RWC Clinic สรุปให้
- Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร Thermage ใช้คลื่นวิทยุเน้นสลายไขมันและรีดผิวให้แน่นเรียบ Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเน้นดึงหน้าชั้นลึกให้ยกขึ้น ส่วน Hifu เป็นคลื่นเสียงที่พลังงานเบากว่าช่วยคงความกระชับ
- Ulthera เหมาะกับคนที่กรอบหน้าไม่ชัดหรือหนังตาตก เพราะพลังงานจะลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ถ้ามีปัญหาแก้มยุ้ยหรือผิวดูเหลวไม่แน่นจะเหมาะกับ Thermage เพราะความร้อนช่วยสลายไขมันและเปลี่ยนโครงสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นและรูขุมขนเล็กลง
- Hifu เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับวัยเริ่มทำงานและมีริ้วรอยตื้น ๆ จะช่วยคงสภาพผิวให้ดูกระชับได้ดีในราคาที่ไม่สูงเท่าเครื่องอื่นและไม่ค่อยระคายผิว
การเลือกทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร อยู่ที่การแยกประเภทพลังงานระหว่างคลื่นวิทยุที่เน้นงานผิวแน่นกับคลื่นเสียงที่เน้นยกชั้นกล้ามเนื้อ แต่คนส่วนใหญ่จะเสียเงินเปล่าเพราะเลือกเครื่องมือตามกระแสโดยไม่รู้ว่าหน้าที่มีไขมันสะสมเยอะต้องการพลังงานที่ต่างกับคนที่มีผิวบางหรือมีริ้วรอยจาง ๆ
บทความนี้ RWC ขอแนะนำการทำงานของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อเลือกวิธีการยิงพลังงานลงผิวชั้น SMAS หรือชั้นไขมันได้อย่างตรงจุดค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- หลักการทำงาน Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- ข้อดีและข้อเสียของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- ระดับความเจ็บของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เครื่องไหนเจ็บสุด ?
- ระยะเวลาการเห็นผลและผลลัพธ์หลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- วิธีเลือกทำ Thermage Ulthera Hifu ให้เหมาะกับปัญหาผิวหน้าและช่วงวัย ?
- Ulthera Hifu Thermage ต่างกันอย่างไร สามารถทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
- ราคา Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?
- การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- ทำ Thermage Ulthera Hifu ที่ไหนดี ? พร้อมวิธีเช็คเครื่องแท้เพื่อความปลอดภัย
- รีวิวผลลัพธ์ก่อนและหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
- สรุป
Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ให้ดูจากประเภทพลังงานและผลลัพธ์ผิวที่ต้องการเป็นหลัก Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งความร้อนแบบขยายตัวกว้างเพื่อเน้นงานคุณภาพผิวและช่วยสลายไขมันสะสม ส่วน Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่เน้นการยกกระชับจุดที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับขึ้น การใช้ Hifu ในช่วงวัยเริ่มทำงานช่วยคงความกระชับของผิวด้วยพลังงานที่เบาและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเครื่องอื่นค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Thermage | Ulthera | Hifu |
|---|---|---|---|
| ชนิดพลังงาน | คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) | คลื่นเสียงความถี่สูง (MFU-V) | คลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) |
| ชั้นผิวที่เน้น | ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน | ชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่ผ่าตัด | ชั้นผิวหนังและ SMAS บางส่วน |
| ผลลัพธ์หลัก | สลายไขมัน ผิวฟู รูขุมขนดูกระชับขึ้น | ดึงหน้าให้ตึง ยกคิ้ว เก็บกรอบหน้า | ประคองผิว ลดริ้วรอยจาง ๆ |
พลังงานแต่ละประเภทส่งผลต่อชั้นผิวลึกแค่ไหน ?
