ในยุคที่เทคโนโลยีด้านความงามก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การฉีดไขมันสเต็มเซลล์ กลายเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง เทคนิคนี้เป็นการพัฒนาจากการฉีดไขมันแบบดั้งเดิม โดยมีการเพิ่มสเต็มเซลล์เข้มข้นเข้าไปในกระบวนการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ยืนยาวกว่า และปลอดภัยกว่า
การฉีดไขมันสเต็มเซลล์ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มปริมาตรที่สูญหายจากอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับผิวให้เรียบเนียน ซึ่งทำให้เทคนิคนี้แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือการฉีดไขมันทั่วไปอย่างชัดเจน
ความแตกต่างจากการฉีดไขมันทั่วไป
- การฉีดไขมันแบบดั้งเดิม จะใช้เพียงเซลล์ไขมันที่ผ่านการคัดแยกและทำความสะอาด โดยไม่มีการเพิ่มเติมสเต็มเซลล์เข้มข้น ทำให้อัตราการติดของไขมันอยู่ที่ประมาณ 30-50%
- การฉีดไขมันสเต็มเซลล์ มีการเพิ่มสเต็มเซลล์เข้มข้นที่สกัดจากเลือดในเนื้อเยื่อไขมันเข้าไปในกระบวนการ ทำให้ได้ไขมันที่มีชีวิตมากกว่า มี Growth Factor และสารอาหารที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเซลล์ ส่งผลให้อัตราการติดของไขมันเพิ่มขึ้นเป็น 60-80%
ข้อดีของการฉีดไขมันสเต็มเซลล์
- อัตราการติดสูงกว่า ไขมันธรรมชาติติดได้ 30-50% แต่การฉีดไขมันสเต็มเซลล์ติดได้ 60-80% ลดความจำเป็นในการฉีดซ้ำ
- ผลลัพธ์ยาวนานกว่า สเต็มเซลล์ช่วยบำรุงและยืนชีวิตของเซลล์ไขมันที่ปลูกถ่าย ไขมันที่ติดแล้วสามารถอยู่ได้ถาวร คงรูปทรงได้นานกว่าการฉีดไขมันทั่วไป 2-3 เท่า
- คุณภาพผิวดีขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ปรับผิวให้เรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว และลดริ้วรอยเล็กๆ และรูขุมขนกว้าง
ขั้นตอนที่ 1: การประเมินและวางแผน
- แพทย์ประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า
- วิเคราะห์จุดที่ต้องการเติมเต็มและปรับปรุง
- เลือกบริเวณดูดไขมันที่เหมาะสม
- วางแผนปริมาณและตำแหน่งการฉีด
ขั้นตอนที่ 2: การเตรียมตัวและฆ่าเชื้อ
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะดูดไขมันและฉีด
- ฉีดยาชาเฉพาะที่หรือยาสงบประสาท
- รอให้ยาชาออกฤทธิ์อย่างสมบูรณ์
ขั้นตอนที่ 3: การดูดไขมันด้วยเทคนิคพิเศษ
- ใช้เครื่องดูดไขมันความดันต่ำเพื่อรักษาชีวิตเซลล์
- ดูดไขมันจากหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก
- ใช้หัวดูดขนาดเล็กเพื่อลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
- ดูดไขมันปริมาณมากกว่าที่ต้องการใช้เพื่อคัดเลือก
ขั้นตอนที่ 4: การแยกและเตรียมไขมันสเต็มเซลล์
- นำไขมันที่ดูดมาแยกด้วยเครื่องปั่นแยกความเร็วต่ำ
- คัดเลือกเฉพาะเซลล์ไขมันที่สมบูรณ์และมีชีวิต
- ผสมไขมันบริสุทธิ์เข้ากับสเต็มเซลล์เข้มข้นในอัตราส่วนที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 5: การฉีดไขมันสเต็มเซลล์
- ใช้เข็มฉีดขนาดเล็กและละเอียดเป็นพิเศษ
- ฉีดทีละชั้นจากลึกขึ้นมาสู่ผิว
- กระจายไขมันอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง
- ควบคุมปริมาณและทิศทางการฉีดอย่างประณีต
ขั้นตอนที่ 6: การดูแลและติดตาม
- ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
- สังเกตอาการและผลข้างเคียง
- นัดติดตามผลในระยะต่างๆ
- ให้คำแนะนำการดูแลหลังการรักษา
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบและสูญเสียปริมาตร แก้มตอบจากอายุที่เพิ่มขึ้น หน้าผากแบนหรือมีร่องลึก ขมับบุ๋มทำให้ดูแก่กว่าวัย ใต้ตาลึกและมีร่องชัดเจน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนานและเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำบ่อย ต้องการใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ เน้นการลงทุนระยะยาว
- ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเพียงพอ มีไขมันบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติถึงเกินและอายุ 25-65 ปี
- ผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวไปด้วย ผิวหยาบกร้านหรือขาดความเรียบเนียน มีริ้วรอยเล็กๆ ที่ต้องการลด ต้องการผิวที่ดูสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง
ข้อห้าม
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคติดเชื้อในระยะเฉียบพลัน
- ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดรุนแรง
- ผู้ที่แพ้ยาชาหรือมีปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
ข้อควรระวัง
- ผู้ที่ผอมมากหรือมีไขมันน้อย
- ผู้ที่มีโรคเบาหวานไม่ได้ควบคุม
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีความคาดหวังสูงเกินไป
บทสรุป
การฉีดไขมันสเต็มเซลล์ เป็นเทคนิคขั้นสูงที่รวมข้อดีของการใช้เนื้อเยื่อตัวเองเข้ากับพลังของสเต็มเซลล์ในการฟื้นฟูผิว ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฉีดไขมันทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของอัตราการติดที่สูงขึ้น ความยาวนานของผลลัพธ์ และการปรับปรุงคุณภาพผิวจากภายใน
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าที่สูญเสียปริมาตรจากอายุ ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนาน และมีไขมันเพียงพอสำหรับการดูด การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่มีมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เข้าใจขั้นตอน ผลข้างเคียง และการดูแลหลังการรักษาอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยนะคะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


