Thermage vs ร้อยไหม เลือกแบบไหนให้ตรงกับสภาพผิว ?

Thermage vs ร้อยไหม เลือกแบบไหนให้ตรงกับสภาพผิว ?

RWC Clinic สรุปให้

  • Thermage vs ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาต่างกัน โดย Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงช่วยสลายไขมันสะสมและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับ ส่วนการร้อยไหมเน้นการใช้ไหมมีเงี่ยงเกี่ยวเหนี่ยวรั้งเพื่อดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกตัวขึ้น
  • Thermage เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ ผิวเริ่มยวบยาบ และต้องการผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ ไม่มีรอยแผลหลังทำ โดยผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตึงกระชับขึ้นเต็มที่ใน 2-3 เดือน
  • การร้อยไหมตอบโจทย์คนที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้คมชัดและแก้ปัญหาร่องแก้มลึกแบบเห็นผลรวดเร็ว แต่ต้องยอมรับระยะเวลาพักฟื้นจากอาการบวมช้ำในช่วงสัปดาห์แรก
  • การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและปัญหาเฉพาะบุคคล ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้ผสมผสานทั้งสองหัตถการร่วมกันเพื่อผลลัพธ์การย้อนวัยที่มีประสิทธิภาพ

ปัญหาแก้มห้อยย้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจนทำให้หลายคนลังเลในการเลือก Thermage vs ร้อยไหม เพื่อดูแลผิวหน้าให้กลับมากระชับขึ้นแบบเร่งด่วน หลายคนสูญเสียเงินก้อนโตเพื่อรักษาผิดจุดเนื่องจากปัญหาผิวหย่อนจากไขมันสะสมหนาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้แรงดึงรั้งจากเส้นไหมเพียงอย่างเดียว

บทความนี้ RWC Clinic ได้เปรียบเทียบผลลัพธ์ของ Thermage กับ ร้อยไหม เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกวิธีที่ตรงกับโครงสร้างผิวจริงโดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงเรื่องหน้าบวมช้ำนานเกิน 7 วันค่ะ

Thermage vs ร้อยไหม คืออะไร ? มีหลักทำงานต่างกันอย่างไร

Thermage vs ร้อยไหม คืออะไร

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม คือรูปแบบของเครื่องมือที่ใช้ปรับโครงสร้างผิว โดยฝั่งหนึ่งใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ขณะที่อีกฝั่งใช้เข็มนำเส้นไหมเข้าไปดึงรั้งผิวขึ้นทันทีทางกายภาพ

การเลือกทำหัตถการทั้งสองประเภทนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล คนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงปริมาณมากมักเหมาะกับการสลายไขมันและกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ ส่วนผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อยคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง การใช้ไหมละลายจะช่วยเกี่ยวพยุงผิวขึ้นได้ตรงจุดกว่า

 

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
กลไกหลักส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวเพื่อหดกระชับตัวใช้เงี่ยงไหมเกี่ยวพยุงเนื้อเยื่อผิวให้ยกตัวขึ้น
ปัญหาที่เน้นแก้ไขผิวขาดความยืดหยุ่น มีไขมันส่วนเกินสะสมผิวหย่อนคล้อย แก้มตอบ มุมปากตก
ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ประมาณ 1 - 2 ปีประมาณ 6 - 18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม

 

Thermage กับ ร้อยไหมสามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ โดยแพทย์มักแนะนำให้ทำ Thermage เพื่อปรับคุณภาพผิวและสลายไขมันส่วนเกินก่อน จากนั้นจึงเว้นระยะเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ แล้วค่อยทำการร้อยไหมเพื่อล็อกกรอบหน้าให้คมชัดขึ้นค่ะ

หลักการทำงานของ Thermage FLX

เครื่อง Thermage FLX อาศัยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดี่ยวส่งพลังงานความร้อนระดับ 55-65 องศาเซลเซียสลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง พลังงานความร้อนทำหน้าที่กระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนให้เกิดการหดตัวทันทีส่งผลให้ผิวตึงกระชับและลดความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียงใต้คาง นอกจากนี้ยังกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาวช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเวลา 3-6 เดือน หลังทำค่ะ