การที่ผิวหน้าจะดูแน่นขึ้นหรือจะยกกระชับขึ้นไหม ขึ้นอยู่กับความลึกของพลังงานที่ยิงลงไปด้วย โดย Thermage จะส่งคลื่นวิทยุลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันประมาณ 4.3 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบกระจายความร้อนทั่วพื้นที่ผิวสำหรับ Ulthera และ Hifu จะใช้คลื่นเสียงเป็นจุดเล็ก ๆ ลงลึกแม่นยำถึงชั้น SMAS ที่ลึกถึง 4.5 มิลลิเมตร ที่เป็นชั้นผิวที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
ส่วนการใช้หัวยิงระดับ 1.5 มิลลิเมตร จะเน้นแก้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาให้จางลง และที่ระดับ 3.0 มิลลิเมตร จะเน้นงานผิวชั้นกลางให้รูขุมขนดูกระชับค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ulthera | Thermage | Hifu |
|---|---|---|---|
| ชั้นผิวเป้าหมาย | SMAS ชั้นลึกสุด | ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน | SMAS และชั้นหนังแท้ |
| ความลึกที่ส่งถึง | 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. | สูงสุด 4.3 มม. | 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. |
| ลักษณะพลังงาน | จุดความร้อนเล็กละเอียด | ความร้อนก้อนขนาดใหญ่ | จุดความร้อนขนาดปานกลาง |
ข้อดีและข้อเสียของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
ความแตกต่างอยู่ที่ ชนิดของพลังงานและระดับความลึก ที่ส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวแต่ละระดับ Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อดึงชั้นกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น ส่วน Thermage จะใช้คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียวกระจายความร้อนเป็นวงกว้างเพื่อบีบคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกินในทีเดียว
การเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมต้องดูจากความหนาของชั้นไขมันและระดับความหย่อนคล้อยควบคู่กันไป พลังงานที่ลงลึกถึงชั้น 4.5 มิลลิเมตร จะช่วยยกหน้าได้ชัดกว่าในกลุ่มคนที่ผิวเริ่มยุบตัวจนเห็นร่องแก้มชัดค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ulthera | Thermage | Hifu |
|---|---|---|---|
| รูปแบบพลังงาน | คลื่นเสียงเจาะจง | คลื่นวิทยุความร้อน | คลื่นเสียงความเข้มสูง |
| ความลึกสูงสุด | 4.5 มิลลิเมตร | 4.3 มิลลิเมตร | 4.5 มิลลิเมตร |
| ปัญหาผิวหลัก | ความหย่อนคล้อย | ผิวย้วย ไขมันสะสม | หน้าเริ่มหย่อนคล้อย |
| จำนวนครั้งที่ควรทำต่อปี | 1 ครั้ง | 1 ครั้ง | 1-2 ครั้ง |
Thermage (FLX) เน้นสลายไขมันแก้ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับ
Thermage FLX เน้นการสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คางพร้อมกับยกกระชับผิวให้แน่นขึ้นด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ความร้อนจะถูกส่งลงไปลึกถึงชั้นไขมันประมาณ 4.3 มิลลิเมตรเพื่อทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวลงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ผิวที่เคยหย่อนคล้อยจะดูหดตัวเล็กลงหลังทำและเห็นผลชัดขึ้นตอนคอลลาเจนชุดใหม่สร้างตัวเสร็จ
การทำ Thermage FLX เหมาะกับคนที่มี เนื้อแก้มเยอะหรือผิวสัมผัสดูนิ่มเหลว จากการที่ชั้นผิวขาดความยืดหยุ่น ผลลัพธ์จากการยิงพลังงานประมาณ 300 ถึง 900 ช็อตจะช่วยให้กรอบหน้าดูเล็กลงและผิวแน่นขึ้นนานถึง 1-2 ปีค่ะ
Ulthera (SPT) ยกกระชับผิวชั้นลึกถึงชั้น SMAS กรอบหน้าดูชัดขึ้น
Ulthera (SPT) ใช้พลังงาน Micro-focused Ultrasound จะส่งความร้อนขนาดจุดเล็ก ๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS ในระดับ 4.5 มิลลิเมตร เพื่อดึงเนื้อผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น และเน้นการยกกระชับในแนวดิ่งทำให้กรอบหน้าดูชัด ช่วยลดปัญหาแก้มห้อยหรือร่องแก้มลึกได้ดี
