ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน อันตรายไหม สาเหตุเกิดจากอะไร ?

จบปัญหาหลังฉีด ฟิลเลอร์เป็นก้อนใต้ตา

RWC Clinic สรุปให้

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน มักมีสาเหตุหลักจากการเลือกฟิลเลอร์รุ่นที่เนื้อแข็งเกินไปสำหรับผิวใต้ตาที่บอบบาง หรือวางยาผิดชั้นผิวจนทำให้เห็นเป็นลำนูนชัดเจนเมื่อมีการขยับยิ้ม
  • ร่องรอยบวมช้ำหลังทำในช่วงแรก ๆ อาจดูคล้ายก้อนได้ แต่หากผ่านไปนานกว่า 14 วันแล้วยังมีความนูนไม่สม่ำเสมอหรือคลำเจอไตแข็ง แสดงว่าฟิลเลอร์เริ่มเซตตัวผิดปกติ
  • วิธีจัดการที่ตรงจุดที่สุดคือการใช้สารไฮยาลูโรนิเดส ฉีดสลายฟิลเลอร์ เดิมออกให้หมด เพื่อล้างผิวให้เรียบเนียนก่อนจะเริ่มต้นวางแผนแก้ไขตำแหน่งที่กังวลใหม่อีกครั้ง
  • การป้องกันปัญหาทำได้โดยเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียดและมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจะกลมกลืนไปกับผิวจริงได้ดีกว่าและไม่เกิดปัญหาผิวขรุขระตามมาในภายหลังค่ะ

หลายคนกังวลใจเมื่อพบปัญหา ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน หรือมีลำนูนขรุขระดูไม่เป็นธรรมชาติภายหลังการ ฟิลเลอร์ใต้ตา ปัญหานี้สร้างความลำบากใจเพราะมองเห็นชัดมากเวลาขยับยิ้ม หรือแม้แต่ตอนใบหน้าอยู่นิ่ง ๆ

รอยนูนขรุขระมักเกิดจากการวางตัวยาผิดชั้นผิวหรือเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่แข็งเกินไปสำหรับผิวใต้ตาที่บอบบาง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและวิธีจัดการแก้ไขให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้งค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน มีลักษณะอย่างไร ?

อาการและลักษณะที่พบ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนสังเกตได้จากผิวบริเวณร่องน้ำตาที่ดูขรุขระ มีรอยนูน หรือเห็นเป็นขอบชัดเจนจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้ากว่าเดิม ลักษณะก้อนที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการสะท้อนแสงผิดปกติของฟิลเลอร์ที่วางตื้นเกินไป หรือเป็นก้อนแข็งที่เกิดจากปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ อาการเหล่านี้มักมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดปัญหาค่ะ

อาการฟิลเลอร์เป็นก้อนแบบไม่มีการอักเสบ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนแบบไม่มีอาการเจ็บ ปวด หรือบวมแดง มักเกิดจากการวางตัวยาผิดชั้นผิวหรือใช้ปริมาณยามากเกินไปค่ะ คุณจะสัมผัสได้ถึงก้อนนูนที่เรียบเนียนไปกับผิวหนังรอบดวงตา แต่เห็นชัดเจนขึ้นเวลาแสดงสีหน้าหรือยิ้ม

ก้อนลักษณะนี้อาจเป็นลำเล็ก ๆ คล้ายตัวหนอน หรือเป็นตุ่มใสสีอมฟ้าที่เรียกว่า Tyndall Effect จากการที่ตัวยากระทบกับแสง อาการกลุ่มนี้ไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองหรือมีหนองซึมออกมาแบบการติดเชื้อ

  • ผิวหนังนูนเรียบและไม่เปลี่ยนสี
  • จับแล้วเป็นก้อนหยุ่น ๆ ขยับได้เล็กน้อย
  • ไม่มีอาการปวด ร้อน หรือบวมแดง
  • เห็นขอบเขตของก้อนชัดเจนเมื่อเกร็งกล้ามเนื้อรอบตา

ปัญหานี้มักพบชัดเจนในช่วง 1 – 4 สัปดาห์แรก หลังรับบริการ โดยเกิดจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวกับการอักเสบ

