RWC Clinic สรุปให้
- Ellanse (อีลองเซ่) คือสารเติมเต็มกลุ่ม Biostimulator ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติของร่างกาย ช่วยคืนความอิ่มฟูและยกกระชับผิวได้ยาวนานตั้งแต่ 1 ถึง 4 ปี ตามสายโซ่โมเลกุลของแต่ละรุ่นสารประกอบหลัก Polycaprolactone (PCL) มีความปลอดภัยสูง สามารถย่อยสลายเองได้หมด 100% โดยจะเปลี่ยนเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างสะสมใต้ผิว
- • ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าตอบและริ้วรอยร่องลึกได้ตรงจุด โดยเฉพาะบริเวณขมับ ร่องแก้ม และแนวกราม พร้อมปรับสภาพผิวให้แน่นกระชับขึ้นเรื่อย ๆ จากโครงสร้างผิวที่แข็งแรงขึ้นเองจากภายใน
- การรักษาต้องอาศัยทักษะแพทย์ที่ชำนาญในการวางตำแหน่งตัวยาในชั้นผิวที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการเกิดก้อน และควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของแท้ทุกครั้งก่อนรับบริการค่ะ
ปัญหาใบหน้าตอบ ร่องลึกชัด และผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามวัยจนดูโทรมเป็นปัญหาที่จัดการได้ยากด้วยสกินแคร์ทั่วไป การเลือกใช้ Ellanse จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวดูอิ่มฟูยาวนานกว่าสารเติมเต็มทั่วไป
หลายคนกังวลเรื่องการต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อย ๆ หรือกลัวว่าผลลัพธ์จะดูแข็งเป็นก้อนไม่เป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป เราจึงรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการทำงาน เทคนิคการเลือกใช้ในแต่ละจุดบนใบหน้า รวมถึงการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน
- RWC Clinic สรุปให้
- ทำความรู้จัก Ellanse คืออะไร ?
- Ellanse ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
- ความแตกต่างระหว่าง Ellanse กับฟิลเลอร์
- Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นให้ผลลัพธ์ยาวนานแค่ไหน
- บริเวณที่เหมาะกับการฉีด Ellanse
- ใครบ้างที่ควรฉีด Ellanse
- การเตรียมตัวและวิธีดูแลตัวเองให้ Ellanse
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด Ellanse มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง
- วิธีตรวจสอบ Ellanse ของแท้
- ทำไมการเลือกฉีด Ellanse ที่ RWC Clinic
- สรุป
ทำความรู้จัก Ellanse คืออะไร ?
Ellanse หรือ อีลองเซ่ คือสารเติมเต็มผิวในกลุ่ม Biostimulator ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการเติมปริมาตรพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายไปพร้อมกัน การทำงานของผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นทันทีหลังทำเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เสมือนนั่งร้านเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้นจากภายใน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความเป็นธรรมชาติสูงและสามารถคงอยู่ได้ยาวนาน 1-5 ปี
นวัตกรรมความงามจากเนเธอร์แลนด์นี้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลทั้ง CE Mark และได้รับอนุญาตจากอย. ไทยอย่างถูกต้อง ตัวยาถูกออกแบบมาให้สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างสะสมใต้ผิว ผิวบริเวณที่ฉีดจะค่อย ๆ ปรับสภาพให้มีความยืดหยุ่นและรูขุมขนดูเนียนละเอียดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติภายในร่างกายซึ่งจะเห็นผลลัพธ์งานผิวที่สมบูรณ์ชัดเจนที่สุดในช่วง 90 วัน แรกค่ะ
ส่วนประกอบสำคัญ
Ellansé เป็นฟิลเลอร์ชนิด ไม่ใช่กรดไฮยาลูรอนิก (Non-Hyaluronic Acid Filler) โดยมีส่วนประกอบหลักคือ Polycaprolactone (PCL) microspheres ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ทางการแพทย์ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติในร่างกาย
คุณสมบัติสำคัญของ Ellansé คือ
- ไม่ได้มาจากสัตว์ แบคทีเรีย หรือมนุษย์
- มีความเข้ากันได้กับร่างกายสูง
- สามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
สารประกอบชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ย่อยสลายเองได้ทั้งหมดผ่านกระบวนการทางธรรมชาติจนกลายเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่มีการตกค้างของสารสังเคราะห์ที่ก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาว สัดส่วนที่แม่นยำนี้ช่วยให้แพทย์คาดการณ์ระยะเวลาความสวยงามได้ชัดเจน – ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ฉีดครั้งแรกต้องรู้ก่อน