สิ่งที่ทำให้เครื่องนี้ต่างจาก Thermage และ Hifu คือระบบ หน้าจอแสดงผลแบบ Real-time เพราะจะช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงตอนทำหัตถการ เพื่อวางแผนการยิงพลังงานให้ตรงจุด ลดความเสี่ยงที่พลังงานจะโดนกระดูกหรือเส้นประสาท ผิวหน้าจะได้รับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามสภาพผิวของแต่ละคน
ผลลัพธ์จากการทำแค่ครั้งเดียวจะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน โดยที่ผิวจะค่อย ๆ กระชับตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นผลชัดในช่วงเดือนที่ 3 การทำ Ulthera จะเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับจากภายในโดยไม่ต้องพักฟื้นค่ะ
Hifu (Ultraformer MPT) นวัตกรรมเริ่มต้นปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับที่เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มดูแลตัวเอง เพราะการส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ที่เป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า เครื่องรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Micro Pulsed ที่ปล่อยพลังงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 2.5 เท่า ทำให้ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำลดลงมากจนแทบไม่ต้องแปะยาชาและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ
การทำงานจะส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงให้ลดลง ผลลัพธ์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำประมาณ 20% และจะเริ่มเห็นกรอบหน้าชัดสุดในช่วง 1-3 เดือน เหมาะกับคนที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอยจาง ๆ หรือผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยแค่เล็กน้อย
แต่คนส่วนใหญ่จะเริ่มศึกษาว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร แต่ Hifu จะถูกเลือกเป็นอันดับแรกเพราะเข้าถึงง่ายในงบที่จำกัด ตัวเครื่องสามารถปรับโหมดการยิงได้หลากหลายตามความหนาของชั้นผิวแต่ละจุด ช่วยแก้ปัญหาหน้าบานหรือกรอบหน้าไม่ชัดให้ดูเรียวขึ้นได้โดยใช้เวลาทำแค่ 30-45 นาที ค่ะ
ระดับความเจ็บของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เครื่องไหนเจ็บสุด ?
เมื่อเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในเรื่องระดับความรู้สึก Ulthera คือเทคโนโลยีที่เจ็บที่สุดเพราะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นดึงหน้าหรือ SMAS พลังงานเจาะจงจุดความร้อนขนาดเล็กทำให้รู้สึกจี๊ดลึกปวดตื้อใต้ผิวหนัง แพทย์ผิวหนังจึงต้องประเมินระดับพลังงานให้เหมาะสมและแปะยาชาประสิทธิภาพสูงนาน 45 นาที ก่อนเริ่มทำ
Thermage ให้ความรู้สึกร้อนระอุสะสมแบบวงกว้างทั่วชั้นไขมันและคอลลาเจนเสมือนโดนเตารีดนาบผิวหนัง ส่วน Hifu ปล่อยพลังงานเข้มข้นน้อยสุดทำให้คนไข้รู้สึกเสียวฟันตื้อ ๆ บริเวณแนวกรามเท่านั้นค่ะ
ความเจ็บปวดของแต่ละนวัตกรรมมีความแตกต่างกันชัดเจนตามชนิดของคลื่นพลังงานที่ส่งลงสู่ชั้นผิวหนัง สามารถจำแนกความรู้สึกเฉพาะตัวขณะทำหัตถการแต่ละประเภทไว้ในตารางเปรียบเทียบนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ulthera | Thermage | Hifu |
|---|---|---|---|
| ระดับความเจ็บเต็ม 10 | 8 ถึง 9 (จี๊ดลึกถึงกระดูก) | 7 ถึง 8 (ร้อนสะสม) | 3 ถึง 4 (อุ่นหน่วง) |
| ความรู้สึกขณะทำ | เหมือนเข็มเล็ก ๆ จิ้ม | ร้อนวูบวาบสลับเย็น | อุ่นร้อนตื้อ ๆ แนวฟันกราม |
| การเตรียมตัว | แปะยาชาและทานยาแก้ปวด | แปะยาชาและใช้ระบบสั่น | อาจไม่ต้องใช้ยาชา |
ระยะเวลาการเห็นผลและผลลัพธ์หลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
