RWC Clinic สรุปให้
- ร้อยไหมคอลลาเจน ใช้ไหมเรียบ PDO/PLLA/PCL กระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- หลังทำอาจรู้สึกผิวแน่นกระชับขึ้นจากการที่มีเส้นไหมเข้าไปพยุงผิวและอาการบวมเล็กน้อย โดยผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 1 เดือน
- ตัวช่วยให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้นขึ้น
- เหมาะกับผิวหย่อนเล็กน้อย-ปานกลาง ไม่เหมาะผิวหย่อนมาก
- ระวังพังผืดถ้าร้อยมากเกิน ควรทำกับแพทย์มีประสบการณ์ด้านการร้อยไหมโดยตรง
เมื่อวัยเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวค่อยๆ ลดลง ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และริ้วรอยปรากฏชัดขึ้น หลายคนจึงมองหาวิธีฟื้นฟูผิวที่ได้ผลรวดเร็วแต่ไม่ต้องผ่าตัด
ร้อยไหมคอลลาเจน (หรือการร้อยไหมเรียบ Mono Threads) จึงกลายเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในผิว ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการ ร้อยไหม ว่ามีกี่ชนิด เหมาะกับใครบ้าง รวมถึงวิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมคอลลาเจนค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร ?
- ไหมคอลลาเจนแบบไหนดีที่สุด มีกี่ชนิด ?
- ทำไมต้องร้อยไหมคอลลาเจน มีประโยชน์อะไรต่อผิว ?
- ร้อยไหมคอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง ?
- ร้อยไหมคอลลาเจนทำส่วนไหนได้บ้าง ?
- ขั้นตอนการร้อยไหมคอลลาเจน
- ร้อยไหมคอลลาเจน กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมคอลลาเจน
- ร้อยไหมคอลลาเจนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
- ร้อยไหมคอลลาเจน กับ Ulthera Thermage Hifu
- ร้อยไหมคอลลาเจน ราคาเท่าไหร่ ?
- รีวิวก่อน-หลังร้อยไหมคอลลาเจน ที่ RWC Clinic
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ร้อยไหมคอลลาเจน
- ร้อยไหมคอลลาเจน ปลอดภัยไหม ?
- ถ้าร้อยไหมคอลลาเจน แล้วไม่พอใจผลลัพธ์ แก้ไขอย่างไร ?
- สรุป
ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร ?
ร้อยไหมคอลลาเจน เป็นการใช้ไหมเรียบหรือไหม Mono threads ที่มีลักษณะเส้นเล็ก สั้น ไม่มีเงี่ยง ทำจากวัสดุที่เป็นไหมละลายได้เองตามธรรมชาติ อย่าง PDO (Polydioxanone), PLLA (Poly-L-Lactic Acid) หรือ PCL (Polycaprolactone) ร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังในระดับตื้น เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน และลดริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน
แม้จะมีชื่อเรียกว่า “ไหมคอลลาเจน” แต่จริงๆ แล้วเป็นชื่อทางการตลาดที่คลินิกต่าง ๆ ตั้งขึ้นเพื่อให้เข้าใจง่าย เพราะจุดเด่นของไหมชนิดนี้คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยเฉพาะ ต่างจากไหมก้างปลาหรือไหมเงี่ยงที่เน้นการยกกระชับผิว
ไหม PDO Polydioxanone
ไหม PDO เป็นไหมละลายที่นิยมใช้มากที่สุด มีคุณสมบัติละลายได้เร็วภายใน 6 เดือน เห็นผลการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเร่งด่วน เห็นผลไว แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่นานมาก ราคาไม่แพง และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง
ไหม PLLA Poly L Lactic Acid
ไหม PLLA มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า PDO ละลายช้ากว่าคือประมาณ 12-18 เดือน ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 12-18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผิวแน่นและมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น
ไหม PCL Polycaprolactone
ไหม PCL เป็นไหมรุ่นใหม่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด ละลายช้าที่สุดคือ 18-24 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน ให้ผลผิวที่แน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวมาก ไม่อยากทำบ่อย แต่มีราคาสูงกว่าไหมชนิดอื่น
เปรียบเทียบกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของไหมแต่ละชนิด
ไหมทั้ง 3 ชนิดมีกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนคล้ายกัน คือเมื่อสอดเข้าไปใต้ผิวจะเกิดปฏิกิริยาอักเสบเล็กน้อย กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาซ่อมแซม แต่ต่างกันที่ระยะเวลาของผลลัพธ์และความเข้มข้นของการกระตุ้น โดย PDO กระตุ้นได้เร็วแต่สั้น PLLA กระตุ้นได้ดีและยาวนานกว่า ส่วน PCL กระตุ้นได้ยาวนานที่สุดและต่อเนื่องที่สุด
ทำไมต้องร้อยไหมคอลลาเจน มีประโยชน์อะไรต่อผิว ?
