ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคา เท่าไหร่? เปรียบเทียบยี่ห้อ พร้อมคำแนะนำก่อนฉีด

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคา

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคา เท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าและปลอดภัย? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้า เพราะนอกจากผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว ราคาและความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นวิธีเสริมคางแบบไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยข้อดีที่ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลได้ทันทีหลังทำ บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนทั้งเรื่องราคาเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อ ปริมาณที่เหมาะสม ข้อควรระวัง และวิธีเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและได้รับผลลัพธ์ที่ดี

ฟิลเลอร์คางคืออะไร ทำไมถึงเป็นที่นิยม?

ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) คือการเติมเต็มบริเวณคางด้วยสาร Hyaluronic Acid (HA) หรือไฮยาลูรอนิค แอซิด ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางช่วยแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม หรือคางที่ไม่สมส่วน ทำให้รูปหน้าดูมีมิติ สมดุล และเรียวสวยยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์คางคืออะไร

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล
  • ไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • เห็นผลทันทีหลังฉีด
  • สามารถฉีดสลายได้หากไม่พอใจผลลัพธ์
  • ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเสริมคาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่? เปรียบเทียบราคา

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์คางขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของฟิลเลอร์ที่ใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ ชื่อเสียงของคลินิก และปริมาณที่ใช้ (cc) โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นประมาณ 5,000 ไปจนถึง 20,000 บาทต่อ 1 cc

ราคาฟิลเลอร์คางแบรนด์ยอดนิยม (ราคาต่อ 1 CC)

ยี่ห้อฟิลเลอร์ประเทศที่ผลิตราคาโดยประมาณระยะเวลาการคงอยู่ของตัวยา
Neuramisเกาหลีใต้4,998 - 6,490 บาท12-18 เดือน
Belotero Intenseสวิตเซอร์แลนด์9,900 - 11,000 บาท12 เดือน
Restylane Perlane Lyftสวีเดน12,000 - 20,000 บาท12 เดือน
Juvederm Volumaอเมริกา10,000 - 25,000 บาท18 เดือน
Juvederm Voluxอเมริกา10,000 - 25,000 บาท18 เดือน

หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่นะคะ

คุณสมบัติพิเศษของฟิลเลอร์คางแต่ละยี่ห้อ

คุณสมบัติพิเศษของฟิลเลอร์คางแต่ละยี่ห้อ
  • Juvederm Volux – เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่ถูกพัฒนามาเพื่อการปรับโครงสร้างใบหน้าโดยเฉพาะ ขึ้นรูปได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานถึง 24 เดือน
  • Restylane Perlane Lyft – มีค่าความแข็งสูง ไม่อุ้มน้ำ ไม่ฟู เหมาะสำหรับการเสริมเติมให้คล้ายกระดูก ช่วยยกพยุงผิวได้ดี
  • Belotero Intense – มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการแก้ไขรอยลึก เนื่องจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อผิวหนัง
  • Juvederm Voluma – มีความยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำได้ดี เนื้อฟูปานกลาง ช่วยเพิ่มปริมาตรให้คางดูอวบอิ่ม

ฉีดฟิลเลอร์คางต้องใช้กี่ CC? ปริมาณที่เหมาะสม

ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมสำหรับการฉีดคางขึ้นอยู่กับลักษณะคางเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณ ดังนี้

 
ฉีดฟิลเลอร์คางต้องใช้กี่ CC
  • 1 cc – เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อคางอยู่แล้ว ต้องการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่าคางยาวขึ้น
  • 2 cc – เหมาะสำหรับคางที่มีเนื้อน้อย คางสั้น คางตัด ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
  • 3-6 cc – สำหรับกรณีที่คางสั้นมาก เนื้อน้อย ต้องการเปลี่ยนแปลงมาก อาจต้องมีการฉีดบริเวณกรอบหน้าเพิ่มเติมเพื่อให้ใบหน้าสมส่วน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรฉีดให้คางยาวเกิน 1 เซนติเมตร เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ซ้อนทับกันในชั้นตื้น และเมื่อพูดหรือยิ้มอาจเห็นคางผิดรูปได้

 

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์คาง

เทคนิคการฉีดมีความสำคัญอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่ได้ เทคนิคที่แนะนำคือการฉีดฟิลเลอร์คางในระดับชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับการผ่าตัด ทำให้เป็นการเสริมที่กระดูกโดยตรง ไม่ใช่ที่เนื้อคาง ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์คาง
  1. ระวังการฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป – เพราะบริเวณคางมีกล้ามเนื้อที่ชื่อ mentalis หากฉีดตื้นเกินไป กล้ามเนื้อจะดึงฟิลเลอร์ให้มารวมกันเป็นก้อนภายใน 6-12 เดือน
  2. ระวังฟิลเลอร์ปลอม – ราคาที่ถูกผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง
  3. ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น – การฉีดฟิลเลอร์คางต้องอาศัยความชำนาญสูง หากทำกับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์คางอย่างไรให้ได้ผลนาน?

