RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ 1 CC เท่ากับ 1 ml ปริมาณมาตรฐาน 1 ไซริงค์ต่อ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาม มีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญห้าบาท
- ฉีดได้หลายจุด ทั้งคาง จมูก ใต้ตา ร่องแก้ม และปาก แต่บางตำแหน่งที่มีปัญหามากอาจต้องใช้มากกว่า 1 CC
- ราคา 8,000–30,000 บาทต่อ CC ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ คุณภาพ และประสบการณ์ของแพทย์
- อยู่ได้ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลหลังฉีด
- มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงเมื่อฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ฟิลเลอร์แท้ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมาก
ฟิลเลอร์ 1 CC คือปริมาณฟิลเลอร์มาตรฐานที่นิยมใช้ปรับรูปหน้าและแก้ไขปัญหาผิวมากที่สุดในปัจจุบัน หลายคนที่สนใจฉีดฟิลเลอร์มักสงสัยว่าฟิลเลอร์ 1 CC มีปริมาณเท่าไหร่ ฉีดได้จุดไหนบ้าง เห็นผลชัดแค่ไหน และราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ในบทความนี้หมอขนม จาก RWC Clinic จะมาอธิบายให้ครบทุกคำถามค่ะ
ฟิลเลอร์ 1 CC. มีปริมาณเท่าไหร่ ข้อมูลจากบางแหล่ง ก็พูดถึงการฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งเป็นหน่วยของ ml. จึงอาจจะทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า 1 CC. เท่ากับกี่ ml. กันนะ และ CC. กับ ml.เหมือนกันหรือไม่ หากเราเจอกับบทความที่ระบุให้ฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในปริมาณ 3 ml. และเมื่อเราเช็คราคากลับคิดราคาเป็นหน่วย CC.
1 CC กับ 1 ml. เท่ากันไหม?
หากพูดถึงปริมาณฟิลเลอร์ หลายคนอาจเคยได้ยินหน่วยวัด CC หรือ ml ซึ่งอาจทำให้สับสนได้ แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งสองหน่วยนี้มีความหมายเดียวกันคือ CC ย่อมาจาก Cubic Centimeter หมายถึงหน่วยปริมาตร ส่วน ml ย่อมาจาก Milliliter ซึ่งก็หมายถึงหน่วยปริมาตรเช่นกัน
ทั่วไปแล้ว 1 CC หรือ 1 ml ของฟิลเลอร์ เมื่อฉีดออกมาจากไซริงค์ จะมีขนาดประมาณเท่าเหรียญห้าบาท และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ผู้เข้ารับบริการควรรู้คือ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อหรือรุ่นใด ฟิลเลอร์ 1 ไซริงค์จะมีปริมาณ 1 ml เสมอ แม้ปริมาณจะเท่ากัน แต่คุณสมบัติและข้อบ่งใช้ของฟิลเลอร์แต่ละชนิดจะแตกต่างกัน เนื่องจากส่วนประกอบของไฮยาลูโรนิกแอซิด ขนาดโมเลกุล และความเข้มข้นของตัวยา
ตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เริ่มต้นที่ 1 CC. ก็สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ โดยแต่ละคนนั้นก็ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่ไม่เท่ากัน จึงไม่มีข้อจำกัดตายตัวว่า หากอยากแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่นี้ ต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์กี่ CC.
