ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ cc ? แนะนำปริมาณที่เหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ cc ? แนะนำปริมาณที่เหมาะสม

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ร่องแก้มของเราต้อง  ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่cc เพราะริ้วรอยร่องแก้ม  เป็นจุดที่บ่งบอกถึงอายุได้อย่างชัดเจน มักจะเห็นได้ชัดในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย ซึ่งทางออกของปัญหาคือการ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อเติมเต็มริ้วรอย เพิ่มปริมาตรให้ผิวดูเรียบเนียน

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปใต้ผิวหนังชั้นลึกบริเวณร่องแก้ม (Nasolabial Fold) เพื่อเพิ่มปริมาตร ยกผิวให้ตื้นขึ้น และลดความลึกของร่องที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนตามอายุ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร

ร่องแก้มเกิดจากการที่ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้มลดลงและเนื้อเยื่อหย่อนตัวลงตามกาลเวลา ทำให้เกิดรอยพับชัดเจนจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก ส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรยและแก่กว่าวัยจริงอย่างเห็นได้ชัด ฟิลเลอร์ HA ที่ใช้สำหรับร่องแก้มมักเป็นสูตรที่มีความหนืดปานกลางถึงสูง เช่น Juvederm Ultra Plus, Restylane Lyft หรือ Perfectha Deep เพื่อให้รองรับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าได้ดี ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีหลังฉีด และจะเซตตัวสมบูรณ์ภายใน 4–7 วัน – ฟิลเลอร์ร่องแก้ม บอกลาร่องแก้มลึก ช่วยลดอายุใบหน้าได้จริงไหม ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เหมาะกับใคร

ตามสภาพร่องแก้ม

  • ผู้ที่ร่องแก้มเริ่มปรากฏชัดในช่วงอายุ 25–35 ปี และต้องการแก้ไขตั้งแต่ระยะแรก
  • ผู้ที่มีร่องแก้มลึกระดับปานกลางถึงมาก จนใบหน้าดูแก่กว่าวัยจริง 5–10 ปี
  • ผู้ที่มีรูปร่างผอม ปริมาณไขมันใต้ผิวน้อย ทำให้ร่องแก้มเด่นชัดโดยธรรมชาติแม้อายุยังน้อย
  • ผู้ที่มีแก้มตอบหรือแก้มแฟบ ส่งผลให้ดูซูบผอมและอ่อนแรง

ตามสุขภาพโดยรวม

  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม เช่น โรคเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือกำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่ไม่ตั้งครรภ์และไม่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่ไม่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ HA อย่างรุนแรง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มมีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับการรักษาวิธีอื่น ดังนี้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
  • เห็นผลรวดเร็วและแม่นยำ ผลลัพธ์ปรากฏทันทีหลังฉีด และเห็นผลเต็มที่ภายใน 4–7 วัน ซึ่งเร็วกว่าการร้อยไหมกระตุ้นคอลลาเจน หรือการใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปอย่างเทียบไม่ได้
  • ไม่ต้องพักฟื้น ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังฉีด ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องนอนพักฟื้น และไม่มีรอยเย็บที่ต้องดูแล
  • ปรับแต่งได้ตามใบหน้า แพทย์สามารถควบคุมปริมาณและตำแหน่งการฉีดได้อย่างละเอียด ทำให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและสมสัดส่วนกับโครงหน้าของผู้รับบริการแต่ละคน
  • ปลอดภัยและย้อนกลับได้ ฟิลเลอร์ HA สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และสามารถสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้ทันทีหากต้องการแก้ไขผลลัพธ์

ข้อเสียและความเสี่ยงของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มมีประสิทธิภาพสูง แต่ผู้รับบริการควรเข้าใจข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

ข้อเสียและความเสี่ยงของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ฟิลเลอร์ HA จะค่อยๆ สลายตัวตามธรรมชาติ ทำให้ต้องฉีดซ้ำทุก 12–18 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่
  • ความเสี่ยงเกิดก้อนหรือปุ่ม หากฉีดไม่ถูกระดับชั้นหรือปริมาณไม่เหมาะสม อาจเกิดก้อนนูนหรือรู้สึกแข็งบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักแก้ไขได้ด้วยการนวดหรือสลายฟิลเลอร์
  • ความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาจก่อให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง เนื้อตาย หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ดังนั้นควรเลือกคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีใบรับรองอย่างชัดเจน | ฟิลเลอร์แท้ คืออะไร?
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรักษาทั่วไป ราคาฟิลเลอร์ร่องแก้มอยู่ที่ประมาณ 8,000–25,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และปริมาณที่ใช้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่cc.

การฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ cc  ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ใน การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ขึ้นอยู่กับ ปัญหาของแต่ละบุคคล หากเป็นปัญหาของความหย่อนคล้อย ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อเติมเต็มโดยตรง เพื่ออาจจะใช้ ข้างละ 0.5cc.

