Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง? เช็คลิสต์ความต่างก่อนเลือกทำ

Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง? เช็คลิสต์ความต่างก่อนเลือกทำ

RWC Clinic สรุปให้

  • Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ความแตกต่างหลักอยู่ที่เทคโนโลยีพลังงานเพราะ Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเน้นกระชับผิวและสลายไขมันส่วนเกิน ส่วน HIFU ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ยิงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อเน้นการยกหน้า
  • Thermage เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยรอบดวงตา เพราะพลังงานความร้อนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และลดไขมันสะสมได้ดี
  • HIFU ตอบโจทย์คนที่ต้องการแก้ปัญหาแก้มห้อย เหนียงย้อย และต้องการกรอบหน้าชัดเจน โดยแทบไม่ต้องพักฟื้นและเจ็บน้อยกว่าการทำ Thermage
  • การเลือกทำขึ้นอยู่กับงบที่มีและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล ซึ่ง Thermage ทำปีละครั้ง ส่วน HIFU อาจต้องทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือนเพื่อคงสภาพผิวให้กระชับ

หลายคนกำลังเผชิญปัญหาแก้มห้อยย้อยแต่ตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่า Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง และวิธีไหนจะคุ้มค่าเงินที่สุด การเลือกเครื่องมือผิดประเภทนอกจากทำให้เสียเงินหลักหมื่นฟรี ๆ แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหน้าตอบจากการสูญเสียชั้นไขมันผิดตำแหน่งจนหน้าดูแก่กว่าวัย

บทความนี้ RWC Clinic ได้เปรียบเทียบเชิงลึกตั้งแต่ระดับความลึกของชั้นผิวที่พลังงานเข้าถึง จนถึงความรู้สึกระหว่างทำ เพื่อช่วยให้เลือกเทคโนโลยีที่ตรงกับสภาพผิวหน้าได้อย่างถูกต้องค่ะ

หลักการทำงาน Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

หลักการทำงาน Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

หลักการทำงานของเครื่อง Thermage กับ HIFU ต่างกันที่ชนิดของพลังงานและระดับความลึกของชั้นผิวเพราะ Thermage จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงปล่อยความร้อนแบบวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ผิวชั้นบนจนถึงชั้นไขมันเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวที่ย่นกลับมาเรียบเนียน ส่วน HIFU จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS ที่ชั้นผิวของใบหน้า เพื่อยกผิวให้ตึงขึ้น

ความรู้สึกตอนทำและผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำ Thermage จะใช้ความร้อนสะสมที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินและสภาพผิวขาดความยืดหยุ่นได้ดีกว่า แต่ HIFU จะเน้นการปรับรูปหน้าให้ดูชัดและยกกระชับกรอบหน้าในแนวดิ่ง สำหรับระยะเวลาของผลลัพธ์ Thermage จะอยู่ได้นาน 1-2 ปีต่อการทำหนึ่งครั้ง ส่วน HIFU ผลลัพธ์จะเริ่มลดลงในช่วง 6-12 เดือนค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageHIFU
ชนิดพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (US)
ลักษณะความร้อนกระจายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ยิงเป็นจุดไข่ปลาเรียงต่อกัน
ชั้นผิวที่เน้นผิวชั้นบนและชั้นไขมันชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ดึงหน้า)
ผลลัพธ์หลักผิวแน่นฟู สลายไขมัน รีดผิวเรียบยกกระชับหน้า ปรับกรอบหน้าชัด
ระยะเวลาของผลลัพธ์ประมาณ 10 ถึง 12 เดือนประมาณ 6 เดือน

Thermage สลายไขมันกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF)

Thermage กับ HIFU ต่างกันตรงที่ใช้พลังงาน คลื่นวิทยุขั้วเดียว (Monopolar RF) ยิงลงลึกแบบเป็นก้อนความร้อนครอบคลุมชั้นผิวหนังแท้จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง พลังงานนี้จะเข้าช่วยบีบหดตัวเส้นใยคอลลาเจนและสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มเหนียงไปพร้อมกันกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ส่งผลให้ผิวแน่นกระชับขึ้น

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหลวมยุบตัว มีไขมันพวงแก้มเยอะ หรือต้องการปรับผิวให้เรียบเนียนตึงกระชับ ผลลัพธ์จากการทำ Thermage 1 ครั้ง สามารถคงผลลัพธ์การยกกระชับได้นานประมาณ 1 ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลค่ะ

HIFU ดึงหน้าลึกถึงชั้น SMAS ด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

