ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน | รวมวิธีดูแลให้อยู่นานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน วิธีดูแลให้อยู่นานขึ้น

RWC Clinic สรุปให้

  • ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน — โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ โดย Juvederm Voluma อยู่ได้นานที่สุดถึง 18 เดือน ขณะที่รุ่นเนื้อละเอียดอย่าง Restylane Vital Light อาจอยู่ได้เพียง 6–12 เดือน
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคงทนของฟิลเลอร์ปาก ได้แก่ ฝีมือและเทคนิคของแพทย์ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ การสัมผัสแสงแดดจัด และอัตราการเผาผลาญของร่างกายแต่ละบุคคล
  • การดูแลหลังฉีดอย่างถูกวิธีช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น เช่น หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว ไม่นวดหรือสัมผัสริมฝีปากแรง ๆ และงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หากฟิลเลอร์เริ่มสลาย จะสังเกตได้จากริมฝีปากที่แบนลง ขอบปากไม่คมชัด และผิวปากรู้สึกแห้งขึ้น ควรนัดพบแพทย์ประเมินผลทุก 6–12 เดือน แทนการตัดสินใจฉีดซ้ำเองค่ะ
  • การฉีดฟิลเลอร์ปากกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ได้มาตรฐาน เช่น Juvederm หรือ Restylane จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ? คือหนึ่งในคำถามที่ผู้สนใจฉีดฟิลเลอร์ปากถามมากที่สุด เพราะการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นวิธีที่ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ถาวร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทน รวมถึงวิธีดูแลให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับบริการค่ะ

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ปากโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความสามารถในการสลายตัวที่ไม่เท่ากัน – ฉีดฟิลเลอร์ปาก แก้ปัญหาปากบาง

ยี่ห้อที่ใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก

ยี่ห้อที่ใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm

  • Juvederm Ultra Plus: ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
  • Juvederm Voluma: เนื้อแข็ง แน่น อยู่ได้นานที่สุดถึง 18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่มที่อยู่ได้นาน
  • Juvederm Volift: เนื้อนิ่ม มีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
  • Juvederm Volite: เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น อยู่ได้นาน 8-12 เดือน

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane

  • Restylane Kysse: เป็นรุ่นที่ฉีดปากโดยเฉพาะ อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน เหมาะสำหรับการสร้างขอบริมฝีปากที่ชัดเจน อวบอิ่ม และเติมความชุ่มชื้น
  • Restylane Refyne: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มให้ปากอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
  • Restylane Vital Light: เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวปากชุ่มชื้นโดยไม่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มมาก อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
  • Restylane Classic: เนื้อแข็ง สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน

อ่านเพิ่มเติมคู่มือเลือกรุ่นฟิลเลอร์ฉบับมือใหม่

ปัจจัยที่มีผลต่อความอยู่ทนของฟิลเลอร์ปาก

นอกจากยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้ ดังนี้

ปัจจัยที่มีผลต่อความอยู่ทนของฟิลเลอร์ปาก

1. ฝีมือและเทคนิคของแพทย์

ความสามารถและประสบการณ์ของแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความอยู่ทนของฟิลเลอร์ปาก แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำทั้งในเรื่องของปริมาณ ตำแหน่ง และวิธีการฉีด ทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดีและมีความคงทนมากกว่า ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปีในการฉีดฟิลเลอร์ปาก

2. พฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน

กิจกรรมที่ทำให้ริมฝีปากเคลื่อนไหวมาก เช่น การพูดมาก การใช้หลอดดูดเครื่องดื่มบ่อยๆ การสูบบุหรี่ หรือการออกกำลังกายหนักๆ อาจเร่งการสลายตัวของฟิลเลอร์ได้ นอกจากนี้ การสัมผัสกับแสงแดดจัดหรือความร้อนสูงเป็นประจำก็ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นด้วย

3. อัตราการเผาผลาญของร่างกาย

คนที่มีอัตราการเผาผลาญสูงมักจะมีการสลายฟิลเลอร์เร็วกว่าคนทั่วไป ทำให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะบุคคลที่ควบคุมได้ยาก

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น ดังนี้

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น

1. หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด

ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารร้อน เครื่องดื่มร้อน แสงแดดจัด ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการใช้ไดร์เป่าผมใกล้บริเวณที่ฉีด เนื่องจากความร้อนจะกระตุ้นให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ฟิลเลอร์ปากฟูและอยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

3. ไม่นวดหรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรงๆ

ควรหลีกเลี่ยงการนวด การคลึง หรือการสัมผัสบริเวณริมฝีปากแรงๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือผิดรูปได้ นอกจากนี้ ควรงดการอ้าปากกว้างหรือการใช้ริมฝีปากมากเกินไปในช่วงแรก

4. งดแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด

แอลกอฮอล์และอาหารรสจัดอาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมมากขึ้น ควรงดแอลกอฮอล์ อาหารดอง และอาหารรสจัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

5. ใช้ลิปบาล์มและครีมบำรุงริมฝีปาก

การใช้ลิปบาล์มหรือครีมบำรุงริมฝีปากที่มีสารให้ความชุ่มชื้นจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น

ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก และใครควรระวัง

ก่อนจะตัดสินใจว่าฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ควรตรวจสอบก่อนว่าตัวเองเหมาะสมกับการฉีดหรือเปล่า

ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก และใครควรระวัง

กลุ่มที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปากโดยไม่ต้องผ่าตัด-
  • ผู้ที่มีปากบางแต่ต้องการให้ดูอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการเน้นขอบปากหรือแก้ความไม่สมมาตรของริมฝีปาก
  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยรอบปากจากอายุที่มากขึ้น
  • ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรืองดการฉีด

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์หรือแพ้พิษผึ้ง (เสี่ยงต่อการแพ้ Hyaluronidase)
  • ผู้ที่มีการอักเสบ แผล หรือการติดเชื้อบริเวณปากในขณะนั้น
  • ผู้ที่เคยฉีดสารถาวร เช่น ซิลิโคน หรือพาราฟิน บริเวณปาก
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออยู่ในระหว่างการรับยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดทุกครั้ง จะช่วยให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับสรีระปากได้อย่างตรงจุด

ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากในไทย

ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากในประเทศไทยมีความแตกต่างกันตามยี่ห้อฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 8,000–25,000 บาทต่อครั้ง

ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากในไทย
  • ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Restylane (Kysse, Refyne) – ประมาณ 8,000–15,000 บาท
  • ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Juvederm (Volift, Ultra Plus) – ประมาณ 10,000–20,000 บาท
  • ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Juvederm(Voluma) – ประมาณ 15,000–25,000 บาท

ทั้งนี้ ราคาที่สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับสรีระปากของแต่ละคน

สัญญาณที่บอกว่าฟิลเลอร์ปากกำลังสลาย

แม้จะรู้แล้วว่าฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ในทางปฏิบัติแต่ละคนอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้แตกต่างกัน สัญญาณที่บ่งบอกว่าฟิลเลอร์ปากเริ่มสลายตัวและอาจถึงเวลาฉีดซ้ำ มีดังนี้

สัญญาณที่บอกว่าฟิลเลอร์ปากกำลังสลาย
  • ริมฝีปากเริ่มแบนลงและหายอวบ เมื่อฟิลเลอร์สลายตัว ริมฝีปากจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงกับรูปทรงเดิมก่อนฉีด โดยเฉพาะบริเวณกลางปากที่จะสังเกตเห็นได้ชัดที่สุด
  • ขอบริมฝีปากเริ่มไม่คมชัด ฟิลเลอร์ปากช่วยเน้นขอบ Cupid’s Bow ให้ดูชัดเจน เมื่อสลายตัวขอบปากจะเริ่มดูไม่คมชัดหรือหายไปทีละน้อย
  • ผิวปากรู้สึกแห้งและขาดความชุ่มชื้นมากขึ้น ฟิลเลอร์ประเภท HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ เมื่อสลายตัว ผิวบริเวณริมฝีปากอาจรู้สึกแห้งกว่าช่วงที่เพิ่งฉีดใหม่ ๆ
  • มีรอยเหี่ยวหรือริ้วรอยเล็กน้อยรอบปากกลับมา โดยเฉพาะในผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อลดริ้วรอยรอบปาก เมื่อฟิลเลอร์สลาย ริ้วรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ กลับมาให้เห็น

โดยทั่วไปแนะนำให้นัดพบแพทย์เพื่อประเมินผลทุก 6–12 เดือนเพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าควรฉีดซ้ำหรือยังไม่จำเป็น แทนการตัดสินใจเองโดยไม่ผ่านการประเมิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากต้องดูแลอะไรบ้างเพื่อให้อยู่ได้นาน?

ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์, ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว, ไม่นวดหรือสัมผัสริมฝีปากแรง ๆ, งดแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด และใช้ลิปบาล์มบำรุงสม่ำเสมอ

ฉีดฟิลเลอร์ปากซ้ำบ่อยได้ไหม?

สามารถฉีดซ้ำได้หลังจากฟิลเลอร์เดิมสลายตัวหมดแล้ว หรือเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปแนะนำให้รอประมาณ 6–12 เดือนก่อนฉีดซ้ำ และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง

สรุป

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด โดยทั่วไปฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน

เพื่อให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานที่สุด ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ใช้ฟิลเลอร์แท้จากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและได้มาตรฐาน เช่น Juvederm หรือ Restylane และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีด ทั้งการหลีกเลี่ยงความร้อน การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการไม่สัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด

การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากให้สวยงาม เพราะไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่เจ็บมาก และหากไม่พอใจก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ แต่หากต้องการความอยู่ทนนานมากขึ้น อาจต้องพิจารณาว่าการฉีดซ้ำทุกปีเหมาะกับตัวเองหรือไม่ หรืออาจเลือกวิธีศัลยกรรมปากซึ่งให้ผลถาวรมากกว่า

หากคุณไม่พอใจกับฟิลเลอร์ปากที่ฉีดไปแล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สลายฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ทำเมื่อไหร่ดี และ ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า