Thermage และ Ulthera ให้ผลลัพธ์ยกกระชับที่นานที่สุดประมาณ 1 ถึง 2 ปี ส่วน Hifu ต้องทำซ้ำบ่อยกว่าโดยอยู่ได้นานราว 3 ถึง 6 เดือน เท่านั้น การส่งผ่านพลังงานของแต่ละเครื่องจะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวซึ่งจะค่อย ๆ ฟื้นฟูสภาพผิวอย่างเต็มที่ในช่วง 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับและเรียบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Thermage | Ulthera | Hifu |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาเริ่มเห็นผล | หลังทำทันที 20% | หลังทำทันที 30% | หลังทำทันที 10 ถึง 20% |
| ระยะเวลาที่เห็นผลชัดเจน | 2 ถึง 3 เดือน | 3 เดือน | 1 เดือน |
| ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ | 1 ถึง 2 ปี | 1 ปี ขึ้นไป | 3 ถึง 6 เดือน |
การดูแลตัวเองหลังทำช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้นานขึ้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไปและงดการอบซาวน่าร้อนในระยะ 2 สัปดาห์แรกเป็นสิ่งที่แพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างใหม่ค่ะ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
อาการบวมแดง ร้อนวูบวาบใต้ผิว และความรู้สึกระบมเมื่อสัมผัสผิว เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่พบได้บ่อยที่สุดหลังทำยกกระชับ ถ้าเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในเรื่องของอาการหลังทำ สามารถดูได้จากระดับความลึกของชั้นผิวที่พลังงานความร้อนเข้าไปทำงาน
| เครื่องมือ | อาการข้างเคียงที่พบได้ | ระยะเวลาฟื้นตัว |
|---|---|---|
| Thermage | ผิวแดงชมพูระเรื่อ บวมน้ำเล็กน้อยจากความร้อนที่กระจายเป็นวงกว้าง | 1 ถึง 2 วัน |
| Ulthera | รู้สึกตึงระบมลึก ๆ เมื่อกดโดนแนวกราม หรือมีรอยแดงตามแนววางหัวยิง | 3 ถึง 7 วัน |
| Hifu | ผิวตึงล้ากล้ามเนื้อใบหน้า คล้ายผ่านการเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ เป็นเวลานาน | 1 ถึง 3 วัน |
อาการเสียวแปลบหรือระบมใต้ผิวเกิดจากการส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ เราสามารถดูแลผิวหลังทำได้ง่าย ๆ ด้วยการงดสครับผิวและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวันค่ะ
การเลือกเทคโนโลยีสลายไขมันกับการยกกระชับผิวขึ้นอยู่กับ ระดับความลึกของปัญหาผิว ช่วงวัย และชั้นผิวที่ต้องการแก้ไขเป็นหลักค่ะ เครื่องมือแต่ละระบบส่งพลังงานลงสู่ผิวในรูปแบบและระดับความลึกที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะจุด
ลักษณะการกระจายตัวของพลังงานความร้อนเป็นจุดต่างหลักที่ทำให้เครื่องมือสามชนิดนี้ทำงานต่างกัน โดย Thermage ปล่อยพลังงานความร้อนแบบเหมาพื้นที่เป็นวงกว้างครอบคลุมชั้นไขมันเพื่อลดความย้วยของผิว
ส่วน Ulthera ใช้ระบบปล่อยพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กเรียงกันเป็นเส้นตรงอย่างแม่นยำสูงผ่านหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างผิวจริงใต้ผิวหนังขณะทำ เพื่อป้องกันการสะสมความร้อนบริเวณกระดูกหรือเส้นประสาทใบหน้า
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Thermage | Ulthera | Hifu |
|---|---|---|---|
| พลังงานที่ใช้ | คลื่นวิทยุโมโนโพลาร์ | อัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มข้นสูง | อัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง |
| ชั้นผิวเป้าหมาย | ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว | ชั้น SMAS ลึก 4.5 มิลลิเมตร | ชั้น SMAS ลึก 3.0 ถึง 4.5 มิลลิเมตร |
| ผลลัพธ์หลัก | สลายไขมันสะสมและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่น | ดึงหน้าเรียวและยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย | ยกกระชับผิวระดับปานกลางและลดเหนียงใต้คาง |
| ปัญหาผิวหลัก | ผิวไม่แน่น มีไขมันแก้มเยอะ | ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด | ริ้วรอยแรกเริ่ม หน้าบาน |
| ช่วงวัยที่แนะนำ | 30 ปีขึ้นไป | 30 ปีขึ้นไป | 25 ปีขึ้นไป |
Thermage เหมาะกับใคร ?
Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อยและมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าเยอะ เช่น แก้มห้อยหรือเหนียงย้อย ตัวเครื่องจะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อสลายไขมันส่วนเกินพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหนาตัวและสปริงตัวได้ดีขึ้น
สำหรับคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ แต่ไม่มีไขมันส่วนเกิน การเลือกใช้ Ulthera จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวได้ตรงจุดกว่า ส่วนเคสที่มีไขมันกระเปาะแก้มเด่นชัด การทำ Thermage FLX ขนาด 900 หัวยิง จะช่วยลดปริมาตรแก้มและคืนความแน่นกระชับได้ดีกว่าเครื่องอื่นภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือนหลังจากรับทำ
Ulthera เหมาะกับใคร ?
Ulthera เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงรุนแรง ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและแก้ปัญหาหนังตาตกอย่างเห็นผลชัดเจน เทคโนโลยีนี้ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า แพทย์ผิวหนังมักแนะนำวิธีนี้ให้แก่ผู้มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาแก้มหย่อนหรือแนวคางไม่ชัดเจน
การเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรช่วยให้เลือกหัตถการที่ตรงกับปัญหาผิวได้แม่นยำขึ้น หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อพยุงโครงสร้างผิวให้เต่งตึงขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะแสดงผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในเดือนที่ 3 และคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี เต็มค่ะ
Hifu เหมาะกับใคร ?
Hifu เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ ในช่วงวัย 25 ปีขึ้นไป ที่ต้องการคงความกระชับของกรอบหน้า การรักษาเน้นส่งคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า
เมื่อศึกษาว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรจะพบว่า Hifu เป็นตัวเลือกที่เจ็บน้อยกว่า มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยหลักพันบาท เหมาะกับคนงบจำกัด คนที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลาพักฟื้นหลังทำค่ะ
พลังงานคลื่นเสียงจะเข้าสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงได้ตรงจุด หลังทำสามารถแต่งหน้าได้ทันที โดยจะเห็นผลการยกกระชับชัดเจนเต็มที่ในช่วงเวลา 90 วันหลังยิงพลังงาน
Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในแง่ตำแหน่งการทำ คือทุกเครื่องสามารถใช้ยกกระชับผิวได้ทั้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว แต่ละเทคโนโลยีจะเน้นการแก้ปัญหาที่ชั้นผิวแตกต่างกันเพื่อความเหมาะสมของแต่ละสภาพผิวค่ะ
การส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ของ Ulthera และ Hifu เหมาะกับการเน้นยกกระชับกรอบหน้าลดความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ส่วน Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงสลายไขมันสะสมและกระชับผิวที่ยับย่นบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี
สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบางมากอย่างเปลือกตาบน การเลือกใช้ Thermage Eye Tip จะช่วยแก้ปัญหาหนังตาตกได้โดยตรง ส่วนการเก็บเหนียงและแก้มห้อยให้คมชัดจะนิยมใช้ Ulthera เพื่อดึงชั้นผิวให้ตึงขึ้น
| เทคโนโลยี | ตำแหน่งเด่นบนใบหน้าและรอบดวงตา | ตำแหน่งที่ทำบริเวณลำตัว |
|---|---|---|
| Thermage | แก้มห้อย ถุงใต้ตา เปลือกตาบน | หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา |
| Ulthera | กรอบหน้า แก้ม เหนียง หางตา คิ้ว | เน้นเนินอก หลังมือ |
| Hifu | แก้ม เหนียง มุมปาก ร่องแก้ม | ต้นแขน เหนือเข่า |
ราคา Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?
