Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ? ข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ

Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ? ข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ

RWC Clinic สรุปให้

  • Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร Thermage ใช้คลื่นวิทยุเน้นสลายไขมันและรีดผิวให้แน่นเรียบ Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเน้นดึงหน้าชั้นลึกให้ยกขึ้น ส่วน Hifu เป็นคลื่นเสียงที่พลังงานเบากว่าช่วยคงความกระชับ
  • Ulthera เหมาะกับคนที่กรอบหน้าไม่ชัดหรือหนังตาตก เพราะพลังงานจะลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ถ้ามีปัญหาแก้มยุ้ยหรือผิวดูเหลวไม่แน่นจะเหมาะกับ Thermage เพราะความร้อนช่วยสลายไขมันและเปลี่ยนโครงสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นและรูขุมขนเล็กลง
  • Hifu เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับวัยเริ่มทำงานและมีริ้วรอยตื้น ๆ จะช่วยคงสภาพผิวให้ดูกระชับได้ดีในราคาที่ไม่สูงเท่าเครื่องอื่นและไม่ค่อยระคายผิว

การเลือกทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร อยู่ที่การแยกประเภทพลังงานระหว่างคลื่นวิทยุที่เน้นงานผิวแน่นกับคลื่นเสียงที่เน้นยกชั้นกล้ามเนื้อ แต่คนส่วนใหญ่จะเสียเงินเปล่าเพราะเลือกเครื่องมือตามกระแสโดยไม่รู้ว่าหน้าที่มีไขมันสะสมเยอะต้องการพลังงานที่ต่างกับคนที่มีผิวบางหรือมีริ้วรอยจาง ๆ

บทความนี้ RWC ขอแนะนำการทำงานของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อเลือกวิธีการยิงพลังงานลงผิวชั้น SMAS หรือชั้นไขมันได้อย่างตรงจุดค่ะ

หลักการทำงาน Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

หลักการทำงาน Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ให้ดูจากประเภทพลังงานและผลลัพธ์ผิวที่ต้องการเป็นหลัก Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งความร้อนแบบขยายตัวกว้างเพื่อเน้นงานคุณภาพผิวและช่วยสลายไขมันสะสม ส่วน Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่เน้นการยกกระชับจุดที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับขึ้น การใช้ Hifu ในช่วงวัยเริ่มทำงานช่วยคงความกระชับของผิวด้วยพลังงานที่เบาและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเครื่องอื่นค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageUltheraHifu
ชนิดพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF)คลื่นเสียงความถี่สูง (MFU-V)คลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU)
ชั้นผิวที่เน้นชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดชั้นผิวหนังและ SMAS บางส่วน
ผลลัพธ์หลักสลายไขมัน ผิวฟู รูขุมขนดูกระชับขึ้นดึงหน้าให้ตึง ยกคิ้ว เก็บกรอบหน้าประคองผิว ลดริ้วรอยจาง ๆ

พลังงานแต่ละประเภทส่งผลต่อชั้นผิวลึกแค่ไหน ?

การที่ผิวหน้าจะดูแน่นขึ้นหรือจะยกกระชับขึ้นไหม ขึ้นอยู่กับความลึกของพลังงานที่ยิงลงไปด้วย โดย Thermage จะส่งคลื่นวิทยุลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันประมาณ 4.3 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบกระจายความร้อนทั่วพื้นที่ผิวสำหรับ Ulthera และ Hifu จะใช้คลื่นเสียงเป็นจุดเล็ก ๆ ลงลึกแม่นยำถึงชั้น SMAS ที่ลึกถึง 4.5 มิลลิเมตร ที่เป็นชั้นผิวที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

ส่วนการใช้หัวยิงระดับ 1.5 มิลลิเมตร จะเน้นแก้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาให้จางลง และที่ระดับ 3.0 มิลลิเมตร จะเน้นงานผิวชั้นกลางให้รูขุมขนดูกระชับค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบUltheraThermageHifu
ชั้นผิวเป้าหมายSMAS ชั้นลึกสุดชั้นหนังแท้และชั้นไขมันSMAS และชั้นหนังแท้
ความลึกที่ส่งถึง1.5, 3.0 และ 4.5 มม.สูงสุด 4.3 มม.1.5, 3.0 และ 4.5 มม.
ลักษณะพลังงานจุดความร้อนเล็กละเอียดความร้อนก้อนขนาดใหญ่จุดความร้อนขนาดปานกลาง