Ellanse ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
อีลองเซ่ ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าตอบและริ้วรอยร่องลึกด้วยการเติมเต็มปริมาตรพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติเพื่อคืนความยืดหยุ่นให้ผิว สารนี้ทำหน้าที่พยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ดูยกกระชับขึ้นและปรับสภาพผิวให้ดูเนียนละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ จากโครงสร้างผิวที่แข็งแรงขึ้นเอง
- ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก และรอยย่นบนหน้าผาก
- เติมเต็มขมับตอบ แก้มตอบ และเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูอิ่มฟู
- ปรับแนวกรามและคางให้ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยตามวัย
- ฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับและรูขุมขนเล็กลงจากการผลิตคอลลาเจนใหม่
การทำงานของสาร PCL จะส่งผลให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในช่วง 3-4 เดือน แรกหลังการรักษา ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความเป็นธรรมชาติต่างจากการฉีดสารเติมเต็มทั่วไปเพราะผิวจะฟื้นฟูขึ้นจากภายในและคงอยู่ได้นานตั้งแต่ 2-4 ปี ตามรุ่นที่เลือกใช้ค่ะ
ความแตกต่างระหว่าง Ellanse กับฟิลเลอร์
Ellanse แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงที่ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแทนการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผลิตจาก Hyaluronic Acid (HA) มุ่งเน้นการเพิ่มปริมาตรผิวทันทีและสลายตัวได้เองภายใน 6-18 เดือน ส่วน Ellanse ใช้สาร Polycaprolactone (PCL) เพื่อสั่งการให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปในระยะยาว
การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะบุคคล ฟิลเลอร์ HA สามารถฉีดสลายออกได้ทันทีด้วยเอ็นไซม์หากต้องการแก้ไขผลลัพธ์ แต่ Ellanse ไม่สามารถสลายได้ด้วยสารภายนอก ต้องรอให้ร่างกายดูดซึมไปเองตามรอบอายุของรุ่นที่เลือกใช้ การฉีดสารประเภทนี้จึงต้องอาศัยเทคนิคที่แม่นยำเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนจากการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ฟิลเลอร์ (HA Filler) | Ellanse (Biostimulator) |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | Hyaluronic Acid | Polycaprolactone (PCL) |
| กลไกการทำงาน | เติมเต็มช่องว่างใต้ผิวทันที | เติมเต็มและสั่งสร้างคอลลาเจนใหม่ |
| การแก้ไขผลลัพธ์ | ฉีดสลายด้วยเอ็นไซม์ได้ | สลายเองตามกาลเวลาเท่านั้น |
| ระยะเวลาที่คงอยู่ | 6 – 18 เดือน | 1 – 5 ปี |
สาร PCL ใน Ellanse ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์อย่างแพร่หลายมานานกว่า 20 ปี ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการผลิตไหมละลายสำหรับผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ เนื่องจากมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์สูงและสลายตัวกลายเป็นน้ำกับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ทั้งหมดโดยไม่ตกค้างในเนื้อเยื่อค่ะ
Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นให้ผลลัพธ์ยาวนานแค่ไหน
Ellanse มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่น S, M, L และ E โดยจุดต่างสำคัญอยู่ที่ความยาวของสายโซ่โมเลกุล PCL (Polycaprolactone) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายจะใช้เวลานานเท่าใดในการย่อยสลายสารประกอบเหล่านี้ ยิ่งรหัสรุ่นขยับสูงขึ้น ระยะเวลาในการคงสภาพผิวที่ได้รับการกระตุ้นคอลลาเจนก็จะยาวนานขึ้นตามลำดับ
| รุ่นของ Ellanse | ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ |
|---|---|
| Ellanse S | ประมาณ 1 ปี |
| Ellanse M | ประมาณ 2 ปี |
| Ellanse L | ประมาณ 3 ปี |
| Ellanse E | ประมาณ 4 ปี |
ความแตกต่างของระยะเวลาในแต่ละรุ่นไม่ได้มีผลต่อการทำงานของส่วนประกอบ CMC ที่ช่วยเติมเต็มผิวในระยะแรก สารเติมเต็มตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผลลัพธ์การยกกระชับปรากฏชัดตั้งแต่วันแรกที่ทำ ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างตาข่ายคอลลาเจนตามธรรมชาติเข้ามาทดแทนในตำแหน่งเดิมในช่วงที่เนื้อเจลเริ่มทยอยสลายตัวไป