HIFU ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้ผิวหน้ายกกระชับขึ้นทันที ต่างกับ Thermage ที่ใช้คลื่นวิทยุปล่อยพลังงานแบบกระจายตัวเป็นวงกว้างเพื่อสลายไขมันสะสมและเพิ่มความแน่นฟูให้ผิวหน้าอย่างครอบคลุม

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง การทำครั้งเดียวให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน หลังทำควรงดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดในช่วง 14 วันแรก เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ข้อดีและข้อเสียของ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

ข้อดีและข้อเสียของ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

การยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่องมือทางการแพทย์มีเทคโนโลยีให้เลือกพิจารณาตามความต้องการ Thermage ทำงานด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) เน้นเรื่องการลดไขมันและกระชับผิวที่หย่อนคล้อย HIFU ทำงานด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Macrofocus หรือ Microfocus Ultrasound) ลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS เพื่อยกกระชับ

ทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดประสงค์เพื่อปรับรูปหน้า แต่มีรายละเอียดการทำงาน ผลลัพธ์ และความเหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของThermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

ข้อดีของการทำ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

จุดเด่นของการทำ Thermage คือความสามารถในการจัดการกับไขมันสะสมบริเวณใบหน้าพร้อมกับการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียน เหมาะกับผู้ที่มีไขมันแก้ม เหนียง หรือผิวเริ่มย้วย ส่วน HIFU เน้นการยกกระชับจากโครงสร้างชั้นลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยแต่มีไขมันน้อย การเลือกใช้เครื่องมือขึ้นอยู่กับสภาพผิวเริ่มต้นของแต่ละบุคคล

หัวข้อThermageHIFU
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF)คลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound)
การทำงานหลักลดไขมัน กระชับผิวให้แน่นยกกระชับผิวชั้นลึก (SMAS)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยร่วมกับมีไขมันสะสมผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยแต่มีไขมันน้อยถึงปานกลาง
ผลลัพธ์ทางผิวหนังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนเน้นยกกระชับกรอบหน้า
ระยะเวลาของผลลัพธ์1-2 ปี6 เดือน - 1 ปี

ข้อจำกัดของการทำ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

การทำหัตถการทั้งสองประเภทมีข้อจำกัดที่ต้องประเมินก่อนการตัดสินใจ Thermage ใช้พลังงานความร้อนสูงทำให้รู้สึกเจ็บระหว่างทำ ใช้เวลาในการทำนาน และมีราคาต่อครั้งสูง ส่วน HIFU ให้ความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าในระหว่างทำ แต่ผลลัพธ์มีระยะเวลาสั้นกว่า ทำให้ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยครั้งเพื่อดูแลสภาพผิว สำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้าปริมาณมาก การทำ HIFU เพียงอย่างเดียวตอบโจทย์ได้น้อยกว่าค่ะ

หัวข้อThermageHIFU
ระดับความเจ็บค่อนข้างสูง มีความร้อนสะสมปานกลางถึงน้อย ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง
ระยะเวลาในการทำ45-90 นาที30-60 นาที
ราคาต่อครั้งสูงปานกลาง
ข้อจำกัดด้านบุคคลไม่เหมาะกับผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจผลลัพธ์น้อยลงถ้ามีไขมันหนามาก
ความถี่ในการทำนานๆ ครั้ง ปีละ 1 ครั้งบ่อยกว่า ทุก 6-12 เดือน

Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน ? 

Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน ? 

การประเมินสภาพผิวเพื่อเลือกระหว่าง Thermage และ HIFU ขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมันบนใบหน้าเป็นหลัก โดย Thermage เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ ผิวขาดความยืดหยุ่น ส่วน HIFU เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและแก้ปัญหาผิวคล้อยในระดับตื้นถึงลึกปานกลาง

ถ้าลองใช้นิ้วมือดึงผิวแก้มแล้วพบว่าผิวมีความยืดหยุ่นน้อย ย้วยตามมือ การทำ Thermage จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นฟูขึ้นอย่างทั่วถึง แต่หากมองกระจกแล้วเห็นแนวขากรรไกรหย่อนคล้อย การใช้ HIFU ยิงยกกระชับแนวเส้น SMAS จะช่วยดึงกรอบหน้าให้คมชัดขึ้นทันทีประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์หลังทำค่ะ

เกณฑ์การประเมินผิวThermageHIFU
ปัญหาหลักที่แก้ไขผิวขาดคอลลาเจน แก้มเยอะ มีเหนียงสะสมกรอบหน้าไม่ชัด ผิวคล้อยตามวัย
ระดับความลึกของพลังงานชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนหรือ SMAS
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 1 ถึง 2 ปีประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไงถ้าอยากลดแก้มหรือยกหน้า?