หลักการทำงานของการร้อยไหม

การร้อยไหมปรับรูปหน้าอาศัยหลักการดึงแกนผิวเชิงกล โดยการสอดไหมละลายโครงสร้างก้างปลาแบบมีเงี่ยงเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อเกี่ยวพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นทันทีตามทิศทางที่กำหนด ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่เข้ามาโอบล้อมรอบเส้นไหมภายในเวลา 14 วัน ช่วยให้ผิวบริเวณดังกล่าวตึงกระชับอย่างต่อเนื่องนานถึง 12 เดือน โดยปราศจากสารตกค้างเมื่อเส้นไหมละลายหมดแล้ว

เช็คปัญหาผิวก่อนเลือกทำ Thermage vs ร้อยไหม

ต้องประเมินไขมันและความหนาของผิวก่อนการตัดสินใจเลือกทำ Thermage หรือร้อยไหม เพราะแต่ละหัตถการมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ถ้าคุณลองใช้นิ้วคีบผิวบริเวณแก้มแล้วพบว่ามีปริมาณไขมันหนาและเนื้อผิวมีความย้วยไม่กระชับ การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงจะช่วยสลายไขมันและทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวได้ตรงจุดกว่า

สำหรับคนที่โครงหน้าชัดแต่เนื้อผิวเริ่มห้อยตกลงมาจนเกิดร่องแก้มลึก การใช้ไหมเงี่ยงเข้าไปเกี่ยวล็อกและดึงเนื้อเยื่อชั้น SMAS ขึ้นมาจะให้ผลลัพธ์การยกกระชับได้ชัดกว่าค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
กลไกการออกฤทธิ์เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นแรงหดตัวใช้เงี่ยงไหมเป็นสะพานดึงยกเนื้อเยื่อ
ความรู้สึกของผิวผิวแน่นเฟิร์มและเรียบเนียนขึ้นกรอบหน้าวีเชฟและยกกระชับ
ระยะเวลาพักฟื้นทำงานต่อได้ทันที ผิวอาจแดงเล็กน้อยบวมเขียวช้ำหรือระบมผิวได้ 3-7 วัน

สภาพผิวที่เหมาะกับการทำ Thermage 

สภาพผิวที่เหมาะกับการทำ Thermage 

Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นและมีไขมันสะสมใบหน้าค่อนข้างหนา ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดหรือมีแก้มห้อยย้อยลงมา พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูงจะส่งลงลึกไปถึงชั้นไขมัน เพื่อสลายไขมันพร้อมกับกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพจัดเรียงตัวใหม่ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

ถ้าลองหยิบผิวบริเวณแก้มแล้วรู้สึกว่ามีเนื้อนิ่ม ๆ ติดมือมาเยอะ การทำ Thermage จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าการร้อยไหม ส่วนคนที่เริ่มมีเหนียงใต้คางหรือร่องมุมปากที่เกิดจากไขมันสะสม หัตถการนี้จะช่วยทำให้ผิวให้เรียบและใบหน้าดูกระชับขึ้นด้วย ผลลัพธ์จะเห็นชัดหลังจากทำได้ 2-3 เดือน เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรงและแน่นกว่าเดิมค่ะ

ลักษณะใบหน้าที่เหมาะกับการทำร้อยไหม

ลักษณะใบหน้าที่เหมาะกับการทำร้อยไหม

การร้อยไหม เหมาะกับคนที่มี เนื้อแก้มหย่อนคล้อย จนเริ่มเห็นร่องแก้มหรือร่องมุมปากชัด แต่ไขมันบนหน้าต้องไม่หนาจนเกินไป แรงยกจากตัวไหมจะทำหน้าที่ดึงผิวชั้น SMAS ที่ตกลงมาให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิมหลังทำ โดยเฉพาะบริเวณแก้มส่วนล่างที่เริ่มห้อยลงมาปิดแนวสันกราม

