ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การดูแลผิวพรรณไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้ครีมบำรุงผิวหรือการรักษาผิวผิวเผิน หากต้องการผลลัพธ์ที่แท้จริงและยั่งยืน การฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์จึงเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ Plinest นวัตกรรมดูแลผิวล่าสุดจากประเทศอิตาลี ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยี Polynucleotides ที่สกัดจากธรรมชาติ ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ตั้งแต่ริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตาดำ ไปจนถึงผิวหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น
Plinest คืออะไร?
Plinest เป็นผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวชั้นนำที่พัฒนาโดยบริษัท Mastelli จากประเทศอิตาลี ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 70 ปีในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลความงามและการฟื้นฟูผิว สิ่งที่ทำให้ Plinest แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวทั่วไปคือการใช้ Polynucleotides (PN) ที่สกัดจาก DNA ของปลาเทราต์ (Trout) ซึ่งเป็นแหล่ง DNA ที่มีความเข้ากันได้ดีกับผิวมนุษย์
การเลือกใช้ปลาเทราต์เป็นแหล่งสกัด PN นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากปลาเทราต์มีความเข้มข้นของ DNA ที่สูงกว่าปลาแซลมอน และสามารถเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้อย่างเข้มงวด ทำให้ได้ DNA ที่มีคุณภาพสูงและปราศจากสารปนเปื้อน
กระบวนการผลิต Plinest ใช้เทคโนโลยี HPT (Highly Purified Technology) ที่ได้รับสิทธิบัตร ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการกลั่นและทำให้บริสุทธิ์มากกว่า 10 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ Polynucleotides ที่มีความบริสุทธิ์สูงสุด ปราศจากโปรตีนและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือการอักเสบ
ความน่าเชื่อถือของ Plinest ยังได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากล รวมถึง CE Class III (มาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในยุโรป), ISO 13485 ด้านคุณภาพเครื่องมือแพทย์, และได้รับการรับรองจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของประเทศอิตาลี ทำให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
กลไกการทำงานและส่วนประกอบของ Plinest
กลไกการทำงานของ Plinest มีความซับซ้อนและครอบคลุมหลายระดับของการฟื้นฟูผิว โดยเริ่มต้นจากการที่ Polynucleotides เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญที่รับผิดชอบในการผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิก
เมื่อ Plinest ถูกฉีดเข้าสู่ผิวหนัง สาร PN-HPT จะเข้าไปจับกับตัวรับ (Receptors) บนผิวเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ (Intracellular Signaling) และกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระบวนการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นประกอบด้วย
- การเพิ่มจำนวนและการเจริญเติบโตของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ
- การเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การเพิ่มการสร้าง Fibronectin ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยในการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนให้เป็นระเบียบ และช่วยในการยึดเกาะของเซลล์และเนื้อเยื่อ
- การซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ช่วยฟื้นฟูผิวที่ได้รับความเสียหายจากปัจจัยต่างๆ เช่น แสงแดด มลภาวะ หรือกระบวนการแห่งวัย
- การเพิ่มความชุ่มชื้น เนื่องจาก PN-HPT มีคุณสมบัติชอบน้ำ (Hydrophilic) จึงสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างเจลสามมิติใต้ชั้นผิว
- การลดการอักเสบ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกำจัดสารพิษภายในผิว ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- การลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยการยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase และลดการกระตุ้น Melanocytes ทำให้ผิวสว่างขึ้นและลดปัญหาฝ้า กระ
ส่วนประกอบหลักของ Plinest ประกอบด้วยโพลินิวคลีโอไทด์ (0.75%) เป็นส่วนประกอบหลัก, น้ำเป็นสารนำพา, โซเดียมคลอไรด์ช่วยรักษาความสมดุล, และโซเดียมฟอสเฟตและไดโซเดียมฟอสเฟตช่วยรักษาค่า pH ให้คงที่
Plinest รุ่นปกติมีความเข้มข้นของ PN อยู่ที่ 40 มิลลิกรัมต่อ 2 มิลลิลิตร ซึ่งถือว่าเป็นความเข้มข้นที่สูงและเหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวในระดับลึก รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อใช้กับบริเวณใบหน้า ลำคอ และเนินอก โดยสามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย
การใช้งาน Plinest รุ่นปกติเหมาะสำหรับปัญหา ดังนี้
- ริ้วรอยเล็กและริ้วรอยลึกบนใบหน้า
- ปัญหาหลุมสิวและรอยแผลเป็นจากสิว
- รูขุมขนกว้าง
- ผิวไม่เรียบเนียน
- ผิวหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น
- ผิวที่ดูโทรมและอ่อนแอ
- ผิวแห้งกร้าน
- การเตรียมผิวสำหรับหัตถการอื่น ๆ
Plinest® Fast
Plinest Fast มีความเข้มข้นของ PN ที่ 15 มิลลิกรัมต่อ 2 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นสูตรที่อ่อนโยนกว่า ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผิวที่บอบบางและไวต่อการระคายเคือง โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา
การใช้งาน Plinest Fast เหมาะสำหรับปัญหา ดังนี้
- ริ้วรอยเล็กรอบดวงตา
- การฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้มีความยืดหยุ่นและมีชีวิตชีวา
- ลดรอยคล้ำใต้ตา
- การเตรียมผิวก่อนศัลยกรรมเปลือกตา (Blepharoplasty)
- การฟื้นฟูผิวหลังศัลยกรรมเปลือกตา
- บริเวณเนินอกและหลังมือ
- การส่งเสริมและกระตุ้นให้ผมแข็งแรงขึ้น
ความแตกต่างระหว่างทั้งสองรุ่นไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระดับความอ่อนโยนและความเหมาะสมกับบริเวณการใช้งาน ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพผิวและความต้องการของผู้รับบริการแต่ละคน
ปัญหารอบดวงตา