ทั้งนี้ การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และความเหมาะสมกับความต้องการ สภาพปัญหาบนใบหน้าของแต่ละบุคคลด้วย
อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร กับทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีด
-
ฉีดคาง 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยเพิ่มความยาวและความโดดเด่นให้กับคาง ทำให้ใบหน้าดูสมดุลและมีมิติมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางสั้นหรือคางตัดที่ต้องการเพิ่มปริมาตรและหน้าเรียวขึ้นนั่นเอง
-
ฉีดปาก 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยเพิ่มความอวบอิ่ม ทำให้ปากดูเต็มและมีรูปทรงสวยงามขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขความไม่สมมาตรของริมฝีปาก ปรับรูปทรงปากให้สวยงามตามต้องการ เช่น ทำให้ริมฝีปากบนเต็มขึ้น หรือเพิ่มความชัดเจนของรูปโค้งกระจับปาก ช่วยให้รอยยิ้มดูสวยงามและดึงดูดมากขึ้น
-
ฉีดใต้ตา 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ลดรอยคล้ำและถุงใต้ตา ทำให้รอบดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้การแต่งหน้าบริเวณใต้ตาง่ายขึ้น
-
ฉีดร่องแก้ม 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึก ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีมิติมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึกจากการลดน้ำหนัก การจัดฟันหรือความเสื่อมของผิวจากวัยที่เพิ่มขึ้น
-
ฉีดจมูก 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะช่วยปรับรูปทรงจมูกให้โด่งขึ้น เสริมสันจมูก หรือยกปลายจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขรูปทรงจมูกเล็กน้อยแบบไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งวิธีนี้สามารถแก้ไขความไม่สมมาตรของจมูก เพิ่มความโดดเด่นให้กับสันจมูก หรือยกปลายจมูกที่ตกได้ ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นและมีเสน่ห์มากขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ในบางจุด เช่น คาง ร่องแก้ม และจมูก อาจไม่พอสำหรับผู้ที่มีปัญหามาก เช่น คางสั้นมาก แก้มตอบลึก หรือจมูกที่มีรูปทรงค่อนข้างผิดปกติ อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณที่มากกว่า 1CC ค่ะ
ผลลัพธ์ที่เห็นได้จากฟิลเลอร์ 1 CC มีดังนี้
- ใบหน้าดูมีมิติขึ้น — โครงหน้าชัดเจน สัดส่วนสมดุลมากขึ้น
- ร่องลึกตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด — เหมาะกับร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือใต้ตา
- ปริมาตรเพิ่มขึ้นในจุดที่ฉีด — เช่น ปากอวบอิ่ม คางโดดเด่น จมูกโด่งขึ้น
- ผิวดูสดใสและอ่อนเยาว์ — เนื่องจากไฮยาลูรอนิก แอซิดช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิวบริเวณนั้น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิมของแต่ละคน สำหรับผู้ที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงมาก เช่น แก้มตอบลึก หรือคางสั้นมาก อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่า 1 CC เพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจค่ะ
ฟิลเลอร์ 1 CC อยู่ได้นานไหม
โดยทั่วไปฟิลเลอร์ 1 CC อยู่ได้นาน 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- ชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ — ฟิลเลอร์ความหนาแน่นสูง (High Cross-linking) อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์เนื้อบาง
- ตำแหน่งที่ฉีด — บริเวณที่มีการขยับน้อย เช่น คาง จมูก มักอยู่ได้นานกว่าบริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ปาก
- ไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง — การออกกำลังกายหนัก ความร้อนสะสม หรือการสูบบุหรี่ จะเร่งการสลายตัวของฟิลเลอร์
- กระบวนการเผาผลาญของร่างกาย — ผู้ที่มี Metabolism สูงมักสลายฟิลเลอร์ได้เร็วกว่า
เพื่อรักษาอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ให้ได้นานที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดใน 3–7 วันแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือเลเซอร์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และของหมักดอง อย่างน้อย 1–3 วัน
- หลีกเลี่ยงกรดผลไม้และยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อเพิ่มความอิ่มฟูของฟิลเลอร์
สำหรับราคาฟิลเลอร์ต่อ 1 CC นั้นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ คุณภาพ สถานที่ให้บริการ และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีด โดยทั่วไป ราคาฟิลเลอร์มักอยู่ในช่วง 8,000 ถึง 30,000 บาท ทั้งนี้ ยี่ห้อยอดนิยมแต่ละแบรนด์มีราคาที่แตกต่างกันตามคุณสมบัติและความนิยม
สำหรับราคาฟิลเลอร์ต่อ 1 CC จะแตกต่างกันไปตามคุณภาพ ยี่ห้อ แพทย์ที่ทำการรักษา และสถานที่ให้บริการ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้ดังนี้
กลุ่มพรีเมียม (ราคาเฉลี่ย 13,000 – 20,000 บาท/CC)
- Juvederm เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 18,000
- Restylane เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 18,000 บาทต่อ 1 CC โดยราคาอาจจะแตกต่างกันตามรุ่นที่มีความเจาะจงตำแหน่ง เช่น Restylane Kysse สำหรับฉีดปากโดยเฉพาะก็จะมีราคาที่สูงขึ้น