ข้อดีและข้อเสียของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างอยู่ที่ ชนิดของพลังงานและระดับความลึก ที่ส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวแต่ละระดับ Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อดึงชั้นกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น ส่วน Thermage จะใช้คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียวกระจายความร้อนเป็นวงกว้างเพื่อบีบคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกินในทีเดียว

การเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมต้องดูจากความหนาของชั้นไขมันและระดับความหย่อนคล้อยควบคู่กันไป พลังงานที่ลงลึกถึงชั้น 4.5 มิลลิเมตร จะช่วยยกหน้าได้ชัดกว่าในกลุ่มคนที่ผิวเริ่มยุบตัวจนเห็นร่องแก้มชัดค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบUltheraThermageHifu
รูปแบบพลังงานคลื่นเสียงเจาะจงคลื่นวิทยุความร้อนคลื่นเสียงความเข้มสูง
ความลึกสูงสุด4.5 มิลลิเมตร4.3 มิลลิเมตร4.5 มิลลิเมตร
ปัญหาผิวหลักความหย่อนคล้อยผิวย้วย ไขมันสะสมหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
จำนวนครั้งที่ควรทำต่อปี1 ครั้ง1 ครั้ง1-2 ครั้ง

Thermage (FLX) เน้นสลายไขมันแก้ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับ

Thermage (FLX) เน้นสลายไขมันแก้ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับ

Thermage FLX เน้นการสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คางพร้อมกับยกกระชับผิวให้แน่นขึ้นด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ความร้อนจะถูกส่งลงไปลึกถึงชั้นไขมันประมาณ 4.3 มิลลิเมตรเพื่อทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวลงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ผิวที่เคยหย่อนคล้อยจะดูหดตัวเล็กลงหลังทำและเห็นผลชัดขึ้นตอนคอลลาเจนชุดใหม่สร้างตัวเสร็จ

การทำ Thermage FLX เหมาะกับคนที่มี เนื้อแก้มเยอะหรือผิวสัมผัสดูนิ่มเหลว จากการที่ชั้นผิวขาดความยืดหยุ่น ผลลัพธ์จากการยิงพลังงานประมาณ 300 ถึง 900 ช็อตจะช่วยให้กรอบหน้าดูเล็กลงและผิวแน่นขึ้นนานถึง 1-2 ปีค่ะ

Ulthera (SPT) ยกกระชับผิวชั้นลึกถึงชั้น SMAS กรอบหน้าดูชัดขึ้น

Ulthera (SPT) ยกกระชับผิวชั้นลึกถึงชั้น SMAS กรอบหน้าดูชัดขึ้น

Ulthera (SPT) ใช้พลังงาน Micro-focused Ultrasound จะส่งความร้อนขนาดจุดเล็ก ๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS ในระดับ 4.5 มิลลิเมตร เพื่อดึงเนื้อผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น และเน้นการยกกระชับในแนวดิ่งทำให้กรอบหน้าดูชัด ช่วยลดปัญหาแก้มห้อยหรือร่องแก้มลึกได้ดี

สิ่งที่ทำให้เครื่องนี้ต่างจาก Thermage และ Hifu คือระบบ หน้าจอแสดงผลแบบ Real-time เพราะจะช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงตอนทำหัตถการ เพื่อวางแผนการยิงพลังงานให้ตรงจุด ลดความเสี่ยงที่พลังงานจะโดนกระดูกหรือเส้นประสาท ผิวหน้าจะได้รับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามสภาพผิวของแต่ละคน

ผลลัพธ์จากการทำแค่ครั้งเดียวจะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน โดยที่ผิวจะค่อย ๆ กระชับตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นผลชัดในช่วงเดือนที่ 3 การทำ Ulthera จะเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับจากภายในโดยไม่ต้องพักฟื้นค่ะ

Hifu (Ultraformer MPT) นวัตกรรมเริ่มต้นปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น

Hifu (Ultraformer MPT) นวัตกรรมเริ่มต้นปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น

Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับที่เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มดูแลตัวเอง เพราะการส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ที่เป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า เครื่องรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Micro Pulsed ที่ปล่อยพลังงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 2.5 เท่า ทำให้ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำลดลงมากจนแทบไม่ต้องแปะยาชาและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ

การทำงานจะส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงให้ลดลง ผลลัพธ์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำประมาณ 20% และจะเริ่มเห็นกรอบหน้าชัดสุดในช่วง 1-3 เดือน เหมาะกับคนที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอยจาง ๆ หรือผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยแค่เล็กน้อย

แต่คนส่วนใหญ่จะเริ่มศึกษาว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร แต่ Hifu จะถูกเลือกเป็นอันดับแรกเพราะเข้าถึงง่ายในงบที่จำกัด ตัวเครื่องสามารถปรับโหมดการยิงได้หลากหลายตามความหนาของชั้นผิวแต่ละจุด ช่วยแก้ปัญหาหน้าบานหรือกรอบหน้าไม่ชัดให้ดูเรียวขึ้นได้โดยใช้เวลาทำแค่ 30-45 นาที ค่ะ

ระดับความเจ็บของ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เครื่องไหนเจ็บสุด ?