- ใต้ตาดำและตาคล้ำ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อรูปลักษณ์โดยรวม Plinest ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin) และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวรอบดวงตาได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น
- ตาโบ๋และเบ้าตาลึก ที่เกิดจากการสูญเสียไขมันใต้ตาและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกตามอายุ Plinest ช่วยเติมเต็มได้โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความหนาขึ้นและปรับปรุงโครงสร้างผิวโดยรวม
- ขอบตาดำ ที่เกิดจากการสะสมของของเหลวและการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ Plinest ช่วยกระชับผิว ลดการสะสมของของเหลว และเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ
ปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย
- ริ้วรอยเล็กและร่องลึก ทั้งที่เกิดจากอายุ ความเครียด หรือการใช้สีหน้า Plinest ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- ผิวหย่อนคล้อย บริเวณแก้ม คาง และลำคอ ได้รับการปรับปรุงผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและกระชับขึ้น
ปัญหาคุณภาพผิว
- รูขุมขนกว้าง ได้รับการปรับปรุงจากการที่ Plinest ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิว ทำให้รูขุมขนดูเล็กลงและผิวเรียบเนียนขึ้น
- ผิวแห้งกร้านและขาดความชุ่มชื้น ได้รับการแก้ไขผ่านคุณสมบัติการอุ้มน้ำของ PN-HPT และการเพิ่มการผลิตกรดไฮยาลูรอนิกตามธรรมชาติ
- สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้รับการปรับปรุงจากการลดการสร้างเม็ดสีผิวและการฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่
ปัญหารอยแผลเป็น
- รอยแผลเป็นจากสิว โดยเฉพาะหลุมสิว ได้รับการปรับปรุงจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้รอยแผลเป็นดูตื้นขึ้น
- การฟื้นฟูหลังหัตถการ Plinest สามารถใช้เพื่อฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือศัลยกรรม ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดอาการบวมแดง
ขั้นตอนการรักษาและการดูแลหลังทำหัตถการ
การรักษาด้วย Plinest เป็นขั้นตอนที่ต้องการความเชี่ยวชาญจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัย
ขั้นตอนก่อนการรักษา
- การประเมินสภาพผิว แพทย์จะทำการตรวจสอบสภาพผิว ประวัติการแพ้ และความต้องการของผู้รับบริการ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- การเตรียมตัว ผู้รับบริการควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และแจ้งประวัติการแพ้หรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
การดูแลหลังทำหัตถการ
- ประคบเย็นหากมีอาการบวมแดง บวมช้ำเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ เกา บริเวณที่ฉีด Plinest เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอุดตันรูขุมขน
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การออกกำลังกายหนัก อบซาวน่า เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดและใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน
- ห้ามนวด ขยี้ หรือคลึงบริเวณที่ฉีด Plinest เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการอบไอน้ำและการแช่น้ำร้อนเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว
- กลับมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและประเมินความต้องการในการรักษาต่อ
ผลข้างเคียงที่พบได้ปกติ
- รอยแดง รอยบวม หรือรอยช้ำเล็กน้อย
- ความเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- ผื่นหรือตุ่มเล็กๆ ที่จะหายไปเองภายใน 12 ชั่วโมง
ข้อห้าม
- ผู้ที่แพ้ปลาหรือส่วนประกอบของปลา
- ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการอักเสบติดเชื้อบริเวณผิวหนังอย่างรุนแรง
- ผู้ป่วยมะเร็ง เบาหวาน SLE หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
-
โปรแกรม Plinest ใช้เวลาทำนานไหม?
การทำ Plinest แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำหัตถการและเทคนิคที่แพทย์ใช้ ถือเป็นหัตถการที่สะดวก รวดเร็ว และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
-
โปรแกรม Plinest เจ็บไหม?
ความเจ็บปวดขณะทำ Plinest จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่รู้สึกเพียงเล็กน้อยคล้ายมดกัด เนื่องจากการแทงเข็มเข้าสู่ผิวหนัง แพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความไม่สบาย หรือเลือกใช้เทคนิค 3-Point Bio-regenerative ที่ฉีดเพียง 3 จุดเท่านั้น
-
โปรแกรม Plinest ควรฉีดกี่ครั้ง?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นผลจาก Plinest แนะนำให้ฉีดประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 กล่อง เว้นระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวแนะนำ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 กล่อง เว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์
-
Plinest สามารถฉีดร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
Plinest สามารถฉีดร่วมกับโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ในครั้งเดียวกันได้ เนื่องจากฉีดคนละชั้นผิว สำหรับสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ ควรเว้นระยะห่าง 1-3 เดือน และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา
-
ใครไม่ควรทำ Plinest?
ผู้ที่ไม่ควรทำ Plinest ได้แก่ ผู้แพ้ปลา, ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร, ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง, ผู้ป่วยมะเร็ง เบาหวาน SLE หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
-
ผลของ Plinest จะเห็นเมื่อไหร่?
ผลลัพธ์ของ Plinest จะเริ่มเห็นได้ชัดหลังทำครบ 1-2 ครั้ง และจะได้ผลเต็มที่หลังทำครบคอร์ส 3 ครั้ง โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
บทสรุป
Plinest ถือเป็นนวัตกรรมการฟื้นฟูผิวที่ก้าวล้ำในยุคปัจจุบัน ด้วยการใช้เทคโนโลยี Polynucleotides ที่สกัดจากปลาเทราต์ผ่านกระบวนการ HPT ที่มีความบริสุทธิ์สูง ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น ไปจนถึงการปรับปรุงโครงสร้างผิวในระดับเซลล์
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาการฟื้นฟูผิวด้วย Plinest ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลหลังทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืนนะคะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