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์คางมีความสำคัญไม่แพ้ตัวการฉีดเอง เพราะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Upload Image...

สิ่งที่ควรทำหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

  • ประคบเย็น บริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและฟกช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณคาง อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวออกจากตำแหน่ง
  • งดออกกำลังกายหนัก และหลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการอยู่กลางแดดนาน ๆ เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง
  • งดแอลกอฮอล์และยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAID อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการฟกช้ำ
  • นอนหนุนหมอนสูง ในคืนแรกหลังฉีด ช่วยลดอาการบวม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะ HA filler ต้องการความชุ่มชื้นเพื่อดึงน้ำมาเสริมปริมาตร

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

  • ไม่ควรทำทันตกรรมหรือขั้นตอนใบหน้าอื่น ๆ ภายใน 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือ RF บริเวณคางในช่วง 4 สัปดาห์แรก
  • ไม่ควรนอนคว่ำหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

โดยทั่วไปอาการบวมเล็กน้อยหลังฉีดฟิลเลอร์คางจะยุบลงภายใน 3-7 วัน และจะเห็นรูปทรงคางที่แท้จริงภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด

วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้เพื่อความปลอดภัย

การเลือกฟิลเลอร์แท้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ สามารถสังเกตได้ดังนี้

วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้เพื่อความปลอดภัย
  • บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน – มีการระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุ และเลขที่ผลิตอย่างชัดเจน
  • มีเลขทะเบียน อย. – ฟิลเลอร์แท้ต้องมีเลข อย. และเอกสารกำกับเป็นภาษาไทย
  • กล่องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ – ไม่มีรอยเปิด ปิดสนิท
  • ราคาสมเหตุสมผล – ฟิลเลอร์แท้จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมักมีราคาสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
  • สามารถตรวจสอบได้ – สามารถโทรเช็กเลข Lot กับบริษัทนำเข้าโดยตรงได้และสามารถนำกล่องบรรจุภัณฑ์กลับบ้านได้

FAQ ฉีดฟิลเลอร์คาง

Upload Image...

ฉีดฟิลเลอร์คางเจ็บไหม?

การฉีดฟิลเลอร์คางมีความเจ็บปวดในระดับน้อยถึงปานกลาง แพทย์มักทาครีมชาก่อนประมาณ 20-30 นาที และฟิลเลอร์บางยี่ห้อมีส่วนผสมของ Lidocaine ซึ่งเป็นยาชาอยู่ในตัว ทำให้ความเจ็บปวดระหว่างฉีดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 30 นาทีและกลับบ้านได้ทันที

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกและการดูแลหลังฉีด โดยทั่วไปฟิลเลอร์คางอยู่ได้ประมาณ 12-24 เดือน ฟิลเลอร์ที่มีความแข็งสูง เช่น Juvederm Volux หรือ Restylane Perlane Lyft มักอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ชนิดนิ่ม นอกจากนี้ ผู้ที่มีอัตราการเผาผลาญสูงหรือออกกำลังกายหนักเป็นประจำอาจสลายฟิลเลอร์ได้เร็วกว่าปกติ

ฉีดฟิลเลอร์คางต่างกับผ่าตัดเสริมคางอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับรูปทรงแบบไม่ผ่าตัดนั้นมีข้อดีคือไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลทันที และสามารถสลายได้หากไม่พอใจ แต่ผลลัพธ์ไม่ถาวรและต้องฉีดซ้ำ ในขณะที่การผ่าตัดเสริมคางให้ผลถาวรกว่าแต่มีความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้นที่มากกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่อย่างถาวร | ฉีดคางกับเสริมคางข้อดีข้อเสีย ต่างกันอย่างไร?

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ได้แก่ อาการบวม แดง ฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-7 วัน ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้หากฉีดโดยผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ เช่น การอุดตันของเส้นเลือด (Vascular Occlusion) ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์คางสลายได้ไหมถ้าไม่พอใจผลลัพธ์?

ได้ค่ะ เนื่องจากฟิลเลอร์คางส่วนใหญ่เป็น HA filler สามารถสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้ภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม หากใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA เช่น ซิลิโคนหรือพาราฟิน จะไม่สามารถสลายได้และต้องผ่าตัดเอาออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น

สรุป

การเปรียบเทียบ ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคา เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณภาพของฟิลเลอร์ที่ใช้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำ และมาตรฐานความปลอดภัยของคลินิก ฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ร่วมกับเทคนิคการฉีดที่ถูกต้องในระดับชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์คางเรียวสวยเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และปลอดภัย ทั้งนี้ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เฉพาะทาง มีการประเมินก่อนทำจริง และให้คำแนะนำการดูแลหลังฉีดอย่างครบถ้วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาวนะคะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า