RWC Clinic สรุปให้
- Teoxane เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ใช้เทคโนโลยี PNT ให้ความยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ
- มี 7 รุ่นหลักที่ผ่าน อย.ไทย แต่ละรุ่นเหมาะกับบริเวณต่างกัน ตั้งแต่งานผิวจนถึงปรับโครงหน้า
- สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลายบริเวณ เช่น ริ้วรอย ใต้ตา ร่องแก้ม ปาก ขมับ คาง และกรอบหน้า
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อฟิลเลอร์ไม่เป็นก้อน โดยระยะเวลาคงทนของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจอยู่ได้ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์, บริเวณที่รักษา, อัตราการเผาผลาญของร่างกาย และการดูแลผิวหลังการรักษา
ความงามและความมั่นใจในรูปลักษณ์เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านความงามได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้การปรับรูปหน้าและแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ เป็นไปได้ง่ายและมีความปลอดภัยมากขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ Teoxane Filler จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่ RWC Clinic เราเข้าใจความต้องการของผู้ที่มองหาโซลูชันด้านความงาม ด้วยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์กว่า 8 ปี บทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Teoxane Filler เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองได้
Teoxane คือฟิลเลอร์ในกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ที่ผลิตและพัฒนาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตโดยบริษัท Teoxane Laboratories ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน Hyaluronic Acid ฟิลเลอร์นี้ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) คุณภาพสูง ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติของร่างกาย
จุดเด่นสำคัญของ Teoxane คือการใช้เทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ในการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาโครงสร้างของโมเลกุล Hyaluronic Acid ให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวตามการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้ใบหน้าแข็งหรือเป็นก้อน
Teoxane ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก US FDA และ อย.ไทย โดยในประเทศไทยมีการนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องโดยบริษัท คอสม่า เมดิคอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ BJC
Teoxane RHA Series
RHA Series เป็นกลุ่ม Dynamic Filler ที่เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย
- RHA 1: เนื้อนิ่มที่สุด เหมาะสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แก้ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณใต้ตาชั้นตื้น คอ และเนินอก
- RHA 2: เนื้อนิ่มปานกลาง ใช้สำหรับแก้ริ้วรอยระดับกลาง เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา และเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปาก
- RHA 3: เนื้อแน่นขึ้น เหมาะสำหรับเติมร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และปรับทรงปากให้ชัดเจน
- RHA 4: เนื้อแน่นที่สุดใน RHA Series ใช้สำหรับปรับโครงหน้า เช่น ขมับ แก้ม กราม และคาง
2. Teoxane Redensity 1
Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์สำหรับงานผิว (Skin Booster) มีเนื้อที่ละเอียดมาก ใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ความฉ่ำวาว และบำรุงผิวทั่วใบหน้า ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน
3. Teoxane Redensity 2
Redensity 2 เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบริเวณใต้ตา มีเนื้อที่นิ่มแต่คงตัวได้ดี เหมาะสำหรับแก้ปัญหาใต้ตาลึก ร่องน้ำตา และลดความคล้ำใต้ตา โดยไม่ทำให้เกิดการบวมโป่งผิดปกติ
4. Teoxane Ultra Deep
Ultra Deep เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็งและคงตัวสูงที่สุด เหมาะสำหรับการเพิ่ม Volume ในผิวชั้นลึก ใช้ในการยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น ขมับ แก้มตอบ คาง และกรอบหน้า
5. Teoxane Kiss
Teoxane Kiss เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับริมฝีปาก มีเนื้อที่ยืดหยุ่นและนุ่มนวล เหมาะสำหรับการเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูเป็นธรรมชาติ
1. ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและร่องตื้น
Teoxane สามารถเติมเต็มริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งริ้วรอยตื้นและลึก ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหน้าผากที่เกิดจากการยกคิ้ว ริ้วรอยระหว่างคิ้วจากการขมวด ริ้วรอยหางตาที่ทำให้ดูแก่ ร่องแก้มที่เป็นสาเหตุให้ดูเหนื่อยล้า และร่องน้ำหมากที่ทำให้ใบหน้าดูเศร้าหม่นใส การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มและบริเวณอื่นๆ ด้วย Teoxane จะช่วยให้ริ้วรอยเหล่านี้ดูจางลง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
รุ่นที่เหมาะสม: Ultra Deep สำหรับขมับและแก้มตอบ, RHA 4 สำหรับแก้มส้ม
2. ปรับแก้ปัญหาร่องใต้ตาและถุงใต้ตา
บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนและต้องการความเชี่ยวชาญพิเศษ Teoxane สามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก ร่องน้ำตา และความคล้ำใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้ตาที่บอบบาง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์มากขึ้น ลดปัญหาที่ทำให้ดูเหนื่อยล้าหรือแก่ก่อนวัย