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงปีละ 1% หลังอายุ 25 ปี ส่งผลให้ผิวเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น ปัญหาผิวต่างๆ ทั้งริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว จึงปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ การร้อยไหมคอลลาเจนจึงเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวจากภายใน ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งให้ประโยชน์ต่อผิวได้หลากหลายดังนี้
ประโยชน์หลักต่อการฟื้นฟูผิว
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน – เพิ่มปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวขึ้น 20-30% ภายใน 3 เดือน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน
- ลดริ้วรอยและเส้นละเอียด – ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก หางตา มุมปาก จะค่อยๆ ตื้นขึ้นจากการที่คอลลาเจนเติมเต็มใต้ผิว
- แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง – คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน ละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- หลุมสิวตื้นขึ้น – ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความลึกของหลุมสิว
- เพิ่มความหนาแน่นของผิว – ผิวบางที่เปราะบางจะหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น ทนทานต่อการเสื่อมสภาพได้ดีขึ้น
- ผิวเต่งตึง อิ่มฟู – ผิวดูมีน้ำมีนวล ฉ่ำวาว เปล่งปลั่งขึ้นจากการเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิว
- ผิวเรียบเนียนขึ้น – พื้นผิวไม่ขรุขระ สัมผัสนุ่มลื่น แต่งหน้าติดทนนานขึ้น
- หน้าดูอ่อนเยาว์ – ช่วยให้ใบหน้าแลดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- กรอบหน้าชัดขึ้น – แม้ไม่ยกกระชับเท่าไหมเงี่ยง แต่ช่วยให้ผิวกระชับ กรอบหน้าดูเรียวขึ้น
- ชะลอการเสื่อมของผิว – การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องช่วยชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต
- ป้องกันริ้วรอยลึก – เริ่มทำตั้งแต่อายุน้อยช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยลึกที่แก้ไขยาก
- รักษาระดับคอลลาเจน – ช่วยชดเชยคอลลาเจนที่สูญเสียไปตามวัย คงความอ่อนเยาว์ได้นานขึ้น
- เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว – ผิวที่แข็งแรงจะต้านทานมลภาวะและแสงแดดได้ดีขึ้น
- ผู้ที่มีอายุ 25-35 ปี – เริ่มสูญเสียคอลลาเจน ต้องการป้องกันริ้วรอยและรักษาความอ่อนเยาว์
- ผู้ที่มีอายุ 35-45 ปี – มีริ้วรอยตื้นๆ เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ต้องการชะลอวัย
- ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป – ผิวขาดความยืดหยุ่น แต่ยังไม่หย่อนมากจนต้องผ่าตัดหรือยกกระชับ
- ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย-ปานกลาง – ผิวเริ่มไม่กระชับ แต่ยังไม่หย่อนมาก
- ผู้ที่มีมีริ้วรอยตื้นๆ – ริ้วรอยหน้าผาก หางตา มุมปาก ที่ยังไม่ลึกมาก
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง – ต้องการกระชับรูขุมขนให้เล็กลงและผิวเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวตื้น – Rolling scar, Boxcar scar ที่ต้องการให้ตื้นขึ้น
- ผู้ที่มีผิวขาดความยืดหยุ่น – ผิวบาง ผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ
- ผู้ที่มีใบหน้าที่ซูมตอบ – ต้องการเพิ่มวอลลุ่มเล็กน้อยบริเวณแก้ม ขมับ กรอบหน้า
- ผู้ที่มีต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป – ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด
- ผู้ที่มีไม่ต้องการผ่าตัดหรือหัตถการรุนแรง – กลัวการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น
บุคคลที่ไม่ควรร้อยไหมคอลลาเจน
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร – ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ผิวไวต่อการระคายเคือง