สาเหตุหลัก ลักษณะที่พบ
รุ่นยาไม่เหมาะ เนื้อฟิลเลอร์แข็งเกินไปสำหรับผิวใต้ตาที่บาง
เทคนิคการวางยา ฉีดตื้นเกินไปจนเห็นขอบยาชัดเจนใต้ผิวหนัง
การย่อยสลาย ร่างกายดูดซึมยาในแต่ละจุดได้ไม่เท่ากัน

อาการฟิลเลอร์เป็นก้อนแบบมีการอักเสบร่วมด้วย

ก้อนฟิลเลอร์ที่มีอาการอักเสบมักมาพร้อมสัญญาณเตือนอย่างอาการ ปวด บวม แดง และรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ฉีด หากลองกดลงไปจะรู้สึก เจ็บแปล๊บชัดเจน ซึ่งต่างจากก้อนปกติที่มักจะแข็งแต่ไม่เจ็บ

ลักษณะนี้มักบ่งบอกถึงการติดเชื้อหรือปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกายที่รุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้ก้อนอาจขยายขนาดจนกลายเป็นหนองหรือทำให้ผิวหนังส่วนนั้นเสียหาย

  • ผิวหนังเหนือแนวก้อนเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือม่วง
  • รู้สึก ปวดตุบ ๆ แม้อยู่เฉย ๆ
  • ผิวสัมผัสอุ่นกว่าผิวหนังบริเวณอื่นเห็นได้ชัด
  • มีอาการบวมลามไปถึงโหนกแก้มหรือหัวตา

กรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนร่วมกับอาการเหล่านี้ ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับยาปฏิชีวนะหรือทำหัตถการแก้ไขทันที เพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อตายหรือการติดเชื้อลามเข้าสู่จุดอื่น ค่ะ

สาเหตุที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไร ?

สาเหตุของการเกิดก้อนฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนมักเกิดจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงเกินไปมาฉีดในบริเวณที่ผิวบอบบาง ผิวหนังใต้ตามีความบางมากที่สุดในร่างกาย หากใช้ฟิลเลอร์ชนิดที่แข็งจะทำให้มองเห็นขอบยาชัดเจนจนเป็นก้อนแข็งหรือดูไม่เป็นธรรมชาติเวลาขยับใบหน้า

เทคนิคการวางยาที่ผิดตำแหน่งเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะการฉีดในชั้นผิวที่ตื้นเกินไปแทนที่จะวางไว้ชิดกระดูกหรือใต้กล้ามเนื้อ เมื่อตัวยาไม่อยู่ในชั้นที่เหมาะสม แรงตึงผิวจะดันให้ฟิลเลอร์นูนขึ้นมาเป็นลำ หรือเป็นคลื่นชัดเจนเวลาแสดงสีหน้า

  • การใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากเกินความจำเป็นในจุดเดียว
  • การเลือกใช้ ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่สลายเองตามธรรมชาติ
  • การวางตัวยาไม่สอดคล้องกับโครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันของแต่ละบุคคล

หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังมีก้อนชัดเจนหรือเห็นเป็นสีฟ้าหม่น ๆ ใต้ผิวหนังซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงผ่านตัวยาที่ฉีดตื้นเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินการฉีดสลายฟิลเลอร์ให้เร็วที่สุดค่ะ

บทความแนะนำ: ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องลึก ถุงใต้ตา

อาการบวมปกติ กับ ฉีดใต้ตาแล้วเป็นก้อน ต่างกันอย่างไร ?

อาการบวมปกติจะมีความนิ่ม กระจายตัวสม่ำเสมอ และค่อย ๆ ยุบลงเองภายใน 7-14 วัน แตกต่างจากการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน ที่มักจะคลำพบเนื้อแข็งหรือเห็นรอยนูนชัดเจนไม่หายไปแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว

ช่วงแรกหลังทำผิวหนังบริเวณใต้ตาอาจดูตึงหรือหนากว่าปกติจากการคั่งน้ำของตัวยาและรอยเข็ม เป็นเรื่องธรรมชาติที่พบได้บ่อย หากเป็นอาการบวมปกติ เมื่อลองกดเบา ๆ จะรู้สึกนิ่มยืดหยุ่นและไม่ทำให้รูปทรงใต้ตาบิดเบี้ยวผิดรูปจนขัดตา