เมื่อเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในเรื่องระดับความรู้สึก Ulthera คือเทคโนโลยีที่เจ็บที่สุดเพราะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นดึงหน้าหรือ SMAS พลังงานเจาะจงจุดความร้อนขนาดเล็กทำให้รู้สึกจี๊ดลึกปวดตื้อใต้ผิวหนัง แพทย์ผิวหนังจึงต้องประเมินระดับพลังงานให้เหมาะสมและแปะยาชาประสิทธิภาพสูงนาน 45 นาที ก่อนเริ่มทำ

Thermage ให้ความรู้สึกร้อนระอุสะสมแบบวงกว้างทั่วชั้นไขมันและคอลลาเจนเสมือนโดนเตารีดนาบผิวหนัง ส่วน Hifu ปล่อยพลังงานเข้มข้นน้อยสุดทำให้คนไข้รู้สึกเสียวฟันตื้อ ๆ บริเวณแนวกรามเท่านั้นค่ะ

ความเจ็บปวดของแต่ละนวัตกรรมมีความแตกต่างกันชัดเจนตามชนิดของคลื่นพลังงานที่ส่งลงสู่ชั้นผิวหนัง สามารถจำแนกความรู้สึกเฉพาะตัวขณะทำหัตถการแต่ละประเภทไว้ในตารางเปรียบเทียบนี้

หัวข้อเปรียบเทียบUltheraThermageHifu
ระดับความเจ็บเต็ม 108 ถึง 9 (จี๊ดลึกถึงกระดูก)7 ถึง 8 (ร้อนสะสม)3 ถึง 4 (อุ่นหน่วง)
ความรู้สึกขณะทำเหมือนเข็มเล็ก ๆ จิ้มร้อนวูบวาบสลับเย็นอุ่นร้อนตื้อ ๆ แนวฟันกราม
การเตรียมตัวแปะยาชาและทานยาแก้ปวดแปะยาชาและใช้ระบบสั่นอาจไม่ต้องใช้ยาชา

ระยะเวลาการเห็นผลและผลลัพธ์หลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

Thermage และ Ulthera ให้ผลลัพธ์ยกกระชับที่นานที่สุดประมาณ 1 ถึง 2 ปี ส่วน Hifu ต้องทำซ้ำบ่อยกว่าโดยอยู่ได้นานราว 3 ถึง 6 เดือน เท่านั้น การส่งผ่านพลังงานของแต่ละเครื่องจะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวซึ่งจะค่อย ๆ ฟื้นฟูสภาพผิวอย่างเต็มที่ในช่วง 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับและเรียบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ

หัวข้อเปรียบเทียบThermageUltheraHifu
ระยะเวลาเริ่มเห็นผลหลังทำทันที 20%หลังทำทันที 30%หลังทำทันที 10 ถึง 20%
ระยะเวลาที่เห็นผลชัดเจน2 ถึง 3 เดือน3 เดือน1 เดือน
ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์1 ถึง 2 ปี1 ปี ขึ้นไป3 ถึง 6 เดือน

การดูแลตัวเองหลังทำช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้นานขึ้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไปและงดการอบซาวน่าร้อนในระยะ 2 สัปดาห์แรกเป็นสิ่งที่แพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างใหม่ค่ะ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

อาการบวมแดง ร้อนวูบวาบใต้ผิว และความรู้สึกระบมเมื่อสัมผัสผิว เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่พบได้บ่อยที่สุดหลังทำยกกระชับ ถ้าเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในเรื่องของอาการหลังทำ สามารถดูได้จากระดับความลึกของชั้นผิวที่พลังงานความร้อนเข้าไปทำงาน