- ผู้มีโรคเลือดไหลไม่หยุด – Hemophilia หรือโรคเลือดที่ทำให้แข็งตัวช้า
- ผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด – Warfarin, Heparin ที่ไม่สามารถหยุดยาได้
- ผู้ที่แพ้วัสดุ PDO, PLLA หรือ PCL – มีประวัติแพ้ไหมละลายมาก่อน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว – เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเกี่ยวกับการสร้างคอลลาเจนผิดปกติ
สำหรับใครที่มีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง สิวหนอง สิวผด โรคผิวหนังบริเวณใบหน้า สะเก็ดเงิน, ผื่นภูมิแพ้, เริม, งูสวัด มีแผลหรือการติดเชื้อ ผิวไหม้จากแสงแดด ผิวอักเสบจากแดดเผา ควรรักษาผิวให้หายก่อนนะคะ
ร้อยไหมคอลลาเจน แก้ม
บริเวณแก้มเป็นตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำร้อยไหมคอลลาเจน ช่วยให้แก้มเต่งตึง ลดรอยย่นแก้ม เติมเต็มแก้มที่ตอบ ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู อ่อนเยาว์ขึ้น โดยใช้ประมาณ 20-30 เส้นต่อข้าง ร้อยในชั้นผิวตื้นเป็นตาข่ายเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วบริเวณ
ร้อยไหมคอลลาเจน ใต้ตา
บริเวณใต้ตาที่มีผิวบางและอ่อนไหว ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องน้ำตาตื้น และช่วยให้ผิวใต้ตาดูอิ่มฟูสดใสขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ใช้ไหมเส้นเล็กพิเศษประมาณ 4-6 เส้นต่อข้าง ต้องร้อยด้วยความระมัดระวังโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
ร้อยไหมคอลลาเจน คอ เหนียง
บริเวณคอและเหนียงที่มักแสดงอายุก่อนใบหน้า การร้อยไหมคอลลาเจนช่วยลดริ้วรอยคอ ทำให้ผิวคอกระชับขึ้น ลดเหนียงย้อย ใช้ประมาณ 10-15 เส้น ร้อยเป็นแนวตามรอยย่นธรรมชาติ ช่วยให้คอดูเรียวและอ่อนเยาว์ขึ้น
ร้อยไหมคอลลาเจน ร่องแก้ม
ร่องแก้มหรือร่องโหนกแก้มที่ลึกทำให้ดูแก่ ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยเติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณรอบร่อง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น ใช้ประมาณ 8-10 เส้นต่อข้าง ร้อยตามแนวร่องและบริเวณโดยรอบ
ร้อยไหมคอลลาเจน หน้าผาก ขมับ และมุมปาก
บริเวณหน้าผาก การทำร้อยไหมหน้าผากจะช่วยลดริ้วรอยหน้าผากแนวนอน บริเวณขมับช่วยเติมเต็มขมับที่ตอบ ส่วนมุมปากช่วยลดร่องมุมปาก ลักยิ้ม ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
การเตรียมตัวก่อนทำร้อยไหมคอลลาเจน
- งดยาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ งดวิตามิน E, Fish oil, Ginseng และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าในช่วง 3-7 วันก่อนทำ
- รักษาสิวอักเสบหรือปัญหาผิวหนังให้หายก่อน
- งดดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด เค็มจัด หมักดอง ที่ทำให้บวมง่าย ในช่วง 3 วันก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง
- แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ให้แพทย์ทราบ
กระบวนการร้อยไหมคอลลาเจน
แพทย์วิเคราะห์ใบหน้าและออกแบบแนวการร้อยไหม ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที ฉีดยาชาเพิ่มเติมตามจุดที่จะร้อย ใช้เข็มขนาด 27-30G สอดไหมทีละเส้นเข้าไปใต้ผิว จำนวน 10-40 เส้นตามพื้นที่ จัดตำแหน่งไหมให้เรียบร้อย ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30-60 นาที
การดูแลตัวเองทันทีหลังทำ
ทันทีหลังทำอาจมีรอยแดง หรือสงสัยว่าหลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน โดยทั่วไปจะบวมเล็กน้อย ประคบเย็นได้ใน 24-48 ชั่วโมงแรก สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ตามความจำเป็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ทำ นอนหงายหัวสูงในคืนแรก ทาครีมบำรุงเบาๆ ตามที่แพทย์แนะนำค่ะ
ร้อยไหมคอลลาเจน กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ?
การร้อยไหมคอลลาเจนสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำประมาณ 20-30% จากการที่ไหมช่วยให้ผิวตึงขึ้น ผลจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ โดย 2 สัปดาห์แรกผิวเริ่มเรียบเนียน 1 เดือนเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน 2-3 เดือนเห็นผลเต็มที่จากคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ และผลลัพธ์ของการร้อยไหมคอลลาเจนสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
ข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยง
- ประคบเย็น 10-15 นาทีทุก 2-3 ชั่วโมง
- งดล้างหน้า 6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นล้างเบา ๆ
- แนะนำให้นอนหงายหัวสูง 30-45 องศาในช่วง 3 วันแรก
- รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้หากมีอาการปวด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับหน้า ในช่วง 1-3 วันแรก
- งดขัดผิว ลอกหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรด ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- งดนวดหน้าแรง ๆ 4 สัปดาห์
- งดทำหัตถการที่ใช้ความร้อน 4-6 สัปดาห์
อาหารที่ควรกินและไม่ควรกินหลังร้อยไหม
การเลือกรับประทานอาหารหลังร้อยไหมคอลลาเจนมีผลต่อการฟื้นตัวและประสิทธิภาพของการกระตุ้นคอลลาเจน อาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดการอักเสบ เร่งการสร้างคอลลาเจน และลดอาการบวมช้ำ ในขณะที่อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นหรือชะลอการฟื้นตัว การปรับเมนูอาหารช่วงแรกหลังทำจึงสำคัญมาก
อาหารที่ควรกินหลังร้อยไหม
- อาหารที่มีวิตามินซีสูง (ช่วยสร้างคอลลาเจน) เช่น ส้ม มะนาว เกรปฟรุต ส้มโอ กินสดหรือคั้นน้ำ ฝรั่ง มะละกอ สตรอว์เบอร์รี่ กีวี มะขามป้อม ผักใบเขียว ช่วยการสร้างคอลลาเจน
- อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพ วัตถุดิบสร้างคอลลาเจน เช่น แซลมอน ทูน่า ปลากะพง ไข่ อกไก่ ไก่งวง ถั่วเมล็ดแห้งรวมถึงซุปกระดูก ที่มีคอลลาเจนและเจลาตินธรรมชาติ
- อาหารต้านการอักเสบ เช่น บลูเบอร์รี่ องุ่นแดง เชอร์รี่ มีแอนติออกซิแดนท์สูง มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง บีทรูทถั่วและธัญพืช อย่างอัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดเจีย ข้าวโอ๊ต เป็นต้น
- น้ำเปล่า วันละ 2-3 ลิตร หรือน้ำมะพร้าว ช่วยขับของเสียและลดบวม เติมอิเล็กโทรไลต์ ลดการคั่งของน้ำ
อาหารที่ไม่ควรกินหลังร้อยไหม
แนะนำให้หลีกเลี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพื่อลดอาการบวมและอักเสบ
- แอลกอฮอล์ทุกชนิด เบียร์ ไวน์ เหล้า ทำให้เลือดคั่ง บวมนาน
- อาหารเค็มจัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของกระป๋อง ปลาเค็ม กุนเชียง
- อาหารหมักดอง ปลาร้า น้ำบูดู กิมจิ ผักดอง
- อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด
- อาหารแปรรูปและไขมันทรานส์
ร้อยไหมคอลลาเจน กับ Ulthera Thermage Hifu
เครื่องยกกระชับที่ใช้ความร้อนควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนหรือหลังร้อยไหม เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมละลายเร็วขึ้นและลดประสิทธิภาพการกระตุ้นคอลลาเจน หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีควรทำเครื่องยกกระชับก่อน รอ 1 เดือนแล้วค่อยร้อยไหมเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ร้อยไหมคอลลาเจน กับ ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์