การเลือกทำเทคโนโลยียกกระชับให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุดต้องพิจารณาจากปัญหาผิวและงบที่มีเป็นหลัก ซึ่ง Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรนั้นสรุปได้จากพลังงานที่ส่งลงลึกสู่ชั้นผิวต่างกันดังนี้
| เทคโนโลยี | รูปแบบพลังงานและจุดเด่น | ระยะเวลาผลลัพธ์ | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| Thermage | คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว สลายไขมันสะสม แก้มและเหนียงแน่นฟู | 1 - 1.5 ปี | 40,000 - 80,000 บาท |
| Ulthera | อัลตราซาวนด์โฟกัส เจาะจงชั้น SMAS ยกหน้ากระชับขึ้น | 1 ปี | 30,000 - 60,000 บาท |
| Hifu | อัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ลิฟต์กรอบหน้า เจ็บน้อยลง | 6 เดือน | 6,000 - 15,000 บาท |
การทำ Hifu เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยแรกเริ่มที่ต้องการบำรุงผิวในราคาสบายกระเป๋า ส่วนผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยจากไขมันสะสมหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อยมาก การลงทุนทำ Thermage หรือ Ulthera แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าและทำแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้นค่ะ
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
ไม่ว่าเทคโนโลยี Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในด้านระดับความลึกและการกระจายพลังงานความร้อน การเตรียมตัวและการดูแลผิวหลังทำของเครื่องมือเหล่านี้ใช้แนวทางเดียวกันเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่มีดังนี้ค่ะ
- งดใช้ยาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอหรือสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวล่วงหน้า 7 วัน เพื่อป้องกันผิวบางและแสบแดงง่ายเมื่อเจอความร้อนสะสม
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA++++ ทุกวันก่อนเข้ารับการทำหัตถการเพื่อเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง กิจกรรมกลางแจ้ง หรือการซาวน่าอย่างน้อย 14 วัน หลังทำ เพื่อลดการสะสมความร้อนส่วนเกินใต้ชั้นผิว
- ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเติมน้ำให้เซลล์ผิวเร่งกระบวนการฟื้นฟูและสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ทำ Thermage Ulthera Hifu ที่ไหนดี ? พร้อมวิธีเช็คเครื่องแท้เพื่อความปลอดภัย
การเลือกคลินิกทำ Thermage Ulthera Hifu ต้องเริ่มจากการตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์ทางการของผู้นำเข้าเครื่องในประเทศไทยเพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องปลอมที่อาจทำให้ผิวไหม้หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย แม้เราจะเข้าใจว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในการแก้ปัญหาผิว แต่ถ้าใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้
- เช็คชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ของผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เช่น Merz Aesthetics สำหรับ Ulthera หรือ Quantum Healthcare สำหรับเครื่อง Hifu เกรดพรีเมียม
- ตรวจสอบสติกเกอร์โฮโลแกรมและ QR Code บนกล่องหัวยิงของ Thermage FLX ซึ่งต้องสแกนแล้วแสดงข้อมูลเครื่องแท้ผ่านระบบตรวจสอบของบริษัทแม่ได้ทันที
- ขอดูใบประกาศนียบัตรรับรองเครื่องแท้ที่ระบุชื่อคลินิกชัดเจนและต้องตั้งโชว์อยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย
ราคาที่ถูกเกินจริงมักแฝงด้วยการใช้หัวยิงปลอมหรือการจำกัดจำนวนช็อตจนไม่เห็นผล การทำหัตถการกลุ่มยกกระชับต้องอาศัยหมอที่มีทักษะการวางหัวเครื่องตามแนวกล้ามเนื้อที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเส้นประสาท การเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอย่าง ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) โดยตรงก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้รู้ว่าสภาพผิวเหมาะกับเครื่องชนิดไหน และช่วยประเมินจำนวนช็อตที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาได้แม่นยำค่ะ
รีวิวผลลัพธ์ก่อนและหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?