3. เติมเต็มแก้มและขมับเพื่อใบหน้าที่สมส่วน
การสูญเสียความอิ่มเต็มที่แก้มและขมับเป็นสัญญาณของการชราที่เห็นได้ชัด Teoxane สามารถช่วยเพิ่มปริมาตรให้แก้มดูอิ่มเต็มและยกกระชับ รวมทั้งเติมเต็มขมับที่ยุบลงให้ใบหน้าดูสมส่วนและมีมิติมากขึ้น การปรับปรุงบริเวณแก้มส่วนกลางยังช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และสดใส
รุ่นที่เหมาะสม: Ultra Deep สำหรับขมับและแก้มตอบ, RHA 4 สำหรับแก้มส้ม
4. ปรับรูปทรงริมฝีปากและกรอบหน้า
การปรับปรุงรูปทรงปากและกรอบหน้าช่วยเพิ่มความมั่นใจและเสน่ห์ให้กับผู้หญิงได้อย่างชัดเจน Teoxane สามารถเพิ่มความอวบอิ่มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยงาม เสริมคางเพื่อปรับหน้าเรียว แก้ปัญหาคางสั้น สร้างสันกรามให้คมชัด และลดเลือนร่องมุมปากที่ทำให้ดูเศร้า ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูกระชับและมีสัดส่วนที่สวยงาม
รุ่นที่เหมาะสม: Kiss และ RHA 2 สำหรับริมฝีปาก, Ultra Deep สำหรับคางและกรอบหน้า
5. บำรุงผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น
นอกจากการปรับรูปแล้ว Teoxane ยังมีบทบาทสำคัญในการบำรุงผิว โดยสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความฉ่ำวาวให้กับผิวหน้า ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและมีสุขภาพดี นอกจากใบหน้าแล้วยังสามารถฉีดที่บริเวณคอและเนินอกเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและลดริ้วรอยได้อีกด้วย
รุ่นที่เหมาะสม: Redensity 1 สำหรับงานผิวทั่วไป, RHA 1 สำหรับปรับปรุงคุณภาพผิว
ผู้ที่เหมาะสมกับ Teoxane
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้สมส่วนและกระชับ
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้กับริมฝีปาก
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาใต้ตาลึกหรือคล้ำ
- ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานและคุ้มค่า
ผู้ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ Teoxane
- ผู้ที่แพ้ Hyaluronic Acid หรือ Lidocaine
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน (Autoimmune diseases) ที่ยังควบคุมอาการได้ไม่ดี หรือผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) หรือยาชา (Lidocaine)
- รุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้
- ปริมาณ (CC) ที่ต้องการฉีด
- บริเวณและเทคนิคการฉีด
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
- โปรโมชั่นของแต่ละคลินิก
ราคาโดยประมาณ
- RHA Series: 14,000-16,000 บาท/CC
- Ultra Deep: 16,000-18,000 บาท/CC
- Redensity Series: 12,000-15,000 บาท/CC
- Kiss: 15,000-17,000 บาท/CC
ทั้งนี้ ราคาการฉีดฟิลเลอร์ข้างต้น เป็นเพียงการประมาณการณ์ ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกนะคะ
การเตรียมตัวก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ Teoxane
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์และการดูแลตนเองหลังการรักษา เป็นสิ่งที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง ฟิลเลอร์ Teoxane แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก็มีส่วนช่วยให้การฉีดเป็นไปราบรื่นและผลลัพธ์อยู่ได้นานตามที่คาดหวังค่ะ
ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับบริการ
- หยุดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน E อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนฉีด
- หยุดยาสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ginkgo, ginseng ล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น retinol, AHA, BHA ก่อนฉีด 1-2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
- งดการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์ที่ใบหน้าในช่วง 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
- งดการโกนหรือถอนขนบริเวณที่จะฉีดในช่วง 24-48 ชั่วโมงก่อน
- ทำความสะอาดหน้าให้สะอาดและไม่ทาเครื่องสำอางในวันที่เข้ารับบริการ
- แจ้งประวัติการแพ้และยาที่ใช้ให้แพทย์ทราบก่อนฉีด
การดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตนเองในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด
- งดการออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า, การทำเลเซอร์
- งดดื่มแอลกอฮอล์
- อาจพบอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง
อาการผิดปกติที่ควรสังเกตและรีบปรึกษาแพทย์
- มีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณที่ฉีดหรือไม่ทุเลาลงหลังทานยาแก้ปวด
- สีของผิวหนังบริเวณที่ฉีดหรือใกล้เคียงเปลี่ยนแปลงไป เช่น ซีดขาวหรือคล้ำผิดปกติ
- มีอาการบวม แดง ร้อน มากผิดปกติ หรือมีตุ่มหนองเกิดขึ้น
- สังเกตเห็นว่าฟิลเลอร์มีการเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
อ่านเพิ่มเติม: เช็คลิสต์! หลังฉีดฟิลเลอร์ ดูแลตัวเองยังไง ? ห้ามทำอะไรบ้าง
บทสรุป
Teoxane Filler จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวและปรับปรุงรูปลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ Teoxane สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ยืดหยุ่น และยาวนานถึง 12-18 เดือน
การมีฟิลเลอร์หลากหลายรุ่น ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การบำรุงผิวด้วย Redensity 1 การแก้ปัญหาใต้ตาด้วย Redensity 2 การเติมเต็มริ้วรอยด้วย RHA Series ไปจนถึงการปรับโครงหน้าด้วย Ultra Deep
ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยฟิลเลอร์ Teoxane ควรปรึกษาแพทย์ด้านความงามเพื่อทำการประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