ในประเทศไทยรุ่นที่ผ่านการรับรองและมีการใช้งานแพร่หลายคือรุ่น S และ M ซึ่งให้ระยะเวลาครอบคลุมความต้องการพื้นฐานส่วนใหญ่ ผู้เข้ารับบริการที่ต้องการการปรับรูปหน้าและงานผิวแบบยั่งยืนมักเลือกรุ่น M เพื่อลดความถี่ในการเข้าพบแพทย์เพื่อเติมสารใหม่ในช่วงรอบ 24 เดือนค่ะ
บริเวณที่เหมาะกับการฉีด Ellanse
Ellanse เหมาะกับการฉีดเพื่อเติมเต็มและยกกระชับในบริเวณโครงสร้างใบหน้าชั้นลึกที่มีการทรุดตัวของกระดูกหรือไขมันฝ่อตัว โดยเฉพาะช่วงขมับที่ตอบ ร่องแก้มลึก และแก้มตอบ เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ผ่านการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ แพทย์มักใช้สารตัวนี้ในการปรับรูปหน้าส่วนล่าง เช่น การปั้นคางให้คมชัด หรือการฉีดบริเวณกรอบหน้าเพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เนื่องจากตัวยาให้แรงยกที่สูงกว่าสารเติมเต็มทั่วไป
ตำแหน่งที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและมีความคงตัวสูงมีหลายจุด
- บริเวณขมับ ช่วยลดความตอบและส่งผลให้หางตาดูยกขึ้น
- ร่องน้ำหมากและร่องแก้ม เพื่อพยุงผิวส่วนกลางไม่ให้คล้อยตามแรงโน้มถ่วง
- คางและแนวกราม สร้างมิติให้ใบหน้าดูเรียวและมีกรอบหน้าชัดเจน
- หลังมือ เพื่อเติมเต็มเนื้อผิวที่บางจนเห็นเส้นเลือดและเอ็นชัดเจน
การฉีดสารชนิดนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในบริเวณผิวที่บางจัดหรือจุดที่มีการเคลื่อนไหวสูงตลอดเวลา เช่น ริมฝีปาก หรือผิวใต้ตาชั้นตื้น เพราะเสี่ยงต่อการเห็นเป็นขอบหรือจับตัวเป็นก้อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเน้นวางยาในชั้นใต้กล้ามเนื้อหรือชั้นบนกระดูกเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ขึ้นมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้ยาวนาน 1-4 ปีตามรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ค่ะ
ใครบ้างที่ควรฉีด Ellanse
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึกและแก้ปัญหาใบหน้าตอบจากการสูญเสียไขมันหรือการฝ่อตัวของกระดูกตามช่วงวัย
- ผู้ที่มีร่องแก้มลึก ขมับตอบ หรือต้องการปรับกรอบหน้าให้มีความคมชัดระดับปานกลางถึงมาก
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางและต้องการแรงยกกระชับสูง (High Lifting Power)
- กลุ่มที่ต้องการผลลัพธ์ความงามแบบยั่งยืนนาน 1-2 ปีโดยไม่อยากกลับมาฉีดซ้ำบ่อย ๆ
- คนที่กังวลเรื่องการสลายตัวไวของฟิลเลอร์ทั่วไปหรือต้องการให้คุณภาพผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าส่วนล่าง เช่น การแต่งทรงคางหรือแนวกรามให้ดูคมชัดมีมิติ
วิธีดูแลตัวเองหลังจากฉีดเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ มีสิ่งที่ควรปฏิบัติคือ
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ตัวยาล็อคตำแหน่งและเซตตัวในชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ
- งดกลุ่มอาหารเสริมน้ำมันปลา วิตามินอี หรือยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและอาการห้อเลือดบริเวณที่เข็มสัมผัสผิวได้ดีที่สุด
- เว้นการทำเลเซอร์หน้า การเข้าซาวน่า หรือแช่น้ำอุ่นจัดประมาณ 14 วัน เพื่อป้องกันความร้อนรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เพื่อปรับระบบไหลเวียนเลือดให้อยู่ในสภาวะปกติ ลดความเสี่ยงอาการบวมแดงหลังจากรับบริการ
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าปกติวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้นและสนับสนุนการทำงานของสาร PCL ในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
พยายามรักษาความสะอาดของผิวหน้าและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่อ่อนโยนในช่วง 3 วันแรก เพื่อลดการระคายเคืองและช่วยให้รอยเข็มเล็ก ๆ สมานตัวได้เร็วขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วันค่ะ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด Ellanse มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง
อาการบวม แดง เขียวช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดเป็นผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทันทีหลังทำ Ellanse โดยมักจะหายไปเองภายใน 3 ถึง 7 วัน ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองในช่วงแรกเนื่องจากตัวยาทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ซึ่งบางรายอาจพบการอักเสบเล็กน้อยหรือมีไข้ต่ำ ๆ ได้ในช่วง 1 ถึง 2 วันแรกหลังรับบริการ
ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือการเกิดก้อนแข็งหรือโนดูลที่เกิดจากการฉีดผิดชั้นผิวหรือใช้ปริมาณตัวยาที่หนาแน่นเกินไปในจุดเดียว หากมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงหรือผิวเปลี่ยนสีเป็นสีขาวซีดและม่วงคล้ำต้องติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อทำการแก้ไขตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน สาร PCL ไม่สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายได้เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป
- อาการบวมน้ำและตึงผิวในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- รอยเข็มหรือจุดเลือดออกเล็กน้อยจากการกระทบเส้นเลือดฝอย
- การคลำพบก้อนแข็งชั่วคราวในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก
- อาการคันหรือผื่นแดงบริเวณที่สัมผัสตัวยาในระยะสั้นอาจเกิดขึ้นได้ในบางกรณีค่ะ
วิธีตรวจสอบ Ellanse ของแท้
คลินิกของเราให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ของผู้รับบริการเป็นอันดับแรก จึงเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ Ellansé แท้ 100% ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง
เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในทุกขั้นตอน RWC มีนโยบายดังนี้
- ใช้ผลิตภัณฑ์ Ellansé ของแท้ 100% จากผู้ผลิตโดยตรง
- นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย
- เปิดกล่องผลิตภัณฑ์ต่อหน้าผู้รับบริการทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใสและความมั่นใจสูงสุด
ด้วยมาตรฐานดังกล่าว ผู้รับบริการจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
ทำไมการเลือกฉีด Ellanse ที่ RWC Clinic
การเลือกฉีด Ellanse ที่ RWC Clinic ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงระยะยาวผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% ที่ส่งตรงจากบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ทุกกล่อง สาร PCL ไม่สามารถใช้เอนไซม์สลายได้เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป ทีมแพทย์จึงเน้นความแม่นยำในการวางตัวยาให้ถูกชั้นผิวเพื่อป้องกันการเกิดก้อนแข็งหรือโนดูล
- ใช้ผลิตภัณฑ์ Ellanse แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและเปิดกล่องให้ตรวจสอบ Serial Number ต่อหน้าทุกครั้งเพื่อความโปร่งใส
- แพทย์วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเคสต่อเคสเพื่อกำหนดปริมาณยาที่เหมาะสม ไม่ฉีดอัดแน่นในจุดเดียวจนเสี่ยงต่อการอักเสบ
- มีระบบติดตามผลหลังรับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังปฏิกิริยาตอบสนองของผิวในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก
- ใช้เทคนิคการฉีดที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติให้เห็นผลลัพธ์ยาวนาน 1 ถึง 2 ปีตามประเภทรุ่นของตัวยา
ความใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่การคัดเลือกตัวยาไปจนถึงเทคนิคการลงเข็มช่วยให้ชั้นผิวได้รับการฟื้นฟูจากสาร PCL อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกายค่ะ
สรุป
Ellanse ทำหน้าที่เป็นสารเติมเต็มผิวที่ให้ผลลัพธ์แบบสองขั้นตอนคือเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบ ๆ บริเวณที่ฉีด สาร PCL ในตัวผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติแต่ทิ้งโครงข่ายผิวที่แข็งแรงเอาไว้ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป การใช้เทคนิคที่แม่นยำช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่มีสารตกค้างสะสมในร่างกาย
ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและตรวจสอบจุดที่ต้องการแก้ไขอย่างละเอียดก่อนทำหัตถการ ผู้รับบริการควรสังเกตสัญลักษณ์ อย. บนกล่องและเช็กเลขล็อตการผลิตผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อความมั่นใจ การตรวจสอบสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่องยาแท้ช่วยรับรองความปลอดภัยและอายุการใช้งานของสารเติมเต็มได้ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ค่ะ


