ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตาแบบไหนดีกว่า?

ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตาแบบไหนดี?

สำหรับใครที่ต้องการแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ปัจจุบันมีวิธีการรักษาให้เลือกหลากหลาย เช่น ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิคแอซิดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มจากร่างกายอย่างการฉีดไขมัน ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้ที่กำลังพิจารณาการรักษา
ในบทความนี้ จะมาอธิบายและพาทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาทั้ง 2 วิธี เพื่อการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง

ฉีดไขมันใต้ตา (Fat Injection) คืออะไร

ฉีดไขมันใต้ตา (Fat Grafting) เป็นนวัตกรรมการปรับรูปหน้าโดยใช้ไขมันจากร่างกายของตัวเอง มาเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่มีร่องลึกหรือมีการสูญเสียปริมาตร วิธีนี้ได้รับความนิยมเพราะใช้ไขมันของตัวเอง จึงปลอดภัยสูง ลดความเสี่ยงในเรื่องการแพ้และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ฉีดไขมันใต้ตา (Fat Injection) คืออะไร

สำหรับขั้นตอนการรักษาจะเริ่มจากการดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก หรือต้นแขน โดยใช้เครื่องดูดไขมันพิเศษที่ช่วยให้เซลล์ไขมันได้รับความเสียหายน้อยที่สุด จากนั้นนำไขมันที่ได้มาปั่นให้บริสุทธิ์ แยกเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพดีออกมา และนำมาฉีดเข้าบริเวณใต้ตาด้วยเทคนิคพิเศษของแพทย์ที่ทำการรักษา

ข้อดีของการฉีดไขมันใต้ตา

ข้อดีของการฉีดไขมันใต้ตา
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-5 ปี เพราะเป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง
  • ให้ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ
  • ไม่มีการแพ้หรือการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
  • สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งรอยคล้ำและการสูญเสียปริมาตร
  • ได้ประโยชน์จากการดูดไขมันส่วนเกินในบริเวณอื่นด้วย

ข้อเสียและข้อควรระวัง

ข้อเสียและข้อควรระวัง
  • ต้องผ่านการดูดไขมัน จึงมีแผลและต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • อาจเกิดรอยช้ำและบวมได้นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพไขมันและความชำนาญของแพทย์
  • ราคาค่อนข้างสูงในการทำครั้งแรก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Under Eye Filler) คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Under Eye Filler) คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดสารเติมเต็มโดยใช้สารกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน สารนี้มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเต่งตึง 

การรักษาด้วยฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15-30 นาที เริ่มจากการทาครีมชาเฉพาะที่ จากนั้นแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ผ่านเข็มขนาดเล็กเข้าไปในชั้นผิวหนังบริเวณใต้ตา โดยเลือกจุดฉีดและปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • ไม่ต้องผ่านการดูดไขมัน ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำงานได้ทันที
  • สามารถแก้ไขหรือสลายสารได้หากไม่พอใจผลลัพธ์
  • ควบคุมปริมาณการฉีดได้แม่นยำ
  • ราคาต่อครั้งถูกกว่าการฉีดไขมัน
  • เห็นผลลัพธ์ได้ทันที

ข้อเสียและข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อเสียและข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่ถาวร ประมาณ 9-18 เดือน ต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
  • อาจเกิดการแพ้หรือการอักเสบในบางราย
  • หากฉีดผิดตำแหน่งอาจเกิดการอุดตันของเส้นเลือดหรือเกิดการติดเชื้อได้
  • บางคนอาจเกิดอาการบวม ช้ำ หรือมีจ้ำเลือดหลังการรักษา
  • ค่าใช้จ่ายสะสมในระยะยาวอาจสูงกว่าการฉีดไขมัน เนื่องจากต้องทำซ้ำบ่อย
  • ต้องระวังการเลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับบริเวณใต้ตา

เปรียบเทียบ ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เปรียบเทียบ ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดไขมันใต้ตาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ด้านความคงทนของผลลัพธ์ให้ผลลัพธ์ที่คงทนกว่า อยู่ได้ 3-5 ปี เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง เมื่อเซลล์ไขมันเจริญเติบโตและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงแล้ว จะอยู่คงทนและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 9-18 เดือน เนื่องจากร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายสารกรดไฮยาลูโรนิก จึงต้องฉีดเติมเป็นระยะ
ด้านการฟื้นตัวและการดูแลหลังทำใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากมีการดูดไขมัน อาจมีรอยช้ำและอาการบวมทั้งบริเวณที่ดูดไขมันและบริเวณที่ฉีด ต้องดูแลแผลและสวมชุดกระชับพิเศษฟื้นตัวเร็วกว่า ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน อาการบวมช้ำมีน้อยกว่า สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบทันที
ด้านค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายครั้งแรกสูงกว่า (ประมาณ 50,000-150,000 บาท) แต่อยู่ได้นาน คุ้มค่าในระยะยาวค่าใช้จ่ายต่อครั้งถูกกว่า (ประมาณ 15,000-45,000 บาท) แต่ต้องทำซ้ำบ่อย รวมค่าใช้จ่ายในระยะยาวอาจสูงกว่า
ด้านความเป็นธรรมชาติให้ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะใช้เนื้อเยื่อของตัวเองให้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติได้เช่นกัน แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการเลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม

คำแนะนำในการเลือกวิธีที่เหมาะสม

คำแนะนำในการเลือกวิธีที่เหมาะสม

การตัดสินใจเลือกระหว่างการ ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ยังช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง มาดูปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

1. ปัจจัยที่ควรพิจารณา

การเลือกวิธีการรักษาปัญหาถุงใต้ตาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การตัดสินใจเลือกระหว่างการฉีดฟิลเลอร์หรือการฉีดไขมันนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล ดังนี้

ปัจจัยที่ควรพิจารณา

สภาพผิวและความรุนแรงของปัญหา

  • หากมีปัญหาถุงใต้ตาที่รุนแรง มีการสูญเสียปริมาตรมาก การฉีดไขมันอาจเหมาะสมกว่า
  • หากมีปัญหาเพียงเล็กน้อย ต้องการแค่เติมเต็ม การฉีดฟิลเลอร์อาจเพียงพอ

อายุและสภาพผิว

  • คนอายุน้อย ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี อาจเลือกฉีดฟิลเลอร์ก่อน
  • คนอายุมากขึ้น มีการสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง การฉีดไขมันอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ไลฟ์สไตล์และเวลา

  • คนที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด อาจเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์มากกว่า
  • คนที่สามารถลาพักได้นาน อาจเลือกฉีดไขมันเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว

การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์และผู้รับการรักษาสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและตรงตามความต้องการมากที่สุด

2. ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยการฉีดไขมันหรือฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกระหว่างสองวิธี แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีและเหมาะสม มาดูสิ่งสำคัญที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ ดังนี้

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การเลือกแพทย์และสถานพยาบาล

  • ควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และมีประสบการณ์ในการทำหัตถการนั้นๆ โดยเฉพาะ
  • ตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพและความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล
  • สอบถามผลงานและดูรีวิวจากผู้ที่เคยเข้ารับการรักษา
  • เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย

การประเมินสภาพร่างกายและความเหมาะสม

  • ควรตรวจสุขภาพและแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
  • บางกรณีอาจต้องตรวจเลือดเพื่อดูการแข็งตัวของเลือดก่อนทำหัตถการ
  • แจ้งประวัติการทำศัลยกรรมหรือการฉีดสารเติมเต็มในบริเวณใกล้เคียง
  • หากมีแผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อน

การวางแผนการรักษาและค่าใช้จ่าย

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  • เตรียมงบประมาณให้เพียงพอ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลหลังทำ
  • วางแผนเวลาพักฟื้นให้สอดคล้องกับตารางงานและกิจกรรมสำคัญ
  • เผื่อเวลาสำหรับการทำซ้ำหรือแก้ไขหากจำเป็น

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

การเตรียมความพร้อมที่ดีก่อนเข้ารับการรักษาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาผ่านไปได้ด้วยดีและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังนั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการเตรียมตัวอย่างเคร่งครัด สำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา มีอะไรบ้าง ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

การเตรียมตัวด้านร่างกาย

  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา กระเทียม 1-2 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำให้มาก
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือทำทรีทเมนต์บริเวณใบหน้า 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ

การเตรียมตัวในวันทำหัตถการ

  • มาถึงสถานพยาบาลก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที
  • ล้างเครื่องสำอางให้สะอาด ไม่ควรแต่งหน้ามา
  • สวมเสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป
  • รับประทานอาหารมาพอประมาณ ไม่ควรท้องว่างหรืออิ่มเกินไป

การเตรียมการดูแลหลังทำ

  • เตรียมผู้ดูลหรือผู้ที่จะมารับกลับบ้าน โดยเฉพาะกรณีฉีดไขมัน
  • จัดเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เจลประคบเย็น ผ้าสะอาด
  • จัดตารางงานให้มีเวลาพักฟื้นอย่างเพียงพอ
  • เตรียมอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมสำหรับช่วงพักฟื้น

สรุป

การเลือกระหว่างการ ฉีดไขมันใต้ตา กับ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการตัดสินใจสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและคุ้มค่ากับการลงทุน

ปัจจัยสำคัญในการเลือกวิธีที่เหมาะสมเริ่มจากการประเมินสภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้ ทั้งความรุนแรงของปัญหา ผลลัพธ์ที่ต้องการ และความคาดหวังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว งบประมาณ รวมถึงประวัติการแพ้หรือการตอบสนองต่อการรักษา

ไม่ว่าจะเลือกฉีดไขมันใต้ตา หรือฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพปัญหา ไลฟ์สไตล์ และข้อจำกัดของตัวเอง การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเหมาะสมในระยะยาว

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า