบีบจมูกอาจทำให้ฟิลเลอร์กระจายไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ
  • งดการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์อื่นๆ บริเวณใบหน้า – การทำเลเซอร์ การฉีดโบท็อกซ์ หรือทรีทเมนต์ความงามอื่นๆ บริเวณใบหน้าอาจไปรบกวนกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
  • หลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณจมูกอย่างแรง – การกระแทกหรือการกระทบกระเทือนที่รุนแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือแตกกระจาย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อซิลิโคนที่อยู่ด้านใน
  • นัดติดตามผลตามที่แพทย์กำหนด – การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญมาก โดยปกติจะนัดตรวจที่ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อประเมินการฟื้นตัวและตรวจสอบว่าฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เสริมจมูกมากี่เดือนถึงฉีดฟิลเลอร์ได้?

โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้รออย่างน้อย 6–12 เดือนหลังการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวสมบูรณ์และซิลิโคนเข้าที่แน่นดีแล้ว อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินโดยตรง

เสริมจมูกซิลิโคนแล้ว ฉีดฟิลเลอร์ได้กี่ CC?

ปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้ว โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.5–1 CC ต่อครั้ง เพื่อไม่ให้กดทับซิลิโคนหรือทำให้จมูกดูผิดสัดส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของซิลิโคนด้วย

 ฟิลเลอร์จมูกในคนที่เสริมจมูกแล้ว จะอยู่ได้นานเท่าไหร่?

ระยะเวลาของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้และกระบวนการเผาผลาญของร่างกายแต่ละคน โดยทั่วไปฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) อยู่ได้ประมาณ 9–18 เดือน ในผู้ที่มีซิลิโคนอยู่แล้ว ฟิลเลอร์อาจสลายเร็วหรือช้าแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อเยื่อรอบๆ

หากไม่พอใจผล สามารถละลายฟิลเลอร์ได้ไหม?

ได้ค่ะ หากใช้ฟิลเลอร์ชนิด HA (Hyaluronic Acid) สามารถใช้ยาละลายฟิลเลอร์ Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ออกได้ อย่างไรก็ตามต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบซิลิโคน และควรรอ 1–2 สัปดาห์หลังการละลายก่อนฉีดฟิลเลอร์ใหม่

ฉีดฟิลเลอร์จมูกโดยไม่เสริมจมูก กับเสริมจมูก + ฉีดฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างเดียวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เติมสันจมูก ปรับมุมปลายจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติแต่ไม่ถาวร ส่วนการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนร่วมกับฟิลเลอร์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโครงสร้างจมูกที่ชัดเจนและยาวนานกว่า โดยใช้ฟิลเลอร์ปรับรายละเอียดในจุดที่ซิลิโคนครอบคลุมไม่ถึง

สรุป

คำตอบสำหรับคำถาม เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม คือ สามารถทำได้ค่ะ แต่ต้องมีความระมัดระวังและการวางแผนที่ดี การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ การใช้ฟิลเลอร์คุณภาพ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสวยงาม หากกำลังพิจารณาทำ เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า