Thermage กับ HIFU ต่างกันตรงที่ Thermage เน้นการลดไขมันและทำให้ผิวแน่นขึ้น ส่วน HIFU เน้นการดึงหน้าให้ยกขึ้นในแนวดิ่ง พลังงานคลื่นวิทยุของ Thermage จะกระจายความร้อนครอบคลุมผิวชั้นบนจนถึงชั้นไขมัน ช่วยให้แก้มที่ดูป่องหรือห้อยย้อยให้หดตัวลงอย่างสม่ำเสมอ เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกินบนใบหน้าเยอะและผิวขาดความยืดหยุ่น

การเลือกทำหัตถการจะ ดูที่สัดส่วนไขมันบนใบหน้าเป็นหลัก ให้ลองเอามือจับแก้มถ้ารู้สึกว่าเนื้อแก้มหนาและนิ่ม การทำ Thermage จะช่วยรีดชั้นผิวให้บางลงและเรียบเนียนได้ตรงจุดกว่า แต่ถ้ามีโครงหน้าที่ชัดอยู่แล้วแค่เริ่มมีความหย่อนคล้อยตามอายุ การใช้ HIFU ยิงพลังงานกระตุ้นชั้นพังผืดจะช่วยคงสภาพผิวหน้าไม่ให้ตกได้ดีค่ะ

ทำตัวไหนก่อนดีระหว่าง Thermage กับ Hifu

ทำตัวไหนก่อนดีระหว่าง Thermage กับ Hifu

เริ่มจากการดูสภาพผิวหน้าเป็นหลัก ถ้ามีไขมันแก้มเยอะและผิวหย่อนคล้อยแบบไม่กระชับ การทำ Thermage ก่อนเป็นทางเลือกที่ช่วยเตรียมหน้าให้พร้อมกับการสลายไขมันด้วยพลังงาน RF จะลงเข้าไปชั้นผิวและชั้นไขมันเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ถ้าผิวเริ่มแน่นและชั้นไขมันลดลงแล้ว การใช้ HIFU มาช่วยเก็บรายละเอียดเพื่อยกในแนวดิ่งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดกว่าเดิม

  • Thermage เน้นการหดกระชับผิวในแนวราบ ช่วยให้ผิวที่ดูย้วยกลับมากระชับและเรียบเนียนขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
  • HIFU จะเน้นการยกชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ให้ตึงขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการกรอบหน้าชัดแต่ไม่ได้มีปัญหาไขมันสะสมที่หนาเกินไป

ความเข้าใจว่า Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ถูกจุด โดยการทำ Thermage ก่อนช่วยลดแรงต้านของเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้พลังงานของ HIFU ในขั้นตอนถัดไปส่งผ่านลงลึกถึงชั้นพังผืดได้แม่นยำและช่วยล็อกผิวให้ยกกระชับได้ยาวนานขึ้น การเลือกลำดับหัตถการที่ถูกต้องจะช่วยคุมค่าใช้จ่ายและได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดมากขึ้นค่ะ

ระดับความเจ็บตอนใช้เครื่อง Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

Thermage จะส่งผ่านความร้อนแบบกระจายตัวลงไปทำให้รู้สึกร้อนวาบทั่วทั้งผิวหน้า ส่วน HIFU จะให้ความรู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนเข็มจิ้มหรือปวดหน่วงร้าวลงไปตามแนวกระดูกกราม เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบการปล่อยพลังงาน Thermage จะเป็นคลื่นวิทยุที่ทำให้เกิดความร้อนสม่ำเสมอในวงกว้างจนลูกค้าจะรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนโดนของร้อนสัมผัสผิวเป็นระยะ ๆ 

HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงลงไปเป็นจุดเล็ก ๆ ทำให้มีความรู้สึกเจ็บแบบเหมือนการสะกิด แต่อาการปวดจะหายไปหลังจากยกหัวยิงออกจากผิวหน้า ถ้าเป็น Thermage อาจจะมีความรู้สึกอุ่นบนผิวต่อได้อีกสักพักหลังจากทำเสร็จ

