



ฟิลเลอร์ปาก ช่วยปรับรูปทรงริมฝีปากสำหรับผู้ที่มีปัญหาปากบาง ปากไม่สมมาตร หรือรูปทรงปากที่ยังไม่ถูกใจ การฉีดปากช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม มีมิติ และเสริมสร้างความมั่นใจได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้จาก RWC Clinic จะอธิบายข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของคุณค่ะ
ฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) คือการนำสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) มาฉีดบริเวณริมฝีปาก เพื่อเพิ่มปริมาตร ปรับรูปทรง และเพิ่มความชุ่มชื้น สารชนิดนี้ทำงานร่วมกับคอลลาเจน เมื่อสัมผัสกับน้ำจะขยายตัวเป็นเจล สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
การฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น มีความชุ่มชื้น มีสีชมพูระเรื่อขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนโยน หัตถการนี้ยังเหมาะกับคนที่มีริมฝีปากบาง ไม่สมมาตร แห้งแตก มีริ้วรอยเล็ก ๆ ขอบปากไม่ชัดเจน หรือมีมุมปากตกค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดครั้งแรก
การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับรูปทรงปากที่ต้องการ แพทย์จะประเมินโครงสร้างริมฝีปากเดิมและเลือกตำแหน่งการฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยตำแหน่งที่สามารถฉีดปากได้ มีดังนี้
การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะสำหรับคนที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ส่วนคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีประวัติภูมิแพ้รุนแรง และคนที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการค่ะ
ทรงปากกระจับ หรือทรงเชอร์รี่ (Cherry Lips) รูปทรงที่ได้รับอิทธิพลจากเทรนด์ความงามของเกาหลี มีลักษณะเป็นทรงกลม นุ่ม และยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าดูสดใส ทรงนี้เน้นความอวบอิ่มของริมฝีปากบนกับล่างบริเวณกลางปาก ทำให้ดูคล้ายผลเชอร์รี่ เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูน่ารักและสดใส
เทคนิคการฉีดปากกระจับทรงนี้ เน้นเติมบริเวณกลางปากทั้งบนและล่าง แต่ลดปริมาณบริเวณมุมปาก เพื่อให้ปากดูกลม อวบอิ่ม และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
ทรงปากอวบอิ่มแบบตะวันตก (Western Full Lips) เน้นความสมดุลและความเต็มอิ่มของริมฝีปากบนกับล่างเท่า ๆ กัน เป็นรูปทรงที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่และมีเสน่ห์
การฉีดปากจะกระจายเนื้อฟิลเลอร์ให้ทั่วริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ปากดูเต็มและมีขอบปากที่คมขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มปริมาตรให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูแบบฉีดปากสายฝอค่ะ
ทรงปากปีกนก หรือทรงคิวปิดโบว์ (Cupid’s Bow) การสร้างรูปทรงริมฝีปากบนให้มีความโค้งคล้ายรูปหัวใจหรือปีกนกทรงนี้ช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วนและให้ลุคที่ดูละมุน
เทคนิคการฉีดปากเน้นสร้างขอบปากบนให้เป็นรูปตัว M และยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าสดใส ดูไม่เศร้า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้รูปทรงปากมีความโค้งสวยงาม
ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดี ได้แก่
นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดในวันที่ฉีด และมาถึงคลินิกด้วยใบหน้าที่สะอาดปราศจากเครื่องสำอางค่ะ
หลังการฉีดฟิลเลอร์ปาก อาการที่สังเกตเห็นได้ชัดคือรอยเข็มและรอยฟกช้ำ แล้วจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 7-14 วัน เพื่อช่วยให้ริมฝีปากคงรูปทรงสวยได้นาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลหลังการฉีด ดังนี้
| ข้อควรปฏิบัติ | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|
| 1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ 8–10 แก้วต่อวัน โดยเฉพาะใน 4 สัปดาห์แรก | 1. การนวด คลึง หรือกดริมฝีปากแรง ๆ เป็นเวลา 1 เดือน |
| 2. ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำ ในช่วงแรกหลังฉีดปาก | 2. ความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ ซาวน่า เป็นเวลา 1 สัปดาห์ |
| 3. การแต่งหน้าบริเวณปากอย่างน้อย 24 ชั่วโมง | |
| 4. การออกกำลังกายหนัก 24–48 ชั่วโมง | |
| 5. การดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงหลังฉีด |
ในช่วงแรกหลังการฉีด ริมฝีปากอาจยังมีอาการบวมอยู่ ทำให้รูปทรงยังไม่เข้าที่ หลายคนสงสัยว่าฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงใน 7–14 วัน และฟิลเลอร์จะเข้าที่จนเห็นรูปทรงที่สมบูรณ์ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนค่ะ
คำถามว่า ฉีดฟิลเลอร์ปากใช้กี่ cc จะขึ้นอยู่กับพื้นฐานริมฝีปากเดิมของแต่ละคน คู่กับรูปทรงปากที่ต้องการ โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและลงตัว โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้กันทั่วไปอยู่ที่ 1-2 ซีซี (cc) และแต่ละปริมาณก็ให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ดังนี้
การใช้ฟิลเลอร์ปาก 1 ซีซี เป็นปริมาณเริ่มต้นที่พอดีสำหรับหลาย ๆ กรณี และเหมาะกับบุคคลหลายกลุ่ม ได้แก่
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้นเล็กน้อย มีขอบปากที่สวยขึ้น และยังคงความเป็นธรรมชาติค่ะ