ลักษณะ อาการบวมปกติ อาการเป็นก้อน
สัมผัส นิ่ม กระจายตัว แข็ง เป็นเม็ดชัดเจน
ระยะเวลา ยุบเองใน 2 สัปดาห์ ไม่ยุบ หรือนูนขึ้นเรื่อย ๆ
การมองเห็น ดูตึงสม่ำเสมอ เห็นขอบก้อนชัด หรือเป็นลำ

หากพบว่ารอยนูนมีสีคล้ำหรือออกสีฟ้าเทาเมื่อโดนแสงร่วมกับผิวขรุขระ มักเกิดจากการวางฟิลเลอร์ผิดชั้นผิวหรือใช้ยาไม่ถูกประเภท การสังเกตความเปลี่ยนแปลงในช่วงสัปดาห์แรกจะช่วยให้แยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนที่สุดค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนอันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย แต่เป็นปัญหาด้านความงามที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน อาการนี้มักเกิดจากการเลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับผิวหนังใต้ตาที่มีความบางมาก หรือวางตัวยาในชั้นผิวตื้นเกินไปจนเห็นเป็นลำชัดเจน

คุณควรสังเกตอาการร่วมเพื่อแยกแยะความเสี่ยง หากก้อนนั้นมีลักษณะนิ่ม ไม่ปวด และเห็นชัดเฉพาะเวลาขยับหน้า มักเป็นเพียงเทคนิคการฉีดที่ผิดพลาด แต่ถ้ามีสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เขียวเข้ม หรือขาวซีดผิดปกติ
  • มีอาการปวดอย่างรุนแรงในทันทีหรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • ก้อนมีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา
  • กระทบต่อการมองเห็น เช่น ตาพร่ามัว หรือเห็นภาพซ้อน

ก้อนที่เกิดขึ้นหลังฉีดทันทีอาจเป็นเพียงอาการบวมเข็มซึ่งจะยุบลงเองภายใน 7-14 วัน หากพ้นระยะนี้แล้วยังเป็นก้อนแข็งหรือเห็นเป็นเงาสีฟ้าใต้ผิวหนัง แสดงว่าฟิลเลอร์ไม่สลายตัวหรือจับตัวเป็นก้อนถาวร การทิ้งไว้นานอาจเกิดพังผืดมาหุ้มก้อนฟิลเลอร์ทำให้แก้ไขได้ยากขึ้นในอนาคตค่ะ

วิธีแก้ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

วิธีการแก้ไขและรักษา

การจัดการปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนต้องเริ่มจากการประเมินชนิดสารเติมเต็มที่ใช้จริง ๆ เพราะแนวทางรักษาจะแตกต่างกันชัดเจน หากเป็นสารกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดจะสามารถใช้ตัวยาฉีดเพื่อสลายออกได้ทันที

แต่ กรณีที่เป็นสารเติมเต็มประเภทถาวรอาจต้องใช้วิธี ขูดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัดซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าเพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยสารไฮยาลูโรนิเดส

สารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) สามารถสลายฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ฉีดไปแล้วเกิดปัญหาได้ทันที โดยเอนไซม์ตัวนี้จะเข้าไปย่อยสลายพันธะของเจลฟิลเลอร์ให้กลายเป็นน้ำและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ปัญหาที่พบบ่อยอย่าง ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน บวม หรือยิ้มแล้วดูพองผิดปกติ สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีนี้โดยไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดสลายเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ปริมาณยาที่ใช้ต้องสัมพันธ์กับปริมาณฟิลเลอร์เดิมที่ตกค้างอยู่ ผิวบริเวณที่ฉีดสลายอาจมีการยุบตัวลงบ้างในช่วงแรกก่อนจะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำงานของตัวยาสลายฟิลเลอร์

  1. สลายได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้กลุ่ม Hyaluronic Acid เท่านั้น
  2. ไม่สามารถใช้สลายสารเติมเต็มประเภทซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน
  3. หลังฉีดสลายอาจมีอาการบวมจากตัวยาได้ประมาณ 1 ถึง 3 วัน
  4. หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ใหม่ในจุดเดิมควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 7 ถึง 14 วัน