ถ้าต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง Thermage vs ร้อยไหม แต่ผิวไม่ได้มีไขมันสะสมบนหน้าหนามากเกินไป การร้อยไหมจะช่วยดึงหน้าให้เป็นทรงวีเชฟได้เร็วกว่า จะใช้ไหมข้างละ 4-8 เส้นจะช่วยในการคงความกระชับของกรอบหน้าได้นาน 6-12 เดือนตามประเภทของไหม เช่น PDO หรือ PCL ค่ะ

เกณฑ์การเลือกทำ Thermage vs ร้อยไหม ตามช่วงอายุและระดับความหย่อนคล้อย

กลุ่มคนอายุ 25-35 ปี ที่เริ่มกังวลเรื่องแก้มย้วยหรือหน้าดูบวมจากไขมันควรทำ Thermage เพื่อสลายไขมันและการกระตุ้นคอลลาเจนตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ชัดกว่าการทำยกกระชับด้วยแรงดึงแค่อย่างเดียว

ในวัย 40 ปีขึ้นไป ที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยจนเห็นร่องลึกชัด การร้อยไหมคือหัตถการที่ควรทำ เพราะตัวไหมจะไปดึงเนื้อผิวส่วนที่ตกลงมาให้กลับเข้าที่ แต่ถ้าผิวมีความหนาและหนักจากไขมันมากเกินไป การร้อยไหมแค่อย่างเดียวอาจจะรั้งผิวไม่อยู่จนไหมขาดหรือเห็นรอยบุ๋มได้ การใช้ Thermage ปรับสภาพผิวก่อนแล้วตามด้วยการร้อยไหมจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดขึ้นค่ะ

ช่วงอายุสภาพผิวที่พบหัตถการที่เหมาะสมผลลัพธ์ที่ได้รับ
25 - 35 ปีผิวเริ่มไม่เฟิร์ม มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงThermageผิวแน่นขึ้น ไขมันลดลง กรอบหน้าชัดแบบธรรมชาติ
35 - 45 ปีผิวหย่อนคล้อยปานกลาง เห็นร่องแก้มและร่องมุมปากร้อยไหมยกกระชับเนื้อเยื่อขึ้น หน้าดูเรียวเป็นทรงวีเชฟ
45 ปีขึ้นไปผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น และมีความหย่อนคล้อยมากThermage กับร้อยไหมฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนควบคู่กับการล็อกผิวให้ตึง

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย Thermage vs ร้อยไหม

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย Thermage vs ร้อยไหม

ความแตกต่างของ Thermage vs การร้อยไหมอยู่ที่การทำงานเพื่อจัดการกับความหย่อนคล้อยในระดับชั้นผิวที่ต่างกัน Thermage จะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและบีบกระชับไขมันให้หดตัวลงจากภายในสู่ภายนอก แต่การร้อยไหมเป็นการใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยงเข้าไปดึงชั้นผิว SMAS เพื่อดึงผิวที่ตกให้ยกขึ้นด้วยแรงดึงทางกายภาพหลังทำ

ถ้าผิวมีความหย่อนคล้อยมากและขาดความยืดหยุ่น การเลือกทำแค่อย่างเดียวอาจจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดในระยะยาว การใช้ Thermage เพื่อเตรียมผิวให้แน่นขึ้นก่อนจะช่วยให้การร้อยไหมมีที่ยึดเกาะที่ดีขึ้นและลดโอกาสที่ไหมจะขาดได้ดีกว่า การเลือกทำทั้งคู่จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 12 เดือนค่ะ

ข้อดีที่ต้องรู้ก่อนทำ Thermage กับ ร้อยไหม

Thermage จะเน้นงานผิวแน่นกระชับในระยะยาวด้วยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันและคอลลาเจน ส่วนการร้อยไหมเน้นการดึงปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟผ่านเงี่ยงไหมที่เข้าไปยึดเกาะเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เพื่อยกส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้น

การทำ Thermage จะช่วยสลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดี เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในเดือนที่ 2-3 และอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ต่อการทำแค่ครั้งเดียว

