RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดฟิลเลอร์กี่วันหายบวม ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด โดยปกติจะบวมประมาณ 3-14 วัน
- ฟิลเลอร์บวมกี่วัน ถ้าบริเวณริมฝีปากจะบวมนานกว่าบริเวณอื่น (7-14 วัน) ส่วนใต้ตาและร่องแก้มหายเร็วกว่า (3-5 วัน)
- วิธีช่วยลดบวม เช่น ประคบเย็น ทานยาแก้ปวดลดอักเสบ นอนหนุนหมอนสูง ดื่มน้ำให้พอ
- ควรงดเว้น ได้แก่ แอลกอฮอล์ อาหารเค็ม ออกกำลังกายแรง นวดหน้า และอาบน้ำร้อน ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- ถ้าบวมรุนแรง เจ็บผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสี ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ฉีดฟิลเลอร์กี่วันหายบวม ? คำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีเสริมความงามที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน เพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับโครงหน้า หรือเพิ่มความอิ่มให้กับริมฝีปาก
บทความนี้จาก RWC Clinic คลินิกเสริมความงามที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์บวมกี่วัน ระยะเวลาการหายบวมแต่ละจุดบนใบหน้า และการดูแลตัวเองหลังฉีดที่ถูกวิธีค่ะ
- การใช้เข็มฉีด เข็มทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยที่เนื้อเยื่อ และกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบขึ้นมาชั่วคราว
- การตอบสนองของร่างกาย ในช่วงแรก ร่างกายจะตอบสนองต่อสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป เพราะยังไม่คุ้นเคยกับสารนั้น
- เทคนิคของแพทย์ วิธีการ ความเร็ว และความลึกในการเดินยา ล้วนส่งผลต่อระดับความบวมได้
- ชนิดของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกันไป บางชนิดสามารถอุ้มน้ำได้มากกว่า ทำให้เกิดอาการบวมได้มากกว่า
- สภาพผิวของแต่ละคน บางคนมีผิวที่บอบบางและเกิดอาการบวมได้ง่ายกว่าคนอื่น
การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ ช่วยให้เราเตรียมตัวและดูแลตัวเองได้ดีขึ้น อาการบวมไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป และส่งผลต่อคำถามที่ว่า “ฟิลเลอร์บวมกี่วัน” ด้วยค่ะ
- ช่วง 1-3 วันแรก คือช่วงที่อาการบวมเห็นได้ค่อนข้างชัด ผิวบริเวณที่ฉีดอาจมีอาการแดง บวม และรู้สึกเจ็บบ้างเมื่อสัมผัส บางคนอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้หลังการฉีด
- ช่วง 4-7 วัน ในช่วงนี้อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง แต่ยังคงสังเกตเห็นอาการบวมอยู่บ้างในบางตำแหน่ง เช่น ริมฝีปาก หรือใต้ตา
ช่วง 7-14 วัน คนส่วนใหญ่อาการบวมเริ่มเข้าที่และหายไปเกือบทั้งหมดภายใน 1-2 สัปดาห์ บริเวณแก้มและคางจะหายบวมเร็วกว่าส่วนอื่น แต่บางคนอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์เต็มเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในปริมาณมากหรือในตำแหน่งที่บวมง่าย เช่น ริมฝีปาก
- ประคบเย็น ใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าสะอาดประคบบริเวณที่ฉีดครั้งละ 10-15 นาที ในช่วงวันแรกหลังทำ ช่วยลดการไหลเวียนเลือดและบรรเทาอาการบวม
- ทานยาตามคำแนะนำ ถ้ามีอาการปวด สามารถทานยาพาราเซตามอลได้ แต่ควรเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน และไอบูโพรเฟน เพราะยาเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดรอยช้ำ
- นอนหนุนหมอนสูง ในคืนแรกหลังฉีด ควรนอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัว เพื่อลดแรงดันเลือดที่ไปเลี้ยงใบหน้า และช่วยให้การไหลเวียนของน้ำเหลืองดีขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอช่วยลดอาการบวม ควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน
- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง ควรพักผ่อนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง
- เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารที่มีวิตามินซีกับโปรตีน เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดการอักเสบ
- ทาครีมลดบวม ครีมที่มีส่วนผสมของอาร์นิกา (Arnica) สามารถช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำได้ ให้ทาตามคำแนะนำของแพทย์
การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ ช่วยให้หลังฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วันนั้นลดลงได้เร็วขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีค่ะ
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดเว้นอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะแอลกอฮอล์มีผลขยายหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำกับอาการบวมได้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวด ในช่วง 1-2 วันแรก ไม่ควรกดหรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่และเกิดอาการบวมเพิ่มขึ้น