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่cc. ในบางรายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก (อายุ 30-40 ปี) อาจจะใช่ข้างละ 1-2 cc. การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ในคนที่อายุเยอะ ๆ (50 ปีขึ้นไป) จึงต้องใช้ฟิลเลอร์จำนวนหลาย cc. อาจใช้ถึง 3 หรือ 4 cc. และอาจจะต้องรักษาร่องแก้มด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่cc.

คำถามที่พบบ่อยที่สุดในการปรึกษาก่อนฉีดคือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ cc ซึ่งไม่มีคำตอบตายตัว เพราะปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างของผู้รับบริการแต่ละราย

ปัจจัยที่กำหนดปริมาณ cc ที่ใช้

ปัจจัยสำคัญที่แพทย์ใช้ประเมิน ได้แก่ ความลึกของร่องแก้ม ปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง ความหย่อนตัวของเนื้อเยื่อ ช่วงอายุ และสัดส่วนโครงหน้าโดยรวม

ตารางปริมาณฟิลเลอร์ตามช่วงอายุและความรุนแรง

กลุ่มปริมาณโดยประมาณลักษณะ
อายุ 25–35 ปี ร่องตื้น0.5 cc ต่อข้างร่องเริ่มปรากฏ ต้องการเติมเล็กน้อย
อายุ 30–40 ปี ร่องปานกลาง1–2 cc ต่อข้างร่องชัดเจน สูญเสียปริมาตรพอสมควร
อายุ 50 ปีขึ้นไป ร่องลึกมาก3–4 cc ต่อข้างร่องลึกมาก เนื้อเยื่อหย่อนมาก มักต้องรักษาร่วมกับวิธีอื่น

ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยร่องที่เคยลึกจะตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าดูอิ่มและอ่อนเยาว์ขึ้น ผิวบริเวณแก้มเรียบเนียนกว่าเดิม

ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ในช่วง 3–7 วันแรก อาจมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะยุบลงเองและเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงหลังครบ 1 สัปดาห์ ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้นาน 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ เมแทบอลิซึมของผู้รับบริการ และพฤติกรรมการดูแลผิวหลังทำ

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • งดการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างแรงเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์
  • งดออกกำลังกายหนักและการสัมผัสความร้อนสูง (เช่น ซาวน่า) เป็นเวลา 24–48 ชั่วโมง
  • ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนาน
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำในคืนแรกหลังฉีด
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก ผิวซีดขาวผิดปกติ หรือมองเห็นผิดปกติ ให้รีบติดต่อแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเจ็บไหม?

โดยทั่วไปแพทย์จะทาครีมชาเฉพาะที่ก่อนฉีดประมาณ 20–30 นาที ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อยระหว่างฉีด ไม่เจ็บมากจนทนไม่ได้ นอกจากนี้ฟิลเลอร์หลายยี่ห้อในปัจจุบันผสม Lidocaine ไว้ในตัวสูตร ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างฉีดได้เพิ่มเติม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้นาน 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ เมแทบอลิซึมของร่างกาย และพฤติกรรมการดูแลผิวหลังทำ ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำหรือมีเมแทบอลิซึมสูงอาจสลายฟิลเลอร์เร็วกว่าค่าเฉลี่ย

ฟิลเลอร์ร่องแก้มต่างจากการร้อยไหมอย่างไร?

ฟิลเลอร์ร่องแก้มทำงานโดยการเติมปริมาตรให้กับร่องโดยตรง เห็นผลทันทีและเหมาะกับการแก้ร่องแก้มเป็นหลัก ส่วนการร้อยไหมทำงานโดยการยกและกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย เหมาะกับปัญหาแก้มยานหรือหน้าหย่อนในภาพรวมมากกว่า ในบางกรณีที่มีปัญหาทั้งสองอย่าง แพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้เวลานานแค่ไหน?

กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ทาครีมชาจนถึงเสร็จสิ้นการฉีดใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที โดยขั้นตอนการฉีดจริงใช้เวลาเพียง 10–20 นาทีเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดและต้องการกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที

ใครไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม?

กลุ่มที่ไม่ควรรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ได้แก่ สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด และผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ HA อย่างรุนแรง

สรุป

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่cc ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ใน การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ขึ้นอยู่กับ ปัญหาของแต่ละบุคคล แพทย์มีทำการรักษาจึงต้องมีทักษะวิเคราะห์รูปหน้า เพื่อประเมินว่าควรใช้ปริมาณฟิลเลอร์เท่าไหร่ที่เหมาะสม หลังการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนบริเวณที่ฉีด และสวยละมุนขึ้น ดูอ่อนเยาว์ ลดความหย่อนคล้อย เติมร่องลึกให้ตื้นขึ้น

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

บทความยอดนิยม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า