ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร? ประโยชน์ และอันตรายที่ควรรู้

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร

ร้อยไหมก้างปลา กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการความงามปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีการยกกระชับใบหน้าที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้ไหมละลายพิเศษที่มีเงี่ยงคล้ายก้างปลา สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวเพื่อดึงรั้งและยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าไม่กระชับ และต้องการหน้าเรียว V-shape แบบไม่ต้องพักฟื้นนาน

การร้อยไหม คืออะไร

การร้อยไหม คือ เป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงและดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด สามารถร้อยได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย โดยใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อให้กระชับตัวขึ้นผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไปและส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิว 

และมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง โดยจะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่างและจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ทั้งยังช่วยกระตุ้นเมแทบอลิซึ่ม (Metabolism) ให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร

ร้อยไหมก้างปลา หรือ การร้อยไหมเงี่ยง ลักษณะของการร้อยไหมก้างปลาก็จะคล้าย ๆ กับชื่อ โดยมีเงี่ยงโผล่ออกมาเหมือนก้างปลา ซึ่งวัสดุที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ได้แก่ PDO (6 เดือน) PLLA (18 เดือน) และ PCL (24 เดือน) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย ยิ่งมีการใช้เส้นไหมเยอะขึ้น จะทำให้การกระชับของผิวหนังอยู่ได้นานมากยิ่งขึน

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร

ลักษณะของไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา จะใช้ไหมละลายที่มีลักษณะเส้นใหญ่ รูปทรงลักษณะคล้ายก้างปลา นำเข้าจากอเมริกาและเกาหลี ให้ผลเทียบเท่าการทำศัลยกรรมดึงหน้าขนาดเล็ก ยกกระชับได้อย่างชัดเจน ไม่บวม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะสามารถ ร้อยไหมก้างปลา ซ่อนไว้ที่กรอบรูปหน้า ไม่ให้เห็นร่องรอยการร้อย จึงไม่ต้องมีความกังวลเรื่องรอยช้ำ หรือรอยแผล  ผิวจะยกกระชับขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไป ไหมก้างปลาจะสลายไป

| อ่านเพิ่มเติม  ร้อยไหมก้างปลา บวมกี่วัน ? ดูแลตัวเองอย่างไรหลังร้อยไหมก้างปลา 

ประโยชน์ของการ ร้อยไหมก้างปลา

ประโยชน์ของการ ร้อยไหมก้างปลา
  • ช่วยปรับใบหน้าให้ได้รูป V-shape
  • กรอบหน้าคมชัดขึ้น คางเด่นขึ้น ลดไขมันและคาง 2 ชั้น
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง
  • ผิวยกกระชับ รูขุมขนเล็กลง ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดเลือนลง เช่นริ้วรอยรอบดวงตา
  • ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

ชนิดของไหมที่ใช้ในการร้อยไหมก้างปลา

ตัวไหมก้างปลา เส้นไหมจะมีทั้งหมด 3 ชนิด

ชนิดของไหมที่ใช้ในการร้อยไหมก้างปลา
  • PDO

เป็นไหมที่มาจากไหมในการเย็บเส้นเลือดหัวใจเพราะเป็นไหมละลายที่มีประสิทธิภาพสูงและจะละลายไปเองตามกระบวนการการทำงานของร่างกาย โดยเฉลี่ย ที่ 8-12 เดือน

  • PLLA

เป็นไหมที่ค่อนข้างแข็งและเป็นไหมรุ่นแรกๆในการใช้ร้อยไหมยกกระชับ เพียงแต่ไหมรุ่นนี้จะมีความแข็งค่อนข้างมาก เวลาร้อยในยุคแรกๆผู้รับการร้อยจะสามารถสัมผัสถึงตัวไหมได้ หรืออาจได้ยินเสียงเวลาขยับกล้ามเนื้อหน้า

  • PLC

มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูงและเส้นเล็กจึงเหมาะกับการร้อยในจุดที่ละเอียดอ่อนเช่นใต้ดวงตาเป็นต้น ปัจจุบันได้พัฒนาให้มีการผสมตัวPLLAเข้าไปด้วยจึงเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองมารวมกัน เลยกลายเป็นไหมที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ไหมที่ใช้ในการ ร้อยไหมก้างปลา ที่ดีควรจะมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี ไม่เปราะและขาดง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้วยว่าจะทำให้ไหมลดประสิทธิภาพลงหรือไม่ ซึ่งการ ร้อยไหมก้างปลา สามารถใช้ร่วมกับเทคนิคอื่น ๆ เพื่อให้ใบหน้าของเราสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เช่น การฉีดลดไขมัน เพื่อให้ได้รูปหน้าที่คมชัด ลดไขมันบนใบหน้า

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการ ร้อยไหมก้างปลา

การร้อยไหมก้างปลา ถือเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าที่ปลอดภัย ถ้าหากทำการร้อยไหมด้วยวิธีที่ถูกต้อง แต่ก็มีกรณีที่เกิดผลข้างเคียงจากเทคนิคการร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ไม่รุนแรงมากนัก สามารถแก้ไขได้

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการ ร้อยไหมก้างปลา
  • ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมมาตรกันอยุู่แล้วหรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  • การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยเสมอ
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  • ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  • ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

หลังร้อยไหมก้างปลา ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

หลังจาก ร้อยไหมก้างปลา จะสามารถเห็นผลได้ทันที และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยช่วงแรกจะมีอาการบวมและรู้สึกตึงผิวหน้า หลังจากนั้นจะเริ่มยุบและเข้าที่ภายใน 2 อาทิตย์ แต่ข้อควรระวังหลังจาก ร้อยไหมก้างปลา คือ การกระทำที่มีผลกระทบต่อบริเวณที่ ร้อยไหมก้างปลา เช่น การยิงเลเซอร์ ความร้อนต่าง ๆ เพราะอาจจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการร้อยไหม นอกจากนี้ควรปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • ประคบเย็นบ่อย ๆ ใน 6-12ชั่วโมงแรกหลังร้อยไหม
  • ทานยาป้องกันการอักเสบ
  • ทานยาลดบวม
  • ห้ามนวดหน้าหรือทำให้หน้ากระทบกระเทือน
  • งดนวดหน้าเลเซอร์ซาวน่า

สรุป

ร้อยไหมก้างปลา เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีและยาวนานตั้งแต่ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่เลือกใช้ นอกจากช่วยยกกระชับแล้ว ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และใช้ไหมที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่ต้องการค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า