หลุมสิวและรอยแผลเป็นที่ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้า มักเป็นปัญหาผิวที่แก้ไขได้ยากและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน หลายคนลองมาแล้วหลายวิธีแต่ผิวก็ยังไม่เรียบเนียนอย่างที่ต้องการ FRACTORA คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการเวชศาสตร์ความงาม ด้วยการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุแบบ Fractional เจาะลึกลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในผิว โดยได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) และการันตีด้วยรางวัลยอดสั่งซื้อสูงสุดจาก Inmode
แต่ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา หลายคนยังมีคำถามว่า FRACTORA เหมาะกับหลุมสิวแบบไหน เจ็บมากน้อยแค่ไหน ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง บทความนี้ RWC Clinic รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ FRACTORA ไว้ให้ครบ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ
FRACTORA คือ นวัตกรรมล่าสุดของเทคโนโลยี Fractional RF ที่ส่งผ่านพลังงานคลื่นความถี่วิทยุลงสู่ผิวผ่านเข็มขนาดเล็ก (Fractional Pin) เป็นการรักษาผิวด้วยเลเซอร์แบบมีแผลเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA)
เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับการเรียงตัวของคอลลาเจนเดิมให้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยทั้งลึกและตื้น รวมถึงรอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง
FRACTORA ใช้เทคโนโลยี Fractional Photothermolysis ซึ่งรักษาผิวทีละจุดเล็ก ๆ โดยไม่รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้าง เข็มพลังงานสามารถแทรกลงถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ และแพทย์สามารถปรับระดับความลึกและพื้นที่การรักษาให้เหมาะกับผิวแต่ละบุคคล จึงเหมาะกับผิวแทบทุกประเภทและทุกเฉดสี
หลักการคือการใช้พลังงานความร้อนทำลายเซลล์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบในบริเวณเป้าหมาย เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและชัดเจนกว่าการรักษาแบบไม่มีแผล แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่า โดยทั่วไปอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ อาจมีอาการบวม แดง หรือแผลลอกร่วมด้วย ทั้งนี้ FRACTORA จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงและเนียนกว่าเดิมขึ้นมาทดแทนผิวเดิมที่เสียหาย
การรักษาด้วยวิธีนี้ เป็นการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าแฟรกชั่นนอล โฟโตเธอร์โมไลซิส (Fractional photothermolysis) ซึ่งรักษาผิวทีละส่วนโดยไม่มีการรบกวนเนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ เนื่องจากเลเซอร์สามารถแทรกลงไปยังเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นแท้ (Dermis) โดยแพทย์สามารถเลือกได้ว่าจะรักษาครอบคลุมพื้นที่มากน้อยเพียงใด ทำให้เหมาะสำหรับผิวทุกประเภทและทุกสีผิว
การรักษาด้วยลำแสงเลเซอร์แบบแฟรกชั่นนอล เป็นการเลเซอร์หลุมสิวชนิดมีแผล เป็นเลเซอร์ที่มีเซลล์เป้าหมายเป็นน้ำ เนื่องจากเมื่อให้พลังงานแสงและแปรเปลี่ยนกลายเป็นพลังงานความร้อน น้ำที่อยู่ในเซลล์เมื่อได้รับความร้อนจนอุณหภูมิสูง เนื้อเยื่อที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบจะถูกทำลายออกไป เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและชัดเจนกว่าแบบอื่น ๆ แต่ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ อาจเกิดการบวม อักเสบ แผลติดเชื้อ หรือเกิดรอยดำหลังเลเซอร์
