RWC Clinic สรุปให้
-
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องตรวจเช็คว่าคลินิกใช้ตัวยาของแท้ที่แกะกล่องให้เห็นต่อหน้า และสามารถนำเลข Lot ไปเช็คกับบริษัทผู้นำเข้าได้จริงเพื่อความชัวร์
-
งดรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพริน วิตามินอี หรืออาหารเสริมที่มีส่วนทำให้เลือดหยุดไหลยากล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เพื่อลดรอยเขียวช้ำหรือบวมหลังทำ
-
ปรึกษาหมอถึงข้อจำกัดของเนื้อเยื่อจมูกเดิม เพราะการเติมยาปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้ทรงจมูกดูหนาและขยับเคลื่อนที่ได้ง่ายในอนาคต
-
แจ้งประวัติการทำศัลยกรรมหรือการฉีดสารอื่น ๆ ในอดีตให้หมอทราบอย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงจากการฉีดซ้ำซ้อนในตำแหน่งเดิมให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่ทรงจมูกอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือตัวยาเคลื่อนที่จนเสียรูปทรงในระยะยาว ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เข้ากับเนื้อผิว และการประเมินความหนาของผิวในแต่ละจุดที่ไม่ละเอียดพอค่ะ
บทความนี้จาก RWC Clinic จะอธิบายเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์จมูก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเข้ากับใบหน้าของแต่ละบุคคลค่ะ
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ?
การเตรียมตัว ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ให้พร้อม ช่วยลดความเสี่ยงและลดรอยเขียวช้ำได้จริง การหยุดทานกลุ่มวิตามินหรือยาที่มีผลต่อการไหลเวียนของเลือดล่วงหน้า 7 วัน ช่วยให้เนื้อเยื่อพร้อมรับตัวยาและลดระยะเวลาพักฟื้นได้ดี ข้อควรปฏิบัติก่อนทำ มีดังนี้ค่ะ
-
งดกลุ่มยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาหรือวิตามินอี 7 วัน
-
ตรวจเช็คเลข Lot และสแกนรหัสข้างกล่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ที่สลายได้เองทั้งหมด
-
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่กระตุ้นการสูบฉีดเลือดล่วงหน้า 24 ชั่วโมง
-
เลี่ยงการนวดหน้าและทำเลเซอร์ในบริเวณที่ทำเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ถ้าพบว่าบริเวณจมูกมีสิวอักเสบรุนแรงหรือแผลติดเชื้อ ควรดูแลรักษาผิวให้เรียบเนียนเป็นปกติก่อนเริ่มทำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
การแจ้งประวัติศัลยกรรมหรือประวัติการฉีดสารอื่นในอดีตมีความจำเป็น เพราะพังผืดเดิมมีผลต่อการกระจายตัวยาใหม่ การเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีค่าความยืดหยุ่นและการยึดเกาะสูง ช่วยคงรูปทรงให้โด่งคมไม่ขยายออกด้านข้างจนผิดทรงค่ะ
เช็คก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ว่าเหมาะกับใคร ?
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรเช็คโครงสร้างจมูกเดิมว่ามีฐานอยู่บ้างหรือเปล่า การเติมสารเติมเต็มเหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความคมให้สันจมูกและปรับปลายจมูกให้พุ่งขึ้นเล็กน้อย วิธีนี้ช่วยปรับทรงจมูกที่มีฮัมพ์หรือรอยบุ๋มให้เรียบเนียนขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดใหญ่ค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์จมูกช่วยลดเวลาพักฟื้นและตอบโจทย์คนที่ต้องทำงานออกหน้ากล้องบ่อย ๆ เหมาะกับคนที่ยังกังวลเรื่องการผ่าตัดหรืออยากทดลองทรงจมูกก่อนใส่ซิลิโคนถาวร กลุ่มที่มีปัญหาเหล่านี้จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ได้แก่
-
คนที่มีสันจมูกเตี้ยแต่ไม่อยากผ่าตัด
-
คนที่มีปัญหาสันจมูกขรุขระและมีรอยบุ๋มเล็กน้อย
-
คนที่ต้องการปรับปลายจมูกให้เชิดเพื่อเสริมมิติให้ใบหน้า
การเลือกตำแหน่งก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูกส่งผลให้ทรงจมูกรับเข้ากับรูปหน้าได้ดูเนียนตา ทรงจมูกใหม่ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูน่ามองขึ้นและไม่ดูแข็งกระด้างจนเกินไปค่ะ
ข้อควรระวังที่ต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรตรวจเช็คตำแหน่งเส้นเลือดก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูกเสมอ เพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเชื่อมต่อไปยังดวงตา การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วยการงดรับประทานน้ำมันปลาและวิตามินอีช่วยลดรอยเขียวช้ำที่เกิดขึ้นได้ค่ะ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม พร้อมรวมความเสี่ยงที่ต้องระวังก่อนฉีด
หลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ร่างกายมีการตอบสนองต่อเนื้อฟิลเลอร์และแผลเข็มขนาดเล็ก อาการบวม แดง หรือรอยเขียวช้ำค่อย ๆ จางหายเองภายใน 2-3 วัน ถ้ารู้สึกปวดหน่วงในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ทานยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าปวดรุนแรงทนไม่ไหว ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือขาวซีด มีตุ่มหนองและผิวอักเสบแดงวงกว้าง ต้องไปพบแพทยืทันที
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก
เพื่อให้จมูกเป็นทรงสวยตามแผนที่วางไว้ ก็ควรปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ค่ะ
-
ประคบเย็นเบา ๆ ในวันแรกช่วยลดอาการบวมแต่ห้ามกดทับรอยเข็มแรงเกินไป
-
งดการเข้าซาวน่าและกิจกรรมความร้อนสูง 48 ชั่วโมง
-
นอนหนุนหมอนสูงกว่าหัวใจในช่วง 2 คืนแรก ช่วยให้ของเหลวไม่คั่งบริเวณใบหน้า
-
หลีกเลี่ยงการจับ สัมผัส และนวดทรงจมูกด้วยตัวเอง ป้องกันเนื้อฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่ง
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก เลือกรุ่นไหนดี ?