เครื่องมืออาการข้างเคียงที่พบได้ระยะเวลาฟื้นตัว
Thermageผิวแดงชมพูระเรื่อ บวมน้ำเล็กน้อยจากความร้อนที่กระจายเป็นวงกว้าง1 ถึง 2 วัน
Ultheraรู้สึกตึงระบมลึก ๆ เมื่อกดโดนแนวกราม หรือมีรอยแดงตามแนววางหัวยิง3 ถึง 7 วัน
Hifuผิวตึงล้ากล้ามเนื้อใบหน้า คล้ายผ่านการเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ เป็นเวลานาน1 ถึง 3 วัน

อาการเสียวแปลบหรือระบมใต้ผิวเกิดจากการส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ เราสามารถดูแลผิวหลังทำได้ง่าย ๆ ด้วยการงดสครับผิวและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวันค่ะ

วิธีเลือกทำ Thermage Ulthera Hifu ให้เหมาะกับปัญหาผิวหน้าและช่วงวัย ?

วิธีเลือกทำ Thermage Ulthera Hifu ให้เหมาะกับปัญหาผิวหน้าและช่วงวัย ?

การเลือกเทคโนโลยีสลายไขมันกับการยกกระชับผิวขึ้นอยู่กับ ระดับความลึกของปัญหาผิว ช่วงวัย และชั้นผิวที่ต้องการแก้ไขเป็นหลักค่ะ เครื่องมือแต่ละระบบส่งพลังงานลงสู่ผิวในรูปแบบและระดับความลึกที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะจุด

ลักษณะการกระจายตัวของพลังงานความร้อนเป็นจุดต่างหลักที่ทำให้เครื่องมือสามชนิดนี้ทำงานต่างกัน โดย Thermage ปล่อยพลังงานความร้อนแบบเหมาพื้นที่เป็นวงกว้างครอบคลุมชั้นไขมันเพื่อลดความย้วยของผิว

ส่วน Ulthera ใช้ระบบปล่อยพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กเรียงกันเป็นเส้นตรงอย่างแม่นยำสูงผ่านหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างผิวจริงใต้ผิวหนังขณะทำ เพื่อป้องกันการสะสมความร้อนบริเวณกระดูกหรือเส้นประสาทใบหน้า

หัวข้อเปรียบเทียบThermageUltheraHifu
พลังงานที่ใช้คลื่นวิทยุโมโนโพลาร์อัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มข้นสูงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง
ชั้นผิวเป้าหมายชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวชั้น SMAS ลึก 4.5 มิลลิเมตรชั้น SMAS ลึก 3.0 ถึง 4.5 มิลลิเมตร
ผลลัพธ์หลักสลายไขมันสะสมและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นดึงหน้าเรียวและยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยยกกระชับผิวระดับปานกลางและลดเหนียงใต้คาง
ปัญหาผิวหลักผิวไม่แน่น มีไขมันแก้มเยอะผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดริ้วรอยแรกเริ่ม หน้าบาน
ช่วงวัยที่แนะนำ30 ปีขึ้นไป30 ปีขึ้นไป25 ปีขึ้นไป

Thermage เหมาะกับใคร ?

Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อยและมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าเยอะ เช่น แก้มห้อยหรือเหนียงย้อย ตัวเครื่องจะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อสลายไขมันส่วนเกินพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหนาตัวและสปริงตัวได้ดีขึ้น

สำหรับคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ แต่ไม่มีไขมันส่วนเกิน การเลือกใช้ Ulthera จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวได้ตรงจุดกว่า ส่วนเคสที่มีไขมันกระเปาะแก้มเด่นชัด การทำ Thermage FLX ขนาด 900 หัวยิง จะช่วยลดปริมาตรแก้มและคืนความแน่นกระชับได้ดีกว่าเครื่องอื่นภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือนหลังจากรับทำ

Ulthera เหมาะกับใคร ?

Ulthera เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงรุนแรง ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและแก้ปัญหาหนังตาตกอย่างเห็นผลชัดเจน เทคโนโลยีนี้ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า แพทย์ผิวหนังมักแนะนำวิธีนี้ให้แก่ผู้มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาแก้มหย่อนหรือแนวคางไม่ชัดเจน

การเปรียบเทียบว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรช่วยให้เลือกหัตถการที่ตรงกับปัญหาผิวได้แม่นยำขึ้น หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อพยุงโครงสร้างผิวให้เต่งตึงขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะแสดงผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในเดือนที่ 3 และคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี เต็มค่ะ

Hifu เหมาะกับใคร ?