สำหรับคนที่ต้องการให้ริมฝีปากอวบอิ่มมากขึ้น หรือมีพื้นฐานริมฝีปากที่บางมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณ 2 ซีซี และยังเหมาะสำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ดังนี้
ผลลัพธ์ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการใช้ 1 ซีซี แต่สำหรับคนที่ฉีดครั้งแรก การเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อนแล้วค่อยเติมเพิ่มในครั้งถัดไป ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับใบหน้าได้มากกว่าค่ะ
ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ปากที่อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน แม้ข้อมูลบนกล่องผลิตภัณฑ์บางรุ่นอาจระบุว่าอยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน แต่บริเวณริมฝีปากเป็นส่วนที่มีการขยับบ่อยจากการพูดคุยและรับประทานอาหาร ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าบริเวณอื่น
ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ถ้าต้องการคงสภาพริมฝีปากให้สวยต่อเนื่อง แนะนำให้กลับมาเติมฟิลเลอร์ซ้ำทุก 6-12 เดือนค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ? วิธีดูแลหลังฉีดปากให้อยู่นานได้ขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ปากราคาเท่าไหร่ จะแตกต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัย ได้แก่ แบรนด์และรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ ทำเลที่ตั้งของคลินิก และปริมาณฟิลเลอร์ (หน่วยเป็นซีซี) ที่ใช้ในการปรับรูปทรงปาก ราคาโดยประมาณของฟิลเลอร์ปากแบรนด์ที่ใช้กันทั่วไป มีดังนี้
| แบรนด์ฟิลเลอร์ | ราคาประมาณ (ต่อ 1 ซีซี) |
|---|---|
| Juvederm | 12,000 - 18,000 บาท |
| Restylane | 10,000 - 15,000 บาท |
| Neuramis | 5,000 - 10,000 บาท |
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเปรียบเทียบราคา คือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และประสบการณ์ของแพทย์ ไม่ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากเพียงเพราะราคาถูก อาจเสี่ยงต่อการได้รับผลิตภัณฑ์ปลอมหรือคุณภาพต่ำ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ค่ะ
| ลักษณะริมฝีปากก่อนทำ | รายละเอียดการทำ | ผลลัพธ์หลังทำ |
|---|---|---|
| ปากบางและไม่มีรูปทรง | Restylane Kysse 1 ซีซี | ริมฝีปากดูอวบอิ่ม มีมิติ และเป็นรูปทรงมากขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ |
| มีปัญหามุมปากตกทำให้ดูเศร้า | Juvederm 1.5 ซีซี | มุมปากยกขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสขึ้น |
| ริมฝีปากบางและต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม | Neuramis 2 ซีซี | ริมฝีปากดูอิ่มฟูและมีขอบปากที่คมชัดขึ้น |
จากรีวิวของลูกค้าที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์ปากกับ RWC Clinic พบว่าหลายท่านรู้สึกคล้ายกันในหลายประเด็น เช่น โดยส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บน้อย เพราะมีการใช้ยาชาร่วมกับเทคนิคการฉีดที่นุ่มนวล ผลลัพธ์ที่ได้ยังดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับรูปหน้า มีการติดตามกับให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการฉีดปากค่ะ




การเลือกคลินิกสำหรับฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี โดยเฉพาะการฉีดปาก เป็นขั้นตอนที่ส่งผลต่อผลลัพธ์และความเรียบร้อยของหัตถการ การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานกับทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น รอยฟกช้ำหรือการเป็นก้อนได้ ควรพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัยก่อนตัดสินใจฉีดปาก ได้แก่
ที่ RWC Clinic เรามีทีมแพทย์ที่มีความรู้และได้รับการรับรอง ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่ได้รับการรับรองจาก อย. อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดหลังการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีสำหรับทุกคนค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์ปากก็เหมือนกับหัตถการอื่น ๆ ที่มีทั้งข้อดีและความเสี่ยงควรรู้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
การฉีดฟิลเลอร์ปากมีข้อดีหลายด้าน ทั้งในเรื่องความสวยงามและช่วยเสริมความรู้สึกด้านบวกให้กับตัวเอง
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็มีอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ โดยส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง ได้แก่
ฟิลเลอร์ปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูเต็มอิ่ม มีความชุ่มชื้น และมีสีชมพูระเรื่อมากขึ้น ช่วยปรับให้ใบหน้าดูอ่อนโยนขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปากบาง ปากไม่สมมาตร หรือปากแห้ง การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถแก้ไขความไม่สมมาตร ยกมุมปาก และปรับปรุงรูปลักษณ์โดยรวมของริมฝีปาก สามารถเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้หลังจากฉีดไม่นาน
ที่ RWC Clinic ทีมแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปทรงปากกับปริมาณฟิลเลอร์ที่ควรใช้ เราใส่ใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานควบคู่กับเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เข้ากับใบหน้าของคุณค่ะ
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า