การรักษาด้วยวิธีนี้ไม่เจ็บปวดและไม่มีภาวะแทรกซ้อนเหมือนการรักษาด้วยเลเซอร์แบบเดิม ลำแสงเลเซอร์แบบแฟรกชั่นนอลจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างผิวหนังที่อ่อนเยาว์ เนียนและแข็งแรงกว่าเดิมขึ้นทดแทนผิวเก่าที่เสีย
หลักการทำงานของ FRACTORA จะส่งผ่านพลังงานในลักษณะ Fractional RF ลงสู่ผิว ลำแสงที่มีอนุภาคเล็กมากจะเจาะลึกลงไปใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดความร้อนในผิวชั้นลึก ซึ่งเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่อ่อนแอและเม็ดสีส่วนเกิน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวและเร่งสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ
เลเซอร์จะรักษาผิวทีละส่วนเท่านั้นจึงไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ทำให้หายเป็นปกติในเวลารวดเร็ว วิธีการนี้ช่วยผลัดเปลี่ยนผิวโดยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังใหม่ที่แข็งแรงค่อยๆ สร้างมาทดแทน ผลที่ได้ คือ ผิวแข็งแรงขึ้น ผิวกระชับขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ดีขึ้น กระชับรูขุมขน รอยแผลเป็นจากสิวจางลง รวมถึงผิวขาวใสขึ้น จาการที่เม็ดสีส่วนเกินถูกทำลายออกไป
- ริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา
- รอยแผลเป็นจากสิว
- แผลเป็นจากการผ่าตัด
- กระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
- กระชับรูขุมขน ปรับผิวหน้าให้เรียบเนียน
- จุดด่างดำและรอยกระที่เกิดตามวัย รอยฝ้า
- ช่วยลดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผื่นผิวหนังที่เกิดจากถูกแสงแดดมาก ซึ่งจัดเป็นมะเร็งในระยะเริ่มแรก
- การฟื้นฟูผิวหน้า เพิ่มคุณภาพผิว ให้ผิวดูเด็กลง
ระหว่างทำการรักษาด้วย FRACTORA จะรู้สึกอย่างไร
ผู้ที่รักษาด้วย FRACTORA จะรู้สึกร้อนระหว่างทำการรักษา เป็นความรู้สึกถึงปฏิกิริยาความร้อนที่ส่งผ่าน FRACTORA pin ผ่านสู่ผิว แพทย์จะทายาชาลงบนผิวก่อนทำการรักษาเพื่อให้ไม่รู้สึกแสบร้อนมากนักและจะใช้ลมเย็นเป่าบริเวณที่รักษาไปด้วย หลังรักษาด้วยเลเซอร์แล้วอาจรู้สึกแสบร้อนใบหน้าเล็กน้อยคล้ายเมื่อถูกแดดเผา ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 1–3 ชั่วโมง ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำลายเซลล์ผิวที่อ่อนแอ เพื่อให้การรักษาที่ดีขึ้นต่อไป
1. ปรึกษาและประเมินสภาพผิว
แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ ตรวจสภาพผิว และประเมินระดับความลึกของหลุมสิวหรือปัญหาผิวที่ต้องการรักษา เพื่อวางแผนระดับพลังงานและจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
2. ทำความสะอาดผิวหน้า
ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้ยาชาซึมซาบได้เต็มที่
3. ทายาชาเฉพาะที่
แพทย์จะทาครีมยาชาบริเวณที่จะรักษาและทิ้งไว้ประมาณ 60 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ก่อนเริ่มการรักษา ช่วยลดความรู้สึกเจ็บและแสบร้อนระหว่างทำ
4. เริ่มการรักษาด้วยเครื่อง FRACTORA
แพทย์จะปล่อยพลังงาน Fractional RF ผ่านเข็มขนาดเล็กลงสู่ผิวตามพื้นที่ที่วางแผนไว้ พร้อมใช้ลมเย็นเป่าควบคู่ไปด้วยเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิว หากรักษาทั้งใบหน้าจะใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
5. ดูแลผิวหลังทำทันที
หลังรักษาเสร็จ แพทย์จะทาเจลเย็นหรือครีมบำรุงเพื่อลดความร้อนสะสมและปลอบประโลมผิว พร้อมให้คำแนะนำการดูแลตัวเองต่อที่บ้านอย่างละเอียด
6. นัดหมายติดตามผล
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์จะแนะนำให้กลับมารักษาซ้ำตามความถี่ที่เหมาะสม โดยทั่วไปคือ 4-6 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์
| อ่านเพิ่มเติม FRACTORA ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด
ประสิทธิภาพในการรักษาด้วยเลเซอร์หลุมสิว FRACTORA ให้ได้ผลดีนั้นต้องมีการมารักษาอย่างน้อย 4-6 ครั้ง และทิ้งช่วงการรักษาประมาณ 2-3 สัปดาห์เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหาย ร่วมกับการดูแลผิวหน้า หลังทำเลเซอร์ หลุมสิว ด้วย ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการดูแลหลังการรักษาด้วย FRACTORA
- อาการบวม – ปกติผิวมักบวมอยู่ 2–3 วัน วันแรกหลังจากรักษาด้วย FRACTORA จะบวมมากที่สุดโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา คืนแรกควรนอนยกศีรษะให้สูง ควรประคบเย็นบริเวณที่รักษา 5–10 นาทีทุกชั่วโมงระหว่าง 1–2 วันแรกหลังรักษา
- ผิวแดง – คุณสามารถใช้เครื่องสำอางกลบเกลื่อนสีผิวที่แดงขึ้นได้ทันทีหลังรับการรักษาด้วย FRACTORA ผิวอาจแดงอยู่นานถึงหนึ่งสัปดาห์
- ผิวแห้ง – การรักษาด้วยวิธีนี้มักทำให้ผิวแห้งและลอก ซึ่งอาการมักหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์ ควรทาครีมหรือโลชั่นเพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้งจนเกินไป
หากผิวถลอกเป็นแผลหลังรักษาด้วย FRACTORA ให้ทาครีมหรือโลชั่นเพื่อทำให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื้น ไม่จำเป็นต้องติดพลาสเตอร์บริเวณแผล แต่ต้องหมั่นทาครีมให้ผิวชื้น อย่าแกะแผล แผลจะหายไปเองในเวลาไม่นาน
อย่างไรก็ตาม หลังรักษาด้วย FRACTORA มีโอกาสที่ผิวจะอักเสบ สีเข้มขึ้นหรือเกิดรอยแผลเป็นบ้างแต่น้อยมาก ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์นี้จะรุนแรงหรือไม่และเกิดนานเท่าไรขึ้นอยู่กับว่าการรักษาใช้คลื่นแรงเพียงใดและปกติร่างกายฟื้นตัวเร็วเพียงใดเมื่อมีแผล แพทย์ผู้รักษาจะอธิบายถึงอาการที่อาจเกิดขึ้นหลังรักษาด้วย FRACTORA และให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้มีปัญหาน้อยที่สุด
- ประคบเย็นบริเวณที่รักษา 5-10 นาทีทุกชั่วโมง ในช่วง 1-2 วันแรก
- นอนยกศีรษะให้สูงในคืนแรกเพื่อลดอาการบวม
- ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
- ทาครีมกันแดด SPF30 ขึ้นไปทุกครั้งก่อนออกแดด และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
- ห้ามแกะ ลอก หรือดึงผิวที่ลอกออกด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด ปล่อยให้หลุดลอกเองตามธรรมชาติ
- หากมีผิวถลอกเป็นแผลเล็กน้อย ให้ทาครีมหรือโลชั่นเพื่อรักษาความชุ่มชื้น โดยไม่จำเป็นต้องปิดพลาสเตอร์
ความถี่ของการรักษาด้วย FRACTORA โดยทั่วไปแล้วหากจะให้ได้ผลดีที่สุดควรรักษา 4–6 ครั้ง โดยเว้นระยะครั้งละ 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล หรือแพทย์จะพิจารณาสภาพผิว จากนั้นจึงทำการนัดเวลารักษาตามความเหมาะสม ซึ่งอาจทิ้งระยะห่างมากกว่านั้นก็ได้
การรักษาด้วย FRACTORA วิธีนี้สามารถเห็นผลทันที และจะเห็นพัฒนาการเมื่อเวลาผ่านไป โดยจะเห็นผลได้ชัดเจนใน 2–3 เดือน วิธีการรักษาและการทิ้งช่วงเวลาเช่นนี้ จะเปิดโอกาสให้ผิวหายเป็นปกติ และร่างกายได้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหาย
รักษาด้วย FRACTORA ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker), Internal Defibrillator หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกาย เช่น Metal Plates, Screws หรือ Silicone (ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์)
- ผู้ที่เป็นมะเร็งผิวหนัง หรือมีประวัติรักษามะเร็งผิวหนัง หรือมี Pre-malignant Moles
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV
- ผู้ที่มีประวัติ Herpes Simplex ซึ่งอาจกำเริบจากความร้อน อาจต้องใช้ยากลุ่ม Prophylactic ร่วมด้วย
- ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
- ผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบ เช่น แผลกดทับ สะเก็ดเงิน ผื่น หรือกลากในบริเวณที่จะรักษา