Hifu เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ ในช่วงวัย 25 ปีขึ้นไป ที่ต้องการคงความกระชับของกรอบหน้า การรักษาเน้นส่งคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า

เมื่อศึกษาว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรจะพบว่า Hifu เป็นตัวเลือกที่เจ็บน้อยกว่า มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยหลักพันบาท เหมาะกับคนงบจำกัด คนที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลาพักฟื้นหลังทำค่ะ

พลังงานคลื่นเสียงจะเข้าสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงได้ตรงจุด หลังทำสามารถแต่งหน้าได้ทันที โดยจะเห็นผลการยกกระชับชัดเจนเต็มที่ในช่วงเวลา 90 วันหลังยิงพลังงาน

Ulthera Hifu Thermage ต่างกันอย่างไร สามารถทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในแง่ตำแหน่งการทำ คือทุกเครื่องสามารถใช้ยกกระชับผิวได้ทั้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว แต่ละเทคโนโลยีจะเน้นการแก้ปัญหาที่ชั้นผิวแตกต่างกันเพื่อความเหมาะสมของแต่ละสภาพผิวค่ะ

การส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ของ Ulthera และ Hifu เหมาะกับการเน้นยกกระชับกรอบหน้าลดความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ส่วน Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงสลายไขมันสะสมและกระชับผิวที่ยับย่นบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี

สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบางมากอย่างเปลือกตาบน การเลือกใช้ Thermage Eye Tip จะช่วยแก้ปัญหาหนังตาตกได้โดยตรง ส่วนการเก็บเหนียงและแก้มห้อยให้คมชัดจะนิยมใช้ Ulthera เพื่อดึงชั้นผิวให้ตึงขึ้น

เทคโนโลยีตำแหน่งเด่นบนใบหน้าและรอบดวงตาตำแหน่งที่ทำบริเวณลำตัว
Thermageแก้มห้อย ถุงใต้ตา เปลือกตาบนหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
Ultheraกรอบหน้า แก้ม เหนียง หางตา คิ้วเน้นเนินอก หลังมือ
Hifuแก้ม เหนียง มุมปาก ร่องแก้มต้นแขน เหนือเข่า

ราคา Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?

การเลือกทำเทคโนโลยียกกระชับให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุดต้องพิจารณาจากปัญหาผิวและงบที่มีเป็นหลัก ซึ่ง Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรนั้นสรุปได้จากพลังงานที่ส่งลงลึกสู่ชั้นผิวต่างกันดังนี้

เทคโนโลยีรูปแบบพลังงานและจุดเด่นระยะเวลาผลลัพธ์ราคาโดยประมาณ
Thermageคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว สลายไขมันสะสม แก้มและเหนียงแน่นฟู1 - 1.5 ปี40,000 - 80,000 บาท
Ultheraอัลตราซาวนด์โฟกัส เจาะจงชั้น SMAS ยกหน้ากระชับขึ้น1 ปี30,000 - 60,000 บาท
Hifuอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ลิฟต์กรอบหน้า เจ็บน้อยลง6 เดือน6,000 - 15,000 บาท

การทำ Hifu เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยแรกเริ่มที่ต้องการบำรุงผิวในราคาสบายกระเป๋า ส่วนผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยจากไขมันสะสมหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อยมาก การลงทุนทำ Thermage หรือ Ulthera แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าและทำแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้นค่ะ

การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

ไม่ว่าเทคโนโลยี Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในด้านระดับความลึกและการกระจายพลังงานความร้อน การเตรียมตัวและการดูแลผิวหลังทำของเครื่องมือเหล่านี้ใช้แนวทางเดียวกันเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่มีดังนี้ค่ะ

  • งดใช้ยาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอหรือสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวล่วงหน้า 7 วัน เพื่อป้องกันผิวบางและแสบแดงง่ายเมื่อเจอความร้อนสะสม
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA++++ ทุกวันก่อนเข้ารับการทำหัตถการเพื่อเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง กิจกรรมกลางแจ้ง หรือการซาวน่าอย่างน้อย 14 วัน หลังทำ เพื่อลดการสะสมความร้อนส่วนเกินใต้ชั้นผิว
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเติมน้ำให้เซลล์ผิวเร่งกระบวนการฟื้นฟูและสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ทำ Thermage Ulthera Hifu ที่ไหนดี ? พร้อมวิธีเช็คเครื่องแท้เพื่อความปลอดภัย

การเลือกคลินิกทำ Thermage Ulthera Hifu ต้องเริ่มจากการตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์ทางการของผู้นำเข้าเครื่องในประเทศไทยเพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องปลอมที่อาจทำให้ผิวไหม้หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย แม้เราจะเข้าใจว่า Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไรในการแก้ปัญหาผิว แต่ถ้าใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