กลุ่มกลาง (ราคาเฉลี่ย 10,000 – 15,000 บาท/CC)
- Revolax เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่มีราคาไม่สูงมากนักแต่ยังคงคุณภาพที่ดี ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 15,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองฉีดฟิลเลอร์
กลุ่มประหยัด (ราคาเฉลี่ย 8,000 – 10,000 บาท/CC)
- e.p.t.q เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์จากเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 10,000 บาทต่อ 1 CC
อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการณ์ ราคาจริงอาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ให้บริการและโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา สำหรับใครที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมและข้อมูลราคาที่แม่นยำที่สุด
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของฟิลเลอร์ 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์ 1 CC กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีความเสี่ยงต่ำมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ ดังนี้
ผลข้างเคียงทั่วไป (หายเองได้)
- บวมแดงและช้ำบริเวณที่ฉีด มักหายภายใน 3–7 วัน
- รู้สึกตึงหรือแปลกบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
ผลข้างเคียงที่ต้องติดตาม
- ก้อนนูนหรือฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน แก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์
- Tyndall Effect (ผิวบริเวณใต้ตาออกสีเขียวอมฟ้า) พบได้เมื่อฉีดตื้นเกินไป
ผลข้างเคียงรุนแรง (หายาก แต่ต้องระวัง)
- การอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion) หากฉีดโดยผู้ไม่ชำนาญ อาจเสี่ยงต่อเนื้อตายหรือตาบอดได้ในกรณีที่รุนแรงมาก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม — ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ความเสี่ยงและวิธีดูแลหลังฉีด
ฟิลเลอร์ 1 CC พอไหมสำหรับการฉีดจมูก?
สำหรับการปรับรูปทรงจมูกเล็กน้อย เช่น เสริมสันจมูกหรือยกปลายจมูก ฟิลเลอร์ 1 CC มักเพียงพอค่ะ แต่หากต้องการแก้ไขโครงสร้างจมูกหลายจุดพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้มากกว่า 1 CC
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC เจ็บไหม?
ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ ทำให้ความเจ็บปวดอยู่ในระดับน้อยมาก ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อยขณะฉีดเท่านั้น
ฟิลเลอร์ 1 CC อันตรายไหม เสี่ยงตาบอดได้จริงหรือ?
การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะจมูกและใต้ตา มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจกระทบต่อการมองเห็นได้ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงนี้พบได้น้อยมาก และสามารถป้องกันได้หากฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะด้าน Anatomy โดยเฉพาะ
ฟิลเลอร์ 1 CC สลายเองได้ไหม?
ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก แอซิดสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6–18 เดือน และหากต้องการสลายเร็วขึ้น สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) เพื่อลดปริมาณฟิลเลอร์ได้ทันที
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC แล้วบวมนานไหม?
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ 1 CC มักลดลงภายใน 3–7 วัน บางตำแหน่งเช่นปากอาจบวมได้นาน 1–2 สัปดาห์ แนะนำประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกและหลีกเลี่ยงความร้อน
ควรฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ซ้ำเมื่อไหร่?
เมื่อสังเกตเห็นว่าผลลัพธ์เริ่มจางลงหรือปริมาตรลดลง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 6–12 เดือนหลังการฉีดครั้งแรก แนะนำนัดติดตามผลกับแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการฉีดซ้ำค่ะ
สรุป
ฟิลเลอร์ 1 CC. มีปริมาณเท่ากับ 1 ml. เพราะไม่ว่าจะ CC. หรือ ml.นั้นมีความหมายเดียวกันคือ 1 เมื่อถูกฉีดออกมาจากไซริงค์ ฟิลเลอร์ 1 CC มีปริมาณใกล้เคียงกับขนาดของเหรียญห้าบาท ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนรุ่นไหน ก็จะมีปริมาณของฟิลเลอร์อยู่ที่ 1 ml. ต่อ 1 ไซริงค์ ต่างกันเพียงแค่คุณสมบัติและความเข้มข้นของไฮยาลูรอนิก แอซิด ของฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเท่านั้น
การฉีดฟิลเลอร์ 1 CC สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น เติมเต็มร่องลึก เพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้า หรือเสริมโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ 1 CC จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าเดิม
หากใครสนใจต้องการฉีดฟิลเลอร์ 1 CC เพื่อแก้ปัญหาผิวบนใบหน้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียดได้ที่คลินิกความงามหรือโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านความงาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์และปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคุณได้อย่างเหมาะสม
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic



เสี่ยงตาบอดไหมคะ