การใช้ระบบสั่น (Vibration) ในเครื่องรุ่นล่าสุดของ Thermage FLX จะช่วยหลอกระบบประสาทให้รับรู้ความร้อนลดลงและทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายผิวขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ มากค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageHIFU
รูปแบบความเจ็บร้อนผ่าวลึก ๆ กระจายทั่วบริเวณสูงและสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนช็อต
ระดับความร้อนสะสมเจ็บจี๊ดเฉพาะจุด ปวดหน่วงตามกระดูกปานกลางและจบความรู้สึกเป็นจุด ๆ ไป

ผลลัพธ์หลังทำของ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

ผลลัพธ์หลังทำของ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

Thermage สลายไขมันสะสมพร้อมสปริงตัวคอลลาเจนให้ผิวแน่นฟูเรียบเนียน ส่วน HIFU เน้นการยกแก้มที่ห้อยย้อยพยุงขึ้นในแนวดิ่งเลียนแบบการดึงหน้า

การเลือกใช้สองเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาโครงสร้างผิวแต่ละบุคคลตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า คนที่มีแก้มเยอะ เนื้อนิ่ม จะเห็นผลลัพธ์ความเฟิร์มจาก Thermage ได้ชัดกว่า ส่วนเคสที่มีปัญหาแก้มห้อยแต่ไขมันน้อย HIFU จะตอบโจทย์ในการดึงแนวขากรรไกรให้คมชัด

ผลลัพธ์หลังทำThermageHIFU
ชั้นผิวที่ออกฤทธิ์ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนังชั้นกล้ามเนื้อระดับลึก SMAS
ผลลัพธ์หลักที่ได้ผิวแน่นฟู รูขุมขนกระชับ ลดแก้มย้วยกรอบหน้าชัด เหนียงยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง
ระยะเวลาคงผลลัพธ์10 - 12 เดือน ต่อการทำหนึ่งครั้ง3 - 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม

หลังทำ Thermage จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเต็มที่ในช่วง 2 – 3 เดือน เนื่องจากโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนสมบูรณ์ สำหรับ HIFU จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ภายใน 4 สัปดาห์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูกรอบหน้าก่อนออกงานสำคัญค่ะ

ระยะเวลาผลลัพธ์ของ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

Thermage ให้ผลลัพธ์นาน 1-2 ปี ต่อการทำแค่ครั้งเดียว ส่วน HIFU อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน เพราะความแตกต่างของระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจน

หัวข้อเปรียบเทียบThermageHIFU
Thermage กับ HIFUเน้นผิวแน่น ยืดหยุ่น ลดไขมันเน้นการยกกระชับ ปรับรูปหน้า
ความลึกของพลังงานชั้นหนังแท้และชั้นไขมันชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS
ระยะเวลาผลลัพธ์10-12 เดือน4-6 เดือน
ความถี่ที่แนะนำปีละ 1 ครั้งทุก 6 เดือน

การทำ Thermage แค่ปีละครั้งจะให้ผลดีในด้านของผลลัพธ์ที่คงที่และยาวนานกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันแก้มเยอะ แต่ถ้าเลือกใช้ HIFU เพื่อดูแลใบหน้าควรจะนัดต่อเนื่องทุก 6-12 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวกลับไปหย่อนคล้อยเหมือนเดิมค่ะ

วิธีสังเกตเครื่องแท้ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

วิธีสังเกตเครื่องแท้ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

การเช็คเครื่องแท้ของ Thermage และ HIFU ที่มีการตรวจสอบผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เครื่อง Thermage FLX รุ่นล่าสุดต้องมีสติกเกอร์สีรุ้งของบริษัท Solta Medical (ผู้ผลิต Thermage ในเครือ Bausch Health) ติดอยู่ที่ตัวเครื่องและกล่องหัวทิปเสมอ ลูกค้าสามารถขอกล่องหัวทิปมาสแกน QR Code เพื่อเช็คสถานะอุปกรณ์และจำนวนช็อตที่เหลือผ่านหน้าเว็บไซต์หลักได้แบบเรียลไทม์

จุดสังเกตเครื่องแท้Thermage (FLX)HIFU (กลุ่ม Ultraformer III)
สติกเกอร์รับรองสติกเกอร์สีรุ้งจาก Bausch & Lombสติกเกอร์จาก Quantum Healthcare
การสแกนเช็คอุปกรณ์สแกน QR Code ที่กล่องหัวทิปได้เองเช็คผ่าน Line Official ของผู้นำเข้า
ใบประกาศในคลินิกรูปแบบมาตรฐานของ Solta Medicalใบเซอร์ระบุชื่อคลินิกและปีที่อัปเดต
หัวอุปกรณ์ที่ใช้หัวทิปใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use)หัวยิงแบบนับจำนวนครั้งสะสม