- ผู้ที่มีประวัติ Keloid หรือความผิดปกติของการซ่อมแซมผิว รวมถึงผู้ที่มีผิวแห้งหรือบางมาก
- ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรหยุดยาอย่างน้อย 10 วันก่อนทำ
- ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดบริเวณใบหน้ามาไม่ถึง 1 ปี
- ผู้ที่เพิ่งผลัดผิวด้วยวิธี Facial Dermabrasion, Facial Resurfacing หรือ Deep Chemical Peeling มาไม่ถึง 3 เดือน
- ผู้ที่เคยรักษาด้วย IPL Laser หรือ RF ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนทำ FRACTORA
- ผู้ที่ทานยา Isotretinoin ควรหยุดยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำ
- ผู้ที่ใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ควรหยุดยาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- ห้ามรักษาบริเวณรอยสัก หรือบริเวณที่สักคิ้ว ขอบตา ริมฝีปากถาวร รวมถึงบริเวณขอบไรผม
- ผู้ที่มีผิวสีแทนจากการอาบแดด ใช้ยาทำสีผิวแทน หรือใช้ Tanning Bed ควรเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ก่อนทำ
RWC สามารถให้บริการ Fractora แก่ผู้ที่มีการฝังโลหะในร่างกายได้ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้งนะคะ
FRACTORA เหมาะกับการ รักษาหลุมสิว แบบใดได้บ้าง
หลุมสิวแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่
- Rolling Scar หลุมสิวแบบตื้น ขอบลาดมน
- Box Scar ลักษณะเป็นบ่อ ขอบชัด กินความลึกแค่ชั้นผิว
- Ice Pick Scar หลุมลึก ปากแคบ รักษาได้ยากที่สุด
เนื่องจาก FRACTORA เป็นการรักษาแบบมีแผลเล็ก ๆ จึงสามารถรักษาหลุมสิวได้ทุกระดับ แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดในหลุมสิวระดับ Rolling Scar และ Box Scar ที่ความลึกไม่ถึงชั้นรูขุมขน ส่วนหลุมสิวระดับ Ice Pick Scar ซึ่งลึกที่สุดและมักมีพังผืดร่วมด้วย อาจต้องใช้ระยะเวลารักษาต่อเนื่องมากกว่า และบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาเลาะพังผืดใต้ผิวก่อนเข้ารับการรักษาด้วย FRACTORA เพื่อช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น – รวมวิธีการรักษาหลุมสิว ให้หายขาด แบบไม่ทำร้ายผิว
- อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น หลังการรักษาด้วย FRACTORA อาการ Erythem การแดงขึ้นเรื่อย ๆ น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อาการบวม 2-3 วัน อาจพบจุดแดงปรากฏประมาณ 1-3 วัน หลังการรักษา วันที่4 หลังการรักษา อาจพบผิวลอกเป็นขรุย ซึ่งจะหลุดออกไปภายใน 1-3 สัปดาห์
- อาการบวมหลังการรักษาด้วย FRACTORA ในบางราย อาจพบได้ 2-3 สัปดาห์
- อาการเจ็บจะคงอยู่ประมาณ 1-2 ชัวโมง หลังการรักษาด้วย FRACTORA
- อาจพบสะเก็ดละเอียดขนาดเล็ก คงอยู่บริเวณผิวที่ทำการรักษาด้วย FRACTORA หลังการรักษา 7-10 วัน
- อาการบวมอาจคงอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์ ในกรณีที่ใช้ Tulmescent
- กระบวนการซ่อมแซมผิวใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังทำการรักษาด้วย FRACTORA นั้นแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล
- ผลการยกกระชับหลังจากการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน จะให้ผลสูงสุดหลังการรักษาด้วย FRACTORA 6-12 สัปดาห์
วิธีดูแลผิวหน้าหลังทำเลเซอร์หลุมสิว
- ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเพื่อป้องกันผิวหน้าจากแสงแดด
- หลีกเลี่ยงแสงแดดเพราะผิวหน้าหลังการทำเลเซอร์จะบางลงและอ่อนไหวอย่างมาก การทำให้ผิวหน้าที่เพิ่งฟื้นฟูจากการทำเลเซอร์โดนแสงแดดเป็นการทำร้ายผิวหน้า และทำให้การทำเลเซอร์ของเราเสื่อมประสิทธิภาพ
Q&A คำถามที่พบบ่อย
รักษาหลุมสิว ด้วย Fractora เจ็บไหม?