ผลลัพธ์หลังทำเครื่องยกกระชับแต่ละเครื่องมือมีความแตกต่างกันตาม กลไกการส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิว พลังงานที่ส่งลงไปจะเข้าไปดูแลโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ในระดับที่ต่างกันออกไป
การสังเกตภาพก่อนกับหลังทำช่วยให้เห็นระดับ ความแน่นกระชับ และกรอบหน้าที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเราจะสามารถเห็นผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่ชัดเจนที่สุดในช่วงระยะเวลา 30-90 วัน หลังทำค่ะ
รีวิวผลลัพธ์ Ulthera
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera สังเกตเห็นความกระชับของผิวทันทีประมาณ 30% กรอบหน้าและแนวกรามดูคมชัดขึ้น เครื่องส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงลึกถึงชั้น SMAS ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นขึ้นจนเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี เหมาะกับผู้มีผิวหย่อนคล้อยมากและต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นค่ะ
รีวิวผลลัพธ์ Thermage
ผลลัพธ์หลังทำ Thermage ผิวแน่นกระชับขึ้นหลังทำประมาณ 20% จากการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว เครื่องส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงเข้าชั้นหนังแท้กับชั้นไขมัน ช่วยสลายไขมันสะสม ผิวฟูเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง และเหนียงลดลง เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในเดือนที่ 3 ถึง 6 ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-1.5 ปี เหมาะกับผู้มีแก้มเยอะ มีเหนียง และผิวหย่อนคล้อย
รีวิวผลลัพธ์ Hifu
ผลลัพธ์หลังทำ Hifu ยกกระชับผิวระดับปานกลางประมาณ 20% หลังทำ แก้มดูยกขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น บวมน้อยมาก เครื่องส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจนในชั้น SMAS ให้ผิวตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 60 วัน และคงผลลัพธ์นาน 6 เดือน เหมาะกับผู้เริ่มมีริ้วรอยร่องแก้ม ต้องการงานผิวฟื้นตัวไว หรือมีงบจำกัด กลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปสามารถทำซ้ำได้ทุก 6 เดือนเพื่อล็อคกรอบหน้าให้คมชัดต่อเนื่องค่ะ
สรุป
“Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร” ความต่างสำคัญอยู่ที่ประเภทพลังงานและระดับความลึกในการแก้ปัญหา โดย Thermage ส่งผ่านคลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อเน้นสลายไขมันสะสมแก้มและเหนียงช่วยให้ผิวชั้นบนแน่นกระชับขึ้น ส่วน Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกตรงจุดถึงชั้น SMAS ที่ระดับ 4.5 มิลลิเมตร เพื่อดึงพยุงแก้มห้อยและปรับกรอบหน้าให้เรียวคมชัดขึ้น
แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินความหนาและชั้นไขมันใต้ผิวก่อนทำเสมอ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน หลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนสะสมอย่างน้อย 14 วัน ร่วมกับการดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเซลล์ผิวเร่งกระบวนการฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


