RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม — คำตอบคือมีความปลอดภัยสูง หากเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ฟิลเลอร์แท้ที่มี อย. รับรอง
- ฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ได้มาตรฐานผลิตจาก Hyaluronic Acid (HA) มีความยืดหยุ่น นิ่ม สลายตัวเองได้ตามธรรมชาติภายใน 6–12 เดือน ไม่สะสมในร่างกาย
- ความเสี่ยงหลักมาจาก ฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคน พาราฟิน) และ แพทย์ขาดประสบการณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดก้อน ฟิลเลอร์ไหล หรืออุดตันเส้นเลือดได้
- การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลทันที และหากเกิดปัญหาสามารถ ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ทันที ต่างจากการผ่าตัดที่แก้ไขยากกว่า
- คลินิกที่ดีต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีระบบ Follow up หลังการรักษา
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม คือคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ความจริงแล้วการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นปลอดภัยสูง หากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านกายวิภาคใบหน้า ในบทความนี้หมอขนมจะพาทุกคนทำความเข้าใจทุกมิติของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตั้งแต่การเลือกสถานที่ ประเภทฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับการผ่าตัด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
| อ่านเพิ่มเติม ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม ก่อนฉีดต้องรู้อะไรบ้าง
- RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี
- สถานที่รับบริการ
- ฟิลเลอร์ที่ฉีด แท้ หรือ ปลอม
- แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์
- การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม VS ศัลยกรรมร่องแก้ม อะไรอันตรายกว่ากัน
- ปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- คำถามที่พบบ่อย ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม
- สรุป
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี
ปัจจุบันคลินิกเสริมความงามนั้นเติบโตขึ้นมากมาย เยอะจนเลือกไม่ถูก จะไปที่คลินิกไหนดี วันนี้หมอจะมาแนะนำปัจจัยในการเลือกคลินิกที่จะฉีด
- แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ แน่นอนว่าการฉีดฟิลเลอร์การเลือกหมอนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ต้องอาศัยฝีมือ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของแพทย์ที่จะทำการรักษา
- ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ เนื่องจากฟิลเลอร์นั้นมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ทั้งยังต้องเลือกให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะทำการรักษาด้วย หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ถูกรุ่นในแต่ละตำแหน่งที่ต้องการ อาจจะทำให้ผลลัพท์ของการฉีดนั้นออกมาไม่ดี จนอาจเกิดอันตรายได้เช่นกัน
- ความน่าเชื่อถือของคลินิก ถือเป็นอีกปัจจัยที่ขาดไม่ได้ เพราะคลินิกที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ได้ ต้องเป็นคลินิกที่ขึ้นทะเบียนเวชกรรมอย่างถูกต้องได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข
- ศึกษารีวิวจากผู้เข้ารับบริการ แต่การดูรีวิวไม่ควรจะดูแค่ภาพที่ถ่าย Before-After เท่านั้น ควรดูที่เป็นแบบคลิป Video ด้วย และสามารถดูความเห็นคนไข้ที่เข้ามา Complain ได้ และไม่ควรดูแค่ภาพรีวิวของทางคลินิกเพียงอย่างเดียว ควรจะดูในแหล่งอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย
- คลินิกจะต้องมีการติดตามผล Follow up เพราะหากมีปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์ ก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
- ที่ตั้งของคลินิกต้องง่ายและสะดวกต่อการเดินทาง
สถานที่รับบริการ
การเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ในสถานที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานว่าปลอดภัย จะสามารถบอกได้เลยว่าการ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม หากสถานที่นั้นปลอดภัย ก็จะสามารถรับรองถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ตามมาว่ามีความปลอดภัยสูง เช่น ฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม หรือ แพทย์ที่ฉีดฟิลเลอร์ให้เราก็จะที่ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ฟิลเลอร์ที่ฉีด แท้ หรือ ปลอม
ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่มีความหนืดกลางๆ โดยมีความยืดหยุ่น นิ่ม และเซ็ทตัวง่าย ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม ต้องดูว่าเมื่อฉีดเข้าไปที่ร่องแก้มแล้ว มีความแข็งหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าแข็งเป็นก้อน ๆ นั่นคือ ฟิลเลอร์ปลอม หรือใช้ ฟิลเลอร์แบบเนื้อแข็ง
แพทย์ที่ฉีดฟิลเลอร์
ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือทำการฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะสามารถทำการรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ต้องรู้หลักการในการฉีดฟิลเลอร์และโครงสร้างทางกายวิภาคของเส้นเลือด ชั้นไขมันต่างๆ บนใบหน้าเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ
เพราะแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะไม่ทำให้เกิดปัญหาหลังฉีดฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ฟิลเลอร์ไหล ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่ได้ทำการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริงๆ แพทย์จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้าของมนุษย์ ตำแหน่งที่จะฉีดฟิลเลอร์จะต้องถูกต้องและเหมาะสมกับคนไข้ ชนิดของฟิลเลอร์ที่จะฉีด
โดยทั่วไปก่อนที่ฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณผิวที่ต้องการรักษา ฆ่าเชื้อ และทายาชา โดยวิธีการฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี
- การฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม บริเวณที่หนุนกระดูกร่องแก้ม เพื่อให้ร่องแก้มหาย เหตุผลที่ต้องฉีดหนุนที่กระดูกร่องแก้ม ก็เพื่อดึงเนื้อตรงเหนือร่องก้ม รวมถึงในรายที่มีเนื้อใต้ตาตกลงมา ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้น ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นร่องแก้ม ซึ่งการที่เนื้อใต้ตาตกลงมา เกิดจากกระดูกที่เสื่อมทรุดลง จากวัยที่เพิ่มขึ้น
- การฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม บริเวณร่องแก้มโดยตรง ที่ผิวบริเวณร่องแก้มมีการสูญเสียคอลาเจน ซึ่งทำให้เกิดร่องแก้ม เป็นรอยเส้น รอยพับของผิวหนัง การฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างคอลลาเจนที่ร่องแก้มขึ้นมาด้วย และทำให้ผิวชุ่มชื้น ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยร่องลึกเพิ่มขึ้นจากเดิม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
หากเราเลือกฟิลเลอร์แท้ ที่ได้มาตรฐาน มี อ.ย. และเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ตรงปัญหา เนื่องจากฟิลเลอร์มีหลายชนิดตามความหลากหลายปัญหาของผิว ฟิลเลอร์ที่แพทย์นำมาฉีดแต่ละจุดก็ใช้ฟิลเลอร์ต่างกันอยู่แล้ว ถึงแม้จะเป็นบริเวณใบหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์ตัวเดียวจะฉีดได้หมดทุกส่วนของใบหน้า
ดังนั้นจึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ให้เหมาะกับการฟิลเลอร์ร่องแก้ม และฉีดโดยแพทย์จบเฉพาะทางผิวหนัง หรือการศัลยกรรม ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ แต่หากมีปัญหาเป็นก้อนขึ้นมาจริงๆ ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยการฉีดยาสลายฟิลเลอร์ และพักผ่อนร่างกายรอสัก 1 สัปดาห์ แล้วจึงกลับมาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใหม่ได้
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่มีแผลผ่าตัด แต่ผลของฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะคงอยู่ได้ระยะเวลา 6 เดือน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที มีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมร่องแก้มที่เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหนังบริเวณใบหน้าที่หย่อนคล้อย พร้อมทั้งดึงกล้ามเนื้อให้กระชับ เหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มห้อย ไม่ค่อยย่อนคล้อย
สามารถคงอยู่ได้ถึง 3-4 ปี หลังการผ่าตัดอาจจะมีอาการบวมช้ำเขียว มีแผลจากการผ่าตัดและต้องใส่ผ้ารัดหน้าเพื่อรอให้ผิวฟื้นฟู เป็นการแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่คุ้มค่า แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่มาก หากเกิดข้อผิดพลาดจะแก้ไขได้ยาก ต่างจากฟิลเลอร์ ก็แค่ฉีดสลายฟิลเลอร์ให้หายไป
ปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ความแตกต่างของร่องแก้มแต่ละคน ร่องแก้มในแต่ละคนมีสาเหตุและความลึกที่แตกต่างกัน บางคนเกิดจากกระดูกหน้าเสื่อมตามวัย บางคนเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว และบางคนมีเนื้อใต้ตาหย่อนลงมากดทับ แพทย์ต้องประเมินก่อนทุกครั้งเพื่อเลือกเทคนิคและตำแหน่งฉีดที่เหมาะสมที่สุด
- บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม การฉีดมี 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การฉีดหนุนกระดูกโหนกแก้มเพื่อดึงเนื้อให้ร่องตื้นขึ้น และการฉีดตรงร่องแก้มโดยตรงเพื่อเติมเต็มรอยพับของผิว แพทย์อาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือผสมผสานทั้งสองวิธีขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
- เนื้อของฟิลเลอร์ที่เหมาะกับร่องแก้ม ฟิลเลอร์สำหรับร่องแก้มควรมีความหนืดปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ไม่แข็งจนเป็นก้อน และสามารถยึดเกาะกับชั้นเนื้อเยื่อได้ดี การเลือกใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภท เช่น ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่ออกแบบมาสำหรับจมูกหรือคาง มาฉีดที่ร่องแก้ม อาจทำให้รู้สึกแข็งผิดธรรมชาติหรือเห็นเป็นก้อนได้
คำถามที่พบบ่อย ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม?
ปลอดภัยสูงหากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์ HA แท้ที่มี อย. รับรอง และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ความเสี่ยงจะน้อยมากและสามารถแก้ไขได้หากเกิดปัญหา
ฟิลเลอร์ร่องแก้มอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด และสภาพผิวของแต่ละคน หลังจากนั้นฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายตัวเองตามธรรมชาติ
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักมาจากการใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภท เนื้อแข็งเกินไปสำหรับบริเวณร่องแก้ม หรือแพทย์ฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป หากเกิดปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยการฉีดยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase)
ฟิลเลอร์ปลอม VS ฟิลเลอร์แท้ ต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์แท้ผลิตจาก Hyaluronic Acid มีความนุ่มยืดหยุ่น สลายตัวได้เอง และมี อย. รับรอง ส่วนฟิลเลอร์ปลอมมักเป็นซิลิโคน พาราฟิน หรือสารไม่ทราบชนิด ไม่สามารถสลายได้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วต้องพักฟื้นนานไหม?
ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังฉีด อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในช่วง 1–3 วันแรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและออกกำลังกายหนักในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มต่างจากการผ่าตัดร่องแก้มอย่างไร?
ฟิลเลอร์ไม่มีแผล เห็นผลทันที ผลอยู่ 6–12 เดือน แก้ไขได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องแก้มระดับเบาถึงปานกลาง ส่วนการผ่าตัดผลอยู่ได้ 3–4 ปี แต่มีความเสี่ยงและระยะพักฟื้นนานกว่า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก
สรุป
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม ขึ้นอยู่กับสถานที่รับบริการที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งจะมากับความปลอดภัยต่างๆ เช่น แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ ฟิลเลอร์ที่มีการรองรับจาก อย. ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะถ้าหากฟิลเลอร์ไม่ได้รับการรองรับจาก อย. ถือว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งถ้าหากเราฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไป อาจถึงอันตรายแก่ชีวิต
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