การตรวจเช็คของเครื่อง HIFU จะมีความหลากหลายกว่าเพราะมีผู้ผลิตหลายแบรนด์ แต่แบรนด์ที่ได้มาตรฐานสากลส่วนใหญ่จะใช้การเช็คผ่านชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ของบริษัทผู้นำเข้าเครื่องนั้น ๆ เป็นหลัก ถ้าพบว่าราคาถูกผิดปกติหรือไม่มีสติกเกอร์แปะ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเครื่องปลอม อาจทำให้ผิวไหม้หรือใบหน้าเบี้ยวผิดรูปจากการปล่อยพลังงานที่ไม่คงที่ค่ะ

วิธีเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานในการทำ Thermage กับ Hifu

การเลือกคลินิกต้องเริ่มจากการตรวจเลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลักที่ติดไว้หน้าคลินิกและเช็คชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์ของแพทยสภา เพราะกลไกการทำงานของเครื่อง Thermage กับ HIFU นั้นต่างกัน และใช้พลังงานความร้อนสูงที่ส่งผลโดยตรงกับใบหน้า ถ้าแพทย์ไม่มีความรู้ในด้านสรีระกล้ามเนื้ออาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น เส้นประสาทอักเสบหรือหน้าเบี้ยวได้ มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรเช็คคือการตรวจสอบเครื่องแท้และก่อนทำต้องแกะกล่องหัวยิงใหม่ต่อหน้าเสมอค่ะ

  • เช็คชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่ายเครื่องอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
  • สแกน QR Code บนกล่องอุปกรณ์เพื่อเช็คประวัติการนำเข้าและจำนวนช็อตที่เหลืออยู่จริงแบบเรียลไทม์
  • ขอกล่องและหัวอุปกรณ์ที่ใช้เสร็จแล้วกลับบ้านเพื่อป้องกันการนำหัวยิงแบบ Single Use กลับมาใช้ซ้ำ
  • สถานบริการต้องสะอาด มีอุปกรณ์กู้ชีพเบื้องต้น และมีการให้คำปรึกษากับแพทย์ก่อนทำทุกครั้งโดยที่ไม่ผ่านพนักงานขายอย่างเดียว

ราคาเริ่มต้นของ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

ราคาเริ่มต้นของ Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง ?

ราคาเริ่มต้นของ Thermage จะสูงกว่า HIFU หลายเท่าตัว เพราะต้นทุนหัวทิปที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งและต้องเปลี่ยนใหม่ให้ลูกค้าทุกคน ราคาเริ่มต้นของ Thermage FLX อยู่ที่ 30,000 ถึง 45,000 บาท สำหรับการทำ 450 ช็อตบริเวณใบหน้า และเพิ่มขึ้นตามจำนวนช็อต เช่น 900 ช็อตทั่วใบหน้าอยู่ที่ราว 60,000 ถึง 90,000 บาท

ส่วน HIFU มีราคาเริ่มต้นที่เบากว่า โดยเริ่มต้นที่ 3,000 ถึง 6,000 บาท สำหรับการยกกระชับเฉพาะจุด และอยู่ที่ราว 5,000 ถึง 50,000 บาท สำหรับการทำทั่วใบหน้า ตามจำนวนช็อตและพื้นที่

สาเหตุที่ราคา Thermage กับ HIFU ต่างกันมากเป็นเพราะ Thermage ใช้พลังงานวิทยุที่ลึกถึงชั้นไขมันและอยู่ได้ 1-2 ปีต่อการทำแค่ครั้งเดียว แต่ HIFU ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ที่จะยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อ และต้องกลับมาทำซ้ำทุก 6 ถึง 12 เดือนเพื่อคงสภาพผิวอยู่เสมอ การเลือก Thermage จะมีผลดีจากความสะดวกและผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าในระยะยาวค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageHIFU
ราคาเฉลี่ยต่อครั้ง30,000 ถึง 90,000 บาท3,000 ถึง 50,000 บาท
ระยะเวลาของผลลัพธ์1 ถึง 2 ปี6 ถึง 12 เดือน

การดูแลตัวเองก่อนทำ Thermage และ HIFU ต่างกันยังไง ?

การดูแลตัวเองก่อนทำ Thermage และ HIFU ต่างกันยังไง ?

