การเลือกระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแต่ยังลังเลว่าควรเลือกวิธีไหน ทั้งสองวิธีต่างก็มีข้อดีและเหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน Thermage ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF กระตุ้นคอลลาเจน ส่วนร้อยไหม ใช้เส้นไหมพิเศษยกกระชับผิวหย่อนคล้อย วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าแต่ละวิธีเหมาะกับใคร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Thermage vs ร้อยไหม หลักการทำงาน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Thermage vs ร้อยไหม ถึงให้ผลยกกระชับได้เหมือนกัน แต่ราคาและวิธีการกลับแตกต่างกันมาก ความจริงแล้วทั้งสองวิธีใช้หลักการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง Thermage อาศัยพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ ขณะที่ร้อยไหมใช้การยกกระชับเชิงกลด้วยเส้นไหมพิเศษ มาดูกันว่าแต่ละวิธีทำงานอย่างไร และให้ผลแตกต่างกันแค่ไหน
หลักการทำงานของ Thermage FLX
Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar Radiofrequency) ส่งพลังงานความร้อนลงไปยังผิวหนัง 3 ชั้น คือ
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
- ชั้นหนังแท้ (Dermis)
- ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous)
ความร้อนระดับ 60-70 องศาเซลเซียสจะทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที เกิดการกระชับแบบฉับพลัน (Immediate Tightening) ประมาณ 20-30% พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-6 เดือน | Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร? ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย
หลักการร้อยไหม Tesslift
ร้อยไหมใช้เส้นไหม Polydioxanone (PDO) ที่สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ร้อยเป็นโครงตาข่ายใต้ชั้นผิวหนัง เส้นไหมจะช่วยได้ดังนี้
- ยกกระชับผิวทันทีด้วยการดึงรั้งเชิงกล (Mechanical Lifting)
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหม
- สร้างเนื้อเยื่อใหม่ในร่องของไหมโครงตาข่าย
ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันทีหลังทำ และจะดีขึ้นอีกในช่วง 3-6 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างเต็มที่ | ร้อยไหม ยกกระชับหน้าเรียวสวย ไม่ต้องผ่าตัด
Thermage เหมาะกับผิวแบบไหน
- อายุ 35-50 ปี ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเบาถึงปานกลาง
- ผู้ที่มีไขมันใบหน้าพอสมควร เพราะความร้อนจะช่วยสลายไขมันส่วนเกิน
- ปัญหาผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอยร่องแก้มลึก หนังตาตก หางคิ้วตก
- ต้องการกระชับทั้งใบหน้าและลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
- ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องกลับไปทำงานทันที
ร้อยไหม เหมาะกับใบหน้าแบบไหน
ร้อยไหมเหมาะสำหรับ
- อายุ 30-60 ปี ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- กรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย เหนียงย้อย
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที เช่น ก่อนงานสำคัญ
- ใบหน้าไขมันน้อยหรือหน้าตอบ ที่ Thermage อาจไม่เหมาะ
- พักฟื้นได้ 1 สัปดาห์ เพราะจะมีรอยช้ำบวม
เกณฑ์การเลือกตามอายุและสภาพผิว
การเลือกระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม ควรพิจารณาจาก
1.ระดับความหย่อนคล้อย
- เบา-ปานกลาง → Thermage
- ปานกลาง-มาก → ร้อยไหม
2. ปริมาณไขมันใบหน้า
- ไขมันเยอะ → Thermage
- ไขมันน้อย/หน้าตอบ → ร้อยไหม
ข้อดี
- Thermage การรักษาใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วแต่บริเวณที่ทำ จะเห็นผลของการยกกระชับทันทีประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นสภาพผิวจะดีขึ้นอย่างเต็มที่หลังจากการรักษาประมาณ 6 เดือน
- ระยะเวลาของผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
- การรักษาต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง จะช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อเป็นการชะลอวัยได้ในระยะยาว
- จะไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยใด ๆ ปรากฏหลังการรักษา
- สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือกลับมาทำงานได้ทันที
- Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการพัฒนาและปรับปรุง จึงมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้ว่าจะแสดงผลข้างเคียงในระยะยาว
ข้อเสีย
- มีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ เพราะการส่งพลังงานคลื่นจึงทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวหนัง อาการจะหายได้หลังทำไม่กี่ชั่วโมง ไม่ถึงขั้นต้องพักฟื้นนาน ๆ
- อาการผิวไหม้กรณีนี้เกิดจากขั้นตอนในการรักษา ดังนั้น ต้องให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้รักษา
โปรแกรมร้อยไหม
ข้อดี
- วัสดุ Polydioxanone สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย ไม่มีสารตกค้างใต้ชั้นผิวหนัง
- มีผลในการยกกระชับระยะยาว กระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อในรูของไหมโครงตาข่าย ทำให้เกิดแรงยึดและแรงตึงมีผลให้เกิดความแข็งแรงแบบกึ่งถาวร รอยเงี่ยงที่ไหมโครงตาข่าย จะเป็นตัวยึดเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและตัวไหมโครงตาขายก็จะเป็นตัว กระตุ้นในการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ไหมโครงตาข่าย
- มีผลในการพยุงผิวหน้า เกี่ยวรั้งผิวหนัง พร้อมยกกระชับทันทีภายหลังการร้อยไหมโครงตาข่าย มีการสร้างคอลลาเจนอย่างรวดเร็วภายหลังการร้อยไหมโครงตาข่าย
- ไม่ต้องผ่านการผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ใช้เพียงยาชาเท่านั้น
- อุปกรณ์ในการร้อยไหมโครงตาข่ายได้รับการออกแบบ ในการใช้งานอย่างง่าย สะดวก ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ
| อ่านเพิ่มเติม ร้อยไหม เหมาะกับใคร ? ตรวจสอบตัวเราว่าถึงเวลาร้อยไหมหรือยัง ?
ข้อเสีย
- การร้อยไหม ควรเลือกไหมที่มีประสิทธิภาพดี การร้อยไหมเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญ จึงต้องเลือกชนิดของเส้นไหมที่เหมาะสม
- ผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น อาการตึง บวม ช้ำ แดง บริเวณที่ร้อยไหม เพราะต้องใช้เข็มแทงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จะหายได้เองประมาณ 4-10 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
- อาจเกิดรอยยุบบนใบหน้า จะหายไปเองประมาณ 1 เดือนหลังจากทำ
สำหรับคนที่ไม่อยากเลือกระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม แต่อยากได้ข้อดีของทั้งสองวิธี ก็สามารถทำร่วมกันได้ค่ะ การทำ Combination Treatment กำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่า ร้อยไหมยกกระชับโครงสร้างทันที ขณะที่ Thermage กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว แต่ต้องวางแผนและเว้นระยะให้เหมาะสม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมนะคะ
ราคาในการทำ Thermage vs ร้อยไหม
- Thermage ราคาจะค่อนข้างสูง มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ อยู่ที่บริเวณของผู้รับบริการต้องการ อยู่ที่ดุลพินิลของแพทย์ผู้รักษา แต่การทำ Thermage ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ซึ่งทำเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน
- ร้อยไหม มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น จะขึ้นกับชนิดไหม ความยาวของไหม รวมถึงคลินิกหรือสถานพยาบาล และความชำนาญของแพทย์ด้วย
สรุป
การเลือกระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม ไม่มีคำตอบตายตัวว่าอะไรดีกว่ากัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ งบประมาณ และความคาดหวังของแต่ละคน Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ไม่มีแผล กลับไปทำงานได้ทันที ราคาสูงแต่อยู่ได้นาน 1-2 ปี ส่วนร้อยไหม เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก เห็นผลทันที ราคาไม่แพงมาก แต่ต้องพักฟื้น 4-10 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาจพิจารณาทำทั้งสองวิธีร่วมกันโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ที่สำคัญควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือของแท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