สำหรับการร้อยไหมจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าที่ชัดในช่วง 6-12 เดือน ตัวไหมละลายได้เองและไม่ทิ้งสารตกค้างในระยะยาวค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
กลไกการทำงานใช้คลื่น RF ส่งความร้อนสม่ำเสมอใช้เงี่ยงไหมเกี่ยวและดึงผิวขึ้น
ผลลัพธ์เบื้องต้นผิวแน่นขึ้น ไขมันแก้มดูลดลงใบหน้ายกกระชับขึ้น
ระยะเวลาพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นอาจมีอาการบวมเขียว 3-7 วัน
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 10-12 เดือนประมาณ 6-12 เดือน

ข้อจำกัดการทำ Thermage กับ ร้อยไหม

คนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือมีโลหะฝังในบริเวณที่จะยิงพลังงานจะไม่สามารถทำ Thermage ได้เพราะคลื่นวิทยุจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์นั้น ส่วนการร้อยไหมจะเป็นกลุ่มคนที่มีมวลไขมันแก้มหนักเกิน เพราะเงี่ยงตัวไหมอาจรับน้ำหนักเนื้อผิวไม่ไหว ส่งผลให้ไหมหลุดหรือเห็นผลได้ไม่ชัด

คนที่มีผิวบางและแห้งมากอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการทำ Thermage ได้น้อยกว่ากลุ่มคนที่มีชั้นไขมันในระดับพอดี ถ้าผิวมีความหย่อนคล้อยมากจนหนังส่วนเกินห้อยย้อยลงมา หัตถการทั้งสองนี้อาจจะทำได้แค่เป็นการประคองชั้นผิวไม่ให้หย่อนเพิ่มจะไม่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ดีเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้าค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบข้อจำกัดThermageร้อยไหม
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกายห้ามคนใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจทำไม่มีข้อจำกัดเรื่องเครื่องกระตุ้นหัวใจ
ปริมาณไขมันบนใบหน้าทำได้ดีในคนมีไขมันแก้มและเหนียงไม่เหมาะกับคนไขมันเยอะเพราะไหมจะรับน้ำหนักไม่ไหว
ระยะเวลาการพักฟื้นไม่มีรอยแผล ใช้หน้าได้ทันทีมีรอยเข็มและเสี่ยงต่ออาการบวมช้ำหลายวัน
ความเสี่ยงเฉพาะทางอาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บในระดับลึกเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไหมโผล่หากดูแลไม่ดี

Thermage กับ ร้อยไหม สามารถทำร่วมกันได้หรือไม่ ?

Thermage กับ ร้อยไหม สามารถทำร่วมกันได้หรือไม่ ?

เพื่อผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่ดีขึ้นสามารถเลือกทำThermage และการร้อยไหมสามารถทำร่วมกันได้ เพราะทั้งสองหัตถการทำงานในชั้นผิวที่ต่างกัน โดย Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งพลังงานความร้อนลงลึก เพื่อสลายไขมันสะสมพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า การร้อยไหมจะเน้นการใช้เงี่ยงไหมยึดและดึงแกนผิวในชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้นหลังทำได้ระดับหนึ่ง

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
ชั้นผิวที่เน้นดูแลผิวหนังแท้และชั้นไขมันชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน
ผลลัพธ์หลักผิวแน่นและกระตุ้นคอลลาเจนดึงยกแก้มและกรอบหน้า

ลำดับขั้นตอนที่แนะนำคือการทำ Thermage เพื่อสลายไขมันและกระชับผิวส่วนแรกก่อน จากนั้นจึงเว้นระยะเวลาประมาณ 14 ถึง 30 วัน เพื่อให้ชั้นผิวฟื้นตัวเต็มที่ก่อนจะทำการร้อยไหมทับในบริเวณที่ต้องการความยกกระชับเฉพาะจุด การวางแผนแบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้พลังงานความร้อนไปละลายเส้นไหมละลายชนิด PDO ใต้ผิวหนัง และช่วยยืดอายุความตึงกระชับได้นานขึ้นถึง 12 เดือน ค่ะ

ราคาเริ่มต้น Thermage vs ร้อยไหม มีความแตกต่างกันไหม ?