การใช้สารไฮยาลูโรนิเดสต้องอาศัยการกะปริมาณที่แม่นยำเพื่อให้เอนไซม์กระจายตัวไปย่อยสลายก้อนฟิลเลอร์ได้อย่างตรงจุด ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่มีความบางเป็นพิเศษอาจเกิดรอยช้ำได้ง่ายกว่าส่วนอื่นแต่จะจางหายไปเองในระยะเวลาอันสั้นค่ะ

ขูดฟิลเลอร์หรือผ่าตัดออก กรณีสารเติมเต็มถาวร

การขูดหรือผ่าตัดออกคือทางเลือกเดียวในการรักษาเมื่อพบว่าสารที่ฉีดเข้าไปไม่ใช่ไฮยาลูโรนิกแอซิดแต่เป็นสารเติมเต็มถาวร ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน แข็ง หรือผิวขรุขระจากซิลิโคนเหลวไม่สามารถใช้เอนไซม์สลายได้เหมือนฟิลเลอร์มาตรฐาน

แพทย์จะประเมินวิธีจัดการตามความเหมาะสมของสภาพเนื้อเยื่อและลักษณะของสารที่ตกค้าง

  • การขูดสาร (Curettage) ใช้กับสารที่ยังมีความเหลวและไม่เกาะติดเนื้อเยื่อรอบข้างแน่นจนเกินไป
  • การผ่าตัดเลาะ (Excision) ใช้สำหรับก้อนที่แข็งตัวชัดเจนหรือมีการไหลย้อยจนผิดรูปทรง

การนำสารเติมเต็มถาวรออกมีความเสี่ยงสูงกว่าการฉีดสลายปกติ เพราะสารเหล่านี้มักแทรกซึมไปตามกล้ามเนื้อและเส้นประสาท การรักษาอาจนำสารออกได้เพียง 60-80% เพื่อเลี่ยงความเสียหายต่อเนื้อเยื่อดีรอบข้างที่อาจทำให้เกิดภาวะ ตาปลิ้น หรือหนังตาผิดรูปได้ค่ะ

ป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน ทำอย่างไร ?

การป้องกันการเกิดก้อน

การเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่มีความยืดหยุ่นสูงและวางยาในชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึกเป็นวิธีหลักในการป้องกันอาการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน หากเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งเกินไปหรือฉีดตื้นจนติดผิวหนัง จะทำให้เห็นเป็นลำชัดเจนเวลาขยับใบหน้าหรือยิ้ม

การตรวจสอบคุณภาพของตัวยาที่เลือกใช้ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่มีผิวบางกว่าส่วนอื่น

  • เลือกฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลกที่ผ่าน อย. และมีรุ่นสำหรับงานใต้ตาโดยเฉพาะ
  • ตรวจสอบรหัสสินค้าข้างกล่องก่อนเริ่มทำทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นยาแท้
  • งดการนวด กด หรือคลำบริเวณที่ฉีดด้วยตัวเองในช่วง 2 สัปดาห์แรก

แพทย์ที่มีเทคนิคดีจะวางยาปริมาณน้อย ๆ กระจายในหลาย ๆ ชั้นผิวเพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนไปกับเนื้อเยื่อธรรมชาติ การฉีดอัดยาในจุดเดียวมากเกินไปมักส่งผลให้เกิดก้อนแข็งและบวมค้างนานผิดปกติได้ค่ะ

บทความแนะนำ: หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา วิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่ไว

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนมักเกิดจากการเลือกใช้ตัวยาที่มีความหนืดสูงเกินไปหรือวางตำแหน่งยาผิดชั้นผิวจนเห็นเป็นลำชัดเจน ปัญหานี้สามารถ ฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เพื่อคืนสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้สลายเอง

หากสังเกตพบอาการบวมนูนผิดปกติหรือคลำเจอเม็ดแข็งหลังทำเกิน 14 วัน แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกเพื่อประเมินวิธีการแก้ไขที่เข้ากับสภาพผิวปัจจุบัน การแก้ไขแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ก้อนสารเติมเต็มจะพองตัวจนทำให้ผิวดูหย่อนคล้อยในระยะยาวได้ค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า