  • เช็คชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ของผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เช่น Merz Aesthetics สำหรับ Ulthera หรือ Quantum Healthcare สำหรับเครื่อง Hifu เกรดพรีเมียม
  • ตรวจสอบสติกเกอร์โฮโลแกรมและ QR Code บนกล่องหัวยิงของ Thermage FLX ซึ่งต้องสแกนแล้วแสดงข้อมูลเครื่องแท้ผ่านระบบตรวจสอบของบริษัทแม่ได้ทันที
  • ขอดูใบประกาศนียบัตรรับรองเครื่องแท้ที่ระบุชื่อคลินิกชัดเจนและต้องตั้งโชว์อยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย

ราคาที่ถูกเกินจริงมักแฝงด้วยการใช้หัวยิงปลอมหรือการจำกัดจำนวนช็อตจนไม่เห็นผล การทำหัตถการกลุ่มยกกระชับต้องอาศัยหมอที่มีทักษะการวางหัวเครื่องตามแนวกล้ามเนื้อที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเส้นประสาท การเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอย่าง ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (หมอขนม) โดยตรงก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้รู้ว่าสภาพผิวเหมาะกับเครื่องชนิดไหน และช่วยประเมินจำนวนช็อตที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาได้แม่นยำค่ะ

รีวิวผลลัพธ์ก่อนและหลังทำ Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร ?

ผลลัพธ์หลังทำเครื่องยกกระชับแต่ละเครื่องมือมีความแตกต่างกันตาม กลไกการส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิว พลังงานที่ส่งลงไปจะเข้าไปดูแลโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ในระดับที่ต่างกันออกไป

การสังเกตภาพก่อนกับหลังทำช่วยให้เห็นระดับ ความแน่นกระชับ และกรอบหน้าที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเราจะสามารถเห็นผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่ชัดเจนที่สุดในช่วงระยะเวลา 30-90 วัน หลังทำค่ะ

รีวิวผลลัพธ์ Ulthera

รีวิวผลลัพธ์ Ulthera

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera สังเกตเห็นความกระชับของผิวทันทีประมาณ 30% กรอบหน้าและแนวกรามดูคมชัดขึ้น เครื่องส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงลึกถึงชั้น SMAS ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นขึ้นจนเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี เหมาะกับผู้มีผิวหย่อนคล้อยมากและต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นค่ะ

 

รีวิวผลลัพธ์ Thermage

Thermage review

ผลลัพธ์หลังทำ Thermage ผิวแน่นกระชับขึ้นหลังทำประมาณ 20% จากการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว เครื่องส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงเข้าชั้นหนังแท้กับชั้นไขมัน ช่วยสลายไขมันสะสม ผิวฟูเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง และเหนียงลดลง เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในเดือนที่ 3 ถึง 6 ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-1.5 ปี เหมาะกับผู้มีแก้มเยอะ มีเหนียง และผิวหย่อนคล้อย

รีวิวผลลัพธ์ Hifu

ผลลัพธ์หลังทำ Hifu ยกกระชับผิวระดับปานกลางประมาณ 20% หลังทำ แก้มดูยกขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น บวมน้อยมาก เครื่องส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจนในชั้น SMAS ให้ผิวตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 60 วัน และคงผลลัพธ์นาน 6 เดือน เหมาะกับผู้เริ่มมีริ้วรอยร่องแก้ม ต้องการงานผิวฟื้นตัวไว หรือมีงบจำกัด กลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปสามารถทำซ้ำได้ทุก 6 เดือนเพื่อล็อคกรอบหน้าให้คมชัดต่อเนื่องค่ะ

สรุป

“Thermage Ulthera Hifu ต่างกันอย่างไร” ความต่างสำคัญอยู่ที่ประเภทพลังงานและระดับความลึกในการแก้ปัญหา โดย Thermage ส่งผ่านคลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อเน้นสลายไขมันสะสมแก้มและเหนียงช่วยให้ผิวชั้นบนแน่นกระชับขึ้น ส่วน Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกตรงจุดถึงชั้น SMAS ที่ระดับ 4.5 มิลลิเมตร เพื่อดึงพยุงแก้มห้อยและปรับกรอบหน้าให้เรียวคมชัดขึ้น

แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินความหนาและชั้นไขมันใต้ผิวก่อนทำเสมอ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน หลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนสะสมอย่างน้อย 14 วัน ร่วมกับการดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเซลล์ผิวเร่งกระบวนการฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า