- งดออกกำลังกายหนัก ควรพักการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากไว้ก่อนอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะจะไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้อาการบวมเพิ่มขึ้นได้
- เลี่ยงความร้อนสูง ควรงดการอาบน้ำร้อน การเข้าซาวน่า หรือแช่จากุซซี่ไปก่อน 1-2 วัน เพราะความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัวและส่งผลต่ออาการบวม
- ลดอาหารรสเค็มจัด อาหารที่มีโซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ส่งผลให้อาการบวมแย่ลงได้
- ลดอาหารรสเผ็ดจัด อาหารรสเผ็ดสามารถกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้อาการบวมเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ควรเลี่ยงไปก่อนในช่วง 1-2 วันแรก
- หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด ควรพยายามอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นสบาย เพราะความร้อนจากสภาพแวดล้อมภายนอกก็ส่งผลให้อาการบวมเพิ่มขึ้น
- งดการแต่งหน้า หลังฉีดฟิลเลอร์ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
การใส่ใจดูแลตัวเองและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี และทำให้อาการบวมยุบลงตามระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้เราไม่ต้องกังวลกับเรื่องหลังฉีดฟิลเลอร์กี่วันหายบวมอีกต่อไปค่ะ
| ตำแหน่งที่ฉีด | ระยะเวลาหายบวม (โดยประมาณ) |
|---|---|
| ฟิลเลอร์ริมฝีปาก | 7–14 วัน |
| ฟิลเลอร์ใต้ตา | 3–7 วัน |
| ฟิลเลอร์แก้ม | 5–7 วัน |
| ฟิลเลอร์ร่องแก้ม | 3–5 วัน |
| ฟิลเลอร์คาง | 3–5 วัน |
| ฟิลเลอร์ขมับ | 3–5 วัน |
จากข้อมูล เห็นได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นบริเวณที่บวมนานที่สุด เพราะมีเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มและมีเส้นเลือดจำนวนมาก อาการบวมเริ่มลดลงหลังผ่านไป 3-4 วัน แต่ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์เพื่อให้เข้าที่ ส่วนบริเวณฟิลเลอร์ใต้ตาที่มีผิวบางก็บวมได้ง่ายในช่วงแรก แต่จะหายเร็วกว่าริมฝีปาก สำหรับตำแหน่งอื่น เช่น ร่องแก้ม ฟิลเลอร์คาง และขมับ มีอาการบวมน้อยกว่าและใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า
นอกจากตำแหน่งที่ฉีดแล้ว ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อระยะเวลาที่ฉีดฟิลเลอร์กี่วันหายบวม ยังรวมถึงปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ประเภทของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนด้วยค่ะ
- มีอาการบวมมากกว่าปกติ เช่น บวมจนปิดตา หรืออาการบวมไม่ลดลงหลังผ่านไป 2-3 วัน
- รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ หายไป อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการอุดตันของหลอดเลือด
- ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดหรือมีสีเขียวคล้ำ สัญญาณของการอุดตันของหลอดเลือด เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์
- มีอาการชาที่ไม่หายไป หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่ฉีด
- มีไข้ รู้สึกร้อนแดง หรือมีหนองบริเวณที่ฉีด เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
- เกิดผื่นคัน ลมพิษ หรือมีอาการบวมลามออกไปนอกบริเวณที่ฉีด เป็นอาการแพ้ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
- คลำเจอก้อนแข็งที่ไม่ยุบลงไปหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน (granuloma) และควรให้แพทย์ตรวจสอบ
ถ้าพบอาการเหล่านี้ ควรติดต่อแพทย์ผู้ทำการรักษา หรือไปห้องฉุกเฉินในกรณีที่อาการรุนแรงและไม่สามารถติดต่อแพทย์ได้ การรู้ว่าฟิลเลอร์บวมกี่วัน ช่วยให้เราประเมินอาการเบื้องต้นได้ แต่ถ้ามีสัญญาณผิดปกติ การได้พบแพทย์ในทันทีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ
สรุป
ฉีดฟิลเลอร์กี่วันหายบวม นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามปกติของร่างกาย โดยเฉพาะตำแหน่งที่ฉีด เช่น ริมฝีปากใช้เวลาพักฟื้นนานที่สุดประมาณ 7-14 วัน ส่วนบริเวณอื่น เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม และคาง ใช้เวลาน้อยกว่าที่ 3-7 วันค่ะ
การดูแลตัวเองที่ถูกวิธีช่วยให้อาการบวมลดลงเร็วขึ้น และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคำตอบของคำถามที่ว่าหลังฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน เช่น การประคบเย็น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงความร้อนกับการออกกำลังกายหนัก แต่ถ้าพบอาการผิดปกติ เช่น บวมรุนแรง เจ็บปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและทำหัตถการกับแพทย์ รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด ช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