ราคาเริ่มต้นของ Thermage สูงกว่าการร้อยไหมอย่างมากเนื่องจากต้นทุนหัวทิปเครื่องมือแบบส่งพลังงานเฉพาะบุคคล การทำ Thermage FLX ในคลินิกมาตรฐานมักมีราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท สำหรับจำนวน 450 ช็อต การร้อยไหมเพื่อปรับรูปหน้ามีราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ง่ายกว่ามากเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท สำหรับการใช้ไหมก้างปลาจำนวน 4 เส้นค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
ราคาโดยประมาณ30,000 - 45,000 บาท5,000 - 15,000 บาท
ปัจจัยกำหนดราคาจำนวนช็อตที่ใช้และขนาดของหัวทิปส่งพลังงานจำนวนเส้นไหมและประเภทของวัสดุที่เลือกใช้
ระยะเวลาผลลัพธ์ต่อรอบทำ 1 ครั้งอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีเห็นผลเร็วกว่าแต่อาจต้องเติมบ่อยกว่า

แม้ว่าการจ่ายเงินก้อนแรกของ Thermage จะสูงกว่า แต่เมื่อมองถึงความคุ้มค่าด้านเวลา ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 1 – 1.5 ปี ต่อการทำหนึ่งครั้ง ส่วนการร้อยไหมจะสลายตัวไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกายทำให้ต้องกลับมาทำซ้ำรอบใหม่ทุก ๆ 6 – 12 เดือน เพื่อรักษาแนวกรอบหน้าให้คมชัดเหมือนเดิม

วิธีเลือกคลินิกทำ Thermage vs ร้อยไหม ที่ได้มาตรฐาน

ต้องตรวจเช็คเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ 11 หลักที่ทำได้อย่างรวดเร็วเพราะคลินิกที่ได้มาตรฐานจะต้องนำชื่อแพทย์และชื่อสถานพยาบาลออกมาโชว์ เพื่อให้ลูกค้าตรวจเช็คได้ ชื่อแพทย์จะต้องขึ้นในระบบของแพทยสภาเพราะแพทย์ที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่องมาจะสามารถคำนวณการกระจายความร้อนของ Thermage 

มาตรฐานความสะอาดภายในห้องหัตถการต้องอยู่ในระดับ Sterile โดยเฉพาะการร้อยไหมที่เป็นการสอดใส่วัสดุเข้าใต้ชั้นผิวที่ต้องการความปราศจากเชื้ออย่างจริงจัง คลินิกที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการทำหัตถการอย่างละเอียดและแจ้งทั้งข้อดีกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจถือว่าเป็นคลินิกที่มีมาตรฐานค่ะ

เกณฑ์การคัดเลือกThermageร้อยไหม
ความพร้อมของสถานที่พื้นที่รองรับการใช้เครื่องมือไฟฟ้ากำลังสูงห้องหัตถการสะอาดปลอดเชื้อระดับผ่าตัดเล็ก
ความชำนาญของแพทย์การคุมอุณหภูมิผิวเพื่อเลี่ยงผิวไหม้เบิร์นความแม่นยำในการวางไหมในชั้น SMAS
บริการหลังทำการติดตามผลการสร้างคอลลาเจนใหม่การดูแลแผลและการป้องกันไหมเคลื่อนตัว

วิธีตรวจเช็คเครื่อง Thermage แท้ และเส้นไหมที่ได้มาตรฐาน

วิธีตรวจเช็คเครื่อง Thermage แท้ และเส้นไหมที่ได้มาตรฐาน

การตรวจเช็คเครื่อง Thermage FLX ของแท้ ทำได้ด้วยการสแกน QR Code ในสติกเกอร์ที่ติดอยู่หน้าเครื่องเพื่อดูชื่อคลินิกในระบบของบริษัทผู้ผลิตอย่าง Solta Medical หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการว่าตรงกันไหม และหัวทิป (Tip) จะต้องมีการแกะกล่องใหม่ให้เห็นต่อหน้าและเลขลอตการผลิตบนกล่องกับซองบรรจุภัณฑ์ต้องตรงกันทั้งหมด เพื่อป้องกันการนำหัวเก่ามาใช้ซ้ำ