โบท็อกซ์สามารถฉีดพร้อมกันได้หรือเว้น 2 สัปดาห์ก่อน-หลังร้อยไหม ส่วนฟิลเลอร์ควรเว้น 1 เดือนหลังร้อยไหม หรือทำฟิลเลอร์ก่อนแล้วรอ 2 สัปดาห์ค่อยร้อยไหม เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่และไม่ให้ไหมรบกวนการกระจายตัวของฟิลเลอร์
ร้อยไหมคอลลาเจน ราคาเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไป ราคาการร้อยไหมคอลลาเจน มักจะอยู่ในช่วงประมาณเส้นละ 1,000–3,000 บาท หรือคิดเป็น แพ็กเกจตั้งแต่ราว 20,000–100,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นไหม ชนิดของไหม และบริเวณที่ทำ ทั้งนี้ ราคาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก ตามมาตรฐานคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ โปรโมชั่น และการดูแลหลังทำที่รวมอยู่ในแพ็กเกจนั้น ๆ ทั้งนี้ การเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อราคาจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของแต่ละบุคคล
อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่ ? ยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม
ร้อยไหมคอลลาเจน ปลอดภัยไหม ?
สำหรับคนที่กังวลว่าร้อยไหมอันตรายไหม การร้อยไหมคอลลาเจน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ไหมที่ได้มาตรฐาน FDA ไหม PDO, PLLA, PCL ผ่านการทดสอบความปลอดภัย เนื่องจากไหมสามารถละลายได้เองไม่ตกค้าง ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการบวมช้ำเล็กน้อยที่หายได้เอง ความเสี่ยงติดเชื้อน้อยมากหากทำที่คลินิกที่ได้มาตรฐาน
ถ้าร้อยไหมคอลลาเจน แล้วไม่พอใจผลลัพธ์ แก้ไขอย่างไร ?
หากร้อยไหมคอลลาเจนแล้วไม่พอใจผลลัพธ์ แนวทางการแก้ไขจะขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาและการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปสามารถพิจารณาได้ดังนี้
- รอให้ไหมละลายตามธรรมชาติ ไหมคอลลาเจนเป็นวัสดุที่สามารถสลายได้เองตามเวลา ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงโดยไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม
- ร้อยไหมเพิ่มเติม ในกรณีที่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนหรือยกกระชับไม่เพียงพอ สามารถพิจารณาร้อยไหมเพิ่มได้ โดยมักแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือนเพื่อให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อน
- แก้ไขกรณีไหมโผล่หรือเป็นก้อน หากเกิดปัญหาไหมโผล่ ผิวไม่เรียบ หรือคลำเป็นก้อน แพทย์สามารถแก้ไขได้ด้วยการนวด ปรับตำแหน่ง หรือใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่เหมาะสม
- ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ ผลลัพธ์และแนวทางการแก้ไขอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน การติดตามอาการและปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมนะคะ
สรุป
ร้อยไหมคอลลาเจน เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วและผลลัพธ์อยู่ได้นาน โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
หัตถการนี้สามารถช่วยปรับสภาพผิวในหลายด้าน เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว และความหย่อนคล้อย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากใครที่สนใจหรือต้องการร้อยไหมคอลลาเจน ควรเข้ารับการประเมินและคำแนะนำจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคนนะคะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