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูกควรเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่มีค่าความคงตัวสูงช่วยให้เนื้อเจลคงรูปได้ตามต้องการ การใช้รุ่นที่มีเนื้อเจลแข็งช่วยป้องกันการไหลออกด้านข้างและทำให้ทรงจมูกดูมีมิติขึ้น รุ่นฟิลเลอร์ที่แนะนำมีดังนี้
-
Restylane Lyft มีโมเลกุลขนาดใหญ่และมีความแข็งแรง ช่วยยกฐานจมูกให้ตั้งทรงคม
-
Juvederm Volux ใช้เทคโนโลยี Vycross ช่วยในการยกเนื้อผิวและสลายตัวช้า
-
Belotero Intense มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ทรงจมูกเนียนเรียบไปกับผิว
ควรตรวจเช็คข้อมูลก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูกทุกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าสารเติมเต็มสลายตัวได้เองและผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกค้างและได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง: ฉีดฟิลเลอร์จมูกยี่ห้อไหนดี ? เลือกฉีดเสริมดั้งอย่างไรให้ดูเป็นธรรมชาติ
วิธีเช็กคลินิกและฟิลเลอร์แท้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรตรวจสอบเลขใบอนุญาต 11 หลัก ของสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพื่อยืนยันข้อมูล คลินิกต้องแสดงป้ายชื่อที่ตรงกับสถานที่จริง มีรูปถ่ายและชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการในจุดที่เห็นได้ง่าย แนะนำให้ตรวจกล่องและอุปกรณ์ตามรายการดังนี้
-
สังเกตฉลากภาษาไทยและเลข อย. ที่ระบุไว้ข้างกล่อง
-
ตรวจเช็คเลข Lot และวันหมดอายุบนกล่องกับหลอดด้านในให้เป็นเลขชุดเดียวกัน
-
สแกน QR Code บนกล่องผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทนำเข้าเพื่อเช็กแหล่งที่มา
-
โทรสอบถามบริษัทตัวแทนจำหน่ายเรื่องประวัติการสั่งซื้อยาของคลินิก
-
ให้แพทย์แกะกล่องใหม่และดึงยาจากหลอดให้เห็นทุกขั้นตอน
ถ้าคลินิกปฏิเสธการให้ตรวจเช็คกล่องหรือเตรียมยาไว้ล่วงหน้า ควรปฏิเสธการรับบริการทันที เพราะมีความเสี่ยงได้รับของปลอมและฟิลเลอร์กระเป๋าที่ควบคุมคุณภาพไม่ได้ อาจทำให้เกิดพังผืดหรือการอักเสบติดเชื้อในระยะยาวค่ะ
สรุป
ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้และตรวจสอบแหล่งที่มาได้ การศึกษาวิธีเช็กกล่องฟิลเลอร์ช่วยให้ได้รับบริการที่วางใจได้ การเลือกคลินิกแกะกล่องโชว์ต่อหน้าช่วยเพิ่มความสบายใจในขั้นตอนการทำ การเตรียมตัวก่อนทำมีดังนี้
อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือการงดอาหารเสริมและวิตามินต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดล่วงหน้าประมาณ 7 วันเพื่อลดโอกาสเขียวช้ำหลังทำ
ถ้ามีรูปทรงจมูกที่ต้องการในใจ แนะนำให้นำไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเดิมว่าสามารถทำได้ใกล้เคียงแค่ไหน การพูดคุยรายละเอียดให้ชัดเจนจะช่วยลดความกังวล และทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติตรงกับความต้องการค่ะ