จุดสังเกตThermageร้อยไหม
ระบบตรวจสอบสแกน QR Code หรือเช็คผ่านเว็บไซต์ผู้จำหน่ายเลขใบจดแจ้ง อย. บนฉลากภาษาไทยข้างกล่อง
ลักษณะอุปกรณ์หัวทิปสีม่วงแบบ Single-use ใช้คนต่อคนเส้นไหมในซอง Sterile ที่ปิดสนิทไม่มีรอยฉีกขาด
ข้อมูลความปลอดภัยหน้าจอเครื่องแสดงจำนวนช็อตตามจริงตรวจสอบยี่ห้อไหมผ่านแอปพลิเคชันของผู้ผลิต

หน้าจอของเครื่องแท้จะแสดงจำนวนช็อตที่เหลืออยู่ตามจำนวนการยิงจริง เช่น 300, 600 หรือ 900 ช็อต และลูกค้าสามารถขอดูจำนวนช็อตที่ลดลงไประหว่างทำหัตถการได้ตลอดเวลา ส่วนเส้นไหมที่ได้มาตรฐานจะต้องบอกประเภทวัสดุชัดเจนว่าเป็น PDO, PCL หรือ PLLA ที่จะมีระยะเวลาการสลายตัวที่ต่างกันและต้องมีฉลากภาษาไทยระบุชื่อบริษัทผู้นำเข้าอีกด้วยค่ะ

ปรึกษาแพทย์ที่ RWC Clinic เพื่อประเมินรูปหน้าก่อนตัดสินใจทำ Thermage vs ร้อยไหม

ปรึกษาแพทย์ที่ RWC Clinic

การปรึกษา ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) ที่ RWC Clinic จะทำให้ได้รับคำแนะนำว่าผิวหน้าของแต่ละคนเหมาะกับหัตถการแบบไหน เพราะปัญหาความหย่อนคล้อยของแต่ละคนมีสาเหตุที่ต่างกัน เช่น บางคนมีไขมันสะสมหนาแต่บางคนผิวขาดความยืดหยุ่น แพทย์จะประเมินปริมาณไขมันและแรงดึงของชั้นผิว SMAS ว่าควรทำหัตถการไหนดี

หัวข้อเปรียบเทียบThermageร้อยไหม
กลไกการทำงานใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันและ SMASใช้เข็มนำเส้นไหมที่มีเงี่ยงเข้าไปเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเพื่อดึงรั้งผิวขึ้น
ผลลัพธ์เด่นเน้นความแน่นกระชับ ผิวเรียบเนียน และสลายไขมันสะสมเน้นการปรับรูปหน้าให้ V-Shape และแก้ความหย่อนคล้อยเฉพาะจุด
ระยะเวลาพักฟื้นไม่มีแผล สามารถแต่งหน้าได้เลยอาจมีอาการบวมช้ำหรือรอยเข็มประมาณ 3-7 วัน

การตรวจเช็กจากแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องผิวเบิร์นไหม้จากการใช้พลังงาน Thermage ที่สูงเกินไปหรือป้องกันปัญหาไหมโผล่จากการร้อยไหมผิดชั้นผิวได้ค่ะ

สรุป

การเลือกทำ Thermage vs ร้อยไหม ขึ้นอยู่กับปัญหาโครงสร้างผิวเฉพาะบุคคล โดยที่ Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงช่วยสลายไขมันสะสมพร้อมกระชับผิวที่ย้วยให้แน่นขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี ส่วนการร้อยไหมจะเน้นใช้เงี่ยงไหมแพทย์ดึงแก้มที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้นทันที เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มห้อยแต่ไม่มีชั้นไขมันหนา

ก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ควรนัดคิวเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินความหนาของผิวและระดับความคล้อยของใบหน้าจริง การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนทำหัตถการช่วยให้คุณเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะกับปัญหาผิวหน้าที่สุดค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า