การเตรียมตัวก่อนทำทั้ง Thermage และ HIFU นั้นคล้ายคลึงกันและสามารถทำได้ง่ายมาก เพราะทั้งสองเทคโนโลยีไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่ต้องมีการเตรียมตัวที่ยุ่งยากค่ะ โดยมีข้อควรปฏิบัติเพื่อเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อมดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและสภาพผิวมีความพร้อมสมบูรณ์ที่สุด
  • ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ ควรงดการสครับผิว ลอกผิว ทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ที่ทำให้ผิวบางลง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองง่ายเมื่อต้องรับพลังงานความร้อน
  • ควรงดการอาบแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่อาจทำให้ผิวไหม้แดง (Sunburn) ก่อนทำ
  • บริเวณใบหน้าหรือจุดที่ต้องการทำจะต้องไม่มีแผลสด สิวอักเสบขั้นรุนแรง หรือมีรอยติดเชื้อและผื่นแพ้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรดูแลรักษาให้ผิวกลับมาแข็งแรงก่อน
  • ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาหรือแพ้ยาชา โดยเฉพาะการทำ Thermage ที่ต้องมีการแปะยาชา รวมถึงการรับประทานอาหารเสริมหรือยาละลายลิ่มเลือดให้แพทย์ประเมินล่วงหน้าทุกครั้ง

ถ้าเพิ่งผ่านการร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ โดยทั่วไปจะแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาเซ็ตตัวเต็มที่และป้องกันไม่ให้ความร้อนส่งผลต่อรูปทรงหรือประสิทธิภาพของหัตถการก่อนหน้า

การเตรียมตัวและดูแลสภาพผิวให้แข็งแรงก่อนทำ จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ลดความรู้สึกเจ็บขณะทำ และช่วยให้โครงสร้างผิวตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ

การดูแลผิวหลังทำ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

การดูแลผิวหลังทำ Thermage กับ Hifu ต่างกันยังไง ?

การดูแลผิวหลังทำ Thermage และ HIFU นั้นแทบไม่มีความแตกต่างกันเลยค่ะ ทั้งสองเทคโนโลยีเป็นการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึก โดยไม่ทำให้เกิดแผลหรือร่องรอยบนผิวชั้นนอก หลังทำเสร็จสามารถแต่งหน้ากลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น สำหรับการดูแลตัวเองเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการระคายเคือง มีข้อแนะนำดังนี้

  • หลังทำอาจมีรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) เพื่อเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างสม่ำเสมอ
  • งดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสความร้อนโดยตรงเพื่อลดโอกาสการระคายเคือง เช่น การเข้าซาวน่า การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด หรือการออกแดดจัดเป็นเวลานาน
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำ เพื่อปกป้องเซลล์ผิวที่กำลังสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ถ้ารู้สึกตึงหรือระบมผิวบริเวณกรอบหน้าที่มักพบได้บ่อยหลังทำ HIFU อาการจะค่อยๆ เบาลงและหายไปเองภายใน 3-7 วัน
  • แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2-2.5 ลิตร เพื่อช่วยในการไหลเวียนเลือดและเสริมการสร้างคอลลาเจนให้ดียิ่งขึ้น

สรุป

“Thermage กับ HIFU ต่างกันยังไง” คำตอบคือต่างกันที่ชนิดพลังงานและการลงลึกสู่ชั้นผิวที่ให้ผลลัพธ์เฉพาะตัว Thermage จะใช้คลื่นวิทยุเน้นสลายไขมันและรีดผิวให้กระชับนาน 1-2 ปี ส่วน HIFU ใช้คลื่นเสียงยิงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงหน้าให้ยกตามแนวดิ่งนาน 6-12 เดือน การเลือกทำจะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันบนใบหน้า ถ้ามีแก้มเยอะควรทำ Thermage เพื่อความหนาผิวก่อนจะทำให้พลังงานของเครื่อง HIFU ในขั้นตอนต่อไปส่งลงถึงชั้นพังผืดได้ตรงจุด

การเลือกคลินิกจะต้องตรวจสอบใบอนุญาตและสแกนเช็คเครื่องแท้ผ่านระบบของตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากพลังงานที่ไม่คงที่จนผิวไหม้ และถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ตรงจุดแนะนำให้นัดหมายเพื่อเข้าประเมินสภาพผิวจริงกับ ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) แพทย์ผู้ชำนาญของ RWC Clinic ก่อนทำและเลือกจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับปัญหาผิวค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดและสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า