สำหรับสาวๆ ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มา และเป็นคอส้มตำปูปลาร้าตัวจริง คงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์แล้วกินปลาร้าได้ไหม หรือกินส้มตำใส่น้ำปลาร้าได้ไหม? เพราะการงดอาหารโปรดเป็นเรื่องที่ทรมานใจเป็นอย่างมาก วันนี้ RWC มีคำตอบพร้อมเหตุผลทางการแพทย์ว่าทำไมถึงควรหลีกเลี่ยง รวมถึงแนะนำอาหารที่ควรทานเพื่อให้ฟิลเลอร์ของคุณอยู่ได้นานและสวยงามที่สุด มาดูกันเลยค่ะว่าอาหารแสลงมีอะไรบ้าง และต้องงดนานแค่ไหนค่ะ
อาหารโดยรวมที่เป็นของแสลง มักเป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายย่อยได้ยากหรือดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ เช่น อาหารดิบ ๆ สุก ๆ เพราะจะทำให้อาหารย่อยยาก มีปัญหาของการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ขาดสารอาหารมาบำรุงเลี้ยงร่างกาย และต้องสูญเสียพลังเพิ่มขึ้นในการทำงานของระบบย่อย เช่นเดียวกันกับอาหารที่ผ่านกระบวนการมาก เช่น อาหารทอด อาหารที่มีความมัน อาหารรสเผ็ดจัด เหล้า บุหรี่ ฯลฯ
- อาหารดิบหรือปรุงไม่สุก จนมีผลต่อระบบย่อยอาหาร ส่งผลให้ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ และอาเจียนได้
- อาหารร้อนเกินไป ทำให้ระบบย่อยทำงานหนัก จึงเกิดความร้อนและความชื้นสะสมในร่างกายมากเกินไป
- อาหารที่ปรุงแต่งมากเกินไป จนทำให้เสียคุณค่าอาหารทางธรรมชาติและหลักโภชนาการ
- การรับประทานอาหารไม่สอดคล้องกับภาวะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือในขณะที่เป็นโรค
อาหารหมักดอง
มักเป็นอาหารที่ไม่แนะนำให้ทานกันหลังทำการรักษาทางการแพทย์เพราะเนื่องจาก กรรมวิธีของอาหารหมักดองมักไม่สะอาด 100 เปอเซนต์ อาจมีเชื้อโรคปะปน ทำให้เชื้อโรคนี้ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของแผล ทำให้แผลบริเวณที่ทำหัตถการอาจเกิดการหายช้าหรืออักเสบได้ แพทย์จึงมักแนะนำให้งด หลังจากทำการรักษา 3-7 วันแล้วแต่ประเภทของการรักษา
ปลาร้า จัดเป็นหนึ่งในอาหารชนิดหมักดอง เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากอาหารหมักดองผ่านกรรมวิธีที่ไม่สะอาด ทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค จึงอาจไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของแผลจากรอยเข็มในการฉีดฟิลเลอร์ รวมไปถึงทำให้เส้นเลือดขยายได้ เสี่ยงต่อการมีภาวะหลอดเลือดสูบฉีด ก่อให้เกิดการเกิดรอยช้ำได้ง่าย
รวมไปถึงปลาร้ามักนิยมใช้กับอาหารที่มีรสจัด เช่น ส้มตำ หรือ ยำ ซึ่งอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือเผ็ดจัด มักจะดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้หน้ารวมถึงลำตัวอาจดูบวม หรือเรียกว่าภาวะบวมน้ำได้ แพทย์จึงมักแนะนำให้งด หลังจากทำการรักษา 3-7 วัน
แอลกอฮอล์ มีผลโดยตรงกับการบวมของฟิลเลอร์ อาการบวมในที่นี่ไม่ได้เกิดผลกับการที่ฟิลเลอร์อุ้มน้ำเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นอาการอักเสบบวม จึงเป็นเครื่องดื่มที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหลักจากทำหัตถการทางการ แพทย์เพราะอาจส่งผลให้ทำให้แผลหายช้าและเกิดปฏิกิริยาอักเสบบริเวณแผลได้ อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์จะไปมีผลรบกวนการทำงานของยาบางชนิด ที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของตับ
- วิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อโปรตีนสำคัญที่ใช้สร้างผิวหนัง รักษาบาดแผล พบมากในผลไม้จำพวก ฝรั่ง ลิ้นจี มะละกอ ส้ม
- วิตามินเอ มีส่วนช่วยกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อเช่นเดียวกันกับวิตามินซี หากขาดจะทำให้แผลติดเชื้อ แผลหายซ้ำ ได้แก่ ปลา ผักใบเขียว แตงโม มะละกอ
- สังกะสี สังเคราะห์โปรตีนและเนื้อเยื่อ ช่วยผลิตชลล์ผิวใหม่และสมานแผล พบมากในปลาและอาหารทะเล
- ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังบาดแผล พบมากในปลา ผักโขม ผักบุ้ง คะน้า ถั่ว สามารถเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงร่วมด้วย
- ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว รวมไปถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำจำพวก ซุป หรือผลไม้ เช่น แตงโม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมแซมบาดแผลแล้วยังช่วยทำให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น อุ้มน้ำได้ดีขึ้น
| อ่านเพิ่มเติม – ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดครั้งแรก!
สรุป
ฉีดฟิลเลอร์กินปลาร้าได้ไหม ? สรุปแล้วหลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรกินปลาร้าและอาหารหมักดองต่างๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 3-7 วัน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลหายช้า แทนที่จะกินอาหารแสลง ควรหันมาทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ สังกะสี และดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วและฟิลเลอร์ฟูสวยตามที่ต้องการ หากอยากทานส้มตำปูปลาร้าจริงๆ ขอให้อดทนรอสักหน่อย เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยนะคะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