การรักษาด้วย Fractora ไม่เจ็บปวดและไม่มีภาวะแทรกซ้อนเหมือนการรักษาด้วยเลเซอร์แบบเดิม เพราะลำแสงเลเซอร์แบบแฟรกชั่นนอลจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์ เนียนใส และแข็งแรงกว่าเดิมขึ้นมาแทนที่ผิวเก่าที่เสียหาย
FRACTORA รักษาหลุมสิวได้ลึกแค่ไหน
รักษาได้ทุกระดับ แต่เห็นผลชัดเจนที่สุดในหลุมสิวระดับ Rolling Scar และ Box Scar ส่วน Ice Pick Scar ซึ่งลึกที่สุดต้องใช้ระยะเวลารักษาต่อเนื่องมากกว่าจึงจะเห็นผล
ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โดยทั่วไปแนะนำ 4-6 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละ 2-4 สัปดาห์ เห็นผลชัดเจนภายใน 2-3 เดือน และผลการยกกระชับสูงสุดที่ 6-12 สัปดาห์หลังทำ
หลังทำ FRACTORA ต้องหยุดงานหรือพักฟื้นกี่วัน
อาการบวมและแดงส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน สามารถใช้เครื่องสำอางกลบผิวแดงได้ทันที แต่ผิวลอกอาจใช้เวลา 1-3 สัปดาห์กว่าจะหายสนิท ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงนี้
FRACTORA ต่างจากเลเซอร์รักษาหลุมสิวแบบอื่นอย่างไร
FRACTORA ใช้เทคโนโลยี Fractional RF ส่งพลังงานผ่านเข็มลงสู่ผิวชั้นลึกโดยตรง ต่างจากเลเซอร์ผิวแบบดั้งเดิมที่ให้พลังงานผ่านผิวชั้นบนก่อน ทำให้ FRACTORA กระตุ้นคอลลาเจนได้ลึกและมีประสิทธิภาพสูง เหมาะกับผิวแทบทุกสีและทุกประเภท
ราคารักษา FRACTORA ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ราคาขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รักษา จำนวนครั้งของคอร์ส ระดับพลังงานที่ใช้ และดุลยพินิจของแพทย์ตามสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของตนเอง
ใครไม่ควรทำ FRACTORA
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือมีโลหะฝังในร่างกาย ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังหรือโรคเรื้อรังบางชนิด รวมถึงผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบเฉียบพลัน ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ทำ FRACTORA แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรเป็นพิเศษ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทาครีมกันแดด SPF30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น และห้ามแกะผิวที่ลอกออกด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันรอยดำและการติดเชื้อ
สรุป
FRACTORA คือเทคโนโลยี Fractional RF ที่ได้รับการรับรองจาก USFDA ช่วยรักษาหลุมสิว ริ้วรอย และปัญหาโครงสร้างผิวจากภายใน ด้วยการส่งพลังงานผ่านเข็มขนาดเล็กลงสู่ผิวชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และจัดเรียงคอลลาเจนเดิมให้แข็งแรงขึ้น เห็นผลชัดเจนในหลุมสิวระดับ Rolling Scar และ Box Scar เป็นพิเศษ โดยแนะนำรักษาต่อเนื่อง 4-6 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาทุกครั้ง

